- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นศิษย์เบอร์หนึ่งสำนักควบคุมสัตว์
- บทที่ 17: งานประมูล
บทที่ 17: งานประมูล
บทที่ 17: งานประมูล
"ศิษย์น้อง การลุ่มหลงในสุราเมรัยเช่นนี้ ไม่ส่งผลดีต่อการฝึกตนของเจ้าเลยนะ"
ถึงปากจะพูดเช่นนั้น แต่อวิ๋นเฟิงหยางก็ยังเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะหินหน้าถ้ำเซียนอยู่ดี
เมื่อเห็นดังนั้น เยี่ยอวิ๋นก็เดินไปที่โต๊ะหิน นั่งลงประจันหน้ากับอวิ๋นเฟิงหยาง แล้วทั้งสองก็เริ่มผลัดกันคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา
จนกระทั่งสุราจอกแรกเกือบจะหมดกะเปาะ เยี่ยอวิ๋นถึงได้เอ่ยขึ้นช้าๆ "ศิษย์พี่ ข้าได้ยินมาว่างานประมูลที่ตลาดชิงหลางครั้งนี้ จะมีการประมูลผลึกน้ำนมปฐพีด้วย"
"อะไรกัน นี่เจ้าอยากให้ข้าช่วยโปรโมตให้งั้นหรือ"
อวิ๋นเฟิงหยางมองเยี่ยอวิ๋นด้วยสายตาหยอกล้อ และในเวลานี้ สีหน้าของเยี่ยอวิ๋นก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าไม่แปลกใจเลยหรือที่ข้ารู้เรื่องนี้"
"ไม่แปลกใจเลยขอรับ ศิษย์พี่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำ การจะล่วงรู้ข้อมูลข่าวสารบางอย่างได้ ย่อมเป็นเรื่องปกติ"
"หึ เจ้าคงยังไม่รู้ล่ะสิ ว่าโรงประมูลที่เจ้ากำลังจะไปนั้น ตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า"
"ศิษย์พี่ใหญ่งั้นหรือ"
"ถูกต้อง ท่านอาจารย์ของเจ้า บรรพจารย์อวิ๋นชิง ไม่ได้มีเจ้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวหรอกนะ"
"เรื่องนั้นข้าพอจะเดาได้อยู่แล้ว"
หากท่านบรรพจารย์อวิ๋นชิงมีเขาเป็นศิษย์เพียงคนเดียวตลอดเส้นทางการฝึกตนจนถึงตอนนี้ล่ะก็ มันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
และตอนนี้เมื่อเขารู้ว่าตัวเองมีศิษย์พี่ใหญ่ บางทีในอนาคตเขาอาจจะมีตัวช่วยในการโค่นล้มตระกูลหลิวเพิ่มขึ้นก็เป็นได้!
"ตระกูลหลิวแห่งเทียนสุ่ยเป็นตระกูลแก่นทองคำเก่าแก่ มีผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำอยู่ในตระกูลถึงสองคน การจะโค่นล้มตระกูลหลิวด้วยตัวเจ้าเพียงลำพัง คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก"
"ศิษย์พี่ ท่านลืมนึกถึงจุดหนึ่งไปนะ ท่านอาจารย์ของข้าเป็นถึงบรรพจารย์ของสำนักควบคุมสัตว์ และตัวท่านก็เปรียบเสมือนตัวแทนของสำนัก"
อวิ๋นเฟิงหยางมองเยี่ยอวิ๋น ศิษย์น้องผู้มีอายุน้อยกว่าตนถึงหนึ่งรอบนักษัตร "การใช้ชื่อเสียงของสำนักเป็นเกราะกำบัง เพื่อขัดขวางไม่ให้ตระกูลหลิวส่งผู้ฝึกตนระดับสูงมาแก้แค้นได้โดยง่าย... นับว่าเป็นแผนการที่ไม่เลวเลย"
"พรุ่งนี้ ข้าจะให้คนไปปล่อยข่าวแถวถ้ำเซียนของหลิวจินอวี่ ว่าจะมีผลึกน้ำนมปฐพีออกประมูล ส่วนเรื่องหลังจากนี้จะจัดการอย่างไร เจ้าคงต้องไปคิดทบทวนดูให้ดีล่ะ ศิษย์น้อง"
"ขอบคุณขอรับ ศิษย์พี่"
...
"พวกเจ้าได้ยินหรือยัง ดูเหมือนว่างานประมูลที่ตลาดชิงหลางครั้งนี้จะมีของดีๆ เพียบเลยนะ!"
