- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- บทที่ 22 เกมสี่มุม
บทที่ 22 เกมสี่มุม
บทที่ 22 เกมสี่มุม
บทที่ 22 เกมสี่มุม
ประตูเหล็กขึ้นสนิมเขรอะมีแม่กุญแจตัวใหญ่คล้องอยู่ตรงกลาง ทุกคนเตรียมตัวมาอย่างดี คนที่รออยู่ด้านนอกนำคีมตัดเหล็กระบบไฮดรอลิกมาตัดซี่ลูกกรงบนประตูออกไปหลายเส้นจนเกิดเป็นช่องกว้างพอให้คนลอดผ่านได้
เจียงฝานและพรรคพวกเดินเข้าไปด้านใน พื้นคอนกรีตของโรงเรียนบางและมีรอยแตกร้าวมากมาย กอวัชพืชงอกทะลุขึ้นมาจากเบื้องล่างจนสูงจรดหน้าแข้ง
พวกเขาสาดไฟฉายส่องทางขณะก้าวเดิน ก่อนจะชะงักฝีเท้าลงกะทันหันหลังจากเดินไปได้เพียงสิบก้าว
ป้ายเตือนประหลาดแผ่นหนึ่งปักอยู่ในรอยแยกบนพื้นคอนกรีตเบื้องหน้า
มันมีตัวอักษรพ่นด้วยสีแดงสี่ตัวว่า 【อนุญาตให้เข้า】
ความแปลกประหลาดคือคำว่า "เข้า" นั้นถูกเขียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับพ่นโดยมืออาชีพ ในขณะที่คำว่า "อนุญาต" นั้นบิดเบี้ยวโย้เย้ ดูคล้ายกับลายมือไก่เขี่ยของเด็กกำพร้า
"มีคำอื่นอยู่ข้างใต้ ถูกสีพ่นทับไว้" นักศึกษาชายที่ชื่อเฉินหลินเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก
คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นกันและเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เมื่อพิจารณาจากร่องรอยตัวอักษรบริเวณขอบ พวกเขาก็ดูออกว่าใต้คำว่า "อนุญาต" นั้น แท้จริงแล้วควรจะเป็นคำว่า "ห้าม"
"แปลกนิดหน่อยนะ ป้ายนี้น่าจะถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนที่โรงเรียนจะย้ายออกไป เพื่อเตือนไม่ให้คนนอกเข้ามา แล้วใครมาแก้ป้ายแบบนี้กัน" ซูเว่ยขมวดคิ้วพูด
"เล่นพิเรนทร์งั้นเหรอ" เฉินหลินลูบคาง เขาเป็นคนผอมสวมแว่นตากรอบดำ ดูเป็นเด็กเรียน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนชอบการผจญภัยมาก ได้ยินมาว่าเขาเคยร่วมทริปตั้งแคมป์กลางแจ้งกับเพื่อนนักเดินทางมาแล้วหลายครั้ง
"ฉันได้ยินมาว่าพวกโรงเรียนหรือไซต์ก่อสร้างร้างบางแห่งมักจะมีพวกคนจรจัดหรือไม่ก็อาชญากรมายึดเป็นที่หลับนอน พวกเราคงไม่โดนจับไปผ่าเอาไตหรอกนะ" อู๋กั๋วห่าวพูดกลั้วหัวเราะ พร้อมกับเล็งกล้องไปที่ป้ายเตือน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้กลัวจริงๆ เพียงแค่พยายามสร้างบรรยากาศเท่านั้น
เจียงเมิ่งกำแขนเสื้อตัวเองแน่น พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ดูตกใจและหดตัวถอยหลังกลับไปทันที
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น "พวกนายเคยลองคิดถึงปัญหาข้อหนึ่งไหม ป้ายเตือนเนี่ยน่าจะอยู่หน้าโรงเรียน หรืออย่างน้อยก็ในจุดที่มองเห็นได้ก่อนจะเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาสิ"
"เมื่อกี้ตรงถนนคอนกรีตมีหลุมเล็กๆ อยู่นี่ บางทีมันอาจจะเคยปักอยู่ตรงนั้นก็ได้"
"ก่อนหน้าที่เราจะมาถึง ประตูโรงเรียนก็ไม่มีร่องรอยถูกทำลาย แถมวัชพืชตามทางเดินก็ไม่มีรอยถูกเหยียบย่ำ แล้วใครเป็นคนย้ายป้ายเข้ามาข้างในล่ะ"
คำพูดของเจียงฝานทำให้ทุกคนชะงักไป
ประตูโรงเรียนยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และไม่มีร่องรอยว่ามีใครคนอื่นมาที่นี่ แล้วใครกันที่จะย้ายป้ายนี้เข้ามาด้านใน ผีงั้นเหรอ
ถึงตรงนี้ เจียงฝานก็เดินเข้าไปหาอีกครั้ง เขาย่อตัวลงแล้วค่อยๆ ดึงป้ายแผ่นนั้นขึ้นมา พร้อมกับกวักมือเรียกให้ทุกคนเข้ามาดู
"ดูสิ ดินบนผิวยังดูใหม่มาก ซึ่งหมายความว่าป้ายนี้เพิ่งถูกย้ายมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน หรืออาจจะเพิ่งย้ายมาไม่นานก่อนที่เราจะมาถึงในคืนนี้ด้วยซ้ำ"
"เจียงฝาน นายเลิกพูดได้ไหม ถ้าขืนนายยังเอาแต่วิเคราะห์โน่นนี่ต่อ กิจกรรมคืนนี้คงได้จบลงก่อนเวลาอันควรแน่" อู๋กั๋วห่าวอดไม่ได้ที่จะพูดแทรก เขารู้สึกว่าจากรายละเอียดที่เดิมทีก็แค่ดูแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่พอออกจากปากของเจียงฝาน มันกลับถูกขยายความน่ากลัวให้ใหญ่โตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้แม้แต่ตัวเขาที่ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร กลับรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ไปเถอะ เดินหน้ากันต่อ ก็แค่ป้ายแผ่นเดียว อย่าหลอกตัวเองให้กลัวไปหน่อยเลย"
เมื่อได้รับการกระตุ้นจากอู๋กั๋วห่าว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนกันต่อ
เจียงฝานรั้งท้าย เขาค่อยๆ ปักป้ายกลับไปที่เดิม แต่หันด้านที่มีตัวหนังสือเข้าหาด้านในแทนที่จะเป็นประตูโรงเรียน ราวกับจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในโรงเรียนคืนนี้ ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหนทั้งสิ้น
หลังจากเดินไปได้อีกสิบเมตร อาคารเรียนสามหลังก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เรียงรายกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางเป็นลานขนาดเล็กที่มีแปลงดอกไม้ซึ่งต้นปี่แป้เจริญเติบโตอย่างงอกงาม และมีวัชพืชหลายชนิดขึ้นรกชันกว่าตรงทางเดินที่พวกเขาก้าวเข้ามาเสียอีก ความสูงของมันแทบจะท่วมครึ่งตัวคน
"นั่นคืออาคารหนึ่ง สถานที่สำหรับเล่นเกมสี่มุม" ซูเว่ยชี้ไปยังอาคารทางซ้ายมือ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ทุกคนก็พากันเดินเลี่ยงแปลงดอกไม้ตามสัญชาตญาณ หญ้าด้านในนั้นรกทึบจนเกินไป ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ต่อเมื่อเข้าไปใกล้ตัวอาคารเรียนจริงๆ พวกเขาก็ต้องตระหนักว่ามันมีความแปลกประหลาดเช่นกัน กำแพงเต็มไปด้วยตัวอักษรมากมายที่ถูกเขียนหวัดๆ ด้วยสีพ่น ปากกาสี ชอล์ก และเครื่องมือเขียนอื่นๆ อีกหลายชนิด
"ห้ามเล่นซ่อนหาในโรงเรียนเด็ดขาด!"
"มาเล่นซ่อนหากันเถอะ"
"ซ่อนตัวดีหรือยัง"
"ถ้าฉันหาเธอไม่เจอ พอตกดึก ฉันจะไปซ่อนที่บ้านเธอ"
นี่คือข้อความตัวใหญ่ๆ เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม ก็ยังมองเห็นข้อความตัวเล็กๆ อีกมากมายที่บิดเบี้ยว โย้เย้ และดูน่าเกลียดอย่างที่สุด
"ไม่มีใครเล่นซ่อนหาในโรงเรียนนี้ ถ้ามีใครเรียกให้ไปหา ห้ามไปเด็ดขาด!"
"หาฉันให้เจอ แล้วฉันจะให้พรเธอหนึ่งข้อ"
"ถ้ามีคนมาตามหาเธอ เธอต้องซ่อนตัวให้ดี ไม่เช่นนั้น—" ข้อความที่เหลือของประโยคนี้ถูกลบเลือนไป
นอกจากนี้ยังมีบางประโยคที่ถูกสีทาทับจนมิด
ความรู้สึกขนลุกก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน หลังจากที่โรงเรียนนี้ถูกทิ้งร้างไป ทำไมมันถึงดูเหมือนมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นกันนะ
"มีคนอื่นมาสำรวจแบบพวกเรา แล้วทิ้งข้อความพวกนี้ไว้หรือเปล่า"
"เป็นไปได้มาก ตำนานของมัธยมสิบเจ็ดค่อนข้างโด่งดัง ไม่มีเหตุผลที่พวกเราจะมากันแค่กลุ่มเดียวนี่"
"รอยเขียนพวกนี้ค่อนข้างเก่าแล้วนะ สีบางส่วนก็หลุดลอกไปแล้วด้วย"
คำพูดนี้ช่วยปลอบประโลมใจได้เล็กน้อย เพราะมันบ่งบอกว่าข้อความเหล่านี้น่าจะถูกทิ้งไว้โดยพวกนักเรียนที่ซุกซนตั้งแต่ก่อนที่โรงเรียนจะถูกปิด หรือไม่ก็ในช่วงแรกๆ ที่เพิ่งถูกทิ้งร้าง
"อย่าลืมสิว่าการเล่นซ่อนหาเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดในโรงเรียนนี้ อาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังข้อความพวกนี้ก็ได้" ซูเว่ยพูดแทรกขึ้นมาอย่างใจเย็น หลังจากที่ค้นคว้าข้อมูลมาอย่างหนัก
เฉินหลินพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้องเลย สาเหตุหลักที่ทำให้โรงเรียนนี้ต้องถูกทิ้งร้างก็คือหอพักแห่งนั้น ที่มีกลุ่มนักเรียนประสบอุบัติเหตุเพราะการเล่นซ่อนหา มันอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันอยู่"
"อ๊ะ เรามาถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งหมดเถอะ" เจียงเมิ่งเสนอเสียงเบา เห็นได้ชัดว่าเธอหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังดึงดันที่จะตามมาด้วย
หลังจากนั้น อู๋กั๋วห่าวก็เริ่มใช้กล้อง DSLR ถ่ายรูปเก็บไว้
เจียงฝานยืนอยู่ข้างหลังเขา มองดูภาพถ่ายแต่ละใบ พลางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่ตอนนี้เขากลับบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ทุกคนก็เดินไปที่บันได พวกเขาวางแผนที่จะจำลองการเล่นเกมสยองขวัญจากตำนานของมัธยมสิบเจ็ด ในห้องเรียนที่สี่บนชั้นสี่ของอาคารเรียนหนึ่ง
"ฉันจะอธิบายกฎของเกมสี่มุมให้พวกนายฟังอีกรอบนะ"
"คนสี่คนยืนประจำอยู่ตามมุมทั้งสี่ของห้องเรียน คนหนึ่งเดินไปข้างหน้า แตะไหล่คนถัดไป แล้วยืนแทนที่คนคนนั้น จากนั้นคนที่สองก็เดินต่อไปข้างหน้า"
"เนื่องจากในห้องเรียนมีสี่มุม และมีแค่สี่คนที่ร่วมเล่นเกมนี้ โดยมีคนหนึ่งที่ต้องเคลื่อนที่อยู่เสมอ ดังนั้นหลังจากผ่านไปหนึ่งรอบ จะมีมุมหนึ่งที่ว่างเปล่า เมื่อเดินไปถึงมุมที่ว่างนี้ นายต้องไอหนึ่งครั้ง แล้วค่อยเดินต่อไป"
"ถ้ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น ให้ทุกคนหลับตา ตะโกนคำว่า 'จบเกม' พร้อมกัน แล้วออกจากห้องเรียนไปซะ"
"เดิมทีเกมนี้มาจากทีมนักปีนเขา ส่วนที่น่าสยดสยองก็คือ ระหว่างที่พวกเขากำลังเล่นเกมกันอยู่ จู่ๆ ก็ไม่มีเสียงไออีกเลย ซึ่งนั่นหมายความว่ามีใครอีกคนเข้ามาร่วมเล่นในทีมสี่คนของพวกเขาด้วย" ซูเว่ยอธิบายจนจบ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มเพื่อนเพื่อยืนยันจำนวนคน
"พวกเรามากันห้าคน อู๋กั๋วห่าวจะถือกล้องถ่ายวิดีโออยู่ที่ประตู ส่วนเราสี่คนจะเล่นเกมนี้กัน"