- หน้าแรก
- จักรพรรดิหุ่นเชิด? ข้ามีระบบอัญเชิญยอดขุนพล
- บทที่ 24 - จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
บทที่ 24 - จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
บทที่ 24 - จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
บทที่ 24 - จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
เวลานี้เสือดำปรโลกแทบอยากจะสังหารมนุษย์ตรงหน้าให้ตายตกไป เพื่อล้างแค้นให้กับกรงเล็บของมันที่ถูกฟันจนขาดสะบั้น
ทว่าเนื่องจากหวาดหวั่นต่อดาบกานเจียงในมือของฉินเฟิง มันจึงไม่กล้าเข้าประชิดตัวอย่างบุ่มบ่าม ทำได้เพียงใช้วิธีการโจมตีระยะไกลจากที่ห่างออกไป
พลันเห็นมันอ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด เปลวเพลิงสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกเข้มข้น พุ่งทะยานเข้าหาฉินเฟิงลูกแล้วลูกเล่าราวกับลูกปืนใหญ่
ตอนนี้ฉินเฟิงเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว เพราะเขาไม่มีวิธีการโจมตีระยะไกล ขณะเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเข้ามา มีเพียงเบี่ยงตัวหลบซ้ายขวา พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหลบหลีกคลื่นการโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่า
ค่อยๆ มีหยาดเหงื่อผุดซึมออกมาตามหน้าผากของเขา ในใจก็เกิดความร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว
อย่างไรเสียการมัวแต่หลบหลีกเช่นนี้ก็ไม่ใช่ทางออก พละกำลังย่อมมีวันหมดสิ้น เมื่อถึงเวลานั้นก็คงจะอันตรายจริงๆ แล้ว
เสือดำปรโลกเห็นฉินเฟิงรับมืออย่างเหนื่อยล้า ก็ยิ่งเปิดฉากโจมตีระยะไกลอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงนั้นราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำ พัดถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
ในระหว่างที่ฉินเฟิงกำลังหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง ในหัวก็พลันเกิดความคิดบรรเจิดขึ้นมา เขาเริ่มอาศัยสภาพภูมิประเทศและต้นไม้โดยรอบอย่างชาญฉลาด วิ่งอ้อมไปรอบๆ เสือดำปรโลก หวังจะอาศัยสิ่งนี้ย่นระยะห่างกับมัน ทำให้การโจมตีระยะไกลของมันยากที่จะแสดงอานุภาพสูงสุดออกมาได้
เสือดำปรโลกดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงเจตนาของฉินเฟิง มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวในทันที ทว่าชั่วขณะหนึ่งก็ทำอะไรฉินเฟิงไม่ได้ ทำได้เพียงเบิกตามองเขาพุ่งทะยานไปมาอยู่รอบๆ
ฉินเฟิงและเสือดำปรโลกจึงตกอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันเช่นนี้
"ตอนนี้แหละ"
เขาพบว่าทุกครั้งที่เสือดำปรโลกโจมตี จะมีจังหวะหยุดชะงักไปชั่วขณะ ฉินเฟิงกะจังหวะนี้ พุ่งทะยานเข้าไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง
เสือดำปรโลกตกใจสุดขีด คิดจะเปิดฉากโจมตีระยะไกลอีกครั้งก็ไม่ทันการแล้ว มันทำได้เพียงเบิกตามองฉินเฟิงพุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
ฉินเฟิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รวบรวมลมปราณแท้จริงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดภายในร่างกาย ใช้งานคริติคอลอย่างสุดกำลัง หากดาบนี้ยังไม่โดนเป้าหมาย เขาก็คงทำได้เพียงกระตุ้นยันต์ท่องพิภพแล้วเลือกที่จะหนีไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรเสียหากยังยื้อเวลาต่อไป คนที่จะตายอาจจะเป็นเขาเอง
ต้องแทงให้โดน ต้องแทงให้โดน ต้องแทงให้โดน
"ฉึก"
ได้ยินเพียงเสียงดังเบาๆ ดาบกานเจียงแทงลึกเข้าไปในร่างกายของเสือดำปรโลก
"โฮก"
