- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนเส้นทาง เลี้ยงเด็กกลางทาง เริ่มต้นด้วยรถเข็นคันเดียว
- บทที่ 1 หอบลูกข้ามมิติสู่โลกแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 1 หอบลูกข้ามมิติสู่โลกแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 1 หอบลูกข้ามมิติสู่โลกแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 1 หอบลูกข้ามมิติสู่โลกแห่งการเอาชีวิตรอด
"แง้—"
"แกมันไร้ประโยชน์! วันๆ ไม่หยิบจับอะไรเลย แค่เลี้ยงลูกอยู่บ้านยังทำเสียเรื่อง!"
"เด็กมันร้องไม่หยุดจนฉันปวดหัวไปหมดแล้วนะ!"
เสียงทารกร้องไห้จ้าสลับกับเสียงด่าทอจากแม่สามีและเสียงวิ้งในหู ดังสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเสิ่นยวี่
สมองของเธอหยุดชะงักไปนานกว่าสิบวินาทีกว่าที่สติจะเริ่มฟื้นคืนจากความมึนงงเพราะพิษไข้สูง
ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงประหลาดที่ฟังดูคล้ายเครื่องจักรดังขึ้น
[ติ๊ง ตรวจพบเจตจำนงในการเอาชีวิตรอดอันแรงกล้า คุณผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของระบบเอาชีวิตรอด และได้รับสิทธิ์เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว]
[ระบบเอาชีวิตรอดบนทางหลวงกำลังดำเนินการติดตั้ง...]
เสิ่นยวี่ไม่รู้ว่าเสียงประหลาดนั้นมาจากที่ใด มันช่างฟังดูวุ่นวายเหลือเกิน
เธอปรือตาขึ้นมอง เห็นหนิวนิวน้อย ลูกสาววัยแปดเดือนกำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเธอทั้งน้ำตา
"หม่ำ... หม่ำ..."
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกสาวเอาไว้ "หนิวนิว หิวใช่ไหมลูก เดี๋ยวแม่ชงนมให้นะ..."
หญิงสาวฝืนพยุงกายลุกขึ้น หยิบขวดนมบนโต๊ะข้างเตียง เทน้ำอุ่น และเปิดกระป๋องนมผงเตรียมจะชงให้ลูก แต่แล้วเสียงประหลาดนั้นก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
[ระบบเอาชีวิตรอดบนทางหลวงติดตั้งเสร็จสิ้น กำลังดำเนินการเคลื่อนย้ายตัวคุณ...]
เสิ่นยวี่รู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรง และในชั่วขณะที่สติพร่าเลือน เธอก็มาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
หนิวนิวที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดก็ถูกพาตัวมาด้วยเช่นกัน
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทุกอย่างดูราวกับความฝัน แต่กลิ่นดินที่ผสมปนเปกับกลิ่นไม้ผุซึ่งโชยมาแตะจมูกนั้นกลับสมจริงจนน่าตกใจ
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง
เบื้องหน้าคือทางหลวงที่ทอดตัวตรงยาวสุดลูกหูลูกตา ทั้งสองข้างทางมีหมอกหนาทึบปกคลุมจนมองเห็นเพียงเงาสลัวของสัตว์ประหลาดและมุมกล่องเสบียงเพียงรำไร
นอกจากตัวเธอแล้ว บนถนนสายนี้ไม่มีใครอื่นอีกเลย มีเพียงรถเข็นเด็กสีม่วงคันหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า
ส่วนด้านหลังเป็นกลุ่มหมอกสีดำที่ดูปั่นป่วน ราวกับพร้อมจะเขมือบทุกสิ่งทุกอย่างได้ทุกเมื่อ ทำให้เธอไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้แม้แต่ก้าวเดียว
ท่ามกลางความวิตกกังวล เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมเอาชีวิตรอดบนทางหลวงวันสิ้นโลก ผู้เล่นที่สามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จจะได้รับรางวัลหนึ่งพันล้าน]
"เกมเอาชีวิตรอดบนทางหลวงงั้นเหรอ?" เสิ่นยวี่รำพึงกับตัวเอง
เธอเคยอ่านนิยายเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่ามาบ้าง แต่ไม่เคยนึกฝันเลยว่าตนเองจะต้องมาเผชิญกับมันจริงๆ
เธอมองสำรวจตัวเองที่ยังอยู่ในชุดนอนกับรองเท้าแตะ ในมือถือเพียงขวดนมและนมผงอีกครึ่งกระป๋อง
ด้วยเสบียงเพียงเท่านี้ เธอจะพาหนิวนิวรอดไปได้อย่างไร?
[ระบบจะจัดสรรพาหนะที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของผู้เล่น พาหนะจะถูกแจกจ่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากสูญหายหรือเสียหายจะไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ โปรดดูแลรักษาให้ดี]
[โปรดทำภารกิจการเดินทางประจำวันให้เสร็จสิ้นตามกำหนด มิฉะนั้นจะถูกคัดออก ภารกิจการเดินทางสำหรับวันนี้คือห้าสิบกิโลเมตร โปรดดำเนินการโดยเร็วที่สุด]
[เวลากลางวันคือหกนาฬิกาถึงยี่สิบนาฬิกา ห้ามเดินทางในเวลากลางคืน และเมื่อพักผ่อนตอนกลางคืน ห้ามออกห่างจากรัศมีห้าเมตรรอบพาหนะเด็ดขาด มิฉะนั้นคุณจะตกอยู่ในอันตราย]
เสิ่นยวี่จ้องมองรถเข็นเด็กธรรมดาๆ ตรงหน้าด้วยความฉงน "รถเข็นเด็กนี่... คงไม่ใช่พาหนะของฉันหรอกนะ?"
เธอเอื้อมมือไปแตะที่จับรถเข็น และเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในใจอีกครั้ง
[ยินดีด้วย! คุณได้รับพาหนะเริ่มต้น "รถเข็นเด็ก" ความเร็วห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง การอัปเกรดพาหนะจะช่วยเพิ่มความเร็วได้]
เสิ่นยวี่รู้สึกท้อแท้ใจขึ้นมาทันที มันคือพาหนะของเธอจริงๆ ด้วย!
นั่นหมายความว่าเธอต้องใช้สองขาของตัวเองเดินให้ครบระยะทางห้าสิบกิโลเมตรในวันนี้!
ต่อให้เดินไม่หยุดเลย เธอก็ต้องใช้เวลาถึงสิบชั่วโมงกว่าจะจบภารกิจ
ช่างเป็นการกลั่นแกล้งกันชัดๆ... เธอจำต้องวางหนิวนิวลงในรถเข็นเพื่อออมแรงของตัวเองเอาไว้
"หม่ำ... หม่ำ..." หนิวนิวจ้องขวดนมในมือแม่พลางน้ำลายไหล
ดูท่าว่าแกจะหิวมากจริงๆ
โชคดีที่ในขวดมีน้ำอุ่นอยู่แล้ว เธอจึงตักนมผงใส่ลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ เขย่าจนเข้ากันแล้วส่งให้หนิวนิว
เด็กน้อยคว้าขวดนมไปดูดดังจ๊วบๆ อย่างหิวโหย
เสิ่นยวี่เก็บนมผงครึ่งกระป๋องไว้ที่ช่องเก็บของใต้รถเข็น จากนั้นจึงตั้งใจฟังระบบประกาศกฎต่างๆ ของเกม
การเข้าใจกฎอย่างละเอียดเท่านั้นที่จะช่วยให้เธอหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดได้
[กล่องเสบียงที่เก็บได้ระหว่างทางอาจมีของใช้จำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอด หรืออาจแฝงไว้ด้วยอันตราย โปรดใช้ความระมัดระวัง]
[เส้นทางแห่งการเอาชีวิตรอดเต็มไปด้วยขวากหนาม นอกจากสัตว์ประหลาดตามรายทางแล้ว ยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ โปรดรักษาชีวิตให้ปลอดภัย]
[การตายในเส้นทางนี้คือการตายจริงๆ!]
[ช่วงเวลาคุ้มครองผู้เล่นใหม่มีระยะเวลาเจ็ดวัน ในช่วงเจ็ดวันนี้ สัตว์ประหลาดตามทางจะไม่บุกโจมตีมนุษย์ก่อน โปรดเร่งเก็บรวบรวมเสบียงและอัปเกรดพาหนะโดยเร็วที่สุด]
...เธอมีเวลาคุ้มครองแค่เจ็ดวัน ต้องตามหากล่องเสบียง และยังต้องเดินให้ครบห้าสิบกิโลเมตรทุกวันอีกด้วย
ยิ่งฟัง เสิ่นยวี่ก็ยิ่งรู้สึกถึงความเร่งรีบ
เธอรีบเข็นรถออกตัวเพื่อเริ่มการเดินทางทันที
ทว่าร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากไข้สูงยังคงอ่อนแอ เดินไปได้ไม่ไกลเหงื่อก็ไหลซึมออกมาเต็มใบหน้าและเริ่มหอบหายใจแรง
ด้วยความเร็วระดับนี้ ต่อให้เดินจนมืดค่ำเธอก็ไม่มีวันทำภารกิจห้าสิบกิโลเมตรได้สำเร็จ
ดูเหมือนเธอต้องหาทางอัปเกรดพาหนะเสียแล้ว
หญิงสาวตรวจสอบหน้าต่างระบบและพบแถวไอคอนด้านล่าง ได้แก่ ข้อมูลส่วนตัว, พาหนะ, พูดคุย, แลกเปลี่ยน และเพื่อน
เธอเปิดฟังก์ชันพูดคุยขึ้นมา หน้าต่างการสนทนาในพื้นที่ปรากฏขึ้น แสดงจำนวนผู้เล่นที่ออนไลน์อยู่เก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบห้าคน จากทั้งหมดหนึ่งแสนคน
ข้อความในช่องแชตเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอจึงค่อยๆ ไล่อ่านดู
ซานโต้วหมี่: "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เกมเสมือนจริงขนาดใหญ่ระดับโลกเหรอ?"
ผู้อาวุโสชนชั้นแรงงาน: "ผมกำลังขันน็อตอยู่ดีๆ พริบตาเดียวก็มาอยู่ที่นี่แล้ว แถมยังมีจักรยานตาไก่รุ่นเก่าติดมาคันหนึ่งด้วย"
หวังต้าฟา: "พับผ่าสิ ผมเพิ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง กำลังจะไปขึ้นเงินอยู่แท้ๆ... ทำไมมาโผล่ที่นี่ได้เนี่ย?"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "ฮ่าๆ พ่อหนุ่มข้างบนนี่ดวงกุดจริงๆ เลยวุ้ย!"
เสี่ยวหวังข้างบ้าน: "ผมกำลังอาบน้ำอยู่ แป๊บเดียวก็มานั่งอยู่ในรถสปอร์ตนี่แล้ว แต่ประเด็นคือผมขับรถไม่เป็น!"
ขุนพลนักขาย: "เอาจักรยานสีเหลืองของผมไปแลกไหมล่ะ!"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "คนข้างบนคิดจะเอาจักรยานมาแลกรถสปอร์ตเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ!"
มดแดง: "ทุกคนได้พาหนะเริ่มต้นเป็นอะไรกันบ้าง ของผมเป็นรถกระบะ"
เหล่าปา: "รถเข็นสองล้อแบบใช้แรงคนเข็นของ..."
หญ้าลอยลม: "รถมอเตอร์ไซค์"
ราชาเจ้าเนื้อ: "ของข้าเป็นรถบรรทุกคันยักษ์เลยโว้ย! ฮ่าๆๆ..."
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "อิจฉาจัง! ผมมีแค่สเกตบอร์ดอันเดียวเอง"
ตะวันแดง: "มีใครสังเกตไหมว่ามีคนหายไปห้าคนแล้ว? เกมเพิ่งเริ่มเองนะ ถูกคัดออกเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "สงสัยจะหลงเข้าไปในเขตหมอกข้างทางแล้วโดนสัตว์ประหลาดกัดตายละมั้ง!"
สนมจางเฟย: "ฉันเจอกล่องเสบียงโผล่ออกมาครึ่งกล่องตรงริมทาง ไปเก็บได้ไหมคะ?"
นักกินแตงหมายเลขหนึ่ง: "อย่าเข้าใกล้หมอกเด็ดขาด! เมื่อกี้เพิ่งมีคนบอกว่าไปแงะกล่องตรงชายป่าหมอก ตอนนี้รูปโปรไฟล์กลายเป็นสีเทาไปแล้ว!"
...เสิ่นยวี่อ่านเนื้อหาในช่องแชตคร่าวๆ เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็สับสนกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยนี้ไม่ต่างกัน
ดูเหมือนเธอจะพึ่งพาได้เพียงตัวเองเท่านั้นในการหาคำตอบ
เมื่อครู่ระบบแจ้งว่าการอัปเกรดพาหนะจะช่วยเพิ่มความเร็วได้ เธอจึงเอ่ยถามออกไปในความว่างเปล่า "ระบบ การอัปเกรดรถเข็นเด็กต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง?"
[คำแนะนำ: การอัปเกรดพาหนะจำเป็นต้องมี "การ์ดอัปเกรดพาหนะ" เพื่อใช้ประเมินเงื่อนไขในการอัปเกรด]
เสิ่นยวี่อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "ยุ่งยากชะมัด... กะจะไม่ให้คนมีชีวิตรอดเลยหรือไง?"
สิ้นคำพูดของเธอ เสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ฟังดูเกรี้ยวกราดดังมาจากส่วนลึกของป่าหมอก—"โฮก!"—จนเธอถึงกับสะดุดเสียหลัก
หนิวนิวที่เพิ่งกินนมเสร็จและกำลังเคลิ้มหลับอยู่ในรถเข็นก็สะดุ้งตกใจจนร้องไห้จ้าออกมาอีกครั้ง
"แง้..."
ด้วยความกลัวว่าเสียงร้องจะดึงดูดสัตว์ร้าย เสิ่นยวี่รีบอุ้มหนิวนิวขึ้นมาแนบอก พร้อมกับลูบหลังเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
หนิวนิวน้อยเงียบเสียงลงอย่างรวดเร็ว ราวกับจะรับรู้ถึงภยันตรายที่อยู่รอบตัว และซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของแม่อย่างว่าง่าย
ในวินาทีนันเอง เสิ่นยวี่ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดูเย็นชาดังขึ้น
[เสียงร้องของมนุษย์ตัวน้อยดูเหมือนจะมีพลังลึกลับบางอย่างที่ช่วยสลายหมอกในรัศมีห้าเมตรรอบตัวได้ คุณสามารถออกไปเก็บรวบรวมเสบียงได้แล้ว]
——————————————
(จุดลงชื่อเข้าใช้สำหรับคุณแม่ → □)
(จุดลงชื่อเข้าใช้สำหรับคุณพ่อ → □)
(จุดลงชื่อเข้าใช้สำหรับเบบี๋ตัวน้อย → □)
(จุดลงชื่อเข้าใช้สำหรับครอบครัวแมวเหมียว → □)
(จุดลงชื่อเข้าใช้สำหรับท่านผู้อ่านที่เคารพ → □)