- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- 59 - แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
59 - แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
59 - แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
บนท้องนภาสูงชัน ลมภูเขาพัดแรง อี้อวิ๋นสัมผัสได้ถึงละอองน้ำจากน้ำตกที่พุ่งพล่านอยู่ไม่ไกล กระทบใบหน้าให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น
ข้ากระโดดได้สูงปานนี้เชียวหรือ?
ต้องกล่าวว่าอี้อวิ๋นขาดประสบการณ์การต่อสู้อย่างแท้จริง หลังจากบรรลุขั้นหลอมกายบริบูรณ์ในครั้งนี้ สมรรถภาพร่างกายของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ทว่าเขายังไม่ทันได้ทดลองดูว่าพละกำลังของเนื้อหนังมังสาเพิ่มขึ้นถึงระดับใด ก็ต้องมาพบกับหลินซินถงและตาเฒ่าอ้วนเสียก่อน
ในยามนั้น หลินซินถงใช้ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ ร่างกายก็ทะยานขึ้นราวกับนกนางแอ่นเหินลม!
เมื่อเผชิญหน้ากับหลินซินถงที่พุ่งตรงมา ในใจของอี้อวิ๋นสงบนิ่งอย่างที่สุด ส่วนลึกในใจคล้ายกับว่าผลึกม่วงต้นกำเนิดอันเย็นเยียบนั้นกำลังเต้นตุบอยู่ภายในหัวใจของเขา กระแสพลังปราณไหลเวียนไปตามเส้นโลหิตแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ในสายตาของอี้อวิ๋น ทุกสิ่งรอบตัวเริ่มช้าลง ลมภูเขาที่พัดมาดูเหมือนจะส่งผ่านข้อมูลของคู่ต่อสู้มายังตัวเขา
เขากำหมัดแน่น ดวงตาทอประกายเจิดจ้า อี้อวิ๋นอาศัยแรงโน้มถ่วงพุ่งดิ่งลงมาด้านล่าง!
ชั่วขณะนั้น อี้อวิ๋นรู้สึกถึงพลังอันบ้าคลั่งที่พลุ่งพล่านขึ้นภายในกาย! เส้นชีพจรทะลุปรุโปร่ง หลอมกายบริบูรณ์ ร่างกายของอี้อวิ๋นประหนึ่งภูเขาไฟที่บ่มเพาะมานานแสนนานและกำลังจะระเบิดออก
อยู่เหนือข่มเหงดั่งพยัคฆ์ลงเขา!
อี้อวิ๋นคำรามก้อง เสียงคำรามนี้ไม่ใช่เสียงที่มนุษย์จะพึงเปล่งออกมาได้ แต่กลับเหมือนเสียงเสือคำรามลั่นป่า ทำเอาเหล่าสรรพสัตว์ต้องสั่นสะท้าน!
อี้อวิ๋นไม่คิดหลบเลี่ยงอีกต่อไป บนท้องนภาสูงเช่นนี้ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้ เขาเหวี่ยงมือทั้งสองออกไปอย่างฉับพลัน ตั้งท่ากรงเล็บพยัคฆ์ ตะปบลงมาประจันกับฝ่ามือของหลินซินถง!
"หมัดคชสารพยัคฆ์กระดูกมังกร" ท่า "พยัคฆ์ลงเขา" แต่เดิมยามอี้อวิ๋นฝึกฝนท่านี้นั้น เขาใช้มือทั้งคู่ตะปบเข้าใส่หินเหล็กดำจนแหลกละเอียด
ทว่ายามนี้ เขากลับต้องตะปบเข้าที่มือนุ่มนวลของหลินซินถง!
แน่นอนว่ามือของหลินซินถงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า การทลายศิลาแยกผาสำหรับนางนั้นง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้
เมื่อเห็นอี้อวิ๋นพุ่งลงมา หลินซินถงก็ประหลาดใจยิ่งนัก นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าปะทะกับนางตรงๆ? ช่างเป็นลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือเสียจริง!
"เฮ้ย ศิษย์รัก อย่าทำให้เขาพิการล่ะ!" ตาเฒ่าอ้วนร้องตะโกนอยู่ด้านข้าง "ที่จริงทำให้พิการก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ประเด็นคือเจ้านี่ต้องให้พวกเราจ่ายค่าหยูกยาแน่ๆ!"
คำพูดของตาเฒ่าถูกเสียงลมจากหมัดที่ปะทะกันของทั้งคู่กลบไปสิ้น มือของคนทั้งสองเข้าหักหาญกันกลางอากาศ!
"ตูม!"
เสียงกัมปนาทดังสนั่น คลื่นอากาศระเบิดออกไปโดยรอบ อี้อวิ๋นรู้สึกเพียงแรงมหาศาลกระแทกเข้ามาจนโลหิตลมในกายตีกลับ!
ส่วนหลินซินถงนั้นเปรียบเสมือนปุยฝ้ายที่ถูกลมพายุพัดปลิว ร่างกายหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ถอยร่นไปนั้น ภายในใจของหลินซินถงเกิดความรู้สึกประหลาด ชั่วขณะที่ฝ่ามือของนางปะทะกับหมัดของอี้อวิ๋น นางสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งที่ส่งผ่านมาจากหมัดของอี้อวิ๋น ไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง
กระแสความอบอุ่นนี้ดูเหมือนไม่สลักสำคัญ ทว่ามันกลับไหลซึมเข้าสู่เส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นของนางอย่างเงียบเชียบแล้วเลือนหายไป
เมื่อตั้งใจสัมผัส หลินซินถงรู้สึกว่าเส้นชีพจรของนางดูเหมือนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หรืออาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ นี่มันภาพหลอนอย่างนั้นหรือ?
หลินซินถงยังไม่ทันได้ใคร่ครวญให้ถี่ถ้วน ในยามนั้นนางก็พบว่าอี้อวิ๋นที่ถูกนางซัดเข้าอย่างจังกลับไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่หนำซ้ำในระหว่างที่ร่างกระเด็นไปเขากลับตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว
ร่างกายของเขาห้อยหัว พุ่งไปยังน้ำตกที่ไหลเชี่ยว
"พึ่บ!"
อี้อวิ๋นประหนึ่งปลาหลีฮื้อที่โจนทะยานลงน้ำ เขามุดฝ่าม่านน้ำตกเข้าไป เหยียบลงบนชะง่อนหินลื่นปรอยที่อยู่หลังม่านน้ำ!
น้ำตกนั้นตกลงมานับพันฟุต พลังรุนแรงมหาศาล ทั้งหินยังลื่นเป็นที่สุด ทว่าอี้อวิ๋นกลับร่อนลงบนหินใหญ่ก้อนนั้นได้อย่างมั่นคง เขาย่อตัวลงบนหินเพื่อเตรียมส่งแรง!
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าจ้องมองฝ่าม่านน้ำตกที่ขาวโพลนราวกับหิมะ ประดุจกระบี่คมกริบสองเล่มที่พุ่งตรงไปยังหลินซินถง!
"หืม!?"
หลินซินถงตกตะลึง เขาได้รับแรงกระแทกจากนางไปเต็มๆ กลับไม่เป็นอะไรเลยหรือ? เด็กน้อยในขั้นเส้นชีพจรคนหนึ่ง ร่างกายจะแข็งแกร่งปานนี้เชียวหรือ?
"บ้าน่ะ!"
ตาเฒ่าอ้วนเองก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แม้เขาจะบอกให้ศิษย์ออมมือ ทว่าเมื่อดูจากการปะทะครั้งนั้นนางก็ไม่ได้ออมมือเท่าใดนัก ถึงจะกดข่มระดับพลังฝีมือไว้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กคนนี้จะต้านทานได้เลย!
ตาเฒ่ายังไม่ทันคิดอะไรต่อ ในตอนนั้นเอง อี้อวิ๋นก็พุ่งตัวออกจากหินใหญ่ก้อนนั้น
"ตูม!"
อี้อวิ๋นกระโจนเข้าสู่ม่านน้ำตก!
พลังของม่านน้ำนั้นน่าหวาดหวั่น ทว่าอี้อวิ๋นฝึกฝนท่ามังกรเริงวารีมานาน ร่างกายคุ้นเคยกับธรรมชาติของน้ำ เขาเคลื่อนที่ฝ่ากระแสน้ำตกที่เชี่ยวกราก โดยอาศัยแรงโหมกระหน่ำของน้ำตกช่วยส่งเสริมแรงพุ่งทะยานของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มองจากระยะไกล อี้อวิ๋นในชุดผ้าป่านดูราวกับมังกรคะนองน้ำที่กำลังพลิกฟ้าคว่ำสมุทร!
"ครืน!"
ชั่วขณะนั้น ภายในกายของอี้อวิ๋นมีเสียงกึกก้องกัมปนาทดังออกมา ประดุจเสียงฟ้าร้องคำรามบนนภากาศ!
อสนีบาตสถิตเมฆาเก้าชั้นฟ้า!!
อี้อวิ๋นบิดตัวกลางอากาศ ใช้ขาพาเอว แผ่นหลังโก่งโค้ง กระดูกสันหลังขึงตึงราวกับคันเกาทัณฑ์ หมัดขวาหดอยู่ใต้ซี่โครงประหนึ่งลูกศรบนสายเกาทัณฑ์ พุ่งออกไปอย่างดุดัน!
"เปรี้ยง!"
ราวกับสายเกาทัณฑ์ขาดสะบั้น เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในแก้วหู!!
หมัดนี้รวบรวมสง่าราศีและพลังทั้งหมดของอี้อวิ๋นเอาไว้ หมัดเดียวซัดออกไปม้วนเอาละอองน้ำมหาศาลติดตามมา ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับมีมหาสมุทรที่บ้าคลั่งกำลังพุ่งเข้าใส่!
หลินซินถงตะลึงงัน นี่คือพลังของเด็กหนุ่มผู้นี้หรือ?
เสียงกระดูกลั่นราวฟ้าร้องเช่นนี้ เสียงเส้นเอ็นสั่นไหวราวสายเกาทัณฑ์เช่นนี้ กลับเปล่งออกมาจากภายในร่างกายของเขา?
ชั่วพริบตาที่ตกตะลึง อี้อวิ๋นก็มาถึงเบื้องหน้าของหลินซินถงแล้ว!
หลินซินถงถึงกับสัมผัสได้ถึงลมหมัดอันเกรี้ยวกราด นางเข้าใจในทันทีว่าอานุภาพของหมัดนี้เรียกได้ว่าเป็นขีดสุดที่ขั้นเส้นชีพจรจะทำได้แล้ว!
ในเศษเสี้ยวลมหายใจ หลินซินถงก็ลงมือ นางยังคงกดข่มระดับพลังไว้ที่หลอมกายระดับสาม ซึ่งต่ำกว่าอี้อวิ๋นหนึ่งขั้น
ทว่ากระบวนท่าที่นางใช้ไม่ใช่ "หมัดคชสารพยัคฆ์กระดูกมังกร" อีกต่อไป แต่เป็นวิชาหลักที่แท้จริงของหลินซินถง—"คัมภีร์จิตเทพธิดา"!
นิ้วมือของหลินซินถงร่ายรำดั่งดอกบัว แตะออกไปเบาๆ ราวกับเทพธิดาสะบัดแขนเสื้อ
การโจมตีนี้แฝงไปด้วยพลังแห่งความอ่อนชโยนอันน่าเหลือเชื่อ ตรงข้ามกับความแข็งกร้าวและร้อนแรงของ "หมัดคชสารพยัคฆ์กระดูกมังกร" โดยสิ้นเชิง
อ่อนสยบแข็ง! หลินซินถงและอี้อวิ๋นปะทะกันอีกครั้ง!
แต่เดิมยามนิ้วดรรชนีดอกบัวปะทะกับหมัด ไฉนเลยกระดูกจะไม่หักสะบั้น ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
มองจากระยะไกล คลื่นอากาศอันแข็งแกร่งดุจค้อนเหล็กยักษ์ปะทะเข้ากับกำแพงอากาศอันอ่อนโยนอีกสายหนึ่ง
กำแพงอากาศนั้นบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ทว่ามันกลับรับแรงกระแทกของคลื่นอากาศที่แข็งกร้าวไว้ได้ทั้งหมด!