เสือดำปรโลกส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างกายอันใหญ่โตดิ้นรนอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าอานุภาพที่ผสานกันระหว่างคริติคอลและดาบกานเจียง แม้จะแข็งแกร่งอย่างเสือดำปรโลก ก็ยากที่จะรับไหว
หลังจากดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง เสือดำปรโลกก็ล้มตึงลงกับพื้น สิ้นลมหายใจไปในที่สุด
"ฟู่"
ฉินเฟิงมองดูเสือดำปรโลกที่ล้มอยู่บนพื้น ถอนหายใจยาวๆ ออกมา ในใจรู้สึกสะท้อนใจ การต่อสู้ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน หากผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ตนเองเกรงว่าคงกลายเป็นอาหารอันโอชะของเสือดำปรโลกไปแล้ว
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารเสือดำปรโลกอสูรระดับสามขั้นปลายข้ามระดับใหญ่ ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ได้รับค่าประสบการณ์หกพันจุด"
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ระดับการฝึกฝนเพิ่มขึ้น ระดับการฝึกฝนปัจจุบันเลื่อนขั้นสำเร็จเป็นยอดยุทธ์ขั้นหนึ่ง"
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เลื่อนระดับห้าขั้นย่อยรวด ได้รับโอกาสอัญเชิญหนึ่งครั้ง"
"ติง ขอแสดงความยินดีกับตัวละครอัญเชิญของโฮสต์ก่อนหน้านี้ ระดับการฝึกฝนได้รับการปลดผนึกห้าขั้นย่อย ระดับการฝึกฝนที่ปลดผนึกจะค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นภายในไม่กี่วัน จะไม่ทำให้ตัวละครผิดสังเกต"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนการเลื่อนระดับของระบบดังแว่วมา อาการบาดเจ็บที่ฉินเฟิงได้รับจากการต่อสู้อย่างดุเดือดกับเสือดำปรโลกก่อนหน้านี้ รวมถึงพละกำลังและลมปราณแท้จริงที่สูญเสียไป ก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาดั่งเดิมในชั่วพริบตา
หูของฉินเฟิงกระดิกเล็กน้อย ประกายแสงที่ยากจะคาดเดาวาบผ่านดวงตา
มีคนรนหาที่ตายแล้ว
"ไอ้หนู ตอนนี้เจ้าคงไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้วละสิ ยอมส่งมอบดาบวิเศษในมือของเจ้ามาแต่โดยดี พวกเราอาจจะยอมไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง"
นักล่าสัตว์อสูรทั้งสี่คนที่เพิ่งจะหลบหนีไปเมื่อครู่นี้ กลับย้อนกลับมาอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความโลภราวกับหมาป่าหิวโซของพวกเขา จับจ้องอยู่ที่ซากของเสือดำปรโลกและดาบกานเจียงในมือของฉินเฟิงเขม็ง
เมื่อครู่นี้พวกไม่ได้หนีไปไกลนัก เอาแต่คอยสังเกตการณ์การต่อสู้ระหว่างฉินเฟิงและเสือดำปรโลกอย่างลับๆ อยู่ในที่ไกลๆ มาโดยตลอด
เมื่อเห็นว่าฉินเฟิงแม้จะสามารถสังหารเสือดำปรโลกได้สำเร็จ ทว่ากลับมีท่าทีอ่อนแรง จึงคิดเอาเองว่ามีโอกาสให้ฉวยประโยชน์ ดังนั้นจึงรีบร้อนย้อนกลับมา
ฉินเฟิงหัวเราะเยาะ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ด้วยน้ำหน้าอย่างพวกเจ้าเนี่ยนะ ก็บังอาจมาหมายตาสิ่งของของข้า รนหาที่ตาย"
หัวหน้าขั้นยอดยุทธ์ขั้นสี่คนนั้นเผยให้เห็นแสงดุร้ายบนใบหน้า เอ่ยอย่างดุดันว่า
"อย่าให้หน้าแล้วไม่เอาหน้า เจ้าคิดว่าตัวเจ้าในตอนนี้ยังจะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเราทั้งสี่คนได้อีกหรือ หากรู้ตื่นลึกหนาบางก็รีบส่งมอบออกมาแต่โดยดี"
ประกายแสงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งวาบผ่านดวงตาของฉินเฟิงโดยพลัน เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"หากมีปัญญาก็ลองดูสิ"
นักล่าสัตว์อสูรทั้งสี่คนไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งทะยานเข้าโจมตีฉินเฟิงตรงๆ
ทว่า หลังจากที่พวกเขาประมือกับฉินเฟิงแล้ว ถึงได้พบด้วยความตื่นตระหนกว่า ฉินเฟิงไม่เพียงแต่ไม่สูญเสียลมปราณแท้จริงไปจนหมด กลับยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์สูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งยังก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ก้าวเข้าสู่ขั้นยอดยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พวกเขาสับสนอลหม่านขึ้นมาในทันที หัวหน้าขั้นยอดยุทธ์ขั้นสี่คนนั้นรีบตะโกนเสียงดังว่า
"จอมยุทธ์น้อยโปรดไว้ชีวิตด้วย พวกเรามีตาหามีแววไม่ ขอร้องท่านโปรดยกมือสูงปล่อยพวกเราไปเถอะ"
"มาขอร้องให้ไว้ชีวิตในตอนนี้ ไม่คิดว่ามันสายไปแล้วหรือ"
นักล่าสัตว์อสูรทั้งสี่คนร้องขอชีวิตไม่สำเร็จ ก็พยายามจะหลบหนีอีกครั้ง แต่ฉินเฟิงจะยอมให้โอกาสนั้นแก่พวกเขาได้อย่างไร ประกายกระบี่อันเจิดจรัสแสบตาสว่างวาบขึ้นหลายสาย ศีรษะสี่หัวลอยละลิ่วขึ้นฟ้า
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นยอดยุทธ์ขั้นสี่ ได้รับค่าประสบการณ์สองพันแปดร้อยจุด"
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นยอดยุทธ์ขั้นสองสามคน ได้รับค่าประสบการณ์หกพันห้าร้อยจุด"
"ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ระดับการฝึกฝนเพิ่มขึ้น ระดับการฝึกฝนปัจจุบันยอดยุทธ์ขั้นสอง"
ฉินเฟิงมองดูศพบนพื้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ภายในดวงตาไร้ซึ่งความเวทนาสงสาร จากนั้นเขาหันกลับไปมองซากของเสือดำปรโลกและดาบกานเจียงในมือ
"ในแผ่นดินจิ่วโจวแห่งนี้ ไม่สามารถเชื่อใจผู้อื่นได้อย่างง่ายดายจริงๆ ความร้ายกาจของจิตใจคนช่างเกินกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มาก"
ฉินเฟิงตั้งสติ เลาะเอาหนัง เขี้ยว อวัยวะเพศ และอื่นๆ ของเสือดำปรโลกออกมาทีละชิ้น จากนั้นก็เก็บสิ่งเหล่านี้เข้าไปในพื้นที่ระบบในทันที
ต่อมา เขาก็เดินเข้าไปหาศพของนักล่าสัตว์อสูรทั้งสิบคน เริ่มค้นตัวอย่างละเอียด
บนตัวของพวกเขา ฉินเฟิงพบเหรียญทอง โอสถรักษาบาดแผล และคัมภีร์ฝึกฝนอีกสองสามเล่ม สิ่งเหล่านี้สำหรับเขาแล้ว ความจริงก็ไม่ได้มีค่ามากมายอะไรนัก
เพียงแต่การฆ่าคนแล้วไม่เก็บของ ก็จะขาดความสนุกไปมาก ด้วยความคิดเช่นนี้ เขาจึงยังคงเก็บสิ่งเหล่านี้เอาไว้ทั้งหมด
หลังจากผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ ฉินเฟิงก็ทำจิตใจให้สงบลง วิเคราะห์จุดอ่อนของตนเองอย่างละเอียด
พลังปะทุของตนเองเนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากคริติคอลและดาบกานเจียง นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ทว่า ความบกพร่องทางด้านความเร็วและความสามารถในการป้องกันที่ขาดหายไป กลับเผยให้เห็นปัญหาใหญ่ในการต่อสู้
เอาแค่สถานการณ์ที่ต้องปะทะอย่างดุเดือดกับเสือดำปรโลกเมื่อครู่นี้เป็นตัวอย่าง หากความเร็วของตนเองสามารถยกระดับขึ้นได้อีกสักนิด เช่นนั้นเสือดำปรโลกตัวนั้นอาจจะสิ้นใจภายใต้คริติคอลตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะหลบหลีกไม่ทันไปแล้ว
นอกจากนี้ หากตนเองสามารถครอบครองวิชายุทธ์สายป้องกันที่แข็งแกร่งสักวิชาหนึ่ง เช่นนั้นในระหว่างการต่อสู้กับเสือดำปรโลก ตนเองก็จะต้องรับมือได้อย่างผ่อนคลายมากกว่านี้อย่างแน่นอน จะไม่เหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนั้น ทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ไม่จำเป็นบางอย่างได้อีกด้วย
ในขณะที่ฉินเฟิงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยของระบบก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน