เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เล่ห์เหลี่ยมสาวใช้และนัดบอดอลหม่าน

บทที่ 24 เล่ห์เหลี่ยมสาวใช้และนัดบอดอลหม่าน

บทที่ 24 เล่ห์เหลี่ยมสาวใช้และนัดบอดอลหม่าน


บทที่ 24 เล่ห์เหลี่ยมสาวใช้และนัดบอดอลหม่าน

ในที่สุด เหวินปิงฮั่นก็เลือกเสื้อผ้าแบรนด์หรูแขนสั้นสีขาวจับคู่กับกางเกงขากว้างดีไซน์เรียบง่ายให้แก่เธอ พร้อมกับเอ่ยว่า "ชุดนี้น่าจะใช้ได้นะคะ ดูหรูหราแบบไม่ตะโกน แถมยังช่วยพรางสายตาพวกที่ชอบจ้องมองเรียวขาได้ดีด้วยค่ะ"

"พี่สาวเก่งที่สุดเลย!" เซี่ยจือเฟยพึงพอใจมาก หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จสรรพ เธอก็ลากเหวินปิงฮั่นลงไปรับประทานอาหารกลางวันด้านล่าง

"บ่ายนี้คุณมีแผนจะทำอะไรต่อไหมคะ" เหวินปิงฮั่นเอ่ยถาม

"ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการอื่นค่ะ กะว่าจะนอนกลางวันสักงีบ ตื่นมาก็น่าจะได้เวลาไปหาคุณพ่อพอดี" เซี่ยจือเฟยตอบพลางจิบน้ำนมเหลียงจื่อ

"อืม" ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้น โทรศัพท์ของเหวินปิงฮั่นก็ดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นสายจากกู้จือจาง เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย "สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"

"พอดีผมแวะมาจัดการธุระแถวบ้านคุณน่ะครับ คุณพอจะมีเวลาไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อไหม" กู้จือจางเอ่ยถาม

"ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้อยู่บ้านค่ะ" เหวินปิงฮั่นเหลือบมองเซี่ยจือเฟยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาพุ้ยข้าวเข้าปากด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกล่าวต่อว่า "พอดีฉันมีนัดแล้วค่ะ วันนี้ไม่ว่างเลย"

กู้จือจางถามซ้ำอีกครั้ง "มีนัดอะไรเหรอครับ"

"ธุระส่วนตัวน่ะค่ะ"

กู้จือจางเห็นว่ายากที่จะเซ้าซี้ต่อ ได้แต่รู้สึกหงุดหงิดที่พลาดโอกาสดีๆ ไปอีกครั้ง "ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นไว้โอกาสหน้าแล้วกัน"

หลังจากวางสาย เธอเก็บโทรศัพท์เข้าที่อย่างไม่ใส่ใจนัก เซี่ยจือเฟยที่นั่งฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมายิ้มพลางถามว่า "พี่กู้โทรมาเหรอคะ ทำไมพี่ไม่บอกเขาไปล่ะว่าอยู่ที่บ้านฉัน"

"ฉันกลัวว่าเขาจะตามมาหาคุณที่นี่แล้วจะทำให้ธุระสำคัญคืนนี้ของคุณล่าช้าเอาน่ะค่ะ" เหวินปิงฮั่นกล่าว หากกู้จือจางตามมาพบเซี่ยจือเฟยที่นี่ มีโอกาสสูงมากที่เซี่ยจือเฟยจะเบี้ยวนัดดูตัวในคืนนี้

ตามที่เซี่ยจือเฟยเล่ามา ฝ่ายชายที่มานัดดูตัวก็เป็นผู้มีอิทธิพลไม่น้อย หากเธอทำให้พวกเขาโกรธเคืองเข้าจริงๆ คงไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น

"พี่สาวช่างใส่ใจฉันจริงๆ ขอบคุณนะคะ" เซี่ยจือเฟยชูแก้วน้ำนมเหลียงจื่อขึ้นด้วยความดีใจ เหวินปิงฮั่นมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกแก้วของตนขึ้นมาชนแก้วกับเธอ