"งานประมูลตลาดชิงหลางงั้นหรือ เจ้าคิดว่าสถานที่แบบนั้น พวกเราจะมีปัญญาเข้าไปได้หรือไง"
"นั่นก็จริง แต่ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้จะมีการประมูลผลึกน้ำนมปฐพีด้วยนะ ของสิ่งนี้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานก็ยังใช้ฟื้นฟูพลังปราณได้อย่างรวดเร็วเลยเชียวล่ะ"
"ของล้ำค่าขนาดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกมดปลวกระดับรวบรวมลมปราณอย่างพวกเราจะเอื้อมถึงหรอก ขืนเราได้มาจริงๆ คงไม่แคล้วตายศพไม่สวยแน่ๆ"
"แต่ข้าได้ยินมาว่า ผลึกน้ำนมปฐพีนี่ ถูกส่งเข้าประมูลโดยผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางคนหนึ่งนะ..."
กลุ่มคนจับกลุ่มคุยกันขณะเดินห่างออกไปจากบริเวณถ้ำเซียนของหลิวจินอวี่ หลิวจินเทียนที่แอบฟังอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบกลับไปที่ถ้ำเซียนของหลิวจินอวี่ทันที
"ท่านพี่ ข้าเพิ่งได้ยินข่าวมาจากข้างนอก"
"ข่าวอะไร"
หลิวจินอวี่ที่กำลังฝึกตนอยู่ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและมองไปยังหลิวจินเทียน
"ที่งานประมูลตลาดชิงหลาง จะมีการนำผลึกน้ำนมปฐพีออกมาประมูลด้วย"
"ข่าวนี้เชื่อถือได้หรือไม่"
"น่าจะเชื่อถือได้นะขอรับ ตอนนี้ใครๆ ข้างนอกก็พากันพูดถึงของที่จะนำมาประมูลในครั้งนี้กันทั้งนั้น"
สีหน้าของหลิวจินอวี่แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลงทันที เป็นเรื่องปกติที่งานประมูลประจำเดือนของตลาดชิงหลางจะปล่อยข่าวเกี่ยวกับสิ่งของประมูลเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คน
สิ่งที่หลิวจินอวี่กังวลก็คือ ผลึกน้ำนมปฐพีชิ้นนี้ จะเป็นฐานผลึกที่อยู่ใต้เห็ดหลินจือน้ำนมปฐพีที่ก้นทะเลสาบเจียวเงินหรือไม่!
"มีข้อมูลอะไรที่ละเอียดกว่านี้อีกไหม"
"มีขอรับ ข้างนอกยังมีข่าวลืออีกว่า ผลึกน้ำนมปฐพีชิ้นนี้ ถูกส่งเข้าประมูลโดยศิษย์ของสำนักเรา ตามคำสั่งของอาจารย์ของเขา"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจินเทียน หัวใจของหลิวจินอวี่ก็กระตุกวูบ!
"บัดซบ ไอ้เด็กเปรตนั่นต้องค้นพบความลับในทะเลสาบแล้วแน่ๆ!"
หลิวจินอวี่คิดอย่างเคียดแค้น!
"ส่งข้อความไปหาท่านพ่อเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการเข้าร่วมงานประมูลที่ตลาดชิงหลาง"
บิดามารดาของหลิวจินอวี่เป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเก่าแก่ของตระกูลหลิว และบิดาของเขาก็บรรลุถึงระดับสร้างรากฐานขั้นปลายสมบูรณ์แล้ว ขาดเพียงแค่โอสถก่อตั้งแก่นปราณ เพื่อใช้ทะลวงเข้าสู่ระดับแก่นทองคำเท่านั้น
เพียงแต่โอสถก่อตั้งแก่นปราณนั้นล้ำค่าและหายากยิ่ง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายังคงติดอยู่ในระดับสร้างรากฐานขั้นปลายมาจนถึงตอนนี้
ดังนั้น การที่หลิวจินอวี่ต้องการเข้าร่วมงานประมูลที่ตลาดชิงหลาง เขาเพียงแค่แจ้งให้บิดาทราบก็เพียงพอแล้ว
"ไม่ว่ายังไง ตราบใดที่ไอ้เยี่ยอวิ๋นนั่นกล้าโผล่หัวออกมา ข้าจะทำให้มันตายศพไม่สวยให้ได้!"
งานประมูลถูกจัดขึ้นตามกำหนดการ เยี่ยอวิ๋นใช้ผ้าคลุมหน้าสีดำปกปิดใบหน้า และยื่นบัตรเชิญให้กับผู้คุ้มกันประตู จากนั้นผู้ดูแลที่อยู่ด้านหลังก็ยื่นหน้ากากใบหนึ่งให้กับเขา
"หน้ากากใบนี้มีสรรพคุณในการสกัดกั้นสัมผัสเทวะของผู้อื่น"
"ขอบคุณ"
หลังจากรับหน้ากากจากผู้ดูแล เขาก็เดินเข้าสู่งานประมูล เยี่ยอวิ๋นเข้าใจทันทีว่านี่คือฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของเขา
เยี่ยอวิ๋นเดินหาห้องพักของตนบนชั้นสามตามหมายเลขที่ระบุไว้ในบัตรเชิญ เมื่อผลักประตูเข้าไป เขาก็พบคนสองคนรออยู่ด้านในแล้ว
"ศิษย์น้องมาแล้ว"
ในบรรดาคนสองคนในห้อง คนหนึ่งคืออวิ๋นเฟิงหยาง ส่วนอีกคนสวมชุดเกราะที่มีคราบเลือดติดอยู่
"เข้ามาเร็วเข้า นี่คือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า เขาต้องออกไปปฏิบัติภารกิจของหอลงทัณฑ์อยู่ตลอดทั้งปี นานๆ ทีถึงจะมีโอกาสได้กลับมา"
เยี่ยอวิ๋นก้าวเดินไปข้างหน้า "คารวะศิษย์พี่ทั้งสองขอรับ"
"ข้าชื่อหลี่เฉียนอัน เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์ส่งข่าวมาบอกข้า ว่าท่านได้แย่งชิงศิษย์น้องมาให้ข้าจากเงื้อมมือของบรรพจารย์หมื่นอสูรได้คนหนึ่ง แต่เพราะข้ายุ่งอยู่กับภารกิจกวาดล้างพวกนอกรีตจากนิกายโลหิต ข้าเลยเพิ่งจะมีเวลามาดูหน้าเจ้าก็คราวนี้แหละ"
หลี่เฉียนอันกล่าวกับเยี่ยอวิ๋นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
เมื่อมองดูศิษย์น้องตรงหน้าที่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลาง และใกล้จะบรรลุถึงขั้นปลายได้ภายในเวลาเพียงสองปี เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พรสวรรค์ระดับนี้เหนือกว่าเขาถึงสิบเท่าเลยทีเดียว!
ท่านอาจารย์ของเขายึดมั่นในกฎแห่งป่าที่ผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง นอกเหนือจากสถานะที่มอบให้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องไขว่คว้ามาด้วยลำแข้งของตัวเองทั้งสิ้น
"ตลาดชิงหลางอยู่ห่างจากสำนักเพียงสามพันลี้ ที่นี่ก็มีพวกผู้ฝึกตนนอกรีตจากนิกายโลหิตด้วยงั้นหรือ"
"พวกนอกรีตนิกายโลหิตไม่สนหรอกว่าที่นี่คือที่ไหน พวกมันสนแค่ว่าการก่อความวุ่นวายที่นี่จะนำผลประโยชน์มาให้พวกมันได้หรือไม่ก็เท่านั้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น เยี่ยอวิ๋นก็เริ่มครุ่นคิด "ถ้าเช่นนั้น ที่ศิษย์พี่มาร่วมงานประมูลในครั้งนี้ ก็เพื่อ..."
"ภารกิจของหอลงทัณฑ์"
เมื่อนึกถึงภารกิจที่ศิษย์พี่ใหญ่กำลังปฏิบัติอยู่ เยี่ยอวิ๋นก็รู้ทันทีว่างานประมูลครั้งนี้คงไม่สงบสุขอย่างแน่นอน แต่นั่นก็ดีเหมือนกัน ยิ่งน้ำขุ่นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกปลาตัวใหญ่ที่ต้องการได้ง่ายขึ้นเท่านั้น!
ขณะที่ทั้งสามกำลังสนทนากัน ผู้เข้าร่วมงานประมูลก็ทยอยเดินทางมาถึงและเข้าประจำที่จนครบ
หลังจากคนสุดท้ายนั่งลง ไฟในสถานที่ประมูลก็หรี่แสงลงทันที จากนั้นลำแสงก็สาดส่องลงมาจากเพดาน กระทบลงบนเวทีกลางลานประมูล
ในเวลานี้ ชายชราผมขาวและผู้ฝึกตนหญิงอีกหลายคนยืนรออยู่บนเวทีเรียบร้อยแล้ว
"ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่งานประมูลในค่ำคืนนี้ การประมูลในครั้งนี้ เราจะนำสมบัติล้ำค่าตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับสาม จำนวนทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดชิ้น ออกมาประมูลให้ทุกท่านได้ประชันราคากัน"
หลังจากผู้ดำเนินการประมูลบนเวทีกล่าวเปิดงานพอหอมปากหอมคอ การประมูลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
"บัดนี้ ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่การประมูลสินค้าชิ้นแรกได้เลย"
โต๊ะที่คลุมด้วยผ้าสีแดงค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจากด้านหลังชายชรา ผู้ฝึกตนหญิงที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นข้างกายชายชราก็เอื้อมมือไปเลิกผ้าคลุมสีแดงนั้นออก
"สินค้าชิ้นแรกคือ สมบัติวิญญาณระดับสอง เห็ดหลินจือเมฆาเพลิงอายุสี่ร้อยปี อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี เห็ดหลินจือเมฆาเพลิงที่มีอายุเกินสามร้อยปี สามารถนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการปรุงโอสถสร้างรากฐานได้ และด้วยอายุถึงสี่ร้อยปีนี้ ย่อมมีสรรพคุณทางยาที่เข้มข้นยิ่งกว่า สามารถใช้ปรุงโอสถสร้างรากฐานได้ในปริมาณที่มากขึ้น ราคาเริ่มต้นสำหรับเห็ดหลินจือเมฆาเพลิงชิ้นนี้อยู่ที่สองหมื่นหินวิญญาณ เสนอราคาเพิ่มขั้นต่ำครั้งละหนึ่งพันหินวิญญาณ"
ผู้ฝึกตนที่นั่งอยู่ชั้นหนึ่งชูป้ายหมายเลขในมือขึ้น "สองหมื่นหนึ่งพัน!"
"สองหมื่นสามพัน!"
ผู้ฝึกตนอีกคนเสนอราคาแข่ง เมื่อเห็นทั้งสองเริ่มแข่งขันกัน คนอื่นๆ ก็เริ่มกระโจนเข้าร่วมการประมูลเห็ดหลินจือเมฆาเพลิงชิ้นนี้ด้วย
"สามหมื่นห้าพัน!"
"แขกหมายเลขหนึ่งร้อยสิบเจ็ด เสนอราคาสามหมื่นห้าพันหินวิญญาณ"
"สามหมื่นห้าพัน ครั้งที่หนึ่ง! สามหมื่นห้าพัน ครั้งที่สอง! สามหมื่นห้าพัน ครั้งที่สาม! ขอแสดงความยินดีกับแขกหมายเลขหนึ่งร้อยสิบเจ็ดด้วยครับ"
หลังจากผ่านความตื่นเต้นของการประมูลสินค้ารอบแรกไปแล้ว การแข่งขันแย่งชิงในการประมูลก็เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่รอบที่สองเป็นต้นมา
และดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงรอบที่สี่สิบเจ็ด
"สมบัติวิญญาณที่เราจะนำมาประมูลเป็นชิ้นต่อไปคือ สมบัติวิญญาณระดับสาม ผลึกน้ำนมปฐพี!"
เมื่อเปิดผ้าคลุมสีแดงบนโต๊ะออก ผลึกน้ำนมปฐพีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน
และหลิวจินอวี่ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดบนชั้นหนึ่ง ก็เริ่มหายใจติดขัดทันทีที่ได้เห็นผลึกน้ำนมปฐพีชิ้นนั้น
ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็คอยกวาดมองผู้คนที่นั่งอยู่บนชั้นหนึ่ง แต่โชคร้ายที่คนส่วนใหญ่สวมผ้าคลุมหน้าสีดำ ทำให้ไม่อาจระบุตัวตนได้
หากเขาวู่วามแผ่สัมผัสเทวะออกไปตรวจสอบล่ะก็ เขาอาจถูกสังหารทิ้งตรงนั้นเลยก็เป็นได้!
"มันคือฐานผลึกที่อยู่ใต้เห็ดหลินจือน้ำนมปฐพีจริงๆ ด้วย! เห็ดหลินจือน้ำนมปฐพีคงถูกมันเด็ดไปแล้วแน่ๆ!"
ในเวลานี้ ดวงตาของหลิวจินอวี่แดงก่ำด้วยความโกรธแค้น หลิวมู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นลูกชายมีท่าทีตื่นเต้นเช่นนั้น ก็คิดว่าเขาต้องการผลึกน้ำนมปฐพีชิ้นนี้ จึงตบลงบนมือซ้ายที่กำแน่นของลูกชายเบาๆ "ไม่ต้องห่วง หากเจ้าอยากได้ผลึกน้ำนมปฐพีชิ้นนี้ พ่อจะช่วยประมูลมาให้เจ้าเอง"