- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- บทที่ 16 พนักงานชั่วคราวกับโทรศัพท์เครื่องสีดำ
บทที่ 16 พนักงานชั่วคราวกับโทรศัพท์เครื่องสีดำ
บทที่ 16 พนักงานชั่วคราวกับโทรศัพท์เครื่องสีดำ
บทที่ 16 พนักงานชั่วคราวกับโทรศัพท์เครื่องสีดำ
พละกำลัง ชั้นเชิง และความว่องไวของอีกฝ่ายอยู่ในระดับที่ต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง เจียงฝานที่อยู่ต่อหน้าเจิ้งไห่จึงไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่ไร้ทางสู้
จนกระทั่งเจิ้งไห่ยอมปล่อยมือ เขาจึงดูเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "ลุงเจิ้ง เมื่อกี้ลุงยังไม่ได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติเลยใช่ไหมครับ?"
อีกฝ่ายมีท่าไม้ตายอย่างเสียงไอที่สามารถสยบย่างก้าวของเขาได้ แต่กลับไม่ใช้มันเลย และยอมปล่อยให้ตัวเองถูกคุมตัวไว้ก่อนด้วยซ้ำ ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น ลุงเจิ้งก็ยังหาโอกาสโต้กลับได้ในวินาทีสุดท้าย
และตลอดการต่อสู้ เขาก็ใช้เพียงทักษะการต่อสู้ล้วนๆ
นี่คือความแข็งแกร่งของเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างเป็นทางการงั้นหรือ?
เจียงฝานรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ผีสาวกระโดดตึกเมื่อคืนดูจะไม่น่ากลัวเท่าเจิ้งไห่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เลย
"เธอยังอ่อนหัดนักไอ้หนู" เจิ้งไห่กล่าวด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มฮัมเพลงเก่าๆ ในความทรงจำออกมา
จังหวะนั้นเอง พนักงานที่อยู่ข้างๆ ก็แอบสะกิดเจียงฝานแล้วกระซิบเบาๆ "น้องชาย อย่าเพิ่งท้อไปเลย ครูฝึกเจิ้งเคยเป็นครูฝึกการต่อสู้ในกองทัพบก เชี่ยวชาญวิชาจับล็อกเป็นพิเศษ อย่าว่าแต่นายเลย ต่อให้พวกฉันสองคนเข้าไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกันหรอก"
พนักงานอีกคนก็มองมาพลางพยักหน้าเห็นด้วย ดูเหมือนเขาจะกลัวเจิ้งไห่ยิ่งกว่า และไม่กล้าพูดอะไรมากต่อหน้าชายคนนี้ คาดว่าน่าจะเคยเป็นทหารใต้บังคับบัญชามาก่อน
เจียงฝานรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยทั้งสองคนที่พูดก็เป็นถึงระดับหัวกะทิ ส่วนเขาเป็นแค่ที่ปรึกษาทางจิตวิทยาครึ่งๆ กลางๆ นักล่าผี และนักศึกษาคนหนึ่ง การที่สู้ไม่ได้จึงไม่ใช่เรื่องน่าอายนัก
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงรู้สึกทึ่ง "หมายความว่า ถ้าฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่ง คนธรรมดาก็สามารถรับมือกับผีได้งั้นเหรอครับ?"
"ย่อมไม่ได้" เจิ้งไห่กล่าวพลางนั่งลงบนโซฟาข้างๆ อย่างสง่าผ่าเผย ราวกับกำลังรำลึกถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ "นับจากวินาทีที่เรื่องเหนือธรรมชาติปรากฏขึ้น ทั้งอาวุธเย็นและอาวุธร้อนต่างก็สิ้นความหมาย"
"คนธรรมดาไม่มีทางแม้แต่จะแตะต้องตัวผีได้ ที่ฉันชนะเพราะเธอเพิ่งจะเคยสัมผัสกับเรื่องพวกนี้ ประสบการณ์การต่อสู้แทบจะเป็นศูนย์ และที่สำคัญที่สุด พลังเหนือธรรมชาติของเธอยังอยู่แค่ระดับเจ้าหน้าที่สืบสวนขั้นที่หนึ่งเท่านั้น"
"ถ้าพลังของเธออยู่ระดับเจ้าหน้าที่สืบสวนขั้นที่สอง ต่อให้เธอไม่มีทักษะการต่อสู้เลย หรือต่อให้เป็นคนพิการ ฉันก็คงไม่กล้ามั่นใจขนาดนี้หรอก"
เจียงฝานรู้สึกตะหงิดๆ ว่าคำพูดของเจิ้งไห่ฟังดูเหมือนการประชดประชัน นี่ลุงกำลังจะบอกว่าทักษะการต่อสู้ของเขาแย่ยิ่งกว่าคนพิการอีกงั้นเหรอ?
จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาทั้งสามคนสะดุ้ง
"เมื่อกี้ผมยังทำได้ไม่ดี เอาใหม่ครับ!"
...
สามนาทีต่อมา เจียงฝานถูกเจิ้งไห่กดแขนไพล่หลังหมอบราบอยู่กับพื้นพลางตะโกนเสียงดัง "ลุงเจิ้ง พอแล้ว! ผมยอมรับในความแข็งแกร่งของลุงแล้ว!"
เจิ้งไห่มีสีหน้าค่อนข้างระอา
เขาก็เป็นฝ่ายชนะชัดๆ แต่ท่าทางเคร่งขรึมของไอ้หนูคนนี้กลับทำให้ดูเหมือนว่าเขาเป็นฝ่ายที่กำลังให้คำแนะนำอยู่เสียอย่างนั้น
เขาปล่อยมือจากเจียงฝาน พลางบีบไหล่ซ้ายและสูดปากด้วยความเจ็บ ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะเขากลับกันท่าการโจมตีของอีกฝ่ายพลาดไปครั้งหนึ่งจริงๆ
เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ตอนนี้เจียงฝานอยู่ในสภาวะ "ล้างแค้น" ซึ่งทำให้พลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ
แน่นอนว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามืออาชีพ เขาก็ยังคงไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้มากนัก
"เก่งนี่ไอ้หนู เมื่อกี้แอบซ่อนฝีมือไว้นี่นา ถ้าบอกเร็วกว่านี้ฉันคงใช้พลังเหนือธรรมชาติไปแล้ว เธอทำฉันเปลืองเข็มรักษาไปหนึ่งเล่มเลยนะ"
"การออกแรงถือว่ามืออาชีพมาก เคยฝึกมาก่อนหรือเปล่า?"
เจียงฝานลุกขึ้นโดยไม่มีท่าทีอับอายแม้แต่น้อย เขาปัดฝุ่นที่แขนเสื้อพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย "ลุงเจิ้ง เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังยังมีคน อย่าได้ประมาทใครเป็นอันขาดนะครับ"
เจิ้งไห่: "???"
ฉันเพิ่งชนะมาเห็นๆ แถมยังไม่ได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติด้วยซ้ำ ไอ้เด็กนี่กำลังพยายามเล่นงิ้วให้ใครดูหรือเปล่า?
