- หน้าแรก
- ตัวละครหญิงสมทบในชาเขียวก็เปิดให้บริการแล้ววันนี้เช่นกัน
- บทที่ 25 แผนการที่เริ่มสั่นคลอน
บทที่ 25 แผนการที่เริ่มสั่นคลอน
บทที่ 25 แผนการที่เริ่มสั่นคลอน
บทที่ 25 แผนการที่เริ่มสั่นคลอน
ก่อนที่เหวินผิงฮั่นจะได้ทันตอบคำถาม เซี่ยหงสวี่ซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะก็พลันกระแอมไอขึ้นมาเสียก่อน ทุกคนในที่นั้นจึงหันไปมองเขาเป็นตาเดียว
เซี่ยหงสวี่ทราบดีว่าการดูตัวในครั้งนี้คงไม่อาจดำเนินต่อไปได้อีกแล้ว จึงตัดสินใจปล่อยให้คนหนุ่มสาวได้สนุกกันตามอำเภอใจ เขาเอ่ยขึ้นว่า "นานทีปีหนพวกเธอคนหนุ่มสาวจะได้มารวมตัวกัน คนแก่อย่างฉันไม่ขออยู่รบกวนพวกเธอดีกว่า อาเฟย ฝากดูแลแขกให้ดีด้วยนะ"
"ทราบแล้วค่ะ คุณพ่อรีบไปพักผ่อนเถอะ แล้วก็ห้ามแอบสูบบุหรี่เด็ดขาดนะคะ" เซี่ยจื่อเฟยเอ่ยเตือน
"รู้แล้วน่า!" เซี่ยหงสวี่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยท่าทีวางโต
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสจากไป บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงทันตา โดยเฉพาะหลี่เฟิงซึ่งสนิทสนมน้อยที่สุดและยังเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เขาหันไปคาดคั้นถามจ้าวเสี่ยวจิงถึงสาเหตุที่เลิกรากันทันที เพียงไม่กี่ประโยค ทั้งคู่ก็เริ่มเปิดฉากโต้เถียงกันเสียแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่นๆ ที่เหลือจึงพร้อมใจกันลุกหนีออกจากพื้นที่ปัญหาแห่งนั้นอย่างรู้ความ
หลี่หงเยี่ยนต้องการจะสนทนากับกู้จือจาง แต่กลับเห็นอีกฝ่ายคอยป้วนเปี้ยนอยู่ข้างกายเหวินผิงฮั่นไม่ห่าง หลังจากเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็เริ่มจับสังเกตบางอย่างได้ ประจวบเหมาะกับที่เซี่ยจื่อเฟยยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟพอดี เขาจึงกระซิบถามเบาๆ "ดูเหมือนกู้จือจางจะสนใจเพื่อนของเธอเข้าแล้วล่ะมั้ง?"
"อืม" เซี่ยจื่อเฟยเหลียวมองตาม ก็เห็นกู้จือจางคอยเดินตามเหวินผิงฮั่นต้อยๆ ราวกับสุนัขตัวน้อย โดยมีฟางหนิงซูเดินตามหลังกู้จือจางไปติดๆ กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมไปเสียอย่างนั้น
ในขณะเดียวกัน จ้าวเสี่ยวจิงกับหลี่เฟิงที่กำลังทะเลาะกันอยู่ที่โต๊ะก็หยิบบุหรี่ออกมา หลังจากหลี่เฟิงจุดไฟให้เธอ ทั้งคู่ก็พ่นควันพลางเถียงกันต่อไปไม่ลดละ
"..." เซี่ยจื่อเฟยรินเหล้าให้เขาพลางหัวเราะอย่างอ่อนใจ "ไม่นึกเลยว่าวันนี้คุณจะได้มาเห็นเรื่องตลกมากขนาดนี้"
หลี่หงเยี่ยนมองสภาพน่าสมเพชของกู้จือจางแล้วเอ่ยว่า "ดูเหมือนว่าผมเองก็เผลอพาตัวตลกมาด้วยเหมือนกันนะ"
เซี่ยจื่อเฟยหัวเราะเบาๆ
"เธอไม่ได้ชอบเขาหรอกเหรอ? นั่งดูอยู่แบบนี้จะดีจริงๆ น่ะหรือ?" หลี่หงเยี่ยนจงใจลดเสียงต่ำลงแล้วถามขึ้น
"คุณรู้ได้อย่างไรคะ?" เซี่ยจื่อเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะในนิยายต้นฉบับ ความรู้สึกที่เธอมีต่อกู้จือจางนั้นไม่มีใครล่วงรู้นอกจากเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนและเซี่ยหงสวี่เท่านั้น
"เฉียนเล่อเยี่ยนเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง" หลี่หงเยี่ยนเฉลย
เซี่ยจื่อเฟยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง กว่าจะนึกออกว่าคนผู้นี้คือใคร เธอเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลาย แต่ต่อมาด้วยเหตุผลบางประการที่เธอก็เลือนรางไปแล้ว ทั้งคู่เกิดผิดใจกันจนไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงยังมาพบฉันในวันนี้อีกคะ?" เซี่ยจื่อเฟยถามต่อ
"เพราะสถานการณ์บังคับน่ะครับ อีกอย่างผมก็มีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้จือจางอยู่บ้าง"
"คุณก็เลยจงใจเรียกเขามาที่นี่ใช่ไหม?"
หลี่หงเยี่ยนยิ้มละไม "เจตนาเดิมของผมคืออยากช่วยประสานรอยร้าวให้พวกเธอสองคน แต่ไม่นึกเลยว่าผลลัพธ์จะกลับกลายเป็นตรงกันข้ามแบบนี้"
"ไม่จำเป็นต้องช่วยประสานรอยร้าวหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบเขาแล้ว" เซี่ยจื่อเฟยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
หลี่หงเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะพิจารณาเธอใหม่อีกครั้ง "มิน่าล่ะ เธอถึงได้ดูเฉยเมยนักเวลาเห็นเขาไปขายขนมจีบให้ผู้หญิงคนอื่นแบบนั้น"
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เซี่ยจื่อเฟยก็พลันหมุนตัวเดินตรงไปยังจุดที่กู้จือจางและเหวินผิงฮั่นอยู่ กู้จือจางกำลังอาศัยจังหวะต้อนเหวินผิงฮั่นให้เข้ามุมห้อง ท่าทางดูเผด็จการทว่ากลับส่งสายตาหวานซึ้งให้เธอ
เซี่ยจื่อเฟยเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังของเขา ก่อนจะจงใจสาดเหล้าในแก้วใส่ร่างของชายหนุ่มโดยตรง
"อุ๊ย" เมื่อกู้จือจางหันกลับมา เธอก็แสร้งทำเป็นข้อเท้าพลิก "ขอโทษทีค่ะพี่กู้ พอดีฉันเผลอทำเท้าแพลงน่ะค่ะ"
หลี่หงเยี่ยนและฟางหนิงซูที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างพากันพูดไม่ออก
"ไม่เป็นไร" กู้จือจางลองเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่นหลังดู พบว่าเสื้อเชิ้ตครึ่งตัวเปียกโชกจนแนบเนื้อชวนให้รู้สึกไม่สบายตัว
"คุณกู้ ควรจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ" เหวินผิงฮั่นรีบเอ่ยขึ้นทันที
"ไม่ต้องหรอก หนิงซู ไปเอาเสื้อมาให้ฉันหน่อย" กู้จือจางสั่ง
"รับทราบค่ะ" ฟางหนิงซูหมุนตัวเดินออกไปหยิบเสื้อสำรองที่อยู่ในรถมาให้
"ผมขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะ" กู้จือจางพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างคุ้นเคย
"..." เหวินผิงฮั่นขยับเข้าไปใกล้เซี่ยจื่อเฟยแล้วกระซิบแผ่วเบา "ดูเหมือนเมื่อกี้เธอจะสาดน้ำน้อยไปหน่อยนะ เขาคงไม่ได้พกกางเกงในมาเปลี่ยนด้วยใช่ไหม?"
เซี่ยจื่อเฟยเหลือบมองเพื่อนสาวด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าเรามาลองกันใหม่ดีไหมคะ?"
