- หน้าแรก
- บันทึกตำนานเซียนหญิงปริศนา
- บทที่ 54 ประชันฝีปาก
บทที่ 54 ประชันฝีปาก
บทที่ 54 ประชันฝีปาก
บทที่ 54 ประชันฝีปาก
หากคืนนั้นกู้จิ่วเย่วไม่ได้ซัดหวังมู่จนบาดเจ็บสาหัส ยายเฒ่าหวังคงเตรียมตัวมาสู่ขอกู้ชิงเฉินในวันรุ่งขึ้นไปแล้ว แน่นอนว่าคำว่า "สู่ขอ" เป็นเพียงคำเรียกให้ดูดี แท้จริงแล้วนางตั้งใจจะใช้ข่มเหงรังแกเสียมากกว่า
หลายปีมานี้ในเขตทุ่งนาวิญญาณ ยายเฒ่าหวังใช้อาชีพแม่สื่อกอบโกยศิลาวิญญาณไปไม่น้อย นางแบ่งครึ่งหนึ่งให้หวังมู่ และเก็บไว้อีกครึ่งหนึ่ง
คนส่วนใหญ่ในเขตทุ่งนาวิญญาณรู้จักยายเฒ่าหวังดี ใครอยากหาคู่บำเพ็ญก็มักจะมาหานาง จากนั้นนางจะแนะนำผู้บำเพ็ญหญิงให้ โดยจะได้รับศิลาวิญญาณตามเงื่อนไขความงามและระดับพลังของหญิงผู้นั้น เนื่องจากนางมักจะเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงสาวจากโลกปถุชน ไร้ญาติขาดมิตร ไร้เบื้องหลัง และมีนิสัยอ่อนแอ
วิธีการทำงานที่แทบไม่ต่างจากการค้ามนุษย์ของนางจึงไม่เคยประสบปัญหาใดๆ
เพราะนางมีลูกชายเป็นถึงผู้ดูแลฝ่ายนอก คนทั่วไปจึงมักหลับตาข้างหนึ่งเสมอ อีกทั้งผู้บำเพ็ญหญิงที่เป็นเหยื่อก็ไม่กล้าไปฟ้องร้องหรือแสดงความไม่พอใจ ได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนความซวยนี้ไป
เรียกได้ว่ายายเฒ่าหวังมีหน้ามีตาในหมู่ศิษย์รับใช้ แต่ชื่อเสียงนั้นเหม็นโฉ่ถึงที่สุด ปกติผู้บำเพ็ญหญิงเห็นนางก็มักจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น
ทว่าตอนนี้หวังมู่บาดเจ็บสาหัสทำให้อารมณ์ร้ายสุดขีด หญิงที่จะส่งไปปรนนิบัติเขาจึงต้องมีนิสัยดี และในเมื่อลูกชายบาดเจ็บหนัก นอกจากเบี้ยหวัดรายเดือนที่สำนักให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีศิลาวิญญาณพอไปซื้อโอสถรักษาจุดตันเถียน ดังนั้นกู้ชิงเฉินที่มีฝีมือในการสร้างยันต์จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง
กู้จิ่วเย่วหลงนึกว่าหลังจากหวังมู่บาดเจ็บ วิกฤตของอาหญิงจะคลี่คลายไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยกู้ชิงเฉินไป
ในวันที่สองหลังจากกู้จิ่วเย่วทะลวงระดับหลอมลมปราณขั้นหก ยายเฒ่าหวังก็บุกมาหากู้ชิงเฉินถึงบ้าน ขณะนั้นกู้จิ่วเย่วที่กำลังซุ่มฝึกฝนอยู่ในบ้านไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งได้ยินเสียงโต้เถียงดังมาจากทางบ้านอาหญิง ถึงได้รู้ว่ามีปัญหามาเคาะประตูบ้านอีกแล้ว
สีหน้าของกู้จิ่วเย่วดูแย่มาก นางแค่อยากจะปั๊มค่าความชำนาญเงียบๆ ทำไมคนพวกนี้ต้องหาเรื่องนางไม่หยุด?
เพื่อเลี่ยงปัญหา นางแทบไม่ออกจากบ้านแล้ว ทำไมยังไม่ปล่อยนางไปอีก
กู้จิ่วเย่วสูดหายใจลึก เปิดประตูเดินไปที่บ้านกู้ชิงเฉิน ช่วงนี้กู้ชีเย่วกำลังหัดวาดยันต์กับกู้ชิงเฉิน วันนี้ตอนยายเฒ่าหวังมา กู้ชีเย่วจึงอยู่ด้วยพอดี เสียงที่กู้จิ่วเย่วได้ยินก็คือเสียงของกู้ชีเย่วที่กำลังฉะกับยายเฒ่าหวังนั่นเอง
ยังไม่ทันจะเดินไปถึง ก็ได้ยินกู้ชีเย่วด่าเปิงว่า:
"ยายแก่หนังเหี่ยวใจบาป! อาหญิงของข้าตอนนี้อยู่ระดับหลอมลมปราณขั้นห้า ทั้งยังเป็นนักสร้างยันต์ อีกไม่เกินสองปีก็ได้เข้าฝ่ายนอกแล้ว นางต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ถึงจะยอมไปเป็นอนุให้คนอื่น! ถ้าแกยังไม่ไป ข้าจะเอาอุจจาระมาราดตัวแกแน่"
ที่กู้ชีเย่วขู่เช่นนั้น เพราะในเขตเมืองเซียนเสวียนหนานสั่งห้ามการต่อสู้ กู้ชีเย่วคิดไปคิดมา สิ่งเดียวที่พอจะข่มขวัญคนได้คงมีแต่อุจจาระในส้วมนี่แหละ
ได้ผล ยายเฒ่าหวังได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความขยะแขยง ถอยหลังหนีไปสองสามก้าวเพื่อให้ห่างจากกู้ชีเย่ว แต่ปากยังพยายามล่อลวงต่อ:
"กู้ชิงเฉิน เจ้าคิดดูให้ดีนะ ลูกชายข้าเป็นถึงผู้ดูแลระดับสร้างรากฐาน ด้วยอายุยี่สิบห้าของเจ้า คนที่จะแต่งด้วยได้ถ้าไม่เป็นพ่อหม้ายก็เป็นพวกคนแก่ไร้เมีย ลูกชายข้าเอ็นดูเจ้านับเป็นวาสนาแล้ว ข้าขอเตือนว่าอย่าได้ไร้มารยาท"
กู้ชีเย่วด่าสวน:
"วาสนาบ้านบรรพบุรุษแกสิ ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์ อยากแต่งก็นั่งเกี้ยวไปแต่งเองเถอะ อาหญิงของข้าไม่ต้องการวาสนาพรรค์นี้ ไสหัวไปซะ!"
ยายเฒ่าหวังเห็นกู้ชีเย่วด่าคำร้ายคำ สีหน้าก็ดูแย่ลงถนัดตา นางจ้องมองกู้ชิงเฉินอย่างเยือกเย็นและอาฆาตพลางขู่ว่า:
"กู้ชิงเฉิน เจ้าก็เป็นคนเก่าคนแก่ในเขตทุ่งนาวิญญาณ ควรจะรู้ว่าแม่สื่ออย่างข้าหวังไม่เคยพลาดงานไหน ทำไมต้องบีบให้ข้าฉีกหน้าจนดูไม่จืดด้วย และที่เจ้าปล่อยให้เด็กตายด้านนี่ลบหลู่อาวุโสอย่างข้า ก็อย่ามาโทษว่าข้าใช้ความเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างมันก็แล้วกัน"
กู้ชิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย:
"ยายเฒ่าหวัง เจ้าเชิญกลับไปเถอะ ข้าไม่มีวาสนาจริงๆ ถึงข้าจะมาจากครอบครัวยากจน แต่ข้าก็ไม่ลดตัวลงไปเป็นอนุใคร อีกอย่าง น้องชายของข้าเป็นศิษย์ฝ่ายนอก หากพี่สาวอย่างข้าไปเป็นอนุให้คนอื่น น้องชายข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?"
กู้ชิงเฉินรู้ดีว่ายายเฒ่าหวังไม่ใช่คนที่จะไปล่วงเกินได้ง่ายๆ แต่ในใจนางรังเกียจการแต่งงานเหลือเกิน ยามนี้นางหาศิลาวิญญาณเองได้ ใช้ชีวิตอิสระเสรี เหตุใดต้องไปแต่งงาน แถมยังต้องไปเป็นอนุ พูดกันตามตรง การเป็นอนุกับสาวใช้มันต่างกันตรงไหน ถูกเขาฆ่าตายไปก็ตายเปล่า การเป็นคนมีศักดิ์ศรีแบบยืนหยัดอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ถ้าไม่สมองบวมนางคงไม่ไปคุกเข่าเป็นอนุใครหรอก
ยายเฒ่าหวังแค่นยิ้มเย็น:
"เขตทุ่งนาวิญญาณกว้างใหญ่ บางครั้งคนหายไปสักคนสองคนเป็นเรื่องปกติ กู้ชิงเฉิน หวังว่าเจ้าจะคิดให้รอบคอบ อย่าทำลายอนาคตตัวเอง และอย่าลามไปถึงหลานสาวทั้งสองคนด้วย"
กู้จิ่วเย่วเดินเข้าไปถามว่า:
"ลามเรื่องอะไร? ลามยังไง ท่านอาหญิง ยายแก่นี่ใครกัน? ทั้งแก่ทั้งอัปลักษณ์ พูดจาน่าเกลียดเหมือนอีกา กา กา กา อยู่นั่นแหละ หนวกหูชะมัด"
กู้จิ่วเย่วมาถึงก็ดึงความเกลียดชังเข้าหาตัวทันที ยายเฒ่าหวังเพิ่งเคยถูกชี้หน้าด่าว่าทั้งแก่ทั้งอัปลักษณ์เป็นครั้งแรก นางชี้นิ้วมาที่กู้จิ่วเย่ว มือไม้สั่นด้วยความโกรธ:
"แก! นังเด็กเหลือขอ แกเคยได้ยินไหมว่าภัยมักมาจากปาก?"
กู้จิ่วเย่วเลิกคิ้วมองนางด้วยรอยยิ้มซื่อๆ:
"เคยได้ยินสิ แต่ข้าว่าคำนี้มันเหลวไหลนะ ถ้าเป็นจริง ป่านนี้แกจะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะ?"
"ดี... ดีมาก! ข้าหวังอยู่ในย่านนี้มาหลายสิบปี เพิ่งเคยถูกด่าแบบนี้ครั้งแรก ตระกูลกู้ของพวกแกนี่แน่จริงๆ หึ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน คนที่ล่วงเกินข้าไม่เคยมีจุดจบที่ดีสักคน"
กู้จิ่วเย่วหัวเราะคิกคัก:
"พูดเหมือนกับว่าถ้าไม่ล่วงเกินแกแล้วจะมีจุดจบดีอย่างนั้นแหละ อีกอย่าง ที่นี่คือเขตทุ่งนาวิญญาณศิษย์รับใช้ของสำนักไท่เสวียน ห้ามทะเลาะวิวาททำร้ายกัน แกบอกว่าพวกเราจะมีจุดจบไม่ดี หมายความว่าแกกล้าลงมืองั้นรึ? ศิษย์พี่ที่พวกลูกศิษย์พาเข้าสำนักไม่ได้บอกหรือไงว่าห้ามสู้กันในเขตค่ายกล ไม่อย่างนั้นจะถูกฟ้าผ่า ทำไม ยายแก่หนังเหี่ยวอย่างแกเบื่อโลกแล้วหรือไง อยากโดนฟ้าผ่าให้หนังตึงขึ้นหน่อยเหรอ?"
"ว้าว จิ่วเย่ว เจ้าพูดจาได้เจ็บแสบมาก สอนข้าที ข้าอยากเรียน!" กู้ชีเย่วถึงกับทึ่งในทักษะการด่าของกู้จิ่วเย่วที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่น้ำเสียงเรียบนิ่งแบบนี้
นางรู้สึกว่าตอนที่นางด่ายายเฒ่าหวังเมื่อกี้ที่หน้าดำหน้าแดงคอเป็นเอ็นดูไม่แพงเอาเสียเลย ไม่มีสง่าราศีของผู้บำเพ็ญเพียรเอาเสียเลย นางอยากจะทำให้ศัตรูกระอักเลือดตายด้วยท่าทีสงบแบบจิ่วเย่วบ้าง
"อยากเรียนเหรอ? เรื่องแบบนี้ต้องเรียนด้วยเหรอ? เจ้าทะลวงถึงระดับหลอมลมปราณขั้นกลางหรือยัง? วาดเขียนยันต์เมฆฝนเป็นหรือยังล่ะ?"
กู้จิ่วเย่วจี้จุดอ่อนกู้ชีเย่วเข้าอย่างจัง
ยายเฒ่าหวังไม่เคยเจอใครทะเลาะกันอยู่ดีๆ แล้วดันออกนอกเรื่องไปคุยกันเองแบบนี้ นางรู้สึกเหมือนถูกมองข้ามจึงแค่นเสียงฮึ:
"นังหนู ตอนนี้ปากเก่งไปเถอะ รอวันที่แกตกมาอยู่ในมือข้าเมื่อไหร่ ดูซิว่ายังจะยิ้มออกไหม"
กู้จิ่วเย่วตอบสวน:
"แกข่มขู่เสียงดังต่อหน้าคนตั้งมากมายขนาดนี้ แกเห็นกฎสำนักอยู่ในสายตาบ้างไหม? เพียงเพราะแกจะฉุดคร่าลูกเมียชาวบ้านแล้วพวกเราไม่ยอม แกก็ข่มขู่พวกเรา ขอถามหน่อยเถอะ ที่นี่คือสำนักไท่เสวียนหรือเปล่า? พวกมาเฟียยังไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เท่าแก เลย"
มาเฟีย? คืออะไรกัน? แม้ยายเฒ่าหวังจะไม่เข้าใจความหมายของคำนี้ แต่นางรู้ดีว่าปากนังเด็กนี่ไม่มีทางพ่นคำมงคลออกมาแน่ๆ มันต้องไม่ใช่คำดีแน่ๆ
(จบตอน)