- หน้าแรก
- เมื่อผมขอศิษย์พี่หญิงบำเพ็ญคู่สองชั่วโมง ด้วยหินวิญญาณเพียงห้าสิบก้อน
- บทที่ 32 ศิษย์พี่หญิงช่างว่าง่ายจริงๆ
บทที่ 32 ศิษย์พี่หญิงช่างว่าง่ายจริงๆ
บทที่ 32 ศิษย์พี่หญิงช่างว่าง่ายจริงๆ
หูหมิ่นเองก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองกินหญ้าเข้าไปกี่ต้น ในตอนที่นางรู้สึกเหมือนกำลังจะหน้ามืดเป็นลม จู่ๆ ร่างกายก็เบาหวิว ราวกับภูเขาที่กดทับอยู่ถูกยกออกไป
หลี่ชวนลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยว่า "ศิษย์พี่เอ๋ย แค่กินของแค่นี้ก็ทำเอาตัวเองเกือบจะเป็นลม ร่างกายศิษย์พี่นี่อ่อนแอเกินไปแล้วนะ ต้องหมั่นออกกำลังกายให้มากกว่านี้สิ"
ได้ยินคำพูดนี้ของหลี่ชวน น้ำตาแห่งความน้อยใจของหูหมิ่นก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง
ที่นางจะเป็นลมมันเป็นเพราะกินหญ้าหรือไง!!
แต่ด้วยบทเรียนจากฝ่ามือสองฉาดเมื่อครู่ นางจึงไม่กล้าที่จะไม่ตอบรับหลี่ชวน รีบละล่ำละลักว่า "ศิษย์น้องสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว กลับไปศิษย์พี่จะหมั่นออกกำลังกายให้จงหนัก"
หลี่ชวนเดินเลี่ยงไปอีกทาง แล้วก็นั่งยองๆ ลง หูหมิ่นเห็นดังนั้นก็สะดุ้งโหยง นึกว่าหลี่ชวนจะป้อนหญ้าให้นางกินอีก
กลับได้ยินหลี่ชวนพูดว่า "โลกใบเล็กที่เพิ่งค้นพบใหม่แบบนี้ดีจริงๆ ไปทางไหนก็เจอแต่หญ้าวิญญาณ เจอแต่หินวิญญาณทั้งนั้น"
ที่แท้เขาก็เจอหญ้าวิญญาณอีกแล้ว หูหมิ่นถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อเห็นหลี่ชวนหันหลังให้ นางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
นางเรียกกระบี่บินออกมาอย่างไม่ลังเล หวังจะเหยียบกระบี่หนีไปให้พ้นๆ
ยันต์เร่งความเร็วถูกบีบจนแหลกละเอียดคามือ นางมั่นใจว่าด้วยความเร็วจากยันต์เร่งความเร็ว หลี่ชวนไม่มีทางตามนางทันแน่
ทว่า ยันต์เพิ่งจะถูกใช้งาน เสียงของหลี่ชวนก็ดังขึ้น "ศิษย์พี่ ใครอนุญาตให้ท่านไป"
ตามมาด้วยความรู้สึกที่ข้อเท้าถูกบางสิ่งรัดแน่น กระบี่บินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างของหูหมิ่นร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศทันที
หูหมิ่นใจหายวาบ รีบก้มลงมองที่ข้อเท้า ก็เห็นเชือกเส้นหนึ่งรัดข้อเท้าของนางเอาไว้แน่น
ดูเหมือนเป็นเชือกธรรมดาๆ แต่นางออกแรงดิ้นรนสุดชีวิตก็ไม่อาจสลัดหลุดได้ นางรีบชักกระบี่วิเศษซึ่งเป็นศัสตราเวทประจำกายออกมา ฟันฉับลงไปที่เชือกเส้นนั้น
ทว่าเชือกกลับยังคงรัดแน่น ซ้ำยังสกัดกั้นปราณวิญญาณในร่างของนางไปกว่าครึ่ง
ร่างของหูหมิ่นกระแทกต้นไม้หักโค่น ร่วงหล่นลงกลางป่าทึบ
เมื่อเห็นหลี่ชวนเหาะเหินเดินอากาศตามมา นางก็ไม่สนความเจ็บปวด รีบอธิบายให้หลี่ชวนฟังเป็นพัลวัน "ศิษย์น้อง ศิษย์พี่ไม่ได้จะหนีนะ ศิษย์พี่แค่อยากจะขึ้นไปดูว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่"
"ศิษย์น้องอย่าเข้าใจผิดนะ"
นางตกใจกลัวจนแทบจะประกาศก้องว่านางบริสุทธิ์ใจจริงๆ
หลี่ชวนเดินมาหยุดอยู่ข้างกายหูหมิ่น สายตาทอดมองไปยังลำธารสายเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากหูหมิ่น ก่อนจะแสร้งทำเป็นร้องอ้อ "ที่แท้ศิษย์พี่ก็กระหายน้ำนี่เอง"
หูหมิ่นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีลำธารอยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชวน นางก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่ๆ ศิษย์น้องพูดถูก ศิษย์พี่กระหายน้ำจริงๆ"
ในใจนางแอบรู้สึกขอบคุณหลี่ชวนเสียด้วยซ้ำที่หาทางลงให้ช่างแนบเนียน
นางรีบคลานไปที่ริมลำธาร ก้มหน้าลงดื่มน้ำอึกใหญ่
ดื่มไปได้สองสามอึก นางก็เงยหน้าขึ้น ทว่ากลับได้ยินหลี่ชวนเอ่ยเสียงเรียบ "ใครสั่งให้ท่านหยุด"
คำพูดนั้นทำเอานางตกใจจนต้องก้มหน้าดื่มน้ำต่อไปทันที
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็หยุดดื่มน้ำอีกครั้ง เอ่ยกับหลี่ชวนด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงว่า "ศิษย์น้อง ศิษย์พีดื่มอิ่มแล้ว ไม่กระหายแล้วล่ะ"
แต่หลี่ชวนกลับตอบสั้นๆ เพียงคำเดียว "ดื่ม"
"อะ อ้อ..." หูหมิ่นไม่กล้าขัดขืน รีบก้มหน้าดื่มน้ำต่อไป
ใครจะไปดื่มน้ำรวดเดียวได้เยอะแยะขนาดนั้น นางรู้สึกจุกจนแทบทนไม่ไหว ท้องก็ปวดปลาบขึ้นเรื่อยๆ
"ศิษย์น้อง ศิษย์พี่ผิดไปแล้ว คราวหน้าศิษย์พี่จะไม่ทำอีกแล้ว" ในที่สุดหูหมิ่นก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากอ้อนวอนหลี่ชวน
สีหน้าของนางดูน่าเวทนายิ่งนัก แววตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและวิงวอน ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าผิดจริงๆ แล้ว
ตัดภาพมาที่หลี่ชวน เขากลับมีสีหน้ายิ้มแย้ม จ้องมองนางด้วยความสนใจ ทว่าคำพูดที่เปล่งออกมากลับไร้เยื่อใยสิ้นดี "ดื่มต่อไป"
"อื้อ..." หูหมิ่นตอบรับทั้งน้ำตา ก้มหน้าดื่มน้ำต่อไปอีกครั้ง ถ่ายทอดบทบาทการยอมจำนนเพื่อเอาชีวิตรอดได้อย่างสมจริงสุดๆ
ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง หูหมิ่นก็ไม่รู้ว่าตัวเองคลานอยู่ริมลำธารนี้นานแค่ไหน รู้เพียงว่าสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนลาง ลิ้นก็เริ่มชาจนไม่รู้สึกว่าเป็นของตัวเองแล้ว
"อิ่มหรือยังล่ะ" เสียงของหลี่ชวนดังขึ้น
เสียงของเขาในตอนนี้ ราวกับเสียงสวรรค์ในหูของหูหมิ่น
"อื้อๆๆ..." สติสัมปชัญญะเริ่มมึนชา เสียงของหูหมิ่นผิดเพี้ยนไปหมด นางส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ
ดวงตาที่แดงก่ำและชุ่มไปด้วยน้ำตา บ่งบอกถึงความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดในเวลานี้ได้อย่างชัดเจน
"ในเมื่ออิ่มแล้ว ก็ไม่ต้องดื่มแล้วล่ะ" หลี่ชวนอนุญาต
"ขอบคุณศิษย์น้อง" หูหมิ่นเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง
"ศิษย์พี่ ข้าว่าเราควรจะคุยกันหน่อยนะ" หลี่ชวนมองหูหมิ่นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"อื้อๆๆ..." หูหมิ่นพยักหน้ารับอย่างไม่ลดละ
บนใบหน้าที่งดงามและเย่อหยิ่งของนาง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความว่านอนสอนง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตน ราวกับมีคำว่า "ข้าว่าง่าย" แปะอยู่บนหน้าผากก็ไม่ปาน
...
แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงบนสระน้ำลึก ปรากฏร่างขาวเนียนแหวกว่ายอยู่กลางสระน้ำราวกับมัจฉา
ไม่นาน ใบหน้าสวยหวานก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา
นางคือหูหมิ่น
ในปากของนางคาบปลาตัวหนึ่งไว้ ว่ายตรงมายังริมสระ
ที่ริมสระ มีร่างของชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ เขาคือหลี่ชวน
หูหมิ่นก้าวขึ้นจากสระน้ำ คุกเข่าลงตรงหน้าหลี่ชวน เงยใบหน้าสวยหวานขึ้น มองหลี่ชวนด้วยสายตาประจบประแจง
หลี่ชวนยื่นมือออกไปลูบศีรษะของนางอย่างเอ็นดูเป็นรางวัล ก่อนจะหยิบปลาที่นางคาบไว้ออกมาจากปาก
"ฝีมือจับปลาของศิษย์พี่นี่ชักจะเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะ" หลี่ชวนเอ่ยชม
เขาว่ากันว่าการฝึกเซียนทำให้ลืมวันลืมคืน เผลอแป๊บเดียว ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเข้ามาในโลกใบเล็กครั้งนั้น ก็ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว