- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นศิษย์เบอร์หนึ่งสำนักควบคุมสัตว์
- บทที่ 14: เค้าลางแห่งแผนร้าย!
บทที่ 14: เค้าลางแห่งแผนร้าย!
บทที่ 14: เค้าลางแห่งแผนร้าย!
ขณะที่พยัคฆ์ลายเมฆโจนทะยานเข้าใส่เยี่ยอวิ๋น เหลยหมิงที่กำลังโบยบินอยู่บนฟากฟ้าก็พุ่งหลาวลงมาหามันในทันที!
ในเวลาเดียวกัน มังกรสีน้ำเงินที่กำลังหยอกล้ออยู่กับราชันมัจฉาในทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน ก็รีบพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน!
ทว่าสัตว์วิญญาณทั้งสองยังอยู่ห่างออกไปพอสมควร พวกมันย่อมมาไม่ทันการอย่างแน่นอน!
เยี่ยอวิ๋นคว้าโล่ที่ได้มาจากถุงมิติของหลิวจินสุ่ย ยกโล่ที่ผ่านการหลอมรวมแล้วขึ้นรับการตะปบของพยัคฆ์ลายเมฆแบบตรงๆ!
อาศัยแรงกระแทกจากการโจมตีของพยัคฆ์ลายเมฆ เยี่ยอวิ๋นก็ดีดตัวถอยร่นกลับไปหาสัตว์เลี้ยงวิญญาณของตนอย่างรวดเร็ว!
เหลยหมิงซึ่งอยู่บนฟ้าเป็นตัวแรกที่มาถึงข้างกายเยี่ยอวิ๋น มันพุ่งเข้าใส่พยัคฆ์ลายเมฆทันทีที่เยี่ยอวิ๋นถอยฉากออกมา!
เหลยหมิงโฉบลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าแลบแปลบปลาบไปรอบตัว กรงเล็บอันแหลมคมของมันก็ถูกอาบชโลมไปด้วยสายฟ้าเช่นกัน!
ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน เหลยหมิงอาศัยความได้เปรียบจากการบินบนท้องฟ้า กดดันพยัคฆ์ลายเมฆจนโงหัวไม่ขึ้น พยัคฆ์ลายเมฆที่กำลังคลุ้มคลั่งเมื่อตระหนักว่ามันไม่อาจโจมตีนกเหลยหมิงได้ จึงเบนเป้าหมายกลับมาจ้องเขม็งที่เยี่ยอวิ๋นแทน!
พยัคฆ์ลายเมฆฝืนทนรับการโจมตีของนกเหลยหมิง แล้วโจนทะยานเข้าใส่เยี่ยอวิ๋นอีกครั้ง พร้อมกับสาดซัดคมมีดวายุจากกรงเล็บของมันออกมาหลายสายในคราวเดียวกัน!
เมื่อเห็นดังนั้น เยี่ยอวิ๋นก็ยกโล่ขึ้นตั้งรับอีกครั้ง มืออีกข้างกระชับดาบเร้นลับสีดำไว้แน่น!
"ตูม!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทางอีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบ เฉินฟางได้ปายันต์ลูกไฟระดับกลางเพียงแผ่นเดียวที่เขามีเข้าใส่พยัคฆ์ลายเมฆ หมายจะดึงดูดความสนใจของมัน!
ทว่ายันต์ลูกไฟกลับถูกสกัดกั้นไว้ด้วยคมมีดวายุของพยัคฆ์ลายเมฆ มันเมินเฉยต่อการแทรกแซงของเฉินฟางอย่างสิ้นเชิง และพุ่งกระโจนเข้ามาตรงหน้าเยี่ยอวิ๋น!
"เคร้ง!"
อุ้งเท้าอันทรงพลังตะปบเข้าที่โล่ ส่งผลให้เกิดรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นทั่วพื้นผิว!
เมื่อเห็นเช่นนั้น เยี่ยอวิ๋นก็ตวัดดาบฟันเข้าที่ขาหน้าซ้ายของพยัคฆ์ลายเมฆทันที ในขณะเดียวกัน เขาก็ทิ้งโล่ไป แล้วหยิบยันต์วัชระกับยันต์ระเบิดออกมา แปะยันต์วัชระลงบนตัวเขาเอง และแปะยันต์ระเบิดลงบนตัวเสือร้าย!
"ตูม!"
ยันต์ระเบิดที่ติดอยู่บนตัวพยัคฆ์ลายเมฆทำงานทันที แรงระเบิดฉีกกระชากขาหน้าซ้ายของมันจนแหลกเหลวเป็นชิ้นเนื้ออาบเลือด!
เยี่ยอวิ๋นอาศัยแรงอัดจากการระเบิดดีดตัวถอยหลังไปอีกสิบหมื่น พลางโยนยันต์หลุมพรางลงไปใต้เท้าของพยัคฆ์ลายเมฆ!
จากนั้นเขาก็หยิบยันต์ลูกไฟระดับหนึ่งขั้นสูงออกมาอีกสองแผ่น แล้วขว้างเข้าใส่พยัคฆ์ลายเมฆ!
เบื้องบน เหลยหมิงที่คอยก่อกวนอยู่ก็ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาอย่างเกรี้ยวกราด อัสนีบาตขนาดเท่ากำปั้นพุ่งออกจากจะงอยปากของมัน มุ่งตรงไปยังพยัคฆ์ลายเมฆ!
"ตูม! ตูม! ตูม!"
การโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าซัดกระหน่ำเข้าใส่ เมื่อกลุ่มควันจางลง ขาหน้าทั้งสองข้างของพยัคฆ์ลายเมฆก็ถูกระเบิดจนกระจุยกระจายไปหมดสิ้น!
มังกรสีน้ำเงินที่เพิ่งมาถึงก็พุ่งพรวดเข้ามา พ่นลมหายใจมังกรแผดเผาหัวของพยัคฆ์ลายเมฆอย่างต่อเนื่อง!!
ในวาระสุดท้าย เหลยหมิงพุ่งหลาวลงมาจากกลางอากาศ ใช้กรงเล็บอันแหลมคมขยี้กะโหลกของพยัคฆ์ลายเมฆจนแหลกเหลว!
เมื่อการต่อสู้ยุติลง เยี่ยอวิ๋นก็ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่กับที่ ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายดาย แต่ถ้าเขาพลาดพลั้งไปแม้แต่ก้าวเดียว เขาอาจจะกลายเป็นอาหารอันโอชะในท้องเสือไปแล้ว
หลังจากพักฟื้นจนหายเหนื่อย เยี่ยอวิ๋นก็เดินไปที่ซากของพยัคฆ์ลายเมฆเพื่อเริ่มจัดการกับมัน
ไม่ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายชนะ และตอนนี้ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากชัยชนะแล้ว!
ณ จุดที่สูงขึ้นไปเหนือทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน อวิ๋นเฟิงหยางกับผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำผู้หนึ่งกำลังเฝ้ามองดูการต่อสู้เบื้องล่าง
"ศิษย์น้องของเจ้านี่เอง เขาเป็นคนตรึงกำลังศัตรูไว้ แล้วอาศัยสัตว์เลี้ยงวิญญาณเพื่อสังหารสัตว์อสูรระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลาย
พลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจถึงตายได้เลย"
ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำมองลงไปยังเยี่ยอวิ๋นที่กำลังจัดการกับซากพยัคฆ์ลายเมฆ "ช่วงนี้ตระกูลหลิวแห่งเทียนสุ่ยเริ่มจะเหิมเกริมไม่ค่อยเชื่อฟังแล้วนะ"
"พอเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ท่านบรรพจารย์เป็นผู้ออกคำสั่งด้วยตัวเอง ให้เขาเป็นคนจัดการกับความขัดแย้งของคนรุ่นเยาว์ด้วยตนเอง
เว้นเสียแต่ว่าพวกยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานหรือแก่นทองคำของตระกูลหลิวจะเสียสติแล้วลงมือทำร้ายเยี่ยอวิ๋นเอง หากเป็นแค่ระดับรวบรวมลมปราณ ตอนนี้ใครจะรังแกเขาได้อีกล่ะ
ต่อให้สู้ไม่ได้ เขาก็ยังหนีรอดไปได้ด้วยวิหคอัสนีตัวนั้นอยู่ดี"
ย้อนกลับไปเมื่อห้าวันก่อน
หลิวจินอวี่เดินออกมาจากถ้ำพำนักของตน ตอนนี้ระดับการฝึกตนของเขาบรรลุถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแล้ว!
ด้วยพรสวรรค์รากวิญญาณสามสาย และอิทธิพลของตระกูล ขอเพียงเขาไปเปลี่ยนป้ายหยกประจำตัว เขาก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในทันที!
"จินเทียน จินฮวา แล้วก็จินสุ่ยไปไหนกันหมด"
วันนี้เป็นวันที่เขาออกจากช่วงเก็บตัวบำเพ็ญเพียร พวกนั้นไม่น่าจะพลาดมาต้อนรับเขาได้นี่นา
"จินฮวากับจินสุ่ยยังไม่กลับมาเลยตั้งแต่ถูกส่งไปจัดการกับไอ้เด็กเหลือขอนั่น ส่วนไอ้เด็กนั่นมันก็ไปรับภารกิจระยะยาวสามปี ดูแลปลาหลีฮื้อเจียวเงินนั่นแล้วด้วย สองคนนั้นคงจะ..."
เมื่อได้ยินว่าทั้งสองคนตายด้วยน้ำมือของเยี่ยอวิ๋น จิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมก็ปะทุขึ้นในแววตาของหลิวจินอวี่!
"ทีแรกมันก็แย่งภารกิจข้าไป ตอนนี้มันยังมาฆ่าน้องชายข้าอีก ถ้าข้าไม่ได้ฆ่าแก ข้าก็ไม่ใช่คนแล้ว!"
สาเหตุที่หลิวจินอวี่ให้ความสำคัญกับภารกิจปลาหลีฮื้อเจียวเงินนักหนา ต้องย้อนกลับไปตอนที่เขารับภารกิจนี้เป็นครั้งแรก
หลังจากรับภารกิจมาในตอนนั้น เขาบังเอิญไปพบรอยแยกที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิดอยู่ที่ก้นทะเลสาบ ภายในรอยแยกนั้นมีถ้ำกลวงซ่อนอยู่ ซึ่งภายในถ้ำมีเห็ดหลินจือน้ำนมปฐพีพันปีที่สามารถชำระล้างไขกระดูกของผู้ฝึกตนได้!
ทว่าเห็ดหลินจือน้ำนมปฐพียังไม่โตเต็มที่ หากเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปก็จะทำให้สรรพคุณทางยาลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย
เขารู้ดีว่าพรสวรรค์รากวิญญาณสามสายของเขานั้นถือว่าดาดๆ มากในสำนักควบคุมสัตว์ หากไม่ได้บิดาซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่มีตำแหน่งหน้าที่ในสำนักคอยหนุนหลัง เขาก็คงไม่มีตัวตนอะไรเลย!
ดังนั้น เห็ดหลินจือน้ำนมปฐพีดอกนี้จึงเป็นความหวังเดียวของเขาที่จะทะลวงผ่านไปสู่ระดับพลังที่สูงขึ้นไปได้!
"ไอ้เด็กเวรนั่นยังอยู่ที่ทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน พวกเรายังลงมือตรงๆ ไม่ได้"
"จินเทียน กลับไปที่ตระกูลแล้วบอกให้พวกเขาเตรียมผงล่ออสูรมาเพิ่มอีก
ในเมื่อข้าลงมือฆ่าแกตรงๆ ไม่ได้ ข้าก็จะปล่อยให้แกตายคาปากสัตว์อสูรก็แล้วกัน!"
...
หลังจากชำแหละซากพยัคฆ์ลายเมฆเสร็จ เยี่ยอวิ๋นก็เก็บเอาหนัง เขี้ยว กระดูก และอวัยวะเพศของมันใส่ลงในถุงมิติ หลังจากแล่เอาเนื้อสันในออกมาแล้ว เขาก็ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงวิญญาณสวาปามเนื้อสัตว์อสูรที่เหลือจนเกลี้ยง
เขาเดินไปสำรวจตรงจุดที่พยัคฆ์ลายเมฆพุ่งพรวดออกมาจากป่า มองดูต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดจากการพุ่งชนของมัน
"พยัคฆ์ลายเมฆจู่โจมทันทีที่มาถึงริมทะเลสาบ เห็นได้ชัดว่ามันถูกยั่วโมโหมา"
"แต่ตามหลักการแล้ว สัตว์อสูรระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลายแถวนี้ควรจะถูกกวาดล้างไปจนหมดเกลี้ยงแล้วนี่นา"
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เยี่ยอวิ๋นก็รู้สึกได้ว่าต้องมีใครบางคนจงใจล่อสัตว์อสูรมาที่นี่แน่ๆ
ตั้งแต่เข้าสำนักมาจนถึงตอนนี้ คนที่เขามีเรื่องบาดหมางด้วยก็มีแค่พวกนั้น เขานึกถึงสองคนที่มาลอบซุ่มโจมตีเขา กับหลิวจินอวี่ที่คอยขัดขวางไม่ให้เขารับภารกิจ
จิตสังหารอันเข้มข้นปะทุขึ้นในแววตาของเยี่ยอวิ๋น "ข้าต้องหาทางกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก!"
เมื่อกลับมาถึงหน้าถ้ำพำนัก การต่อสู้ครั้งนี้ได้ผลักดันเยี่ยอวิ๋นให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี คอขวดของระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกเริ่มคลายตัวลง
จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในถ้ำพำนักและเริ่มบำเพ็ญเพียร
...
สองวันต่อมา แรงดูดมหาศาลก็ปะทุขึ้นจากถ้ำพำนักของเยี่ยอวิ๋น กวาดล้างพลังวิญญาณโดยรอบเข้าไปจนหมดสิ้น
ไม่นานหลังจากนั้น ม่านอาคมของถ้ำพำนักก็ถูกเปิดออกปจากด้านใน
ตอนนี้เยี่ยอวิ๋นบรรลุถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกแล้ว!
"ยาเม็ดโสมเหลืองเหลืออยู่แค่ครึ่งขวดเอง ข้าต้องใช้เพิ่มอีกตั้งสองขวดกว่าจะฝึกถึงรวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดเพื่อเข้าสู่ขั้นปลายได้"
ยิ่งระดับการฝึกตนสูงขึ้นเท่าไหร่ เยี่ยอวิ๋นก็ยิ่งตระหนักถึงความยากลำบากของมรรคาแห่งการฝึกตนมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่า หากเขามีทรัพยากรเหลือเฟือเหมือนกับศิษย์สายตรงคนอื่นๆ ป่านนี้เขาอาจจะบรรลุถึงรวบรวมลมปราณขั้นปลายไปแล้วก็ได้
"แต่ท่านอาจารย์ก็กำชับไว้ชัดเจนแล้วว่าข้าต้องดิ้นรนหาทรัพยากรด้วยตัวเอง ตอนนี้คงต้องมุ่งสมาธิไปที่การจัดการแผนการเพาะพันธุ์ให้ดีเสียก่อน"
เขาเดินไปที่ริมทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน โยนชิ้นเนื้อสัตว์อสูรลงไปในทะเลสาบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบแห่งใหม่
ที่ริมฝั่งของทะเลสาบแห่งใหม่ เมื่อเห็นว่าไข่ปลาในกอหญ้าน้ำฟักเป็นตัวหมดแล้ว เยี่ยอวิ๋นก็เริ่มลงมือกำจัดพวกปลาขยะเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันมากินลูกปลาวัยอ่อนจนหมด
หลังจากจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เยี่ยอวิ๋นก็ออกจากทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน และเหาะมุ่งหน้าไปยังยอดเขาหลอมศัสตราของสำนัก
ภายในถ้ำพำนักของศิษย์สายในคนหนึ่ง "บัดซบเอ๊ย ขนาดพยัคฆ์ลายเมฆระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลายยังฆ่ามันไม่ได้อีกรึ!"
หลิวจินอวี่ขว้างขวดหยกกระแทกพื้นจนแตกกระจาย เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการล่อพยัคฆ์ลายเมฆตัวนั้นมา!
"อย่างน้อยเราก็ได้รู้ความแข็งแกร่งของมันล่ะนะ ในเมื่อสัตว์อสูรระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลายยังฆ่ามันไม่ได้ ทำไมเราไม่ให้ท่านอาจากตระกูลเป็นคนลงมือเองล่ะ"
สีหน้าของหลิวจินอวี่สลับสับเปลี่ยนไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากออกมาในที่สุด "จับตาดูไอ้เด็กนั่นไว้ให้ดี ถ้ามันก้าวเท้าออกจากสำนักเมื่อไหร่ ก็ให้คนลงมือทันที!"
แม้พรสวรรค์ของเขาจะดูธรรมดาเมื่ออยู่ในสำนักควบคุมสัตว์ แต่ในตระกูล เขากลับได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในอัจฉริยะของคนรุ่นนี้
การจะขอร้องให้ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานของตระกูลลงมือสังหารใครสักคน ย่อมมีความเป็นไปได้
...
เมื่อมาถึงยอดเขาหลอมศัสตรา เยี่ยอวิ๋นก็เดินเข้าไปในหอคอยหลอมวิเศษ ศิษย์ประจำยอดเขาที่กำลังจัดการเอกสารอยู่ที่โต๊ะด้านหน้ารีบเอ่ยถามขึ้นมาทันที "ศิษย์น้อง เจ้าต้องการจ้างพวกเราหลอมอุปกรณ์เวทงั้นหรือ"
"ขอรับ ข้าอยากใช้ของพวกนี้หลอมชุดเกราะกับอุปกรณ์เวทสักชิ้น"
เยี่ยอวิ๋นหยิบหนังและเขี้ยวของพยัคฆ์ลายเมฆออกมา เมื่อเห็นหนังเสือระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลาย ศิษย์ยอดเขาหลอมศัสตราก็พยักหน้ารับ "หนังและเขี้ยวของพยัคฆ์ลายเมฆระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลาย... อุปกรณ์เวทที่ได้น่าจะอยู่ในระดับสูง หรือไม่ก็อาจจะถึงระดับสูงสุดเลยทีเดียว แต่ว่าศิษย์น้อง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่เจ็ดร้อยแต้มผลงานสำนัก ตอนนี้เจ้าต้องวางมัดจำก่อนสองร้อยแต้มนะ"
เยี่ยอวิ๋นหยิบป้ายหยกประจำตัวศิษย์สายนอกออกมาและจ่ายแต้มผลงานสองร้อยแต้มไปทันที
"อีกครึ่งเดือนศิษย์น้องค่อยมารับอุปกรณ์เวทที่นี่ แล้วค่อยจ่ายแต้มผลงานที่เหลือนะ"
หลังจากจัดการธุระเสร็จสิ้น เยี่ยอวิ๋นก็กลับไปที่ทะเลสาบมังกรวารีสีเงิน เมื่อมองดูทะเลสาบเบื้องหน้า เยี่ยอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกใคร่รู้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ภายในทะเลสาบแห่งนี้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ ถึงได้ดึงดูดความสนใจของหลิวจินอวี่มากมายถึงเพียงนี้