- หน้าแรก
- ไอ้หื่นเจ้าเล่ห์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน
- บทที่ 20 ภารกิจโชคชะตา
บทที่ 20 ภารกิจโชคชะตา
บทที่ 20 ภารกิจโชคชะตา
ติ๊ง!
[ยินดีด้วย โฮสต์! คุณได้รับ +100 แต้มความโปรดปราน]
[แต้มความโปรดปราน รวม: 1610 แต้ม]
หลี่เฟิงยิ้มมุมปากเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ
“1610 งั้นเหรอ…” เขายืดแขนอย่างเกียจคร้าน ความพอใจปรากฏบนใบหน้า
“เจ็ดวันที่ผ่านมา… ข้าทำงานหนักจริง ๆ”
น้ำเสียงครึ่งภูมิใจ ครึ่งหน้าด้าน แบบคนที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาสวรรค์มา
น่าเสียดาย ของที่เกี่ยวกับระบบไม่ได้รับผลตอบแทนสองเท่า
ยา ดาบ ของขวัญทั้งหมดที่ให้เยว่หลาน ได้เพียงแต้มความโปรดปรานอย่างเดียว
แต่ตอนนี้ เยว่หลานกำลังตั้งสมาธิรวมพลังเตรียมแข่ง
เขาเลย… ว่าง
ติ๊ง!
[ความผูกพันเชิงกรรมกับเยว่หลานเพิ่มขึ้น]
[ปลดล็อกภารกิจโชคชะตา: “ภัยพิบัติแรก”]
[เป้าหมาย: ช่วยเยว่หลานเอาชนะภัยพิบัติแรก]
[คำเตือน: ภัยพิบัติใหญ่กำลังใกล้เข้ามา นี่คือบททดสอบชีวิตและความตาย หากล้มเหลว นางจะตายและถูกลบออกจากกระแสโชคชะตา]
[หมายเหตุ: ภัยพิบัติมาได้หลายรูปแบบ แต่ในภัยพิบัติมีโอกาส หากนางรอด โชคชะตาจะเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด]
หลี่เฟิงที่เพิ่งออกมารับแดดเช้า หยุดชะงักทันที
“…ภัยพิบัติ?”
ตัวอักษรสีทองลอยอยู่กลางอากาศ
ชีวิตและความตาย… ลบออกจากโชคชะตา
เขาขมวดคิ้ว
“มันหมายความว่ายังไง?”
ระบบตอบอย่างเรียบเฉย
[เยว่หลานมีโชคชะตาพิเศษ เพื่อเดินต่อ นางต้องผ่านภัยพิบัติแรก บททดสอบชีวิตและความตายที่โลกกำหนด]
“…ลบออก หมายถึงหายไปเลย?”
[ถูกต้อง]
กรามเขาเกร็ง
“มันจะเกิดเมื่อไหร่?”
[อาจเป็นพรุ่งนี้… หรืออีกหลายปี]
หลี่เฟิงถอนหายใจแรง
“พรุ่งนี้หรือหลายปี? นี่คำตอบเหรอ?”
ระบบเงียบ
เขาขยี้ผมตัวเอง
“แล้วควรทำยังไง?”
[คำแนะนำ: ทำให้ตัวเองและเยว่หลานแข็งแกร่งที่สุด โอกาสรอดจะสูงขึ้น]
หลี่เฟิงยืนเงียบใต้แสงแดด
แผนจะพักผ่อน… หายไปทันที
เขามองอากาศว่างเปล่า สีหน้าจริงจังขึ้น
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่แต้มความโปรดปรานแล้ว
ถ้านางตาย…ทุกอย่างก็จบ
เขาคลิกหน้าลิ้นของระบบ เปิดหน้าสถานะ
1610 แต้ม…
“งั้นก็ได้…” เขาพึมพำเบา ๆ
“ดูเหมือนข้าต้องเริ่มลงทุนรอบใหญ่แล้ว”
หลี่เฟิงสบตาหลินอวี่แล้วยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องห่วง ศิษย์พี่หลิน ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่…ก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ”
หลินอวี่พยักหน้า แม้ยังมองหุ่นไม้ร่างใหญ่ด้านหลังเขาอย่างระแวงเล็กน้อย
“ข้าเพียงหวังว่าเจ้าจะไม่เสียเวลาไปกับทางที่ไม่คุ้มค่า” เขากล่าว ก่อนถอนสายตากลับมา “เอาเถอะ ข้ามาหาเจ้าก็เพราะมีเรื่องจะบอก”
หลี่เฟิงเลิกคิ้ว “เรื่อง?”
หลินอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย “อีกสามวันจะมีการลงทะเบียนยืนยันตัวก่อนการแข่งขันรอบนอก ศิษย์พี่เยว่ก็ต้องไปด้วย ข้าเห็นว่านางยังไม่ออกมาเลย เลยอยากเตือนเจ้า เผื่อเจ้าจะบอกนางได้”
หลี่เฟิงพยักหน้าเบา ๆ
“เข้าใจแล้ว ข้าจะบอกนางเอง”
หลินอวี่ลังเลเล็กน้อย ก่อนถามต่อ “แล้ว…ช่วงนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าได้ยินว่า…นางทะลวงระดับแล้ว?”
