- หน้าแรก
- พลังลับฉบับคีย์เวิร์ด
- บทที่ 21 - กิจวัตรประจำวันของยันเดเระ
บทที่ 21 - กิจวัตรประจำวันของยันเดเระ
บทที่ 21 - กิจวัตรประจำวันของยันเดเระ
บทที่ 21 - กิจวัตรประจำวันของยันเดเระ
༺༻
ไม่รู้ว่าเฝิงซื่ออี้ไปกล่อมเฝิงอวิ๋นเจี๋ยมาท่าไหน พอได้เจอกับหวังซันอีกครั้ง เขาก็สามารถรักษาความสงบไว้ได้แล้ว ไม่ถึงกับตัวสั่นเทาเหมือนเดิม แต่ยามที่เดินไปกับหวังซัน มือของเขายังคงกุมด้ามกระบี่ไว้แน่นตลอดเวลา ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเขายังคงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริงๆ!
หลังจากถูกตู้เก๋อเตือน หวังซันก็สำรวมขึ้นมาก ไม่แสดงความรักต่อเฝิงอวิ๋นเจี๋ยอย่างโจ่งแจ้งอีก
เขาเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทน
เขาจะแอบเก็บสะสมของใช้ส่วนตัวของเฝิงอวิ๋นเจี๋ย เส้นผมที่ร่วงหล่น หรืออะไรทำนองนั้น บางครั้งก็จะแอบไปหลบอยู่ตามมุมห้อง จ้องมองสิ่งของของเฝิงอวิ๋นเจี๋ยด้วยความลุ่มหลง พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ "เคียะๆ" ที่ดูพิลึกออกมา
เขาจะคอยข่มขู่พนักงานร้านหรือคนรับใช้ทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดเฝิงอวิ๋นเจี๋ย เพื่อให้พวกเขาอยู่ห่างจาก "คุณชายพี่ชาย" ของเขา และเขายังเริ่มกางกระดาษวาดรูป วาดภาพตัวเองกับเฝิงอวิ๋นเจี๋ยอยู่ด้วยกัน
ทว่า ฝีมือการวาดรูปของหวังซันนั้นแย่มาก ทำได้เพียงวาดโครงร่างจางๆ ออกมาเท่านั้น เขาจึงต้องเขียนชื่อกำกับไว้บนภาพแทน และเขียนข้อความประหลาดๆ ลงไป เช่น "เพื่อคุณชายพี่ชาย ผมยอมแลกได้ทุกอย่าง" "ใครที่กล้าทำร้ายคุณชายพี่ชาย มันต้องตาย" "มองมาที่ผม มองมาที่ผม อย่าไปมองคนอื่น" อะไรทำนองนี้
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยบังเอิญไปเห็นข้อความในรูปวาดของหวังซันเข้า แทบจะเสียสติในทันที เขารีบมาหาตู้เก๋อด้วยดวงตาที่แดงก่ำ "ท่านเฝิงชี ผมทนไม่ไหวแล้ว ส่งเขากลับตระกูลเฝิงไปเถอะ! ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผมกลัวว่าผมจะหักห้ามใจไม่ให้ฆ่าเขาไม่ไหว..."
