เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 : [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ]

ตอนที่ 102 : [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ]

ตอนที่ 102 : [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ]


ตอนที่ 102 : [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ]

เสียงของจ้าวฉือเฉิงดังขึ้นมาในหูหลินลั่ว ก่อนที่เขาจะได้ฉุกคิด จ้าวฉือเฉิงก็วิ่งเข้ามาหาเขาแล้ว

“หัวหน้าตระกูลตงฟาง ฉันมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ขอตัวก่อน !”

หลังจากที่พูดจบ เขาก็ไม่รอฟังคำตอบจากตงฟางไต้ซ่ง เขาลากหลินลั่วออกมาทันที

หลินลั่วได้แต่ต้องตามจ้าวฉือเฉิงไป

“เดี๋ยว !” ตงฟางไต้ซ่งพูดขึ้นมา เขามองไปที่หลินลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดขึ้น “ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์คนนี้ด้วย หวังว่าเขาจะบอกชื่อตัวเอง ตระกูลตงฟางจะตอบแทนในอนาคตเป็นแน่ !”

มุมปากของหลินลั่วกระตุก

การขอบคุณจากตระกูลตงฟาง  ล้อเขาเล่นรึไง ?

ตงฟางเหอตายด้วยน้ำมือเขา !

ไม่ไล่ล่าเขาก็บุญแล้ว  แต่ตอนนี้กลับบอกว่าจะตอบแทนเขาด้วย

“เรียกฉันว่าผู้ชมก็ได้” เขาเดินทางมาแล้วสองโลก ในโลกนี้เขาจะถือว่าตัวเองเป็นแค่ผู้ชมงั้นเหรอ ?

“นี่...” ตงฟางไต้ซ่งพึมพำออกมา อยู่ ๆ เขาก็ยกมือขึ้นเอื้อมออกมาเพื่อดึงหน้ากากของหลินลั่วออก

เป้าหมายน่ะชัดเจนอยู่แล้ว เขาอยากเห็นใบหน้าของหลินลั่ว

“หยุด !” จ้าวฉือเฉิงตะโกนออกมาและดึงมือตงฟางไต้ซ่งเอาไว้ “หัวหน้าตระกูลตงฟาง นี่คิดจะทำอะไร ?”

ตงฟางไต้ซ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ลูกชายฉันถูกฆ่า ชายคนนี้แฝงตัวร่วมมือกับอัศวินรัตติกาล แน่นอนว่าฉันควรรู้ว่าเขาเป็นใคร !”

“ฮึ่ม !” จ้าวฉือเฉิงฮึดฮัดออกมา “ฉันก็บอกไปแล้วว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์ !”

“สำหรับหน้ากากผีแล้ว มันคือของที่ผู้พิทักษ์เก็บมาได้ มันถูกแจกจ่ายให้กับสายลับ ตระกูลตงฟางมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับเรื่องนี้ ?”

“หึหึ...” ตงฟางไต้ซ่งเผยรอยยิ้มออกมา “ถ้าอย่างนั้นคงต้องใช้กำลังแล้วล่ะ ! ฉันหวังว่าผู้พิทักษ์จ้าวจะเข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อ !”

“ฮึ่ม ! รีบไป !” จ้าวฉือเฉิงฮึดฮัดออกมาและรีบลากหลินลั่วออกมาจากที่นั่น

หลินลั่วชื่นชมในความคิดของจิ้งจอกเฒ่าพวกนี้ ภายนอกแล้วพวกนี้พูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ทว่าจริง ๆ แล้วพวกนี้กลับไม่คิดไว้หน้าใคร !

จ้าวฉือเฉิงลากเขาออกมาและกระซิบเบา ๆ “ไปได้แล้ว ! อย่าหันกลับไปมอง ! ตอนที่ออกจากหุบเขาไป มีรถมาจอดรอเราอยู่แล้ว รีบไปกันเถอะ !”

รถถูกสตาร์ทและขับออกไป

จ้าวฉือเฉิงไม่ได้มุ่งหน้ากลับไปทางเมืองปิ้นไห่ ทว่าเขากลับวนรถรอบ ๆ นานกว่า 30 นาที ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“ไม่น่าจะมีใครไล่ตามนายมาแล้ว หลินลั่ว นายนี่ใจกล้าจริง ๆ !”

หลินลั่วถอดหน้ากากออกและพูดขึ้น “ผมเจอหน้ากากนี่ทำงานพอดี ผมเลยเอามันออกมาดู ผมเองก็ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้..”

“แค่ก แค่ก...” จ้าวฉือเฉิงไอแห้ง ๆ ออกมาอยู่หลายรอบและพูดขึ้น “ในอนาคต ถ้ามีใครขอความช่วยเหลือรึอยากให้นายใช้สกิลวาร์ปของหน้ากาก นายอย่างใช้มันตามใจ บางทีมันอาจจะเป็นกับดัก !”

หลินลั่วถามขึ้นมา “หน้ากากนี่หาได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ?”

“ถึงมันจะหายาก ทว่ามันก็ไม่ใช่ว่าจะหาไม่ได้ เรามีหน้ากากหลายอันที่สาขาของเมืองปิ้นไห่ !”

“หลายอัน ? นี่มันหน้ากากของพวกอัศวินรัตติกาลไม่ใช่รึไง ?”

“ใครบอกว่ามันเป็นของพวกอัศวินรัตติกาล ?” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลก ๆ “มันก็จริงที่นายได้มาจากพวกอัศวินรัตติกาล ทว่าคนทำหน้ากากคือปรมาจารย์เฟยหยู จุดประสงค์ในการทำหน้ากากนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้ผู้ปลุกพลังติดต่อกันได้ทันท่วงที ทว่าหลังจากนั้นวิธีการผลิตก็ถูกพวกอัศวินรัตติกาลขโมยไป มันถูกพวกอัศวินรัตติกาลสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้ติดต่อกัน”

“มันมีวิธีการสื่อสารไว้ใช้กับกลุ่มเดียวกันเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องด่วน งั้นตอนที่นายสวมมัน นายจะโดนโจมตีซะเอง !”

“นี่...แบบนี้นี่เอง” หลินลั่วโยนหน้ากากผีเก็บเข้าไปในช่องเก็บของทันที

“อย่าประเมินหน้ากากผีต่ำไป มันถือว่าเป็นสมบัติ ความสามารถในการวาร์ปทำให้นายจัดกากรับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ได้ในเวลาอันสั้น มันถือว่าช่วยด้านความสะดวกได้อย่างมาก” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้น

“อย่าเอามันมาใช้ง่าย ๆ”

“เข้าใจแล้ว” หลินลั่วพยักหน้าและพูดขึ้น “แล้วตอนนี้เราจะไปไหนต่อ...”

“อ้อมกลับไปที่เมืองปิ้นไห่ !” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้น “นายต้องแข่งรอบชิงพรุ่งนี้ เราจะสายไม่ได้ !”

“แล้วทำไมต้องอ้อมด้วย ? นี่คุณกลัวบรรพชนตระกูลตงฟางงั้นเหรอ ?”

จ้าวฉือเฉิงพยักหน้า “ในอนาคต นายอยู่ให้ห่างพวกเฒ่าระดับอีปิคเอาไว้ นายควรวางตัวเป็นกลางไว้ดีกว่า !”

หลินลั่วลังเล “แล้วบรรพชนอู๋เยว่เป็นคนแบบไหน ?”

จ้าวฉือเฉิงคิดสักพักก่อนจะพูดขึ้น “บรรพชนอู๋เยว่โด่งดังเมื่อ 200 ปีก่อน เขาปลุกพลังอาชีพระดับ A อย่างผู้ใช้ธาตุดินขึ้นมาได้ ทว่ามันไม่ได้แกร่งอะไรนัก แต่ด้วยความพยายามของเขา เขาก็แกร่งทัดเทียมกับพวกผู้ปลุกพลังอาชีพระดับ S ได้ หลังจากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นมาระดับอีปิคได้ในเวลา 100 ปีและอยู่มาถึงตอนนี้”

“สำหรับความสามารถของเขาแล้ว...” จ้าวฉือเฉิงอ้าปากค้างและพูดขึ้นมา “ผู้ใช้ธาตุดินและ...แรงโน้มถ่วง”

“แรงโน้มถ่วง ?”

“ถูกต้อง เขาสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงและธาตุดินรอบตัวได้ ตราบใดที่เขายืนอยู่บนพื้นดิน มันก็มีพวกระดับเดียวกันไม่กี่คนที่เอาชนะเขาได้”

“ไม่ว่าหลงเหยียนจะแข็งแกร่งแค่ไหน ทว่าเขาก็อยู่แค่ระดับทอง มันยากที่จะหนีจากเงื้อมมือของบรรพชนอู๋เยว่ได้ !”

