- หน้าแรก
- พลังวิญญาณฟื้นฟู นี่มันสกิลบ้าอะไรวะเนี่ย!
- บทที่ 47 สายลับสองหน้า?
บทที่ 47 สายลับสองหน้า?
บทที่ 47 สายลับสองหน้า?
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด พนักงานของเซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ในวันนี้ต่างพากันเลิกงานเร็วกว่าปกติ
แถมแต่ละคนที่เดินออกมายังมีสีหน้าท่าทางรีบร้อน และดูอารมณ์บูดบึ้งกันทุกคน
พวกเขาวิ่งเหยาะๆ ออกมาด้านนอก พลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอึกใหญ่ ปากก็บ่นพึมพำด่าทอใครบางคนว่า "ไร้ยางอาย" ไม่ขาดสาย
ด้านนอกบริษัท มีร่างหนึ่งกำลังแอบซุ่มสังเกตการณ์ทุกอย่างอย่างเงียบเชียบ
เขามองดูสีหน้าของเหล่าพนักงานด้วยความฉงน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ผ่านไปไม่นาน เซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ก็กลายเป็นตึกร้างที่ไร้ผู้คน แม้แต่รปภ. ก็ยังไม่ยอมอยู่เวร คล้ายกับว่าภายในตึกตอนนี้มีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ารปภ. เสียอีก
เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ร่างที่ดูมีลับลมคมในนั้นยังคงวนเวียนอยู่รอบบริษัท คล้ายกับกำลังรอคอยใครบางคนอยู่
ในตอนนั้นเอง ชายร่างสูงโปร่งที่สวมเสื้อโค้ทสีดำและหมวกแก๊ปสีเดียวกันก็เดินเข้ามา
เขาถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า "เธอน่ะรักฉัน ฉันน่ะรักเธอ?"
ชายคนแรกสะดุ้งโหยง ในที่สุดก็มีคนมาส่งรหัสลับกับเขาเสียที!
"มี่เสวี่ยปิงเฉิงแสนหวาน~"
"ว้าว โอปป้าเย้าจง ในที่สุดก็ได้เจอท่านเสียทีสิมิดะ!"
จางเย้าจงยืนยันกับอีกฝ่ายอีกครั้ง "นายคือ ฮวังมินอู สายลับที่ประเทศชิงหว่าส่งมาใช่ไหม"
"ผมเองครับ เรียกผมว่ามินอูก็พอ ทางยกระดับในหัวเซี่ยนี่มันชวนงงจริงๆ ผมเกือบจะวนหาทางลงไม่เจอแล้วสิมิดะ"
"มาก็ดีแล้ว ฉันรอมาตั้งนาน 'แผนชิงยอดอัจฉริยะ' คราวที่แล้วล้มเหลว ทำให้นายต้องลำบากเดินทางมาถึงหัวเซี่ยด้วยตัวเอง ฉันแค่อยากจะยืนยันหน่อยว่า ค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้คงจะไม่ขาดแม้แต่บาทเดียวใช่ไหม"
"โอปป้าวางใจได้เลยครับ เงินสิบล้านหยวนที่ตกลงกันไว้ จะไม่ขาดไปแม้แต่สตางค์เดียว"
จางเย้าจงได้ยินดังนั้นจึงเบาใจลงมาก
"โอปป้าครับ อย่ามัวเสียเวลาเลย พวกเรารีบแอบเข้าไปในบริษัทเพื่อขโมยสูตรลับการผลิตยารักษาวิญญาณออกมากันเถอะครับ"
จางเย้าจงจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้วพูดว่า "อย่ารีบร้อนไปเลย รอก่อน ยังเหลืออีกคน"
ฮวังมินอูขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เคยได้ยินทางองค์กรบอกเลยว่าจะมีคนอื่นมาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย
ประเทศชิงหว่ามีอาณาเขตติดกับหัวเซี่ย และแอบจับตามองยารักษาวิญญาณของเซี่ยหมู่ กรุ๊ป มานานแล้ว
ทว่ายารักษาวิญญาณที่มีสรรพคุณมหัศจรรย์นี้ถูกควบคุมโดยกองทัพหัวเซี่ยในฐานะทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ จึงไม่มีทางไหลเวียนไปยังประเทศชิงหว่าได้เลย
ด้วยเหตุนี้ ประเทศชิงหว่าจึงได้เกลี้ยกล่อมจางเย้าจง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนหมายเลข 2 ให้แปรพักตร์ โดยหวังว่าจะได้ครอบครองยารักษาวิญญาณของเซี่ยหมู่ กรุ๊ป
เดิมที 'แผนชิงยอดอัจฉริยะ' คือการสนับสนุนให้เซี่ยปู้ขุยคว้าอันดับหนึ่งมาครอง เพื่อจะได้รับรางวัลเป็นยารักษาวิญญาณมูลค่าห้าสิบล้านหยวนจากเซี่ยหมู่ กรุ๊ป จากนั้นประเทศชิงหว่าก็จะนำมันกลับไปวิจัยและลอกเลียนแบบ
แต่ใครจะไปนึกว่า แผนการทุกอย่างจะพังพินาศเพราะการปรากฏตัวของเย่ฟาน
แถมกองทัพเฉียนหลงยังเริ่มตรวจสอบเซี่ยปู้ขุยอีกด้วย เรื่องที่พวกเขาแอบทำคงจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า
ดังนั้น เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ประเทศชิงหว่าจึงตัดสินใจส่งสายลับมาที่หัวเซี่ยโดยตรง เพื่อขโมยสูตรลับการผลิตยาของเซี่ยหมู่ กรุ๊ป ให้จบเรื่องไป
ฮวังมินอูไม่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมทางในรายละเอียดภารกิจเลยสักนิด
และหากแผนการครั้งนี้ถูกเปิดเผย การกระทำของประเทศชิงหว่าย่อมจะถูกนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์อย่างแน่นอน
"โอปป้าครับ คนที่ท่านรอน้อยคือใคร? เป็นพวกเดียวกันกับท่านเหรอ?"
"ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก ก็แค่คนที่มีจุดประสงค์เดียวกับนายนั่นแหละ"
ในขณะที่ฮวังมินอูกำลังสงสัย ในความมืดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"นายน่ะร้องเพลงตอนดวงอาทิตย์ขึ้น ฉันน่ะร้องเพลงตอนดวงอาทิตย์ตก แฮร์รี่ พอตเตอร์ขี่ไม้กวาดบิน?"
ดวงตาของจางเย้าจงเป็นประกายขึ้นมาทันที อีกคนที่เขารอมาถึงแล้ว
เขาจึงรีบตอบรหัสลับกลับไปท่ามกลางราตรีอันเงียบสงัด
"แต่ไม้กวาดของฉัน กลับทำได้แค่กวาดกองขยะ โลกแห่งความสุขมันคืออะไรกันแน่!"
จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งร่อนลงมาจากท้องฟ้า
คนคนนี้แต่งกายด้วยชุดนินจา สวมหน้ากากหนาเตอะจนเหลือเห็นเพียงแค่ดวงตาคู่หนึ่ง และที่ด้านหลังยังสะพายดาบสั้นญี่ปุ่นที่คมกริบไว้สองเล่ม
"มุราตะ ทาโร่ สายลับจากประเทศซากุระ รายงานตัวครับ ยินดีที่ได้พบท่านเย้าจงครับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน!"
ทว่ายังไม่ทันที่จางเย้าจงจะได้จับมือกับมุราตะ ทาโร่ ฮวังมินอูกับมุราตะก็เริ่มตั้งท่าระแวดระวังกันเองเสียก่อน
ฮวังมินอูเปิดฉากถามก่อน "ตายซะสิมิดะ สายลับประเทศซากุระมาทำอะไรที่นี่?"
มุราตะก็ปากเก่งไม่แพ้กัน "บาก้า ที่นี่ไม่ใช่ประเทศชิงหว่าของแกเสียหน่อย แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน?"
จางเย้าจงรีบเข้ามาห้ามทัพ "ทั้งสองท่านอย่าทะเลาะกันเลย พวกเราเป็นพวกเดียวกันทั้งนั้น"
"พวกเดียวกัน?" ทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน
"ใช่ครับ ขอบอกตามตรงว่าความจริงแล้วผมเป็นสายลับสองหน้าให้กับทั้งจักรวรรดิซากุระผู้ยิ่งใหญ่และสาธารณรัฐชิงหว่ามาตลอด ทั้งสองประเทศให้ข้อเสนอที่เย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ผมเลือกไม่ได้จริงๆ เลยยอมแปรพักตร์ให้ทั้งคู่เลย"
"และในเมื่อจุดประสงค์ของทั้งสองประเทศคือการขโมยสูตรลับยาของเซี่ยหมู่ กรุ๊ป เหมือนกัน งั้นพวกเราก็น่าจะมาร่วมมือกันทำภารกิจนี้นะครับ"
ทว่าทั้งสองคนกลับไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือครั้งนี้
ฮวังมินอูเริ่มถามมุราตะก่อน "ประเทศซากุระให้ค่าตอบแทนเท่าไหร่?"
"หึ ประเทศซากุระสัญญาว่าจะมอบเงินให้ท่านเย้าจงสิบล้านหยวน"
"ประเทศชิงหว่าของผมก็ให้เท่ากัน แต่ผมสามารถเพิ่มข้อเสนอพิเศษเข้าไปได้อีกนะ ถ้าโอปป้ายอมเลิกร่วมมือกับประเทศซากุระ"
นี่คือสิ่งที่จางเย้าจงคาดไม่ถึง เขาคิดว่าในเมื่อมาเพื่อเอาสูตรยาตัวเดียวกัน ถ้าขโมยได้แล้วทำสำเนาแยกกันไปมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ
แบบนี้เขาก็จะได้โชคสองชั้น คว้าเงินยี่สิบล้านหยวนไปใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสุขสบายไม่ใช่หรือไง?
จะไปสนตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนหมายเลข 1 ทำไม ในเมื่อตอนนี้ก็คงสู้เขาไม่ได้แล้ว
แต่ใครจะไปรู้ว่า ทั้งสองประเทศกลับไม่อยากให้อีกฝ่ายได้สูตรยาไปครอบครอง
เมื่อมุราตะเห็นฮวังมินอูเสนอจะเพิ่มข้อเสนอ เขาก็ไม่ยอมแพ้ "ประเทศชิงหว่าให้เท่าไหร่ ประเทศซากุระจะให้เป็นสองเท่า"
"หึ สิ่งที่ฉันจะมอบให้โอปป้าเพิ่มเติมก็คือ วิดีโอรวมท่าเต้นของเกิร์ลกรุ๊ปประเทศชิงหว่าทั้งหมด ประเทศซากุระของแกที่มีแต่พวกขาใหญ่ เดินขาถ่างน่ะ เต้นเป็นกับเขาด้วยเหรอ?"
"หึๆ ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่นี้เอง งั้นฉันขอสัญญาว่าหลังจากจบงาน ฉันจะมอบคลาวด์ส่วนตัวของฉันให้ท่านเย้าจง ในนั้นมีหนังผู้ใหญ่ของประเทศซากุระทุกเรื่องตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบันเลยล่ะ"
จางเย้าจงหน้ามืดครึ้มทันที
พวกแกเพิ่มข้อเสนอประสาอะไรกันวะเนี่ย?
พวกแกก็เพิ่มเงินสิโว้ย!
เขาน่ะอายุปูนนี้จนขาข้างหนึ่งก้าวเข้าโลงไปแล้ว จะมาให้ดูวิดีโอเกิร์ลกรุ๊ปกับหนังผู้ใหญ่เนี่ยนะ ร่างกายเขาจะรับไหวที่ไหนกัน?
อีกอย่าง ของพวกนี้มันก็ได้แต่ดูแต่สัมผัสไม่ได้
พวกแกเพิ่มเงินให้ฉันหน่อย ฉันจะได้มีเงินไปหาความสุขแบบตัวเป็นๆ ต่างประเทศไม่ดีกว่าเหรอ?
"ทั้งสองท่านเลิกพูดเถอะครับ ที่นี่คือแผ่นดินหัวเซี่ยของผมนะ จะเอาอย่างไร จะร่วมมือกันทำภารกิจแล้วจ่ายเงินให้ผมประเทศละสิบล้านหยวนหลังจบงาน หรือพวกท่านจะไปหาทางกลับประเทศเอาเอง ก็เลือกมา!"
ฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ หุบปากลงทันที
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ทั้งสองคนก็ยอมตกลงร่วมมือกัน เพราะยังไงก็ไม่อยากจะเสียเที่ยวที่อุตส่าห์เดินทางมาถึงหัวเซี่ย
ดังนั้น ทั้งสามคนจึงอาศัยความมืดลอบเข้าไปในเซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป
ทันทีที่ปีนข้ามกำแพงเข้าไปข้างใน ฮวังมินอูก็ได้กลิ่นประหลาดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
"สมแล้วที่เป็นเซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป กลิ่นที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ ผมไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อนเลยครับ"
มุราตะเองก็อุทานออกมาด้วยความทึ่งเช่นกัน "ผมเคยเห็นในตำราโบราณของหัวเซี่ย พูดถึงตัวยาสมุนไพรที่วิเศษมากชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ ชื่อว่าเหรินจงหวง กลิ่นนี้น่ะมันช่างเหมือนกับที่บันทึกไว้ในตำราไม่มีผิด หรือว่าความลับในการผลิตยาของเซี่ยหมู่ กรุ๊ป จะอยู่ที่เจ้าเหรินจงหวงนี่กันนะ?"
ในขณะนั้นเอง เริ่นจงหวงที่กำลังสวมบทบาทเป็นนักเลงคีย์บอร์ดด่าทอกับชาวเน็ตอย่างเมามันอยู่ที่บ้าน ก็จามออกมาอย่างกะทันหัน
"ฮัดเช่ย! ใครมันมาแอบคิดถึงฉันตอนดึกๆ ป่านนี้กันนะ?"
จางเย้าจงมองดูคนทั้งสองที่ทำท่าทางเคลิบเคลิ้มและจมดิ่งอยู่ในความหลัง คำพูดที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากสุดท้ายเขาก็ต้องกลืนมันลงคอไป
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าไอ้กลิ่นนี้มันเหมือนกลิ่นบ่อเกรอะระเบิดมากกว่านะ?
(จบบท)