"คุณชายสาม ท่านต้องอดทนไว้หน่อย หวังซันยังมีประโยชน์มาก อาของท่านไม่ได้ส่งคนไปหาผู้หญิงที่เหมาะสมมาให้เขาแล้วเหรอ?" ตู้เก๋อกล่าว "รอจนหาผู้หญิงที่เหมาะสมได้ ท่านก็จะหลุดพ้นแล้วล่ะ"
เฝิงซื่ออี้ได้ส่งจางหันกลับไปยังตระกูลเฝิงเพื่อช่วยหาผู้หญิงมาให้หวังซันแล้ว
พลังทำลายล้างของหวังซันนั้นรุนแรงเกินไป ขนาดเฝิงอวิ๋นเจี๋ยยังกลัวจนเสียทรงขนาดนี้ ถ้าหาผู้หญิงส่งเดชมาให้ วันสองวันคงได้เสียสติกันพอดี การปล่อยให้คนแบบนี้อยู่ในทีมจะกลายเป็นภาระเปล่าๆ ดังนั้นต้องหาคนที่สามารถควบคุมหวังซันได้ มีความจงรักภักดีต่อตระกูลเฝิง และต้องช่วยเหลือทีมได้ด้วย เมื่อพิจารณาดูแล้ว ศิษย์สตรีสายตรงของตระกูลเฝิงจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
"คุณชายสาม ท่านไม่พิจารณาเรื่องการปกป้องของหวังซันจริงๆ เหรอ?" ตู้เก๋อถาม
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยส่ายหัวอย่างเอาเป็นเอาตาย "ท่านเฝิงชี มีท่านแค่คนเดียวผมก็พอแล้วครับ"
"เฮ้อ!" ตู้เก๋อถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย "คุณชายสาม ท่านไม่รู้จริงๆ ว่าท่านกำลังสูญเสียอะไรไป"
"ถือเสียว่าผมไม่มีบุญวาสนาพอจะรับมันไว้ก็แล้วกันครับ!" เฝิงอวิ๋นเจี๋ยเอ่ย "ท่านเฝิงชี ท่านช่วยคุยกับหวังซันหน่อยได้ไหม อย่าให้เขาทำเรื่องพวกนั้นเลย ต่อให้ต้องเติบโต ก็คงไม่ต่างกันแค่แค่วันสองวันหรอกมั้งครับ!"
"สำหรับเทวมารแล้ว การเติบโตต้องแก่งแย่งแข่งขันกันทุกลมหายใจ พวกเราต้องรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของทีม ข้าไม่สามารถรับปากตามคำขอของท่านได้" ตู้เก๋อส่ายหน้า "คุณชายสาม เขายังไม่ได้ทำร้ายท่านจริงๆ เสียหน่อย ท่านก็คิดเสียว่ามองไม่เห็นก็สิ้นเรื่อง"
"มันโผล่ออกมาเหมือนผี ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ผมจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นได้ยังไง?" เฝิงอวิ๋นเจี๋ยแผดเสียงอย่างคนคุมสติไม่อยู่ ก่อนที่น้ำเสียงจะอ่อนลง "ท่านเฝิงชี ผมขอร้องล่ะครับ ให้เขาสงบลงหน่อยเถอะ แค่วันเดียวก็ได้ พรุ่งนี้ท่านพ่อก็น่าจะส่งศิษย์น้องมาให้เขาแล้ว..."
ท่านเป็นคนนะ
แล้วศิษย์น้องของท่านไม่ใช่คนเหรอ?
ตระกูลเฝิงของพวกท่านนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ เลยนะ!
ในอนาคตถ้าข้าจะแทงข้างหลังพวกท่าน ก็คงไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด!
แต่ตอนนี้พวกเขายังมีประโยชน์อยู่ ทันใดนั้น หูของตู้เก๋อก็ขยับเล็กน้อย เขาเหลือบมองไปที่ประตูอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง "คุณชายสาม หวังซันต้องรีบเติบโตให้เร็วที่สุด ท่านเคยคิดบ้างไหมว่า วันหนึ่งเมื่อความยันเดเระของเขาพุ่งเป้าไปที่ศัตรู พวกเขาก็จะเกิดความหวาดกลัวเหมือนกับที่ท่านรู้สึก ท่านฝึกยุทธมาหลายปี ย่อมต้องรู้ดีว่าในการประลอง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความหวาดกลัวขึ้นมากะทันหัน ผลลัพธ์จะเป็นยังไง?"
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยจินตนาการภาพตัวเองตอนกำลังประลอง แล้วจู่ๆ หวังซันก็โผล่พรวดออกมาจากด้านข้าง ทันใดนั้นเขาก็เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว
"ทีนี้รู้ถึงความสำคัญของหวังซันหรือยัง?" ตู้เก๋อยิ้ม "คุณชายสาม ไม่ว่ากองกำลังรักษาสันติภาพแนวหน้าจะไปกวาดล้างอิทธิพลมืด หรืออีกครึ่งปีในการประลองของตระกูลเฉียว การมีหวังซันอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ ผลลัพธ์อาจจะต่างกันราวฟ้ากับเหว ตอนนี้ท่านยังคิดว่าหวังซันไม่จำเป็นต้องฝึกฝนความสามารถของเขาอีกไหม? ยังอยากจะส่งเขากลับตระกูลเฝิงอยู่หรือเปล่า?"
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยส่ายหน้า
ความปรารถนาต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเฉียวได้กดทับความหวาดกลัวต่อหวังซันไว้ชั่วคราว เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า "ท่านเฝิงชี ความหวาดกลัวที่ผมมีต่อหวังซันจะไม่ได้คงอยู่ตลอดไปใช่ไหมครับ?"
"แน่นอน" ตู้เก๋อพยักหน้า โดยไม่ได้บอกว่า "แน่นอนว่าจะอยู่ตลอดไป" หรือ "แน่นอนว่าไม่อยู่ตลอดไป"
"ค่อยยังชั่วครับ" เฝิงอวิ๋นเจี๋ยถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางอุทานว่า "นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าไม่มีเทวมารคนไหนที่ไร้ประโยชน์เลย เดี๋ยวสองวันนี้ผมจะหลบๆ เขาหน่อยก็แล้วกัน"
"คุณชายสาม ที่จริงไม่จำเป็นต้องหลบเขาหรอกนะ" ตู้เก๋อกล่าว "การรักษาจิตวิญญาณที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง คือคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนักสู้ที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุด ทำไมท่านไม่ลองเผชิญหน้ากับความหวาดกลัว แล้วเอาชนะมันดูล่ะ? เมื่อท่านชนะความหวาดกลัวในใจตัวเองได้แล้ว ความสำเร็จในอนาคตของท่านจะไร้ขีดจำกัดแน่นอน"
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยชะงักไป ประหนึ่งมีน้ำทิพย์มาชโลมใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพตู้เก๋ออย่างนอบน้อม "ขอบคุณท่านเฝิงชีที่ช่วยชี้แนะแนวทาง อวิ๋นเจี๋ยขอน้อมรับคำสอนครับ"
ที่นอกประตู
เฝิงซื่ออี้ที่แอบฟังอยู่นานมีสีหน้าครุ่นคิด จากนั้นเขาก็ไม่ได้รบกวนตู้เก๋อในห้อง แต่เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
สาเหตุที่เขามาหาตู้เก๋อก็เพราะเรื่องของหวังซันเหมือนกัน เฝิงซื่ออี้รู้สึกว่าหวังซันที่ดูผิดปกตินั้นส่งผลกระทบต่อเฝิงอวิ๋นเจี๋ยมากเกินไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจจะสร้างปมด้อยไว้ในใจของเฝิงอวิ๋นเจี๋ยได้ ซึ่งนั่นเป็นผลเสียอย่างมากต่อการเติบโตของนักสู้
แต่ตอนนี้ หลังจากแอบฟังบทสนทนาของตู้เก๋อกับเฝิงอวิ๋นเจี๋ยแล้ว เขาก็เปลี่ยนใจ เฝิงอวิ๋นเจี๋ยมีชีวิตที่ราบรื่นเกินไป บางทีการทิ้งหวังซันไว้ อาจจะเป็นการเคี่ยวกรำที่ดีสำหรับเขาจริงๆ
และอีกอย่าง
เฝิงซื่ออี้ยังมั่นใจในอีกเรื่องหนึ่ง คือตู้เก๋อคอยรักษาผลประโยชน์ของตระกูลเฝิงอยู่ตลอดเวลาจริงๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะการเข้ามาของหวังซัน แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว
......
เฝิงอวิ๋นเจี๋ยจากไป
ตู้เก๋อฝึกฝนวรยุทธต่อไป เขากำลังรอให้คนของตระกูลเฝิงค้นหาว่าในเมืองหลูหยางจะมีผู้เข้าแข่งขันคนอื่นหลุดเข้ามาในสนามจำลองอีกไหม
การปรากฏตัวของหวังซันทำให้เขาเห็นรูปแบบการต่อสู้ใหม่ๆ หากสามารถหาผู้เล่นใหม่เจอ และโน้มน้าวให้พวกเขามาร่วมทีมได้ แผนการขั้นต่อไปของเขาก็จะราบรื่นขึ้นมาก
เรื่องการไปเยี่ยมเยียนพรรคฝ่ามือเหล็กนั้น ตู้เก๋อไม่ได้รีบร้อน ทั้งหมดนั่นก็แค่เรื่องที่เอาไว้หลอกตระกูลเฝิง เพื่อให้พวกเขาลดความระวังตัวลงเท่านั้น
แน่นอนว่า ถ้าเขามีเพียงคำสำคัญเดียวคือ "ปกป้อง" แผนการทั้งหมดก็คงจะเป็นเรื่องจริง เขาจะปกป้องตระกูลเฝิงอย่างสุดความสามารถและค่อยๆ เติบโตขึ้น
เพราะสำหรับคำสำคัญ "ปกป้อง" แล้ว การเปลี่ยนเจ้านายเท่ากับการทรยศ ซึ่งจะส่งผลให้คุณสมบัติส่วนบุคคลลดลงอย่างมหาศาล เหมือนหวังซันที่ไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมแม้จะถูกข่มขู่ก็ตาม
ตู้เก๋อเองก็รับผลกระทบแบบนั้นไม่ไหวเหมือนกัน แต่เขายังมีคำสำคัญ "แทงข้างหลัง" อยู่ ดังนั้น การปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลระดับสามอย่างตระกูลเฝิงจึงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
อย่างไรเสีย การทรยศพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่มีความสูญเสีย แต่ยังจะได้รับผลตอบแทนมหาศาลอีกด้วย
ปกป้อง — เปลี่ยนงาน — ปกป้องอีกครั้ง — เปลี่ยนงานอีกครั้ง —
การรักษาวัฏจักรนี้ไว้ต่างหาก คือทางเลือกที่ดีที่สุดในการเติบโตของเขา
ต่อให้ต้องสร้างกองกำลังรักษาสันติภาพแนวหน้าจริงๆ ก็ไม่ควรจะเป็นตระกูลเฝิงที่ไร้พลังอำนาจแบบนี้ ต้องเป็นหนึ่งในสามสำนักห้าพรรคใหญ่ถึงจะถูก เมื่อสามารถหาผู้ลงทุนรายใหญ่กว่าได้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเดินต้วมเตี้ยมตามรอยเท้าเดิมไปเรื่อยๆ!
พรรคฝ่ามือเหล็กที่มีระดับสูงกว่าตระกูลเฝิงหนึ่งขั้น คือเจ้านายคนที่สองที่ตู้เก๋อเลือกไว้แล้ว
ทว่า
ชิวหยวนหล่าง เจ้าสำนักพรรคฝ่ามือเหล็กจัดเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้า แถมยังมีลูกสมุนและศิษย์มากมาย หากยังไม่มีความมั่นใจว่าจะถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย เขาก็จะไม่ไปเสี่ยงแน่นอน
อย่างน้อยเขาต้องรวบรวมทีมของตัวเองขึ้นมาให้ได้ก่อน เพื่อให้ชิวหยวนหล่างได้เห็นถึงพลังของเทวมาร ถึงตอนที่เขาจะเปลี่ยนงานอีกครั้ง มันจะได้มีพลังในการโน้มน้าว
ในปัจจุบัน
ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตู้เก๋อก็คือผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ในสนามจำลอง
ตอนที่ออกมาจากตระกูลเฝิง เขายังรู้สึกว่าหนทางยังอีกยาวไกล มีเวลาให้เขาเติบโตอีกเหลือเฟือ แต่ความยันอันน่าหวาดกลัวของหวังซัน ทำให้เขารู้สึกถึงวิกฤตอีกครั้ง...
༺༻