- หน้าแรก
- เริ่มจากหมาป่าหิวโซ สู่ราชันผู้กลืนดวงดาว
- บทที่ 23 - มหาสงครามใกล้ปะทุ ผู้ฝึกหัดขั้นเก้า
บทที่ 23 - มหาสงครามใกล้ปะทุ ผู้ฝึกหัดขั้นเก้า
บทที่ 23 - มหาสงครามใกล้ปะทุ ผู้ฝึกหัดขั้นเก้า
บทที่ 23 - มหาสงครามใกล้ปะทุ ผู้ฝึกหัดขั้นเก้า
ที่ราบหมื่นอสูร คือทุ่งหญ้าขนาดมหึมาที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ถึงห้าหมื่นตารางกิโลเมตร บนทุ่งหญ้าแห่งนี้มีสัตว์ป่าและสัตว์อสูรหลากหลายสายพันธุ์นับหมื่นๆ ชนิดอาศัยอยู่ หากโชคดีพอก็อาจจะได้เห็นการอพยพย้ายถิ่นฐานหรือการแย่งชิงอาณาเขตของฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กด้วยซ้ำ แน่นอนว่าดินแดนแห่งนี้ยังคงอยู่ภายใต้อาณัติของเผ่าบาบูนเนตรมรกต
บนดาวนาวาร์รา การที่เผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งจะมีสิทธิ์แบ่งสรรปันส่วนดินแดนได้หรือไม่นั้น วัดกันที่ว่าเผ่าพันธุ์นั้นมีผู้แข็งแกร่งระดับดาวฤกษ์อยู่หรือไม่!
เทือกเขาผลึกมรกต หนองน้ำทิศเหนือ ที่ราบหมื่นอสูร และป่าดำโบราณซึ่งครอบครองร่วมกับเผ่ามดวัชระและเผ่ามังกรวารีเหมันต์ ทั้งหมดนี้รวมเป็นอาณาเขตของเผ่าบาบูนเนตรมรกต
และในยามนี้ บริเวณรอยต่อระหว่างที่ราบหมื่นอสูรและป่าดำโบราณ มีกองกำลังบาบูนเนตรมรกตกลุ่มหนึ่งกำลังเดินทางอย่างเร่งรีบ พวกมันคือกองกำลังหัวกะทิของเผ่าที่นำทีมโดยหมัดเหล็กและวายุนั่นเอง ตลอดการเดินทางพวกมันต้องตากแดดตากลม กินกลางทรายนอนกลางดิน นอกจากเวลาพักผ่อนที่จำเป็นแล้ว เวลาที่เหลือพวกมันทุ่มเทให้กับการเดินทางทั้งหมด ระยะทางที่ปกติต้องใช้เวลาเดินทางถึงเจ็ดวัน พวกมันกลับร่นเวลาลงมาเหลือเพียงแค่ห้าวันเท่านั้น
"พักผ่อนตรงนี้ก่อน"
หมัดเหล็กซึ่งเป็นผู้นำมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นในแววตา เขายกมือขวาขึ้นและออกคำสั่ง แม้จะมีร่างกายแข็งแกร่งระดับดาวเคราะห์ การเดินทางรวดเดียวห้าวันก็ทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกลูกน้องระดับผู้ฝึกหัดเลย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นกองกำลังหัวกะทิย่อมไม่ธรรมดา เมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้า พวกมันไม่ได้แตกฮือแยกย้ายกันไปพักผ่อนแบบไร้ระเบียบ แต่กลับแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบเพื่อลาดตระเวนพื้นที่รอบๆ รัศมีสามกิโลเมตร รอจนกว่าจะจัดการภัยคุกคามจนหมดสิ้นแล้วพวกมันถึงจะนั่งลงพักผ่อนจริงๆ
บางตัวก็นั่งพิงต้นไม้ใหญ่ บางตัวก็นั่งพิงหลังกันเอง บางตัวก็หยิบเนื้อแห้งออกมากินเพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป... และที่สำคัญคือ บาบูนเนตรมรกตทุกตัวแม้จะอยู่ในช่วงพักผ่อน แต่มือของพวกมันก็ยังคงกำอาวุธไม้ใบมีดเอาไว้แน่น อาวุธไม้ใบมีดทุกเล่มล้วนมีค่าอย่างยิ่ง
หมัดเหล็กและวายุปลีกตัวออกจากหัวขบวน เดินไปในจุดที่พวกลูกน้องมองไม่เห็น เพราะถ้าพวกเขายังคลุกคลีอยู่ในฝูง พวกลูกน้องที่บ้าพลังพวกนั้นจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ต่อให้ฝืนแค่ไหนพวกมันก็จะพยายามรักษาท่าทีแข็งขันต่อหน้าพวกเขาอยู่ดี
พวกเขาหาพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งห่างจากค่ายพักประมาณสามร้อยเมตร กวาดเศษใบไม้ออกแล้วก็นั่งลงบนพื้น ก่อนจะหยิบเนื้อแห้งและกระบอกไม้ไผ่ออกจากห่อผ้าใบที่สะพายอยู่บนหลัง เพื่อเติมพลังงานและน้ำ
"วายุ นายคิดว่าการเดินทางครั้งนี้พวกเราจะราบรื่นไหม" หมัดเหล็กเคี้ยวเนื้อแห้งของสัตว์อสูรอะไรสักอย่างคำโตพลางขมวดคิ้วถาม
วายุวางกระบอกไม้ไผ่ลง เอามือเช็ดคราบน้ำที่มุมปากอย่างลวกๆ แล้วพูดปลอบใจ "วางใจเถอะ ตามข่าวที่เราได้มาจาก 'นกนางนวลโฉบปลา' พวกมดวัชระส่งมาแค่หัวหน้ามดอัคคีสองตัวเท่านั้นแหละ นางพญาไม่มีทางมาออกโรงเองหรอก"
เมื่อได้ยินคำปลอบใจของวายุ หมัดเหล็กก็ยังไม่คลายหัวคิ้วที่ขมวดแน่น เขากลับเอ่ยด้วยความกังวลใจว่า "ฉันไม่ได้กลัวมดอัคคีหรอกนะ แต่พวกมันพาลูกน้องมดวัชระมาตั้งเกือบพันตัว ส่วนเราสองคนมีลูกน้องมาแค่ห้าสิบตัวเอง"
"จะไปกลัวอะไรเล่า!" วายุพูดด้วยท่าทางห้าวหาญเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "เผ่าเนตรมรกตของเราไม่เคยด้อยไปกว่าเผ่าไหน ลูกผู้ชายเผ่าเราสู้กับมดวัชระสามตัวได้สบายๆ อยู่แล้ว!"
"ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าเรามีไม้ใบมีดเป็นอาวุธ แถมยังเป็นเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรชั้นสูงที่เชี่ยวชาญเทคนิคการถลุงโลหะ จะเอาไปเปรียบเทียบกับเผ่าสัตว์อสูรชั้นต่ำอย่างมดวัชระที่ทำเป็นแต่พึ่งพาสัญชาตญาณดิบเถื่อนได้ยังไง"
หมัดเหล็กมองดูวายุที่กำลังฮึกเหิม อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและตักเตือน "วายุ อย่าประมาทไปหน่อยเลย! การที่มดวัชระสามารถยึดครองพื้นที่อันกว้างใหญ่ทางทิศตะวันตกไว้ได้ มันไม่ได้กระจอกอย่างที่นายพูดหรอก ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกมันกินยาผิดสำแดงอะไรถึงได้คิดจะขยายอาณาเขตมาทางทิศตะวันออก... สรุปก็คือ ภารกิจครั้งนี้พวกเราต้องทำอย่างระมัดระวัง เป้าหมายหลักคือการสกัดกั้นไม่ให้พวกมันขยายอาณาเขตมาทางทิศตะวันออกได้อีก และต้องสืบให้รู้ด้วยว่าทำไมพวกมันถึงต้องการขยายอาณาเขตมาทางนี้"
หมัดเหล็กที่ดูตัวใหญ่บึกบึนและท่าทางหุนหันพลันแล่น กลับมีความสุขุมเยือกเย็นมากกว่าวายุเสียอีก และนี่ก็คือเหตุผลที่หมัดเหล็กได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าทีมในภารกิจนี้
เมื่อวายุได้ฟัง แววตาของเขาก็มีประกายบางอย่างวาบขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงและพยักหน้าเห็นด้วย "นายพูดถูก ฉันประมาทไปเอง"
หมัดเหล็กเก็บเสบียงและกระบอกน้ำแล้วลุกขึ้นยืน
"ดูจากความเร็วในการเดินทัพแล้ว อีกไม่ถึงวันเราก็น่าจะปะทะกับพวกเผ่ามดวัชระแบบจะๆ คืนนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ไปก่อน"
"สะสมพลังงานให้พร้อม ลับดาบให้คม เตรียมตัวรับมือกับศึกตัดสินในวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด!"
...
ป่าดำโบราณ
ลึกเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลอดผ่านเรือนยอดไม้ที่หนาทึบ ทิ้งแสงสีแดงระเรื่อเป็นหย่อมๆ ลงบนพื้นดิน ป่าแห่งนี้ราวกับภาพวาดที่ธรรมชาติจงใจสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรบรรจง เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและความเร้นลับ
ท่ามกลางความเงียบสงบของผืนป่า มีฝูงมดขนาดมหึมาฝูงหนึ่งกำลังเดินขวักไขว่ไปมาอย่างขยันขันแข็ง
ร่างกายของพวกมันสูงถึงหนึ่งเมตรแปดสิบเซนติเมตรราวกับสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ ในยามนี้พวกมันทุกตัวต่างวุ่นวายกับการทำงาน และจากริมชายป่าไปจนถึงแนวรบอันกว้างขวางกว่าห้าสิบกิโลเมตรที่พวกมันอยู่ในขณะนี้ มีเนินดินขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เนินดินเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยใบไม้แห้งและดินโคลนอย่างหนาแน่น
ภายในเนินดินเหล่านี้คือเครือข่ายเส้นทางมดใต้ดินที่พวกมดวัชระช่วยกันขุดเจาะอย่างประณีตบรรจง เส้นทางมดสลับซับซ้อน บางเส้นทางลึกลงไปหลายสิบเมตร บางเส้นทางก็อยู่ลึกลงไปจากผิวดินไม่ถึงครึ่งเมตร ราวกับเขาวงกตที่คดเคี้ยว ทุกเส้นทางทอดยาวไปในทิศทางที่แตกต่างกัน เชื่อมต่อทุกซอกทุกมุมของพื้นที่ป่าเล็กๆ แห่งนี้เข้าไว้ด้วยกัน
ที่นี่คือสมรภูมิรบที่พวกมันเตรียมการมาเป็นอย่างดี!
นอกจากนี้พวกมดวัชระยังคงเร่งมือขุดเจาะเส้นทางมดสายใหม่ๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกมันกำลังปรับแต่งรายละเอียดของสมรภูมิให้สมบูรณ์แบบอย่างรวดเร็ว ขาหน้าอันทรงพลังของพวกมันตะกุยดินที่แข็งกระด้างอย่างสุดแรง เศษดินและใบไม้แห้งปลิวว่อนอยู่รอบตัวพวกมันจนกลายเป็นพายุหมุนลูกเล็กๆ
แม้ว่ามดวัชระแต่ละตัวจะมีสติปัญญาต่ำต้อย แต่เมื่อพวกมันรวมตัวกันเป็นฝูงและมีการจัดตั้งระบบที่เป็นระเบียบ มันคือขุมพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
พวกมันไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใดๆ อาศัยเพียงแค่สัญญาณทางเคมีและการสัมผัสเพื่อสื่อสารกัน พวกมันก็สามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัวจนเกิดเป็นพลังอันมหาศาล ท่ามกลางฝูงมดขนาดยักษ์นี้ มดวัชระทุกตัวรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี พวกมันทำงานอย่างเงียบๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้น
หัวหน้ามดอัคคีระดับดาวเคราะห์สองตัวยืนเฝ้าระวังอยู่บนต้นไทรสูงสิบจ้างตรงขอบแนวรบ ร่างกายของพวกมันสวมเกราะสีแดงเพลิงที่ส่องประกายเจิดจ้า กลิ่นอายระดับดาวเคราะห์แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง ข่มขวัญสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในป่าดำโบราณไม่ให้กล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตแห่งนี้
ป่าดำโบราณมีพื้นที่กว้างขวางหลายแสนตารางกิโลเมตร แน่นอนว่าย่อมไม่ขาดแคลนสัตว์อสูรระดับดาวเคราะห์ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมดอัคคีระดับดาวเคราะห์สองตัวที่ดูท่าทางรับมือยาก สัตว์อสูรระดับดาวเคราะห์ที่เปิดสติปัญญาแล้วย่อมไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยนไปท้าทายพวกมัน ขืนไปแหย่รังมดวัชระเข้า แล้วทำให้นางพญาระดับดาวฤกษ์โผล่ออกมาล่ะก็ คงได้สนุกกันพิลึก
...
สงครามระหว่างบาบูนเนตรมรกตและมดวัชระพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อ
ในขณะที่สวี่หยางกำลังไล่ล่าเหยื่ออยู่ในเทือกเขาอสนีบาต
'ล่าสัตว์ตัวเล็กๆ อีกแค่สามตัวก็จะได้ทรัพยากรครบสำหรับอัปเป็นระดับผู้ฝึกหัดขั้นเก้าแล้ว' สวี่หยางฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม ถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นอายสัตว์อสูรระดับผู้ฝึกหัดขั้นแปดของเขาในตอนนี้มันน่าสะพรึงกลัวเกินไป ป่านนี้เขาคงรวบรวมทรัพยากรสำหรับอัปเลเวลได้ครบตั้งนานแล้ว
'ถ้ามีวิชาพรางกลิ่นอายอยู่ในความทรงจำสืบทอดก็คงจะดีสินะ กลิ่นอายแบบนี้มีดีแค่เอาไว้ขู่แต่ใช้งานจริงไม่ได้เลย ไล่เหยื่อของฉันหนีไปตั้งเท่าไหร่แล้วเนี่ย!'
ทันใดนั้น สวี่หยางที่กำลังบ่นอุบอิบในใจก็ตาเป็นประกาย ขาหลังของเขาออกแรงถีบส่ง
"ปัง!"
เสียงระเบิดของอากาศจากการพุ่งทะลุกำแพงเสียงดังสนั่น!
ในขณะเดียวกันกระรอกที่สวี่หยางตะปบไว้ก็กลายเป็นกองเลือดเหลวแหลกคากรงเล็บของเขา
[ทรัพยากร+0.1]