พนักงานสองคนที่อยู่ข้างๆ ก็พยายามกลั้นหัวเราะ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นเจิ้งไห่เสียอาการต่อหน้าคนหนุ่ม
"ช่างเถอะ ลูกชายฉันยังแก่กว่าเธอเลย ฉันจะไปถือสาเธอทำไม?" เจิ้งไห่ส่ายหัว แววตาพลันหม่นแสงลง "ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็นะ"
เขาสะบัดมือพลางมองเจียงฝานด้วยความเสียดายเล็กน้อย "ครั้งที่สองเธอแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงมาตรฐานขั้นต่ำของเจ้าหน้าที่สืบสวนขั้นที่สอง เข้าทำงานที่กรมได้อยู่ แต่ถ้าหวังจะให้รับผิดชอบดูแลถนนหลงจิ่งคงหมดหวัง"
"เจ้าหน้าที่สืบสวนขั้นที่หนึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ได้รับเงินอุดหนุนเป็นวิญญาณ 5 กิโลกรัมต่อเดือน เข็มรักษาธรรมดาเบิกใช้ได้ไม่จำกัดตามการยื่นขอ เข็มรักษาระดับสูงสามเล่มต่อปี และมีเงินพิเศษให้ในทุกภารกิจที่เข้าร่วม"
"เธอเอาไปนอนคิดดูเองแล้วกันไอ้หนู"
เจียงฝานส่ายหัวทันที
ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกสวัสดิการเหล่านี้ แต่เขามีความลับส่วนตัวและไม่เหมาะกับการเข้าสังกัดกลุ่มในระยะยาว
"มันยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือพนักงานชั่วคราว หลายคนที่เคยเจอเรื่องเหนือธรรมชาติมายังอยากกลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ แต่ร่างกายของพวกเขาถูกพลังเหนือธรรมชาติกัดเซาะจนต้องใช้ความร้อนจากวิญญาณเพื่อประทังชีวิต"
"ในฐานะพนักงานชั่วคราวที่ลงทะเบียนไว้ เธอจะได้รับเงินอุดหนุนเป็นวิญญาณ 1 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อการรักษาชีวิตขั้นพื้นฐานหากเธอไม่ใช้พลังเหนือธรรมชาติอีก"
"พนักงานชั่วคราวต้องเข้าร่วมภารกิจอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน โดยทางกรมจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายของวิญญาณทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจนั้น"
"เท่าที่ฉันรู้ ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติเกินครึ่งเลือกที่จะลงทะเบียนเป็นพนักงานชั่วคราวกับทางกรม พวกเขายังคงใช้ชีวิตเดิมต่อไป และสละเวลามาเข้าร่วมภารกิจบ้างเป็นครั้งคราว"
"แน่นอน ฉันต้องบอกเธอไว้ก่อนว่า อัตราการตายของพนักงานชั่วคราวไม่ได้ต่ำไปกว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างเป็นทางการเลย ไม่ใช่เพราะภารกิจรายเดือนหรอกนะ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่า นับตั้งแต่วินาทีที่เผชิญกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติครั้งนั้น ชีวิตของพวกเขาก็ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติได้อีกแล้ว"
"แม้แต่พวกเราที่เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างเป็นทางการ ก็เป็นแค่กลุ่มคนตายที่ยังไม่ตายนั่นแหละ"
ดูเหมือนจะนึกถึงลูกชาย เจิ้งไห่จึงเล่าอะไรให้เจียงฝานฟังมากมาย หลายครั้งที่พนักงานข้างๆ ทำท่าเหมือนอยากจะพูดแทรกแต่ก็ยั้งไว้ คาดว่าคำพูดของเขาน่าจะขัดต่อกฎบางอย่างของกรม 44 อยู่บ้าง
แต่สายตาของเจิ้งไห่ก็กดดันจนพวกเขายอมเงียบไป
เจียงฝานครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพยักหน้าตกลงในครั้งนี้ เขาไม่ได้สนใจวิญญาณหนึ่งกิโลกรัมต่อเดือนนั่นนัก แต่ประเด็นสำคัญคือตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติ การเป็นพนักงานชั่วคราวน่าจะช่วยให้เขาได้เรียนรู้อะไรอีกมาก
"ลุงเจิ้ง พนักงานชั่วคราวได้เข็มรักษาไม่จำกัดด้วยไหมครับ?"
เจิ้งไห่พ่นลมหายใจออกทางจมูก "ฝันไปเถอะไอ้หนู! นั่นมันสวัสดิการเฉพาะเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างเป็นทางการเท่านั้น!"
ถึงจะพูดอย่างนั้น หลังจากจัดการเรื่องการรับรองพนักงานชั่วคราวและมอบโทรศัพท์สีดำไว้ให้ เขาก็ยังหยิบกล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากเสื้อโค้ทสีดำแล้วโยนลงบนโซฟา
"ครูฝึกเจิ้งครับ นี่มัน..." พนักงานคนหนึ่งเริ่มท้วงขึ้นมา
"ตอนปฏิบัติภารกิจเมื่อคืน เข็มรักษาครึ่งกล่องที่เหลือของฉันมันหายไปพอดี บ่ายนี้พวกแกไปที่คลังแล้วเบิกมาให้ฉันใหม่อีกสองกล่อง มีปัญหาอะไรไหม?"
"ไม่มีครับ!" เมื่อเห็นสายตาอันดุดันของเขา พนักงานคนนั้นก็ไม่กล้าซักไซ้อะไรอีกเลย
"ขอบคุณครับลุงเจิ้ง"
...
หลังจากพวกเขาจากไป
เจียงฝานเปิดกล่องเหล็กใบเล็กที่เจิ้งไห่ทิ้งไว้ให้ ภายในมีกระบอกฉีดยาขนาดจิ๋วสามเล่ม เล็กกว่านิ้วโป้งเล็กน้อย บรรจุของเหลวสีม่วงใส
ดูเหมือนว่าเหล่าเจ้าหน้าที่ของกรม 44 จะอาศัยสิ่งนี้ในการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว
แม้เขาจะมีทักษะ "ความละโมบในชีวิต '1'" อยู่แล้ว แต่ถ้าสามารถใช้ร่วมกันได้ มันก็จะกลายเป็นไพ่ตายสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในอนาคตของเจียงฝาน
เขาหยิบเข็มขึ้นมาเล่มหนึ่ง ค้นหาวิธีการฉีดยาทางอินเทอร์เน็ต แล้วจัดการฉีดเข้าที่แขนของตัวเอง
ความรู้สึกซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง แผลที่เริ่มตกสะเก็ดรู้สึกอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น เข็มนี้ยังช่วยระงับอาการคันยุบยิบอย่างรุนแรงจากการที่เนื้อเยื่อกำลังสมานตัวได้อีกด้วย
"ของดีจริงๆ!"
เจียงฝานรู้สึกยินดีมาก แค่สรรพคุณข้อนี้ข้อเดียวก็มีประโยชน์มหาศาลสำหรับเขาแล้ว
นอกจากนี้ เขายังรู้สึกได้ชัดเจนว่าความเร็วในการสมานแผลเพิ่มขึ้นอย่างมาก บ่งบอกว่าเข็มรักษากับคำสาปในตัวเขามีปฏิกิริยาเสริมกันในเชิงบวก
จากนั้นเจียงฝานก็หยิบโทรศัพท์สีดำที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา มันเป็นโทรศัพท์แบบปุ่มกดดูโบราณ แต่หลังจากลองเล่นอยู่พักหนึ่ง เขาก็พบว่าสิ่งนี้ไม่ธรรมดาเลย อย่างแรกคือเขาดูไม่ออกว่ามันทำจากวัสดุอะไร ไม่เหมือนทั้งโลหะและพลาสติก แถมยังแข็งแรงทนทานจนน่าตกใจ ต่อให้เอาค้อนทุบก็คงไม่พัง
ยิ่งไปกว่านั้น โทรศัพท์เครื่องนี้ยังมีระบบยืนยันตัวตนถึงสามรูปแบบ ได้แก่ ลายนิ้วมือ ม่านตา และการจดจำใบหน้า
นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นบัตรยืนยันตัวตนของเจ้าหน้าที่ทุกคนในกรม 44 อีกด้วย
และตามที่เจิ้งไห่บอก มันถูกติดตั้งระบบภายในของกรม 44 เอาไว้ แม้สิทธิ์ของพนักงานชั่วคราวจะต่ำมาก แต่มันก็เพียงพอต่อความต้องการของเจียงฝานในตอนนี้ ที่จะทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติอีกมากมาย