- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนเส้นทาง เลี้ยงเด็กกลางทาง เริ่มต้นด้วยรถเข็นคันเดียว
- บทที่ 18 โต๊ะทำงานอัจฉริยะ
บทที่ 18 โต๊ะทำงานอัจฉริยะ
บทที่ 18 โต๊ะทำงานอัจฉริยะ
บทที่ 18 โต๊ะทำงานอัจฉริยะ
เสิ่นยวี่ก้มลงมองท่าทางประจบประแจงอย่างขยันขันแข็งของเจ้าแมวลายสลิดตัวน้อยแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "เจ้าแมวลายสลิด แกนี่จมูกไวไม่เบาเลยนะ"
เธอยางปลากระป๋องลงตรงหน้ามัน "เห็นว่าแกยอมเล่นกับหนิวนิว ฉันจะยกปลากระป๋องนี่ให้แกกินแล้วกัน"
"เมี๊ยว"
เจ้าแมวลายสลิดยื่นหน้าเข้ามาดมใกล้ๆ เลียเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะงับเนื้อปลาชิ้นหนึ่งขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
"เจ้าแมวลายสลิดได้รับอาหารโปรด ระดับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60"
"เจ้าแมวลายสลิดได้รับอาหารโปรด ระดับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80"
เสิ่นยวี่ประหลาดใจ เธอไม่คิดเลยว่าปลากระป๋องเพียงใบเดียวจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้เจ้าแมวได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน
ดูท่ามันจะชอบกินปลาเอามากๆ
หลังจากเจ้าแมวน้อยจัดการปลาจนเกลี้ยง เสิ่นยวี่ก็ใช้ทักษะ ทำความสะอาดในคลิกเดียว กับตัวมัน และใช้กับรถอีกหนึ่งครั้ง
เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างสะอาดสะอ้านแล้ว เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
"แม่... แม่... กอด..."
เสิ่นยวี่นึกว่าตัวเองหูฝาดไป เมื่อกี้หนิวนิวพูดว่า "กอด" ใช่ไหม?
"แม่... แม่... กอด..."
หนิวนิวโบกไม้โบกมือพลางพูดซ้ำอีกครั้ง แม้การออกเสียงจะยังไม่ชัดเจนนัก
คราวนี้เสิ่นยวี่ได้ยินเต็มสองหู
หนิวนิวพูดได้แล้วจริงๆ ด้วย!
เธอรีบถลาเข้าไปอุ้มหนิวนิวขึ้นมาจูบฟอดใหญ่ "หนิวนิวเก่งที่สุดเลย! พูดคำว่ากอดได้แล้วเหรอมาจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะกอดให้แน่นๆ เลย"
บางทีเจ้าตัวเล็กอาจจะเล่นบนเตียงนานเกินไปจนเริ่มเบื่อ เธอจึงพาลงจากรถไปเดินเล่นหนึ่งรอบ และส่งตุ๊กตาหมูเป๊ปป้าให้ถือไว้
เมื่อมีของเล่นใหม่ เจ้าตัวเล็กก็สงบลงและนั่งเล่นเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ส่วนเจ้าแมวลายสลิดที่ตอนนี้อิ่มแปล้ก็ขดตัวหลับอยู่ใต้ที่นั่ง
เสิ่นยวี่มีกะละมังซักผ้าอยู่สองใบ เธอจึงนำใบหนึ่งออกมาใช้เป็นรังแมวให้เจ้าตัวน้อย โดยปูรองด้วยผ้าเนื้อนุ่มผืนหนึ่ง
"เจ้าแมวลายสลิดชอบรังแมวนี้ ระดับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 85"
เธอไม่คิดเลยว่าจะเพิ่มระดับความพึงพอใจด้วยวิธีนี้ได้ด้วย ตอนนี้เหลืออีกเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น ไว้คราวหน้าให้ปลากระป๋องมันกินอีกสักใบ เธอก็จะสามารถรับมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูได้แล้ว
เสิ่นยวี่รู้สึกเป็นสุขใจอย่างยิ่ง เธอนั่งลงที่ตำแหน่งคนขับและรัดเข็มขัดนิรภัย "เอาละ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว ระยะทางของวันนี้ยังวิ่งไม่ครบเลย"
เธอสตาร์ทรถและเร่งเครื่องไปข้างหน้า