เหวินผิงฮั่นเม้มปากยิ้ม รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับกำลังจะได้ร่วมมือแกล้งคนกับเพื่อนสนิท
จากนั้นเซี่ยจื่อเฟยจึงพาเธอไปดูจ้าวเสี่ยวจิงกับหลี่เฟิงที่ยังคงเถียงกันไม่เลิก จนตอนนี้ทั้งคู่หน้าดำคร่ำเครียดจนเส้นเลือดที่คอโป่งพอง
"ถามจริงๆ เถอะ ในใจคุณมีคนอื่นอยู่ใช่ไหม?" หลี่เฟิงคาดคั้น
จ้าวเสี่ยวจิงตอบกลับว่า "ไม่มีหรอก แต่มันแค่เข้ากันไม่ได้จริงๆ จะให้ฝืนไปทำไม เรื่องดวงชะตาไม่สมพงษ์กันฉันยังพอทนได้ แต่เรื่องที่จังหวะก้าวเดินของเราไม่พร้อมกันเนี่ย ฉันรับไม่ได้จริงๆ"
หลี่เฟิงสวนกลับ "ทำไมล่ะ? แค่เรื่องขี้ผงแค่นี้ทำไมคุณถึงทนไม่ได้?"
"มันหมายความว่าจังหวะชีวิตของเราไม่ตรงกัน ซึ่งมันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในระยะยาวไงล่ะ"
"เลิกยกเอาข้ออ้างไร้สาระพวกนี้มาปั่นหัวผมเสียที!"
"ก็ได้! ทั้งนอนกัดฟัน กรนเสียงดัง แถมยังตดตอนหลับอีก ฉันรับไม่ได้ จบไหม?"
โทสะของหลี่เฟิงมลายหายไปในพริบตา เขามองไปยังเซี่ยจื่อเฟยกับเหวินผิงฮั่นที่มายืนดูเหตุการณ์ รวมถึงหลี่หงเยี่ยนที่มายืนซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
ทั้งสามคนต่างพากันหมุนตัวกลับเงียบๆ ทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะพร้อมใจกันชูแก้วขึ้นจิบเหล้า แล้วเปลี่ยนประเด็นไปคุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองขึ้นมาเสียดื้อๆ
หลี่เฟิงได้แต่คิดในใจ "..."
การพยายามแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำความอับอายไม่ใช่หรือไงกัน!
"คุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ?" กู้จือจางซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมาสมทบ เขาอยากมีส่วนร่วมในวงสนทนา แต่ทันทีที่เขาถามออกไป บรรยากาศภายในห้องโถงกลับยิ่งทวีความอึดอัดและแปลกประหลาดขึ้นไปอีก เขาหันไปมองเลขาสาวด้วยความฉงน
ฟางหนิงซูส่ายหน้าให้เขาเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไม่ใช่คำถามที่ดีนัก เขาจึงเปลี่ยนเรื่องตามสัญชาตญาณ "อาเฟย ช่วงนี้บริษัทเป็นอย่างไรบ้าง?"
เซี่ยจื่อเฟยตอบ "ก็ไปได้สวยค่ะ"
กู้จือจางหันไปทางอื่น "อืม หงเยี่ยน ช่วงนี้ธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง?"
หลี่หงเยี่ยนตอบ "ก็ไปได้สวยครับ"
กู้จือจางถามต่อ "คุณเหวิน—"
เหวินผิงฮั่นแทรกขึ้นทันควัน "ก็ไปได้สวยค่ะ"
"..." กู้จือจางสัมผัสได้ถึงความเฉยเมยของทุกคน เขาจึงสะกดกลั้นความไม่พอใจลึกๆ ในใจเอาไว้ แล้วหันไปถามพี่น้องคนสนิทแทน "หลี่เฟิง นายกับคุณจ้าวคืบหน้าไปถึงไหนแล้วล่ะ?"
ฟางหนิงซูถึงกับกุมขมับ
"ไม่ใช่เรื่องของแก! ไปยุ่งเรื่องของตัวเองเถอะ!" หลี่เฟิงไม่อาจอดกลั้นโทสะได้อีกต่อไป เขาใช้กู้จือจางเป็นที่ระบายอารมณ์ทันที ด้วยการทุบโต๊ะเสียงดังปังก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
กู้จือจางยืนงงเป็นไก่ตาแตก และเริ่มรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาเช่นกัน เขาหันไปถามฟางหนิงซู "มันเป็นบ้าอะไรของมัน?"
ฟางหนิงซูกระซิบเตือนสั้นๆ "อกหักค่ะ"
กู้จือจางจึงหันไปมองจ้าวเสี่ยวจิงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ จึงเดาได้ว่าทั้งคู่คงทะเลาะกันมา โทสะของเขาจึงเริ่มมอดลง ก่อนจะเดินตรงไปหาเหวินผิงฮั่นอีกครั้ง
"พี่กู้ อาหารค่ำใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ" เซี่ยจื่อเฟยเอ่ยขัดจังหวะ พร้อมกับจัดแจงให้ทุกคนเข้าที่นั่ง
จ้าวเสี่ยวจิงกับเหวินผิงฮั่นนั่งขนาบข้างเธอ ส่วนกู้จือจางผู้หน้าหนาเป็นทุนเดิมก็นั่งลงข้างเหวินผิงฮั่น โดยมีฟางหนิงซูขยับมานั่งข้างกายเขาอีกด้านหนึ่งอย่างแนบเนียน
ครั้นเมื่อเซี่ยหงสวี่เดินลงมาที่ชั้นล่าง เขาจึงสังเกตเห็นการจัดที่นั่งอันพิลึกพิลั่น ทุกคนต่างนั่งเรียงรายกันอยู่ฝั่งเดียว ทิ้งให้หลี่หงเยี่ยนนั่งอยู่อีกฝั่งเพียงลำพัง ราวกับถูกจงใจทอดทิ้งก็ไม่ปาน
"อาเฟย ทำไมไปนั่งตรงนั้นล่ะ? แขกเหรื่อก็เยอะแยะ ระวังเถอะ เดี๋ยวหงเยี่ยนจะขัดเขินจนกินข้าวไม่ลงเอาได้" เซี่ยหงสวี่ตำหนิลูกสาว
เซี่ยจื่อเฟยเตรียมจะลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ แต่ทว่ามีใครบางคนไวพอกว่าเธอ
"คุณลุงคะ เดี๋ยวหนูไปนั่งตรงนั้นเองค่ะ" จ้าวเสี่ยวจิงยิ้มพรายก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างหลี่หงเยี่ยนที่ฝั่งตรงข้าม เธอได้รับสายตาซาบซึ้งใจจากเซี่ยจื่อเฟย จึงยักคิ้วตอบอย่างผู้ชนะ จากนั้นจึงหันไปจ้องมองหลี่หงเยี่ยนตาเป็นมัน
เมื่อเซี่ยหงสวี่เห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องราวเริ่มจะผิดเพี้ยนไปเสียแล้ว จ้าวเสี่ยวจิงขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น หากเธอเกิดถูกใจหลี่หงเยี่ยนขึ้นมา ลูกสาวของเขาก็แทบจะหมดโอกาสทันที
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ลูกสาวของเขากลับดูไม่ยี่หระ ซ้ำยังส่งซิกขยิบตาให้จ้าวเสี่ยวจิงอย่างออกหน้าออกตา ราวกับว่าพวกเธอได้เตี้ยมกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
หลี่หงเยี่ยนไม่ได้สนใจท่าทีอ่อยเหยื่อของจ้าวเสี่ยวจิง เขาพูดคุยเรื่องธุรกิจกับสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยอย่างเป็นกันเอง ซึ่งกู้จือจางก็พยายามสอดแทรกเข้ามาในวงสนทนาตามความเคยชิน
ครั้นเมื่อหัวข้อสนทนาวกเข้าเรื่องการเจาะตลาดส่วนภูมิภาค เหวินผิงฮั่นซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดก็พลันเสนอวิสัยทัศน์และคำแนะนำที่เฉียบคม จนสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคน ยกเว้นเพียงเซี่ยจื่อเฟยเท่านั้น
เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า "พี่สาวของฉันเป็นบุคลากรที่เก่งกาจที่สุดในบริษัท อนาคตไกลแน่นอนค่ะ"
"แหม ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ" เหวินผิงฮั่นเริ่มหน้าแดงระื่อ เมื่อถูกชมต่อหน้าเหล่าผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจระดับสูง "สิ่งที่ฉันทำก็แค่เรื่องธรรมดาเท่านั้นเอง"
"พี่คะ พี่แค่ขาดต้นทุนทางสังคมแบบพวกเราเท่านั้นเอง หากพี่เกิดมามีต้นทุนเหมือนกับพวกเรา ความสำเร็จที่พี่จะสร้างได้คงเหนือกว่าพวกเราไปไกลโขเลยล่ะค่ะ" เซี่ยจื่อเฟยกล่าวเสริม
เหวินผิงฮั่นรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาดเมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มอันสดใสค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
สายตาแห่งความคลั่งไคล้ในดวงตาของกู้จือจางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้น เซี่ยจื่อเฟยจึงเบี่ยงเบนความสนใจของเขา "พี่กู้ ลองชิมเหล้าขวดนี้ดูสิคะ ว่าใช่ขวดเดียวกับที่พี่เคยพูดถึงครั้งก่อนหรือเปล่า?"
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้จือจางจึงยกแก้วขึ้นจิบก่อนจะส่ายหน้า "ดูเหมือนจะไม่ใช่นะ"
แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ เพราะมันเป็นแค่เหล้าที่หยิบมั่วๆ มาเท่านั้นเอง
"ตายจริง ถ้าอย่างนั้นฉันคงจำผิดไปเองค่ะ" เซี่ยจื่อเฟยเอ่ยขอโทษ
"ไม่เป็นไรหรอก ไว้คราวหน้าเธอค่อยไปลองชิมที่บ้านพี่ดูสิ"
"ตกลงค่ะ" ครอบครัวของทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก การไปมาหาสู่กันจึงเป็นเรื่องปกติ ทว่าเซี่ยจื่อเฟยกลับสังเกตเห็นแววตาแห่งความริษยาที่วูบผ่านไปในดวงตาของฟางหนิงซู จนเธออดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาลึกๆ
ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน
เธอนึกถึงจุดจบของฟางหนิงซูในนิยาย หลังจากที่เธอใช้ตัวตนเดิมของเจ้าของร่างนี้ทำร้ายเหวินผิงฮั่นในภายหลัง แผนการของเธอก็ถูกเปิดโปง เธอจึงตัดสินใจสารภาพรักกับกู้จือจางอย่างสิ้นหวัง
ทว่าแม้กู้จือจางจะมีบุคลิกที่เงียบขรึมและไม่ค่อยชอบอธิบายเรื่องความเข้าใจผิด แต่เขาก็มีลักษณะเด่นของพระเอกแนวเผด็จการ นั่นคือความรักที่มั่นคง เขาไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงสาวคนไหนเลย นอกจากเหวินผิงฮั่นเพียงผู้เดียว ดังนั้นเมื่อเขารู้ว่าผู้ช่วยที่เขาไวใจที่สุดทำร้ายเหวินผิงฮั่นเพียงเพราะความหลงใหลในตัวเขา เขาจึงตำหนิฟางหนิงซูอย่างรุนแรงและไล่เธอออกจากกู้กรุ๊ป ในท้ายที่สุด ฟางหนิงซูผู้ตรอมใจอย่างหนักก็ได้ขับรถฝ่าแนวกั้นทางในขณะที่เมามายจนพุ่งตกลงไปในทะเลสาบ
"เพียงเพราะรักใครสักคน เธอต้องถูกเหยียดหยามและพบกับจุดจบที่น่าเวทนาขนาดนั้นเลยหรือ?" เซี่ยจื่อเฟยถามระบบในใจ
ระบบตอบกลับมาว่า "เป็นเพราะพล็อตเรื่องที่กำหนดให้ 'คนชั่วต้องได้รับผลกรรม' เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกสะใจน่ะครับ"
เซี่ยจื่อเฟยสวนกลับ "เธอทำผิดก็จริง แต่โทษถึงตายเลยหรือไง? ดูผลตอบรับในตอนนี้สิ คุณยังคิดว่าคนอ่านเขาสะใจกันอยู่ไหม? ถ้าเขาสะใจกันจริงๆ ฉันจะมานั่งแก้ไขเนื้อเรื่องอยู่แบบนี้ทำไม?"
ระบบตอบกลับ "...ที่พูดมาก็มีเหตุผลอยู่ครับ"
เซี่ยจื่อเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อความชั่วร้ายทั้งหมดยังไม่เกิดขึ้น เธอจึงตัดสินใจที่จะสะสางปัญหาเรื่อง 'ความรักที่บิดเบี้ยว' นี้เสีย
เธอไม่ได้ขัดขวางกู้จือจางที่คอยแสดงความรักต่อเหวินผิงฮั่นอีกต่อไป และเป็นไปตามคาด เธอพบว่าความริษยาของฟางหนิงซูได้เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เหวินผิงฮั่นแทนแล้ว
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ หลี่หงเยี่ยนขอตัวลากลับโดยอ้างว่ามีภารกิจด่วนต้องไปจัดการ เซี่ยหงสวี่จึงไม่อาจยื้อให้อยู่ต่อได้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ ก่อนจะกลับ หลี่หงเยี่ยนกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขอเพิ่มเพื่อนในวีแชตกับเซี่ยจื่อเฟยเสียเอง
"ได้ค่ะ ไว้หากมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคต ฝากพี่ชายช่วยดูแลน้องสาวคนนี้ด้วยนะคะ" เซี่ยจื่อเฟยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"ผมว่าคุณก็ดูไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ เผลอๆ ในอนาคตผมอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคุณแทนก็ได้" หลี่หงเยี่ยนตอบพลางหัวเราะ
เซี่ยหงสวี่มองดูทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอและเริ่มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ราวกับยกภูเขาออกจากอก
เมื่อเห็นว่าคู่ดูตัวลากลับไปแล้ว ภารกิจทำงานล่วงเวลาของเหวินผิงฮั่นก็ถือว่าสิ้นสุดลงเช่นกัน เธอจึงถือโอกาสนี้บอกลาทุกคน
เซี่ยจื่อเฟยไม่ได้รั้งเธอไว้ เพราะตราบใดที่เหวินผิงฮั่นยังอยู่ กู้จือจางก็คงจะสิงสถิตอยู่ที่บ้านของเธอไม่ยอมไปไหนแน่นอน
"ถ้าอย่างนั้นพี่เดินทางกลับดีๆ นะคะ เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถไปส่ง"
"ตกลงจ้ะ" ครั้งนี้เหวินผิงฮั่นไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเกรงว่ากู้จือจางจะอาศัยโอกาสนี้เสนอตัวไปส่งเธอที่บ้าน
หลังจากที่เธอจากไป กู้จือจางก็ไม่คิดจะรั้งอยู่นานนัก และหลังจากนั้นไม่นานจ้าวเสี่ยวจิงก็ลากลับบ้านไปเช่นกัน
คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยกลับมาเหลือเพียงสองพ่อลูกอีกครั้ง เซี่ยจื่อเฟยพูดคุยกับคุณพ่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวกลับไปที่วิลล่าส่วนตัว เพราะมันตั้งอยู่ใกล้บริษัทมากกว่า สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน
หลังจากกลับถึงบ้าน เธอต่อสายโทรศัพท์หาใครบางคน ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ เสียงกระดิ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เธอดินไปที่ประตูและพบว่าเป็นฟางหนิงซูที่มายืนรออยู่
"ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมถึงมาหาฉันล่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่า?" เธอถามพลางเปิดประตูรับ
"คุณหนูเซี่ย สะดวกจะคุยกันสักหน่อยไหมคะ?" ฟางหนิงซูถาม
"ได้สิ เชิญเข้ามาข้างในก่อน" เซี่ยจื่อเฟยสั่งให้สาวใช้ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
ฟางหนิงซูรับนมยี่ห้อหนึ่งไปพลางทำสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะเข้าเรื่อง "ท่านประธานกู้สั่งให้ฉันมาคุยกับคุณหนูเซี่ยเรื่องความร่วมมือโปรเจกต์ใหม่ค่ะ"
"โอ้? ว่ามาสิ ฉันเริ่มสนใจแล้วล่ะ" เซี่ยจื่อเฟยทำท่าทีสนเท่ห์
"หลังจากห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่สร้างเสร็จ ร้านค้าในเครือของคุณจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ฟรี แต่เขามีข้อแม้ว่าต้องการมอบหมายให้คุณเหวินผิงฮั่น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของคุณเป็นผู้ดูแลโปรเจกต์นี้ทั้งหมด"
"หือ"
กู้จือจางซื้อตัวเธอไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาใช้วิธีเสนอความร่วมมือแทนสินะ?
เมื่อเห็นเซี่ยจื่อเฟยทำท่าทีลังเล ฟางหนิงซูจึงแกล้งเอ่ยหยั่งเชิง "ท่านประธานกู้ดูจะให้ความสำคัญกับคุณเหวินเป็นพิเศษนะคะ ฉันไม่เคยเห็นเขาใส่ใจผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย"
เซี่ยจื่อเฟยนิ่งเงียบไป
ฟางหนิงซูจึงรุกต่อ "ดูเหมือนอีกไม่นาน ท่านประธานกู้คงจะชนะใจสาวงามได้ในเร็วๆ นี้"
"ทำไมล่ะคะ?" เซี่ยจื่อเฟยถามกลับ "ทำไมพี่เขาถึงจะต้องไปตกหลุมรักคนอย่างเขาด้วย?"
ทว่าฟางหนิงซูกลับเข้าใจความหมายผิดไป เธอคิดว่าเซี่ยจื่อเฟยถามว่า "ทำไมเขาถึงต้องไปรักยัยนั่นด้วย?" เธอจึงกล้าเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงออกมา "ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเทียบคุณไม่ได้เลยสักนิด ฉันรู้จักคุณหนูเซี่ยมานาน ย่อมมองออกว่าคุณชื่นชมประธานกู้ของเรามากแค่ไหน และฉันเองก็อยากให้พวกคุณสองคนได้ครองคู่กัน"
เซี่ยจื่อเฟยมองหน้าเธอ "แล้วอย่างไรต่อคะ?"
"ฉันยินดีที่จะช่วยเหลือคุณหนูเซี่ย ขอเพียงแค่คุณแต่งตั้งให้ฉันเป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ความร่วมมือครั้งนี้ และหากมีเรื่องธุรกิจอะไรในอนาคต ฉันก็สามารถคอยเป็นหูเป็นตาให้คุณได้ค่ะ" ฟางหนิงซูระบุวัตถุประสงค์พร้อมยื่นข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เพื่อให้การร่วมมือครั้งนี้ดูเป็นการร่วมทุนที่คุ้มค่า ในขณะเดียวกันเธอก็จะได้ผลประโยชน์จากโปรเจกต์นี้ และเมื่อโครงการที่การันตีความสำเร็จนี้เสร็จสิ้น เธอก็จะได้รับโบนัสก้อนโตอีกด้วย
เซี่ยจื่อเฟยคลี่ยิ้มออกมา "ตกลงค่ะ ฉันคาดหวังในตัวคุณไว้สูงนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะคุณหนูเซี่ย" ฟางหนิงซูยิ้มตอบบางๆ
เซี่ยจื่อเฟยส่งเธอกลับพร้อมรอยยิ้ม เฝ้ามองรถของฟางหนิงซูเคลื่อนตัวจากไป ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าพลางเอ่ยถามว่า "พี่คะ ได้ยินทั้งหมดแล้วใช่ไหม?"
"อืม ได้ยินแล้ว"
"ฉันอาจจะต้องทำให้พี่ลำบากใจนิดหน่อยนะคะ พี่ตกลงไหม?"
"...อืม"
"น้ำเสียงดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะคะ พี่โกรธเหรอ?"
"ทำไมยัยนั่นถึงพูดเหมือนกับว่ากู้จือจางจะชนะใจฉันได้ง่ายๆ แบบนั้นล่ะ? เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าฉันจะไปหลงรักผู้ชายอย่างกู้จือจางกัน?!" เหวินผิงฮั่นยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
เซี่ยจื่อเฟยหัวเราะร่าแล้วปลอบว่า "อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพี่เก่งแค่ไหนอย่างไรล่ะคะ ไม่เหมือนกับฉันที่มีสายตาเฉียบแหลมมองเห็นพรสวรรค์ ซึ่งมันดีกว่าเรียนมาสิบปีเสียอีก ฉันน่ะอยากจะเป็นลูกสมุนตัวน้อยของพี่ไปตลอดชีวิตเลยล่ะค่ะ"
"..."
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด—
"ฮัลโหล? พี่คะ? พี่! พี่สาวสุดที่รักของฉัน!"
ระบบ: "..."