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เดิมทีเซี่ยจือเฟยอยากจะชวนเหวินปิงฮั่นไปนอนกลางวันด้วยกัน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเหวินปิงฮั่นไม่มีนิสัยชอบนอนกลางวัน เธอจึงพาเหวินปิงฮั่นไปยังห้องโสตทัศนูปกรณ์ที่ชั้นใต้ดินชั้นแรกแล้วบอกว่า "พี่สาว ดูหนังรอที่นี่ก็ได้นะคะ"

"แล้วคุณล่ะคะ"

"ฉันจะไปนอนพักสักงีบค่ะ"

"..." หากจำไม่ผิด คุณเพิ่งตื่นมาได้ไม่ถึงสองชั่วโมงเลยไม่ใช่เหรอ?

ราวกับคาดเดาคำถามในใจออก เซี่ยจือเฟยยิ้มกว้างพลางอธิบายว่า "ปกติฉันมักจะเก็บแต้มการนอนไว้น่ะค่ะ เวลาได้พักก็จะนอนให้เต็มที่เลย"

"ไปเถอะค่ะ" เหวินปิงฮั่นหาภาพยนตร์แนวตลกเปิดดู จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นไปด้วย

ขณะที่กำลังเลื่อนดูความเคลื่อนไหวในวงสังคมออนไลน์ เธอพบว่ามีคนมากมายออกมาอวดของขวัญที่ได้รับในเทศกาลชีซี เธอยังเห็นการเปิดตัวความรักอย่างเป็นทางการของอู๋เชี่ยนเชี่ยน จึงเข้าไปพูดคุยด้วยครู่หนึ่ง หลังจากยืนยันได้ว่าเพื่อนของเธอพบคนรักแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"วันนี้แกเป็นยังไงบ้าง ท่านประธานกู้ไม่ได้ชวนแกออกไปไหนเหรอ" อู๋เชี่ยนเชี่ยนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เหวินปิงฮั่นตอบกลับไปว่า "ฉันกำลังทำงานล่วงเวลาอยู่จ๊ะ"

อู๋เชี่ยนเชี่ยนอุทาน "ทำงานล่วงเวลาในวันชีซีเนี่ยนะ? ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!"

เหวินปิงฮั่นจึงถ่ายรูปหน้าจอภาพยนตร์ที่มีโต๊ะกาแฟตัวเล็กวางอยู่ด้านหน้า บนโต๊ะเต็มไปด้วยเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวส่งไปให้ดู

"มาเสวยสุขแบบเจ้าหญิง ค่าจ้างวันละหนึ่งพันหยวน"

อู๋เชี่ยนเชี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่ง "เช็ดเป็ด! นี่แกทำงานล่วงเวลาจริงๆ เหรอเนี่ย?! ไปหางานดีๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนกัน?!"

เหวินปิงฮั่นตอบ "คุณหนูท่านนี้เงินหนาน่ะ"

จากนั้นเธอก็เล่ารายละเอียดงานที่ทำในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง ความอิจฉาของอู๋เชี่ยนเชี่ยนแทบจะทะลุออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์

หลังจากส่งเครื่องหมายตกใจมานับไม่ถ้วน อู๋เชี่ยนเชี่ยนก็พยายามปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ "ถ้าคุณหนูคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิง ฉันคงสงสัยไปแล้วว่านี่คือวิธีการจีบแกของเขา"

มุมปากของเหวินปิงฮั่นโค้งขึ้น "ในหัวแกคิดเรื่องใสสะอาดบ้างไม่ได้หรือไง"

"ก็มันเหลือเชื่อเกีนไปนี่นา! ทำไมเขาต้องทำดีกับแกแบบไม่มีเงื่อนไขขนาดนี้ด้วย" อู๋เชี่ยนเชี่ยนยังสงสัยไม่หาย

มือที่กำลังพิมพ์ของเหวินปิงฮั่นชะงักไปเล็กน้อย เธอจิบน้ำอึกหนึ่งแล้ววางโทรศัพท์ลงโดยไม่ได้ตอบกลับทันที

แน่นอนว่าไม่มีความปรารถนาดีใดที่ไร้เงื่อนไข หลังจากที่รับสายกู้จือจางเมื่อครู่ เธอจึงตระหนักได้ว่า บางทีเซี่ยจือเฟยอาจจะเรียกเธอมาในวันนี้ เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กู้จือจางได้พบเธอ

อย่างไรเสีย เซี่ยจือเฟยก็มีเพื่อนมากมาย และจ้าวเสี่ยวจิ้งก็ดูจะเหมาะสมกว่าในการไปเป็นเพื่อนดูตัว ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องเสียเงินจ้างเธอมานั่งกินข้าวนั่งดูหนังแต่เช้าตรู่ขนาดนี้

แต่ทว่า...

ถึงจะเป็นเช่นนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ

อย่างน้อยผลลัพธ์นี้ก็เป็นผลดีต่อตัวเธอเองและไม่มีข้อเสียใดๆ เธอสามารถรับค่าจ้างรายวันได้อย่างสบายใจ และเธอก็รู้สึกสนุกกับมันไม่น้อย

เมื่อภาพยนตร์จบลง เธอเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง และเห็นเซี่ยจือเฟยตื่นแล้ว เธอกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ ไม่รู้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แต่เซี่ยจือเฟยกลับมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากเสมอ แสงแดดยามบ่ายที่ตกกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูอบอุ่น จนยากที่จะละสายตาไปได้

เซี่ยจือเฟยสังเกตเห็นสายตาของเธอ จึงหันมามองแล้วรีบพูดสั้นๆ ก่อนจะวางสาย เธอเดินมานั่งที่โซฟา และก่อนที่เหวินปิงฮั่นจะทันได้ถาม เธอก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "เสี่ยวจิ้งโทรมาค่ะ"

"อืม" ชั่วครู่หนึ่ง เหวินปิงฮั่นรู้สึกอิจฉาในมิตรภาพของพวกเธอ

"ยัยนั่นเลิกกับหลี่เฟิงแล้วค่ะ" เซี่ยจือเฟยกล่าวสรุปใจความสั้นๆ

"คะ?" เหวินปิงฮั่นทำหน้าฉงน "แล้วทำไมเมื่อกี้คุณถึงยิ้มหัวเราะชอบใจขนาดนั้นตอนคุยโทรศัพท์ล่ะคะ"

"ก็เพราะมันตลกมากน่ะสิคะ พี่รู้ไหมว่าทำไมยัยนั่นถึงเลิก"

เหวินปิงฮั่นส่ายหน้า

"เพราะยัยนั่นค้นพบว่า ทุกครั้งที่หลี่เฟิงเดิน เขาจะก้าวเท้าขวานำเสมอ ในขณะที่เธอก้าวเท้าซ้ายนำ ซึ่งมันบ่งบอกว่าจังหวะชีวิตของพวกเขาไม่ตรงกัน และไม่สามารถอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิตค่ะ"

"..."

เซี่ยจือเฟยเหลือบมองปฏิทินแล้วถอนหายใจ "ไม่เลวเลย ครั้งนี้ยัยนั่นทนได้ตั้งสามเดือนแน่ะ"

เหวินปิงฮั่นอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา ทั้งสองคนนี้มีทัศนคติเรื่องความรักที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น แต่อีกคนกลับแอบรักผู้ชายคนหนึ่งมานานหลายปี พวกเขาลงเอยมาเป็นเพื่อนรักกันได้อย่างไร

ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถาม เธอก็ได้ยินเซี่ยจือเฟยเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "ฉันกับพี่สาวเองก็รู้จักกันมาได้สามเดือนแล้วเหมือนกันนะคะ"

เหวินปิงฮั่นชะงักไป ภาพการพบกันครั้งแรกผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ในตอนนั้นเธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีความผูกพันที่เหนียวแน่นกับผู้หญิงที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาคนนี้ได้ถึงเพียงนี้

"ดีจริงๆ ที่ได้รู้จักพี่นะคะ" เซี่ยจือเฟยกล่าว

เหวินปิงฮั่นกะพริบตาถี่ๆ และยิ้มออกมาบางๆ "ฉันก็เหมือนกันค่ะ"

เมื่อใกล้ถึงเวลา ทั้งสองจึงออกเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ระยะทางไม่ได้ไกลกันนัก คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยตั้งอยู่ในเขตที่พักอาศัยของเหล่ามหาเศรษฐีชื่อดัง การเข้าพื้นที่ต้องใช้บัตรผ่านความปลอดภัยที่ประตูใหญ่ จากนั้นต้องขับรถต่อมาอีกพักใหญ่กว่าจะเห็นตัวคฤหาสน์ที่ดูราวกับวัง

"นั่นคือบ้านคุณเหรอคะ" เหวินปิงฮั่นถามด้วยความประหลาดใจ พลางชี้ไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่เฉียงไปทางด้านหน้า

"ไม่ใช่ค่ะ นั่นบ้านพี่กู้"

เหวินปิงฮั่นพยักหน้า ขณะที่ขับผ่าน เธอสังเกตเห็นว่าลานบ้านของตระกูลกู้นั้นกว้างขวางเป็นพิเศษ รถขับต่อมาอีกหลายนาทีถึงจะพ้นเขตรั้วบ้านตระกูลกู้ ผ่านไปอีกประมาณสิบนาที ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย

หลังจากลงจากรถ เธอเหลียวมองกลับไปทางทิศของบ้านตระกูลกู้เป็นอันดับแรก ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบเพื่อนเล่นในวัยเด็กระหว่างเซี่ยจือเฟยและกู้จือจางนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

"ไปกันเถอะค่ะ" เซี่ยจือเฟยจูงมือเธอเดินเข้าไปข้างใน ใจกลางลานบ้านมีน้ำพุตั้งอยู่ ล้อมรอบด้วยทางเดินหินแผ่นเรียบที่มีหญ้าสีเขียวแซมตามร่อง มีเส้นทางเรียบตรงดิ่งไปยังตัวบ้านหลัก คนรับใช้ที่อยู่สองข้างทางกำลังตัดแต่งพรรณไม้ต่างพากันเอ่ยทักทายว่า "คุณหนูกลับมาแล้ว!"

"อืม คุณพ่อฉันอยู่ไหน"

"ท่านเจ้าสัวอยู่ในห้องทำงานครับ"

"ตกลงค่ะ" เซี่ยจือเฟยกระซิบที่ข้างหูของเธอ "คุณแม่ของฉันเสียไปตั้งแต่ฉันยังเด็ก คุณพ่อเลยยุ่งอยู่กับการทำงานมาตลอดและไม่เคยแต่งงานใหม่เลย ท่านเป็นคนใจดีมาก เดี๋ยวเจอท่านแล้วไม่ต้องประหม่านะคะ"

เหวินปิงฮั่นนึกในใจ จะไม่ให้ประหม่าได้อย่างไรกัน? นั่นน่ะท่านประธานเซี่ยเชียวนะ!

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่น เหวินปิงฮั่นก็ต้องตกตะลึงกับการตกแต่งที่โอ่อ่าหรูหรา ราวกับว่าเธอเดินหลงเข้าไปในพระราชวังของใครสักคน การตกแต่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปชั้นสูง โคมไฟระย้าเหนือศีรษะส่องประกายระยิบระยับ

"พ่อคะ หนูเกลับมาแล้ว!" เซี่ยจือเฟยตะโกนเรียก จากนั้นก็จูงมือเหวินปิงฮั่นไปนั่งที่โซฟา

คนรับใช้ที่กำลังทำความสะอาดอยู่บนชั้นสองรีบไปแจ้งเซี่ยหงซวี่ในห้องทำงาน ครู่ต่อมา เซี่ยหงซวี่ก็เดินลงบันไดมาพร้อมกับสวมแว่นตา เขาสังเกตเห็นหญิงสาวสวยที่นั่งอยู่บนโซฟาจึงถามด้วยความฉงนว่า "คนนี้คือใครกัน"

"นี่เพื่อนหนูเองค่ะ แล้วก็เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทเราด้วย ชื่อเหวินปิงฮั่น พ่อจำไม่ได้เหรอคะ" เซี่ยจือเฟยแนะนำ

เซี่ยหงซวี่พยายามนึกทบทวนดู แล้วเขาก็จำผู้จัดการฝ่ายขายสาวสวยจากการตรวจงานครั้งก่อนได้ ในตอนนั้นเซี่ยจือเฟยเคยเอ่ยชมเธอไว้เสียยกใหญ่

"ลูกก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ ทำไมถึงพาเพื่อนมาด้วยล่ะ" เซี่ยหงซวี่ถาม

"วันนี้พี่เขามาทำงานล่วงเวลาให้หนูน่ะค่ะ หนูคิดว่าก็แค่เพิ่มตะเกียบขึ้นมาอีกคู่เดียวเอง เลยพามาสนุกด้วยกันเสียเลย" เซี่ยจือเฟยกล่าวพลางควงแขนเหวินปิงฮั่นแล้วยิ้มประจบ "พ่อคะ หนูพาพี่เขาขึ้นไปดูข้างบนก่อนนะคะ"

เซี่ยหงซวี่ยังไม่ทันจะได้มีโอกาสเอ่ยปากไล่เหวินปิงฮั่นออกไปเลยด้วยซ้ำ

"เป็นอย่างไรบ้าง ยังประหม่าอยู่ไหมคะ" เซี่ยจือเฟยพาเหวินปิงฮั่นมาที่ห้องนอนของเธอแล้วถามด้วยรอยยิ้ม

"นิดหน่อยค่ะ" เหวินปิงฮั่นตบอกตัวเองเบาๆ แล้วตอบตามความจริง

"อืม... เดี๋ยวฉันหาวิธีแก้ให้ค่ะ" เซี่ยจือเฟยกลอกตาไปมา จากนั้นจู่ๆ เธอก็วิ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนของเซี่ยหงซวี่ รื้อค้นหาบุหรี่มาได้ซองหนึ่ง ก่อนจะดึงตัวเหวินปิงฮั่นออกมาที่โถงทางเดินแล้วบอกให้รอดูเรื่องสนุก

"พ่อคะ นี่มันอะไรกัน!" เซี่ยจือเฟยถามพลางชูซองบุหรี่ขึ้น

เซี่ยหงซวี่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจและยืนกรานเสียงแข็ง "พ่อไม่รู้ ลูกไปเอามาจากไหน"

"หนูหาเจอใต้หมอนของพ่อ พ่อสัญญากับหนูไว้ว่ายังไงคะ"

"พ่อ... พ่อ... พ่อ... พ่อไม่รู้จริงๆ ว่ามันมาจากไหน ต้องมีใครแอบเอาไปซ่อนไว้แน่ๆ!" เซี่ยหงซวี่รีบกล่าวอย่างละล่ำละลัก

"หนูไม่สนหรอกค่ะ ในเมื่อมันปรากฏอยู่ในห้องของพ่อ นั่นคือหลักฐานมัดตัว! ในเมื่อพ่อผิดสัญญาเรื่องสูบบุหรี่ ก็อย่ามาโทษว่าหนูใจร้ายแล้วกัน!" เซี่ยจือเฟยขู่

"อย่า—เร็วเข้า เร็วเข้า เหวินปิงฮั่น ช่วยห้ามยัยหนูที!" เซี่ยหงซวี่ลนลานเสียกิริยา จนหมดมาดประธานผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจไปเสียสิ้น

"อ้อ... ค่ะ" แม้เหวินปิงฮั่นจะไม่เข้าใจว่าเซี่ยจือเฟยกำลังจะทำอะไร แต่เธอก็รีบเข้าไปห้าม "อย่าไปเลยนะ เป็นเด็กดีนะคะ"

ทว่าเซี่ยจือเฟยกลับยิ้มกริ่ม เธอโน้มตัวลงมุดลอดใต้แขนของเหวินปิงฮั่นแล้ววิ่งแจ้นเข้าไปในครัว หลังจากรื้อหาอยู่พักหนึ่งเธอก็ออกคำสั่งว่า "ป้าคะ รีบไปซื้อทุเรียนมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"

"มะ... ไม่นะ—!" เซี่ยหงซวี่ร้องลั่น

เหวินปิงฮั่น: "??"

เซี่ยจือเฟยเดินกลับมาหาเซี่ยหงซวี่ เชิดหน้าขึ้นแล้วถามว่า "วันหลังจะแอบสูบบุหรี่อีกไหมคะ"

"ไม่แล้วจ้ะ" เซี่ยหงซวี่ส่ายหน้าพัลวัน

"เหอะ ถ้าหนูจับได้อีก หนูจะสั่งเปิดทุเรียนสักร้อยลูกวางทิ้งไว้ให้ทั่วบ้านเลยคอยดู!"

เซี่ยหงซวี่ดูเหมือนจะได้กลิ่นลอยมาแตะจมูกแล้ว เขาเอามือปิดจมูกพร้อมสีหน้าขมขื่น "ไม่เอาแล้ว พ่อไม่ทำแล้วจริงๆ"

ถึงตอนนี้เหวินปิงฮั่นถึงได้เข้าใจว่า ท่านประธานเซี่ยนั้นกลัวทุเรียน เมื่อเห็นท่าทางหงอยๆ ของเขา เธอก็อดขำไม่ได้ และรู้สึกว่าจู่ๆ เขาก็ดูเป็นคนที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นว่าเหวินปิงฮั่นหายประหม่าแล้ว เซี่ยจือเฟยก็เลิกแกล้งเซี่ยหงซวี่ เธอนั่งลงพูดคุยกับเขาได้ครู่หนึ่ง จากนั้นคนรับใช้ด้านนอกก็ขานแจ้งว่าแขกมาถึงแล้ว

ครู่ต่อมา ชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาและตรงเข้าหาเซี่ยหงซวี่ทันที "สวัสดีครับคุณอา ผมได้ข่าวว่าคุณอาเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเลย วันนี้พอดีมีเวลาว่างจึงรีบมาครับ"

"โอ้ ได้ยินชื่อเสียงมานานว่าตระกูลหลี่มีบุตรชายที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ยึกเลยว่าจะหล่อเหลาขนาดนี้" เซี่ยหงซวี่กล่าวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะชี้ไปที่เซี่ยจือเฟย "นี่ลูกสาวอาเอง เซี่ยจือเฟย เธอเพิ่งเริ่มเข้ามาช่วยงานที่บริษัท เลยกำลังมองหาใครสักคนมาช่วยสอนเรื่องการบริหารงาน ลูกน่ะอายุมากกว่าน้องแถมยังบริหารบริษัทมานานหลายปี อาว่าลูกนี่แหละเหมาะที่สุด ฮ่าๆๆ"

เซี่ยจือเฟยจำได้ทันทีว่าชายคนนี้คือหลี่หงเยี่ยน บุตรชายคนโตของตระกูลหลี่ เป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงในวงสังคม เขาดูเป็นสุภาพบุรุษที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี อายุราวๆ สามสิบปี ไม่ใช่พวกลูกเศรษฐีรุ่นสองที่เอาแต่พึ่งพาใบบุญครอบครัว ความสามารถส่วนตัวของเขาก็โดดเด่นมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเซี่ยหงซวี่ถึงได้ชื่นชอบเขานัก

"สวัสดีค่ะ พี่หลี่" เซี่ยจือเฟยยิ้มทักทาย ก่อนจะหันไปบอกเซี่ยหงซวี่ "พ่อคะ เรานั่งลงคุยกันเถอะค่ะ"

"สวัสดีครับ" หลี่หงเยี่ยนยิ้มพลางพยักหน้ารับ แต่แล้วเขาก็ชะงักไปเมื่อเห็นเหวินปิงฮั่น "และนี่คือ...?"

"เธอเป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ" เซี่ยจือเฟยตอบ

หลี่หงเยี่ยนคาดเดาได้ทันทีว่าเซี่ยจือเฟยคงไม่อยากมานัดดูตัวกับเขานัก ถึงได้พาเพื่อนมาด้วย เขาจึงเล่นตามน้ำไปว่า "ในเมื่อคุณหนูเซี่ยอยากเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการบริหาร พอดีผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ด้านนี้ค่อนข้างมาก ไม่ทราบว่าเราจะเชิญเขามาจอยด้วยกันได้ไหมครับ"

เซี่ยจือเฟย: "แน่นอนค่ะ เชิญเลย เชิญเลย!"

เซี่ยหงซวี่: "??" นั่นมันแค่ข้ออ้าง ทำไมพวกเจ้าสองคนถึงจริงจังกันขนาดนั้นล่ะ?!

หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้ว หลี่หงเยี่ยนก็โทรหาเพื่อนของเขา ส่วนเซี่ยจือเฟยก็ได้รับข้อความจากจ้าวเสี่ยวจิ้งที่ชวนออกไปดื่ม เธอจึงแจ้งเพื่อนไปว่าตอนนี้กำลังติดนัดดูตัวอยู่

จ้าวเสี่ยวจิ้ง: "? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันต้องไปดูด้วยตาตัวเองให้ได้!"

เซี่ยจือเฟยไม่ได้ปฏิเสธ จ้าวเสี่ยวจิ้งน่ะเก่งเรื่องรับมือผู้ชายจะตายไป เธอคือผู้ช่วยชีวิตตัวจริงชัดๆ!

ดังนั้น ในเบื้องหน้า เซี่ยจือเฟยและหลี่หงเยี่ยนต่างคุยกันอย่างเป็นกันเองตามมารยาท แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังรอกำลังเสริมและตัวช่วยของตนเองอยู่

ไม่นานนัก คนรับใช้ก็แจ้งว่า "แขกมาถึงแล้วครับ"

ทุกคนหันไปมองและเห็นจ้าวเสี่ยวจิ้งที่แต่งกายสวยสง่าและเย้ายวนเดินเข้ามา "อาเฟย ฉันมาแล้ว—โอ๊ะ หลี่หงเยี่ยน? คุณมาทำอะไรที่นี่!"

เมื่อเห็นเธอ คิ้วของหลี่หงเยี่ยนก็กระตุกเล็กน้อย และเขาก็จ้องมองเธอเขม็ง

จ้าวเสี่ยวจิ้งสลัดท่าทางหยิ่งยโสทิ้งไปทันที เธอหยุดส่ายสะโพกและไม่กล้าแม้แต่จะหลิ่วตาใส่ใคร เธอแอบทำปากยื่นพลางทรุดตัวลงนั่งข้างเซี่ยจือเฟย

"คุณรู้จักเขาเหรอ" เซี่ยจือเฟยโน้มตัวไปกระซิบถาม

"ฉันเคยพยายามอ่อยเขาแล้วน่ะสิ แต่เขาเป็นคนเดียวที่ฉันทำไม่สำเร็จ" จ้าวเสี่ยวจิ้งส่งสายตาไม่พอใจไปทางหลี่หงเยี่ยน

เซี่ยจือเฟยอยากจะหัวเราะแต่ต้องกลั้นไว้ ก่อนจะแอบส่งข่าวนี้ให้เหวินปิงฮั่นรู้ จากนั้นทั้งสองก็แอบกลั้นขำไปพร้อมๆ กัน

จ้าวเสี่ยวจิ้ง: "..." ฉันนั่งอยู่ข้างพวกเธอนะ!

เพื่อนสาวที่ตั้งใจมาดูเรื่องขบขันของเพื่อน กลับต้องมาถูกเพื่อนและเพื่อนใหม่ของเพื่อน (?) หัวเราะเยาะเสียเอง จ้าวเสี่ยวจิ้งได้แต่พ่นลมหายใจขึ้นจมูก

เซี่ยหงซวี่กล่าวต้อนรับจ้าวเสี่ยวจิ้งสั้นๆ และพยายามดำเนินรายการนัดดูตัวต่อ โดยพยายามหาหัวข้อสนทนาใหม่ให้พระนางทั้งสองอย่างน่ากระอักกระอ่วน ทว่ายังคุยไปได้ไม่เท่าไหร่ คนรับใช้ก็วิ่งเข้ามาแจ้งอีกครั้ง "ท่านเจ้าสัวครับ มีแขกมาเพิ่มอีกแล้วครับ"

ชายคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามา "จ้าวเสี่ยวจิ้ง!"

ทุกคนหันไปมองและเห็นหลี่เฟิงที่เดินตรงเข้าหาจ้าวเสี่ยวจิ้งด้วยสีหน้าโกรธจัด "บอกเหตุผลมาอีกข้อสิ!"

"รู้ว่ารีบ แต่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ มานั่งลงคุยกันช้าๆ เถอะค่ะ" จ้าวเสี่ยวจิ้งขยิบตาให้เขาพัลวัน เป็นสัญญาณบอกว่าเซี่ยหงซวี่ยังอยู่ที่นี่ เพื่อให้เขารักษาหน้าและไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย

หลี่เฟิงเหลือบมองเซี่ยหงซวี่ อารมณ์ฉุนเฉียวของเขาจึงสงบลงบ้าง หลังจากทักทายผู้อาวุโสแล้วเขาก็นั่งลงข้างๆ จ้าวเสี่ยวจิ้ง

เซี่ยหงซวี่เพิ่งจะได้ทำความรู้จักกับหลี่เฟิงได้ไม่ทันไร คนรับใช้ก็วิ่งเข้ามาประกาศอีกครั้ง "ท่านเจ้าสัวครับ แขกมากันเพิ่มอีกแล้วครับ"

"ใครมาอีกล่ะ" เซี่ยหงซวี่เพิ่งจะพูดจบ พอหันไปก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี เขายิ้มออกมา "คุณชายน้อยกู้? อะไรลมอะไรหอบลูกมาที่นี่ล่ะ"

"ผมเป็นคนเรียกเขามาเองครับ จือจางเดิมทีเป็นลูกค้าของผม ต่อมาเลยกลายเป็นเพื่อนกัน" หลี่หงเยี่ยนกล่าว

สายตาของกู้จือจางจับจ้องไปที่เหวินปิงฮั่นเป็นอันดับแรก ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็ทักทายคนอื่นๆ และนั่งลงข้างๆ เหวินปิงฮั่นอย่างเป็นธรรมชาติ

ในเวลาเดียวกัน มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเขาในท่าทางเป็นงานเป็นการ เธอคือฟางหนิงซู เลขานุการส่วนตัวของเขานั่นเอง

เซี่ยจือเฟย: นัดดูตัวที่ควรจะราบรื่น ไฉนจู่ๆ ถึงกลายเป็นสนามรบไปได้ล่ะเนี่ย?!

"ไหนบอกว่าทำงานล่วงเวลาไงครับ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้" กู้จือจางหันไปกระซิบถามเหวินปิงฮั่นเบาๆ

"ฉันทำงานล่วงเวลาให้ท่านประธานเซี่ยค่ะ" เหวินปิงฮั่นจงใจรักษาระยะห่าง โดยเอียงศีรษะไปทางเซี่ยจือเฟยเล็กน้อย

จังหวะนั้นเอง เซี่ยจือเฟยก็สะกิดเธอ เธอจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้และได้ยินเซี่ยจือเฟยกระซิบที่ข้างหูด้วยท่าทางซุกซน "เขาถามพี่แบบนั้นตลอดเลย พี่คงจะเหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ"

เหวินปิงฮั่น: "..."

เซี่ยจือเฟยยังคงร่ายคำพูดจีบปากจีบคอต่อไป "อย่าไปโกรธเขาเลยค่ะ เขาแค่เชื่อว่าพี่จะตกหลุมรักเขาเข้าสักวัน เนื้อแท้เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอกนะคะ~ ถ้าฉันเป็นเขา ฉันก็คงตกหลุมรักผู้หญิงแบบพี่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายจังที่ไม่มีใครชอบฉันเลยสักคน~"

"..."

จบบทที่ บทที่ 24 เล่ห์เหลี่ยมสาวใช้และนัดบอดอลหม่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว