เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 74 : ทำตัวสำส่อน !

ตอนที่ 74 : ทำตัวสำส่อน !

ตอนที่ 74 : ทำตัวสำส่อน !


ตอนที่ 74 : ทำตัวสำส่อน !

เมื่อหยางห้าวหรานถอดกางเกงออกมา หมอก็นั่งยอง ๆ ไปตรวจอาการ จากนั้นหมอก็ต้องขนลุก

“นักเรียน นายเป็นหูดอาการหนักเลย นายเคยทำตัวสำส่อนมาก่อนรึเปล่า ?”

“ไม่เคยเลย !” หยางห้าวหรานกัดฟันแน่น ทว่าในหัวเขาอดที่จะนึกเรื่องอย่างว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ได้

เพราะเขาปลุกพลังอาชีพระดับ A ขึ้นมาได้ เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเข้าหาเขา มีหลายคนเสนอพาเขาไปเที่ยว

มีคนหนึ่งพาเขาไปที่เลาจ์และเรียกผู้หญิงเป็นสิบคนมาดูแลเขา

ทว่าตอนนั้นผู้จัดการร้านบอกว่าเด็ก ๆ ตรวจโรคทุกเดือนอยู่แล้ว ปลอดภัยหายห่วง

แล้วมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ?

หยางห้าวหรานถามขึ้นมา “หูดเหรอ มันร้ายแรงรึเปล่า ?”

“หูดไม่ได้ร้ายแรง แค่ใช้เลเซอร์จี้ก็หายได้ ด้วยร่างกายของผู้ปลุกพลัง มันจะฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว แต่....”  หมอผงะถอยกลับมาสองก้าว เขาเอาถุงมือจากลิ้นชักออกมาสวม “นายลองดูเองสิ”

หลังจากที่พูดจบ หมอก็เอากระจกด้านหลังมาส่องไอ้จ้อนของหยางห้าวหราน

“มะ...เป็นไปได้ยังไงกัน !”

เขาเห็นในกระจกว่ามันมีชั้นเมือกเกาะอยู่ทั่วไอ้จ้อนของเขา ที่ต้นขาด้านข้างก็เต็มไปด้วยตุ่มเล็ก ๆ หมอพูดพร้อมกับขยับถอยห่างออกมา “ค่อนข้างหนักเลย หันกลับไปสิ...”

หยางห้าวหรานทำตามที่หมอบอก เขารีบหันกลับไปและโก่งตัวลง

“แม้แต่ด้านหลัง.....”

ด้านหลังมันดูร้ายแรงกว่า

“นี่มันโตถึงข้างในแล้ว ทำไมนายไม่รีบมาหาหมอตั้งแต่เนิ่น ๆ หูดนี่ยังใช้เลเซอร์สะกิดออกได้ ถ้าเป็นหนักต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอามันออก !”

“บัดซบ !” หยางห้าวหรานสถบออกมา เขานึกถึงการต่อสู้ในเวทีประลองก่อนหน้านี้

“หมอ ผมไมได้สำส่อน เมื่อวานนี้ผมยังสบายดีอยู่เลย มันเป็นฝีมือของไอ้หลินลั่ว สกิลของเขาทำให้ผม....ตกอยู่ในสภาพนี้”

สายตาของหมอแสดงความตะลึงออกมา ทว่าเขาก็ยังพูดขึ้น “อ่ะ ใช่ ใช่ ฉันเข้าใจแล้ว นายกลับไปตรวจเลือดก่อน ฉันจะเตรียมการผ่าตัดให้”

“ถ้าไม่รีบรักษา มันก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้เป็นมะเร็งได้เลย...”

“หือ ?” หยางห้าวหรานกลัวขึ้นมา

ในยุคนี้ด้วยการปรากฏตัวของผู้ปลุกพลัง ร่างกายของผู้คนจึงพัฒนาขึ้นจากเดิมไม่รู้กี่เท่า ทว่าพลังของไวรัสและแบคทีเรียเองก็พัฒนาขึ้นไปตามเหมือนกัน ผู้ปลุกพลังบางคนอาจจะไม่ป่วยเลย ทว่าหากป่วยขึ้นมา พวกเขาอาจจะเป็นโรคร้ายแรงเลยก็ได้

มะเร็งคือหนึ่งในนั้น

“ก็ได้ ผมจะไปตรวจเลือด... ” หยางห้าวหรานถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ “หมอทำการผ่าตัดเลยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องตรวจเลือดด้วย ?”

“เพราะหูดนั้นเกิดขึ้นจากการทำตัวสำส่อน” หมออธิบายออกมา “ต้องตรวจเลือดกว่า 10 รอบเพื่อดูว่าเป็นซิฟิลิสรึเอดส์รึเปล่า....หมอจะได้ระวังกับการผ่าตัดด้วย  !”

หยางห้าวหรานพูดขึ้น “มันเป็นฝีมือของไอ้บัดซบหลินลั่ว...”

“อ่ะ ใช่ ใช่ เข้าใจแล้ว...” หมอรีบออกปากกล่อมและเอาหลอดใส่เลือดออกมา “ไม่ต้องห่วง นักเรียน เราจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ฉันรับรองได้ว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้”

“อีกอย่างแล้วเครื่องตรวจเลือดของโรงพยาบาลเรานั้นตรวจร่างกายได้....เสร็จใน 5 นาที” หมอยังคงบ่นออกมา แต่หยางห้าวหรานรู้สึกคันไปทั้งตัว

“นายคันเหรอ ?”

“เอ่อ มันก็...”

“เดี๋ยวนะ...หมอขอตรวจอีกรอบ”

“นายเหมือนจะมีโอกาสเป็นซิฟิลิส.....ด้วย”

หยางห้าวหรานพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “หูดกับซิฟิลิสมันคืออะไร มันคือโรคร้ายแรงรึเปล่า ?”

เขารู้จักโรคพวกนี้ แต่เขาไม่รู้รายละเอียดของมัน

“หูดกับซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่หูดนั้นเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย  ซิฟิลิสเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส”

“ต้นเหตุของโรคมันต่างกัน ผลการแสดงออกที่ภายนอกร่างกายก็ต่างกันด้วย ผลกระทบจึงต่างกันไป”

“หูดกับซิฟิลิสในระยะ 2 นั้นรักษาได้ง่าย ตราบใดที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและทำตัวดี ๆ มันก็รักษาได้”

“น่าจะรักษาได้ ?”

“มันใช่แค่ร่างกายภายนอกเท่านั้น ตราบใดที่รักษาร่างกายให้แข็งแรงและมีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่ง งั้นก็จะไม่เป็นอะไร”

“แต่หากบาดเจ็บ รึว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายบกพร่อง งั้น....” หมออธิบายอออกมา

“ว่าไงนะ ?”

“เอาล่ะ ถึงตอนนั้นฉันจะดูให้....ละกัน”

หมอหันไปเตรียมเครื่องมือและดูผลการทดสอบ ทว่าหลังจากที่ดูผลการทดสอบแล้ว สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป

“หมอ หมอ....”

“หือ ?” หมอรีบดีดตัวลุกขึ้นและพูดขึ้นมา “นายรอที่นี่ก่อน....”

หมอถอยกลับมาสองก้าวและฉีดเสปรย์ฆ่าเชื้อทั่วทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนมือและจมูก จากนั้นเขาก็เอาหน้ากากอนามัยออกมาสวม ก่อนจะเดินกลับไปนั่งตรงหน้าหยางห้าวหราน

เมื่อเห็นท่าทีของหมอ หยางห้าวหรานก็สีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที

“นักเรียน ด้วยอาการของนายตอนนี้ นายน่าจะเรียกพ่อแม่มาด้วย”

“ว่าไงนะ ?”

“หูด บางทีอาจจะเสี่ยงเป็นมะเร็ง นายมีหนองใน, ซิฟิลิสด้วย บอกตามตรงมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาได้”

“นักเรียน ฟังหมออยู่รึเปล่า ? นักเรียน นักเรียน...”

ที่สนามประลองที่ 2

ตงฟางเหอยังคงสู้กับเจิ้งหยางฟ่าน

ลมก่อตัวขึ้นมาตรงหน้าตงฟางเหอตรึงร่างของเขาเอาไว้

[ พันธนาการลม ] !

ที่มุมของลานประลอง เจิ้งหยางฟ่านในชุดเขียวสะบัดคทาในมือพร้อมพายุอีกลูกก่อตัวขึ้นมาตรงหน้า ทำให้ร่างกายของเขาเบาขึ้นเรื่อย ๆ

ความเร็วเขาพุ่งทะยานขึ้นมา

สายตาของตงฟางเหอเย็นชาดังเดิม แค่พลิกหอกมังกรทองในมือ เขาก็ทำลายลมที่ตรึงร่างเขาได้

“เจิ้งหยางฟ่าน ? ฉันแนะนำให้แกยอมแพ้ซะ...”

เจิ้งหยางฟ่านยิ้มออกมา “อยากให้ฉันยอมแพ้เหรอ จะง่ายแบบนั้นได้ยังไง ? ฉันเองก็อยากจะลองเหมือนกันว่าอัศวินมังกรน่ะแกร่งแค่ไหน”

“ใช่สิ แล้วมังกรนายล่ะ ?”

“แกน่ะเหรอ ? แกไม่คู่ควรให้ฉันเรียกมังกรออกมาหรอก  !”

“มังกร ? มังกรไฟของแกที่อึราดน่ะเหรอ ?”

“หาที่ตาย !”

สายตาของตงฟางเหอสะท้อนความโกรธออกมา หอกมังกรทองในมือมีเปลวไฟสีทองลุกไหม้ เขาพุ่งเข้าหาเจิ้งหยางฟ่าน

แสงสีฟ้าส่องประกายขึ้นมาบนตัวเจิ้งหยางฟ่าน พายุได้พัดพาตัวเขาไปยังมุมของสนามประลอง

ในเวลาเดียวกันก็มีลมจำนวนมากรวมตัวที่คทาเปลี่ยนเป็นใบมีดลมพุ่งเข้าหาตงฟางเหอ

ตูม ตูม ตูม....

ตงฟางเหอสะบัดหอกไปมาทำลายใบมีดลมที่พุ่งเข้ามาโจมตี ทว่าเขาก็ไม่อาจจะตามเจิ้งหยางฟ่านได้ทัน

“แกเก่งแต่หนีงั้นเหรอ ?”

เจิ้งหยางฟ่านตะโกนตอบกลับ “ฉันแค่ลอยไปเหมือนว่าว เร็วเข้า รีบเรียกมังกรนายมาสิ ไม่งั้นแล้วนายตามฉันไม่ทันหรอก !”

“ฉันบอกไปแล้วว่าแกไม่คู่ควร !” ตงฟางเหอฮึดฮัดออกมา เขาพุ่งหอกในมือออกไปพร้อมแสงสีทองที่ส่องประกายแทบจะเปลี่ยนหอกเป็นคบไฟ

“ปลดปล่อยจิตวิญญาณนักสู้ !” เจิ้งหยางฟ่านแปลกใจ ทว่าหอกทองนั้นพุ่งมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว

“หลบไม่ทัน !” นัยน์ตาของเจิ้งหยางฟ่านหดลง จี้หยกบนตัวเขาโดนทำลายพร้อมสายลมที่รวมตัวกันอยู่ตรงหน้าแทบจะก่อตัวเป็นพายุ

“ปัง....”

หอกอัดเข้ากับพายุ โชคดีที่พายุทำให้หอกเปลี่ยนทิศทาง แทงเข้าที่พื้นที่ข้าง ๆ เจิ้งหยางฟ่านแทนจนทำให้เกิดรูขนาดใหญ่ขึ้นที่พื้น

เจิ้งหยางฟ่านรีบคลานออกมาจากหลุมนั้นด้วยสภาพน่าอดสู  ตอนนั้นตงฟางเหอก็รีบพุ่งเข้ามาต่อยเจิ้งหยางฟ่าน

ปัง !

โล่ลมก่อตัวขึ้นกันหมัดของตงฟางเหอ ในเวลาเดียวกันเจิ้งหยางฟ่านก็หัวกระแทกพื้นไปด้วย

“บ้าเอ้ย” เขากัดฟันใช้เท้าถีบพื้นเพื่อจะหนีออกจากที่นั่น แต่กลับมีหอกแทงเข้าใส่เขาอีกครั้ง

“ยอมแพ้ ! ฉันยอมแพ้ !”

“...”

โล่ป้องกันสีเหลืองปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเจิ้งหยางฟ่าน

ปัง !

หอกเกือบแทงทะลุโล่ป้องกันนี้ได้ คนดูแลเวทีที่อยู่ข้าง ๆ รีบส่งพลังให้กับโล่ป้องกันเพิ่มทันที

“ตงฟางเหอ หยุด !”

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ตงฟางเหอถึงได้ดึงหอกกลับมา

กรรมการมองไปที่เจิ้งหยางฟ่านและประกาศออกมา “ผู้ชนะ ตงฟางเหอ !”

ตงฟางเหอมองไปที่เวทีประลองที่ 1 ข้าง ๆ พร้อมคิ้วที่ขมวด

“คนอื่นล่ะ ? จบแล้วเหรอ ? หยางห้าวหราน....”

ที่เวทีประลองที่ 3

เฉินผิงอันยกมือขึ้นพร้อมดาบด้านหลังที่แยกตัวออกเป็นดาบกว่า 10 เล่มพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้

[ ดาบเงา ] !

ตูม !

คู่ต่อสู้เป็นนักฆ่าในชุดสีดำ ร่างของเขากระพริบ ทิ้งร่างเงาไว้หลายร่างและพุ่งเข้าใส่เฉินผิงอัน

ทว่าไม่ว่าเขาจะวิ่งไปทางไหนก็จะมีดาบเงารอเขาอยู่ ดาบเงาเหล่านี้ทำให้หลุมเป็นพื้นจนทำให้เขาต้องถอยกลับออกไป

ถึงเขาจะใช้ร่างเงาแยกร่างเป็น 3 ร่างพุ่งเข้าหาเฉินผิงอัน ทว่าร่างเงาเหล่านี้ก็ยังถูกทำลายได้โดยง่าย

เขาทนได้ไม่กี่นาทีก่อนที่เขาจะถอยกลับออกมา สุดท้ายเขาก็ยอมใช้ไอเท็มล้ำค่าเดินทางผ่านระยะทางกว่า 10 ม.โผล่มาตรงหน้าเฉินผิงอัน

ก่อนที่เขาจะลงมือ เฉินผิงอันก็ใช้ดาบแทงออกมา เขาไม่อาจจะหลบได้ และได้แต่ต้องตะโกนขอยอมแพ้

“ยอมแพ้ !”

เฉินผิงอันดึงมือกลับพร้อมดาบยาวที่ลอยกลับมา การกระทำนี้ทำให้ผู้คนพากันส่งเสียงเชียร์

ในเวทีประลองที่ 5 มู่หรงเสวี่ยเหินนั้นเผชิญหน้ากับผู้หญิงในชุดแดง

“หลี่เหมย ? ยอมแพ้ได้สักที !”

จบบทที่ ตอนที่ 74 : ทำตัวสำส่อน !

คัดลอกลิงก์แล้ว