หลี่เฟิงยิ้มอย่างคลุมเครือ
“อืม นางกำลังปรับพื้นฐานอยู่ อีกไม่นานคงได้เห็นศิษย์พี่เยว่ในสภาพใหม่”
หลินอวี่ดูโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
“ดีแล้ว… ถ้านางทะลวงได้จริง โอกาสเข้าท็อปห้าก็สูงขึ้นมาก”
สายตาของเขาเหลือบไปที่โกลดี้อีกครั้ง
“แต่เจ้านี่…” เขาหัวเราะเบา ๆ “ถึงจะเป็นแค่หุ่นไม้ แต่ให้ความรู้สึกกดดันไม่น้อยเลย”
หลี่เฟิงตบไหล่โกลดี้เบา ๆ
“มันเป็นบอดี้การ์ดของข้า”
โกลดี้ยืนเงียบ ไม่ขยับแม้แต่น้อย ใต้ผ้าคลุมขาด ๆ ร่างสูงใหญ่ดูเหมือนเงามืดที่พร้อมลงมือทุกเมื่อ
หลินอวี่พยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน ยังมีเรื่องต้องเตรียมตัวอีกมาก”
“เชิญศิษย์พี่”
หลินอวี่จากไป ทิ้งความเงียบไว้ในลาน
หลี่เฟิงหรี่ตาเล็กน้อย มองแผ่นหลังเขา ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ทุกคนกำลังเตรียมตัวสำหรับการประลอง…”
เขาเหลือบมองโกลดี้ แล้วกำหมัดเบา ๆ
“ส่วนข้า…ต้องเตรียมรับภัยพิบัติของเยว่หลาน”
1610 แต้ม…หุ่นเชิดระดับสูง…โอสถ… พลังดาว…
“ดูเหมือนช่วงสงบจะจบแล้ว”
เขาหมุนตัวกลับเข้าห้อง สีหน้ากลับมาเจ้าเล่ห์อีกครั้ง
“ก่อนอื่น…ไปดูศิษย์พี่ก่อนดีกว่า ว่าฟื้นตัวหรือยัง”
หลินอวี่มองสีหน้าของหลี่เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่ หากอีกฝ่ายอยากเสียเวลา ก็ปล่อยเขาไปเถอะ
สายตาของเขาเลื่อนไปทางห้องของหลี่เฟิง
“แล้วศิษย์พี่เยว่หลานล่ะ? หลายวันมานี้ยังไม่ออกไปไหนเลย” น้ำเสียงมีแววสงสัยเล็กน้อย
หลี่เฟิงยิ้มกว้างขึ้น
“นางกำลังพักผ่อน เพิ่งทะลวงระดับมาไม่นาน”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี่ตาเบิกกว้าง
“นางถึงขั้นที่เก้าแล้วงั้นหรือ?”
หลี่เฟิงหัวเราะเบา ๆ ไม่ตอบอะไร แต่ท่าทางนั้นก็เหมือนเป็นการยืนยันแล้ว
“สมกับเป็นศิษย์พี่เยว่!” หลินอวี่พูดด้วยความชื่นชม “นางน่าจะเป็นหนึ่งในคนที่อายุน้อยที่สุดในศิษย์นอกที่ถึงระดับนี้”
“โอ้?” หลี่เฟิงเอียงศีรษะ “ศิษย์พี่เยว่นี่เก่งขนาดนั้นเลยหรือ?”
ความจริงเขาแทบไม่เคยถามเรื่องความสำเร็จของนางเลย เพราะทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน… เขามีอย่างอื่นให้ “ยุ่ง” มากกว่า
หลินอวี่หัวเราะ
“ศิษย์น้องหลี่ เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้ ศิษย์พี่เยว่เข้ามาในสำนักด้วยการแนะนำของผู้อาวุโสคนหนึ่ง แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรเลย ไม่มีพื้นหลัง ไม่มีคนหนุนหลัง แต่ยังไต่ขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ด้วยตัวเอง ภายในเวลาแค่ห้าปี”
หลี่เฟิงกะพริบตา
ห้าปีถึงระดับแปด… แล้วตอนนี้ระดับเก้าเพราะข้า
“โหดจริง ๆ…” เขาคิดในใจ เทียบกับตัวเองแล้วแทบจะน่าอาย
หลินอวี่ยังพูดต่อ
“นางเริ่มเข้าตาผู้อาวุโสหลายคนแล้ว ถ้าโดดเด่นในการแข่งขันครั้งนี้ อาจได้เป็นศิษย์สายตรงก็ได้”
น้ำเสียงเขามีความอิจฉาแฝงอยู่
การเป็นศิษย์สายตรง หมายถึงทรัพยากร คำชี้แนะ และอนาคตที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง
หลี่เฟิงยิ้มแปลก ๆ
‘ถ้านายรู้ว่าศิษย์พี่ของนายเมื่อคืนทำอะไร…’
หลินอวี่ยังพูดชมไม่หยุด ขณะที่หลี่เฟิงฟังไปเรื่อย ๆ เก็บข้อมูลของสำนักไว้
แล้วจู่ ๆ สีหน้าหลินอวี่ก็สดใสขึ้น
“พูดถึงเรื่องนี้ ศิษย์น้องหลี่ ไปเที่ยวกันไหม? ใกล้ถึงการแข่งขันแล้ว ลองไปเมืองม่านเมฆากัน เมืองในเขตของสำนัก ตลาดคึกคัก ของหายากเพียบ พ่อค้าก็เริ่มรวมตัวกันแล้ว”
หลี่เฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อย
เมืองม่านเมฆางั้นเหรอ
ตอนนี้เขาก็ไม่ได้มีอะไรต้องทำมาก เปลี่ยนบรรยากาศก็ดี
“เอาสิ” เขายิ้ม “ข้าก็อยากออกไปสูดอากาศพอดี”
ด้านหลังเขาโกลดี้ในชุดคลุมยืนเงียบ ๆ เงาสูงใหญ่ติดตามหลี่เฟิงราวกับเงาที่ไม่มีวันหายไป