“ผู้ใช้ธาตุดิน ? เข้าใจแล้ว...” หลินลั่วกระจ่างขึ้นมาทันทีว่าทำไมบรรพชนอู๋เยว่เดินก้าวเดียวถึงไปได้ไกลถึง 100 ม. มันน่าจะเป็นเพราะสกิลที่อีกฝ่ายมี !

ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่ารึหนี มันก็สะดวกอย่างมาก

“เดี๋ยวก่อน ! มีบางอย่างเคลื่อนไหว !” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้นพร้อมกับเหยียบคันเร่งพร้อมรถที่พุ่งออกไป

แต่ด้วยเวลาที่ผ่านไป สีหน้าเขาก็บิดเบี้ยวขึ้นเรื่อย ๆ หลินลั่วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ที่ด้านนอกรถ ภายใต้แสงจันทร์ทีสาดลงมา มันมีเงาขนาดใหญ่ตามพวกเขามา

“จอด !”  หลินลั่วตะโกนออกมา จ้าวฉือเฉิงได้แต่ต้องกัดฟันแน่นและเหยียบเบรก

เอี๊ยดด....

เสียงล้อถูกับถนนดังขึ้นพร้อมรถที่หยุด เงาขนาดใหญ่นั้นลงมาที่พื้นหยุดตรงหน้าพวกเขาทั้งสองคน ทั้งสองคนพากันลงจากรถก่อนจะต้องแปลกใจ

“นี่มัน...มังกร ! ?”

จ้าวฉือเฉิงไปยืนบังหน้าหลินลั่วเอาไว้และพูดขึ้น “ทำไมมังกรถึงได้มาที่นี่ได้ ?”

“กรร...” มังกรคำรามออกมาเบา ๆ ร่างขนาดใหญ่ของมันเดินเข้าหาทั้งสองคน จ้าวฉือเฉิงได้แต่ต้องรีบถอยกลับมาและมองไปที่มังกรด้วยท่าทีกังวล

“มังกรที่ไม่มีเจ้าของน่ะอันตราย มันจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มันเห็น...” ตอนที่พูดนั้น จ้าวฉือเฉิงก็ต้องอึ้ง

เขาเห็นว่ามังกรนี่กลับก้มหน้าเหมือนทำท่ากังวล

เสียงคำรามของมังกรไม่ได้ดุดันเหมือนแต่ก่อน มันทำตัวเหมือนกับเด็กผู้หญิงขี้อายด้วยซ้ำ

“มังกรนี่เป็นบ้าอะไรไป ?”

หลินลั่วเดาออกว่าจ้าวฉือเฉิงคิดอะไร เขาตบไหล่จ้าวฉือเฉิงและพูดขึ้น “มันเหมือนจะมาหาผม”

พูดจบหลินลั่วก็เดินเข้าไปหามังกร

จ้าวฉือเฉิงอึ้ง เขาถึงกับลืมไปขวางหลินลั่วเอาไว้

เมื่อเห็นว่าหลินลั่วเดินเข้ามา นัยน์ตาสีทองแดงของมังกรก็จับจ้องไปที่หลินลั่วด้วยความตื่นเต้น มันยื่นหัวของมันออกมา

หลินลั่วยื่นมือออกมาลูบหัวมังกรและรู้สึกได้ถึงความอุ่นจากผิวของมัน ทว่าในหัวเขามีคลื่นแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นมา

มันคือคลื่นพลังจิตของมังกรตรงหน้าเขา

น่าเสียดายที่มังกรนี่ยังเด็ก มันไม่อาจจะสื่อสารเป็นภาษาได้ มันได้แต่ส่งต่อความรู้สึกเท่านั้น

“[ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ] ? ”

หลินลั่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรมากเลย มังกรนี่กลับทำตัวเองงั้นเหรอ ?”

ตอนนั้นจ้าวฉือเฉิงที่อยู่ด้านหลังก็ตะโกนออกมา “หลินลั่ว มังกรนี่เหมือนจะชอบนาย เร็วเข้า รีบทำสัญญาเท่าเทียมกับมัน !”

“สัญญาเท่าเทียม ?”

จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้น “นายไม่ใช่อัศวินมังกรรึนักบวชมังกร นายใช้พลังจิตเพื่อทำสัญญาเท่าเทียมกับมันไม่ได้ มันได้แต่ต้องทำสัญญาด้วยทางอื่น...”

“แต่การทำสัญญาด้วยวิธีอื่นนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง ถ้ามังกรแกร่งพอ มังกรก็สามารถฉีกสัญญาได้...”

“สัญญา ?” หลินลั่วฉุกคิดถึงบางอย่างและเอาคัมภีร์สีเหลืองดำออกมาจากแหวนมิติ

“นี่....สัญญาแห่งยมโลก นายมีมันได้ยังไง ?”

“ผมเคยไปฆ่าบอสมา” หลินลั่วพูดขึ้น “ใช้นี่ได้รึเปล่า ?”

“บอสอะไรถึงได้ดรอปสัญญาแห่งยมโลก ? นายโชคดีขนาดนั้นเลยเหรอ !”

จ้าวฉือเฉิงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา “ได้สิ ! นายใช้มันทำสัญญาได้ ! เร็วเข้า รีบทำสัญญาเท่าเทียมซะสิ ! เมื่อทำสัญญาเสร็จ นายกับมังกรนี่ก็จะถือว่าเป็นคู่หูกัน !”

‘ฉันไม่ใช่ทั้งอัศวินมังกรรึนักบวชมังกร แต่กลับมีมังกร...มีอาชีพไหนบ้างที่ทำแบบนี้ได้ ? ’ หลินลั่วคิดกับตัวเอง

เขามี [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ] อยู่ เขาไม่จำเป็นต้องทำสัญญากับมังกรใหม่เลย แต่ต่อหน้าคนอื่น เขาจะทำแบบนั้นไม่ได้

หลินลั่วได้แต่ต้องรีบลงชื่อในสัญญาและเดินเข้าไปหามังกร

มังกรเอียงหัวมองไปที่สัญญาแห่งยมโลกตรงหน้าก่อนจะใช้หัวดันสัญญากลับคืนให้กับหลินลั่ว

จ้าวฉือเฉิงส่ายหน้า “หือ ? ไม่อยากทำสัญญา ? น่าเสียดาย...”

หลินลั่วรู้ว่ามังกรคิดอะไร เขาได้เปลี่ยนสัญญาเท่าเทียมเป็นสัญญาสัตว์เลี้ยงก่อนจะยื่นให้กับมังกร

สัญญาสัตว์เลี้ยง

นี่คือสัญญาที่มีข้อจำกัดมากกว่าสัญญาเท่าเทียม !

หลังจากที่ทำสัญญาเท่าเทียม ทั้งสองฝ่ายจะถือว่ามีฐานะทัดเทียมกัน !

แต่สัญญาสัตว์เลี้ยงนั้นต่างออกไป หลังจากที่ทำสัญญา มังกรจะถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของหลินลั่วไปตลอดชีวิต ไม่อาจจะหักหลังเขาได้

มันจะมีหลินลั่วเป็นเจ้านายเพียงคนเดียว มันจะทำทุกอย่างตามที่หลินลั่วสั่ง มันไม่อาจจะหักหลังหลินลั่วได้ !

จ้าวฉือเฉิงแปลกใจ “สัญญาสัตว์เลี้ยง ? ทำไมมังกรถึงได้ยอมทำสัญญาแบบนี้ ?”

มังกรคำรามออกมาเบา ๆ ใช้หัวดันสัญญากลับ จ้าวฉือเฉิงรีบพูดขึ้นมาทันที “ฉันขอดูหน่อย”

หลินลั่วรับรู้ถึงพลังจิตที่ก่อตัวขึ้นในหัว “อยากทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ ?”

มังกรพยักหน้า มันอยากให้เปลี่ยนเป็นสัญญาเจ้านายกับทาส !

“สัญญาทาส !” จ้าวฉือเฉิงแปลกใจยิ่งกว่าเดิม “ทำไมมันถึงกล้าทำสัญญาทาส ? ไม่กลัวว่ามันจะโดนเอาไปฆ่ารึไง ? มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมันสมอง มันทำแบบนี้ได้ยังไง ?”

จ้าวฉือเฉิงอุทานออกมา ทว่ามังกรกลับแสดงท่าทีตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าสัญญาถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาทาส มังกรรีบทำสัญญาทันที

ฟรึบ !

สัญญาแห่งยมโลกเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที ในท้องฟ้า ลำแสงนี้ได้พุ่งเข้าไปในกระแสเวลา !

“บ้าน่า ! มันยอมทำสัญญาทาสจริง ๆ !”

จบบทที่ ตอนที่ 102 : [ กลยุทธ์สต็อกโฮล์ม ]

คัดลอกลิงก์แล้ว