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดเธอก็ทำภารกิจระยะทาง 70 กิโลเมตรของวันนี้จนสำเร็จ
ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้ว และเธอก็เริ่มรู้สึกหิว
หนิวนิวเองก็ดูท่าจะหิวเหมือนกัน เพราะเธอทานขนมปังกรอบแบบแท่งที่ให้ไว้ระหว่างทางจนหมดเกลี้ยง เสิ่นยวี่จึงหยิบแพนเค้กกุ้งผสมผักออกมาให้ทานรองท้องไปก่อน
"ระยะทางของวันนี้ครบแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต้องรีบแล้วล่ะ ทำอาหารร้อนๆ ให้หนิวนิวกินดีกว่า"
เธอนำหม้อหุงข้าวออกมาเริ่มหุงข้าว
เธอหั่นแครอทและไส้กรอกเป็นลูกเต๋าโรยไว้ด้านบน พอข้าวใกล้จะสุกเธอก็ตอกไข่ใส่ลงไปสองฟอง เหยาะน้ำมันถั่วลิสงลงไปเล็กน้อย โรยเกลืออีกนิด แล้วปิดฝาระอุต่ออีกสองสามนาที
ระหว่างที่รอข้าวสุก เธอก็เปิดหน้าต่างห้องแชตดู
สนมจางเฟย: "หิวจังเลย... มีผู้ใจบุญคนไหนพอจะมีอะไรให้ฉันกินบ้างไหมคะ"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "คนข้างบนน่ะ หน้าด้านขอของกินได้ทุกวี่ทุกวัน! นี่เธอยังไม่หิวตายอีกเหรอ"
สนมจางเฟย: "มันกงการอะไรของคุณล่ะ? นี่มันวันสิ้นโลกนะ คุณนี่ยังจะมาขี้เสือกอีก!"
หญ้าลอยลม: "ทุกคนครับ ผมค้นพบความลับอย่างหนึ่ง: กล่องเสบียงที่ว่างเปล่าสามารถเอามาขยายช่องเก็บของในระบบได้นะ!"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "เหอะ นั่นมันความลับที่เขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ทุกคนเขารู้กันมาตั้งนานแล้ว มีแต่นายนั่นแหละที่เพิ่งรู้!"
มดแดง: "หนูก็เจอความลับอย่างหนึ่งเหมือนกันค่ะ: การเก็บไม้จากข้างทางเข้ากระเป๋าเก็บของ จะทำให้เราได้วัสดุไม้มาค่ะ!"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "อ้อเหรอ? เดี๋ยวฉันต้องไปลองดูบ้างแล้ว"
ราชาเจ้าเนื้อ: "ทุกคน! ทุกคน! ถ้าเห็นกล่องเสบียงสีดำบนถนน ให้รีบอยู่ห่างๆ ไวนะ! นั่นมันดันเจี้ยนตะลุยด่านที่มีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างใน เมื่อกี้ผมเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแน่ะ..."
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "หือ? มีกล่องเสบียงสีดำด้วยเหรอ ฉันยังไม่เคยเห็นเลย!"
ผู้เล่นเหล่าลิ่ว: "ผมก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกันครับ!"
ชางหลง: "@ราชาเจ้าเนื้อ รางวัลในดันเจี้ยนมีอะไรบ้างล่ะ"
ราชาเจ้าเนื้อ: "ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่เหรียญเอาชีวิตรอดไม่กี่เหรียญกับเสบียงธรรมดาๆ แต่ถ้าฆ่าสัตว์ประหลาดข้างในได้ ก็น่าจะมีรางวัลดีๆ อยู่นะ"
เสิ่นยวี่อ่านแล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ตอนที่เธอเข้าดันเจี้ยนกล่องดำคราวก่อน มันเป็นดันเจี้ยนตะลุยด่านก็จริง แต่เธอไม่ยักษ์จะเห็นสัตว์ประหลาดสักตัว!
หรือว่าดันเจี้ยนที่แต่ละคนเปิดได้จะแตกต่างกัน?
เธอเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
ในตอนนั้นเอง เธอได้รับข้อความจากเพื่อน
เธอสังเกตเห็นว่า มดแดง ได้เปลี่ยนชื่อเล่นเป็น "น้องมดแดง" แล้ว
น้องมดแดง: "พี่สาวจู๋จิ่วคะ ชิ้นส่วนแกนกลางนั่นหายากจริงๆ ค่ะ หนูประกาศหาอยู่ตั้งนาน มีคนขายอยู่แค่คนเดียวเอง
คนที่ขายคือผู้เล่นที่ชื่อ 'เจ้าชายแอฟริกา' ค่ะ แต่ราคาของเขามันแพงหูฉี่เลย..."
เสิ่นยวี่รีบตั้งสติแล้วถามทันที "เขาขายเท่าไหร่ล่ะ"
น้องมดแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด: "ตานั่นเรียกราคาซะสูงลิ่ว 100 เหรียญเอาชีวิตรอดแน่ะ! หนูต่อรองกับเขาอยู่นานกว่าเขาจะยอมลดให้แค่นิดเดียว เขาบอกว่าถ้าต่ำกว่า 95 เหรียญเขาจะไม่ขายเด็ดขาด"
"ตกลงจ้ะ ซื้อไอเทมมาเลย" เสิ่นยวี่ส่งเหรียญเอาชีวิตรอด 95 เหรียญให้เธอ
เมื่อน้องมดแดงได้รับเหรียญ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เหรียญเอาชีวิตรอดจำนวนมากขนาดนี้ แต่พี่สาวจู๋จิ่วกลับมอบให้เธออย่างง่ายดาย เธอจะทำให้พี่สาวผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด!
"พี่สาวไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย!" น้องมดแดงรับปากพลางตบอกตัวเองเบาๆ
"จ้ะ พี่จะรอฟังข่าวดีนะ"
และก็เป็นไปตามคาด ไม่นานนักน้องมดแดงก็หาชิ้นส่วนแกนกลางชิ้นนั้นมาให้เธอได้สำเร็จ
ในที่สุดชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของโต๊ะทำงานก็ได้มาครอง ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของน้องมดแดงในครั้งนี้จริงๆ
ในระหว่างการแลกเปลี่ยน เสิ่นยวี่ส่งช็อกโกแลตเพิ่มให้เธออีกสองแท่งเป็นรางวัล ซึ่งเธอก็กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความดีใจ
เสิ่นยวี่ตรวจนับวัสดุ เมื่อเห็นว่าครบถ้วนเพียงพอสำหรับการสร้างโต๊ะทำงานแล้ว เธอก็เริ่มลงมือทันที
"กำลังสร้างโต๊ะทำงานอัจฉริยะแบบติดตั้งบนรถให้แก่คุณ..."
"ยินดีด้วย คุณได้รับโต๊ะทำงานอัจฉริยะแบบติดตั้งบนรถ ค่าพลังงานเริ่มต้นของโต๊ะทำงานคือ 100 การทำงานแต่ละครั้งจะหักคะแนนพลังงานตามความเหมาะสม พลังงานจะค่อยๆ ฟื้นฟูเองตามกาลเวลา"
โต๊ะทำงานที่ดูล้ำสมัยปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ
เธอยื่นมือไปสัมผัสหน้าโต๊ะเบาๆ แผงควบคุมก็สว่างวาบขึ้นมาทันที แสดงฟังก์ชันหลักสี่อย่าง: "การสร้างเครื่องมือ", "การตีอาวุธ", "ห้องทดลองวิทยาศาสตร์" และ "การแปรรูปขนาดเล็ก"
จะเห็นได้ว่านี่คืออุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงที่รวมเอาโรงงานเครื่องจักร การตีอาวุธ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการแปรรูปที่ละเอียดอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน
แผงควบคุมแสดงค่าพลังงานอยู่ที่ 100 คะแนน
เสิ่นยวี่ลองใส่ซี่ไม้ไผ่เข้าไปแล้วกดฟังก์ชัน "การสร้างลูกธนู" ซึ่งใช้พลังงานไป 1 คะแนน
ไม่นานนัก หัวธนูไม้ไผ่อันแหลมคมที่ยังไม่ได้ติดขนนกก็ถูกส่งออกมา ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ ประสิทธิภาพนี้มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ!
เสิ่นยวี่รู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด
"พอมีโต๊ะทำงานนี้ ฉันก็สามารถสร้างอาวุธป้องกันตัวง่ายๆ ได้ด้วยตัวเองแล้ว"
เธอตรวจสอบห้องทดลองวิทยาศาสตร์ พบว่ามีโครงการหนึ่งที่สามารถศึกษาวิจัยได้ นั่นคือ: "ความเชี่ยวชาญการเพาะปลูก"
ความเชี่ยวชาญการเพาะปลูก?
มันหมายความว่าถ้าวิจัยสำเร็จแล้ว ฉันจะสามารถปลูกผักกินเองได้ใช่ไหม?
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอก็ต้องลองดู
เธอเลือกเริ่มการวิจัยในทันที
"ใช้พลังงาน 99 คะแนน กำลังวิจัย 'ความเชี่ยวชาญการเพาะปลูก' ให้แก่คุณ ระยะเวลาที่คาดการณ์: 12 ชั่วโมง โปรดรออย่างอดทน!"
เสิ่นยวี่เฝ้ารอด้วยใจระทึกว่า "ความเชี่ยวชาญการเพาะปลูก" นี้จะนำความประหลาดใจแบบไหนมาให้เธอในวันพรุ่งนี้