- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 31 แคะกระสุนสดๆ
บทที่ 31 แคะกระสุนสดๆ
บทที่ 31 แคะกระสุนสดๆ
แต่ในเมื่อโจวจิ้งเย่บอกแล้ว เขาย่อมรู้ว่าซูหมิงเป็นพวกเดียวกัน จึงโบกมือส่งสัญญาณให้แถวตำรวจเก็บอาวุธปืน
เหล่าตำรวจถึงได้ลดอาวุธในมือลง กลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางมองดูซูหมิงเดินเข้ามาใกล้ รูปร่างที่ล่ำสันกำยำผิดมนุษย์มนาดูโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางฝูงชน
ส่วนสูงสองเมตรสามสิบทำให้เกิดแรงกดดันที่รุนแรงเกินไปจริงๆ แม้แต่หวังซิ่ว หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนและหน่วยสวาทที่ได้ชื่อว่าเป็นหน้าเป็นตาอันดับหนึ่งของเมืองเจียงเป่ยด้วยส่วนสูงถึงหนึ่งเมตรเก้าสิบ เมื่อยืนอยู่ข้างซูหมิงกลับดูน่ารักน่าชังไปเลย
เมื่อเห็นว่าความเข้าใจผิดคลี่คลายแล้ว ซูหมิงก็รีบก้าวเท้ายาวๆ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเหล่าตำรวจ ผู้หลักผู้ใหญ่ผมหงอกปะปนดำสวมเครื่องแบบตำรวจที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่หน้าสุด
ยศตำรวจบนบ่ามีช่อก่อมะกอกและดาวสี่แฉกหนึ่งดวงติดอยู่อย่างชัดเจน ยศพลตำรวจตรี ท่าทางเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูง
ซูหมิงมีสีหน้าเด็ดเดี่ยว แม้จะถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังยืนตรงทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า
ปึ่บ!
นิ้วทั้งห้าชิดติดกันพร้อมกับทำวันทยหัตถ์อย่างถูกระเบียบ แม้จะไม่ได้สวมเครื่องแบบตำรวจและเปลือยท่อนบน แต่ด้วยการทำวันทยหัตถ์ตามระเบียบนี้ กลิ่นอายความเป็นโจรผู้โหดเหี้ยมบนตัวเขาก็มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม
กระดูกเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กไหล เผยให้เห็นถึงความสง่างามและความยุติธรรมอย่างเต็มเปี่ยม
"รายงานท่านครับ! ผู้ต้องสงสัยทุกคนถูกจับกุมแล้ว ไม่มีใครหลบหนีไปได้เลย! ยึดเงินเดิมพันได้กว่าสิบล้าน ปืนเถื่อนสองกระบอก ยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ผู้ร้ายข้ามแดนระดับ A 3 คน ผู้ร้ายข้ามแดนระดับ B 8 คน! ผู้ต้องสงสัยอื่นๆ อีกยี่สิบหกคน! นักพนันหกสิบแปดคน! จบการรายงานครับ!"
ผู้กำกับเหยียนแหงนหน้ามองซูหมิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ชั่วขณะหนึ่งก็บอกไม่ถูกว่าตกใจกับร่างกายที่กำยำผิดมนุษย์มนาของหมอนี่ หรือตกใจกับเนื้อหาที่หมอนี่รายงานกันแน่
เขาถูกซูหมิงทำให้หูอื้อไปหมด แล้วยิ่งถูกเนื้อหารายงานทำให้สมองอื้ออึงหนักเข้าไปอีก
พระเจ้าช่วย! แกช่วยฟังสิ่งที่แกเพิ่งพูดออกมาหน่อยได้ไหม?
คนเดียวหาเงินเดิมพันได้เป็นสิบล้าน? แถมยังจับคนมาได้ตั้งเยอะแยะขนาดนี้!
มีบางช่วงที่ผู้กำกับเหยียนถึงกับเบลอ คิดว่าหมอนี่กำลังคุยโม้โอ้อวดอยู่!
ยืนอึ้งอยู่หลายอึดใจ กว่าจะตั้งสติได้
"นายคือซู...ซูหมิงงั้นเหรอ? เก่งมาก! ดีๆๆ!"
ผู้กำกับเหยียนเคยชินกับการจะตบไหล่ซูหมิงเพื่อแสดงการยอมรับ แต่พอยกมือขึ้นถึงเพิ่งรู้ตัวว่าไหล่ของซูหมิงแม่งสูงเกินไปจริงๆ
ก็ไม่ใช่ว่าจะเอื้อมไม่ถึงหรอกนะ แต่การที่ผู้กำกับอย่างเขาต้องเขย่งปลายเท้ามันก็ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่
เขาแกล้งกระแอมไอ แล้วเปลี่ยนมาตบแขนของซูหมิงแทน
พอตบลงไป ก็พบว่าสัมผัสไม่ค่อยถูกที่ ถูกทางเท่าไหร่ ดันตบโดนเลือดเต็มมือซะงั้น!
ผู้กำกับเหยียนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนท่อนแขนอันล่ำสันของซูหมิงมีเสื้อกล้ามพันอยู่ แม้เศษผ้าจะถูกรัดไว้แน่น แต่เลือดที่ไหลซึมออกมาก็ชุ่มโชกไปหมดแล้ว รอยเลือดที่คดเคี้ยวไหลหยดลงมาตามท่อนแขนอันล่ำสันของซูหมิง
หยดลงบนแอ่งน้ำฝนบนพื้น ทำให้เกิดระลอกคลื่นเป็นวงๆ ค่อยๆ แผ่ขยายกลุ่มเลือดไปผสมกับน้ำโคลน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" ผู้กำกับเหยียนมีสีหน้าเคร่งเครียด ขมวดคิ้วพินิจพิจารณาแขนของซูหมิง
เศษผ้าชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ เห็นได้ชัดว่าเลือดยังคงไหลอยู่
ซูหมิงมองตามสายตาของผู้กำกับเหยียนไปยังบาดแผลของตัวเอง ฉีกยิ้มกว้าง พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า
"ท่านครับ ไม่เป็นไรครับ แค่โดนยิงไปนัดนึงเฉยๆ เมื่อกี้ผมเอาลูกกระสุนออกแล้ว เดี๋ยวค่อยไปฆ่าเชื้อก็พอครับ"
"เอาลูกกระสุนออกแล้ว?"
ผู้กำกับเหยียนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ลูกกระสุนคาอยู่ในเนื้อมันไม่ค่อยสบายตัวน่ะครับ พอดีเห็นคีมคีบอยู่ ก็เลยคีบออกมาง่ายๆ สบายมากครับ" ซูหมิงพูดพลางล้วงหัวกระสุนที่บี้แบนเล็กน้อยออกมาจากกระเป๋า หัวกระสุนยังมีคราบเลือดติดอยู่ เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ซูหมิงพูดนั้นเป็นความจริง
หัวกระสุนนั่นก็เป็นหลักฐานมัดตัวว่าจ้าวเต๋อหู่เป็นคนยิง ซูหมิงเลยไม่ได้โยนทิ้งส่งเดช
แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องอื่นแล้ว ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับเรื่องที่ซูหมิงแคะลูกกระสุนสดๆ
นี่มันโคตรคนอันตรายชัดๆ
"เชี่ย พี่ชาย นายจะเถื่อนเกินไปแล้วมั้ง?" อู๋เทียนซง หัวหน้าหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยขยับเข้าไปใกล้ฝ่ามือใหญ่ของซูหมิงด้วยความตกตะลึง มองดูหัวกระสุนที่เปื้อนเลือดด้วยความเหลือเชื่อ
"นี่มัน...นี่มัน... แม่งเอ๊ย ยอมใจเลยว่ะ!" หวังซิ่ว หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนสุดล่ำที่ตอนแรกยังแอบเปรียบเทียบอยู่เลยว่ากล้ามใครจะแมนกว่ากัน พอได้ยินคำพูดของซูหมิง ก็อึกอักอยู่นาน กว่าจะมอบคำชมขั้นสูงสุดของลูกผู้ชายให้
แคะลูกกระสุนสดๆ!
เจ๋ง!
เจ๋งโคตรๆ!
ผู้กำกับจ้าว หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เพิ่งรู้ข่าวและรีบตามมาถึงกับตาลุกวาว นี่มันวัตถุดิบชั้นยอดเลยไม่ใช่รึไง?
ถ้ามีวัตถุดิบนี้ กรมตำรวจเมืองเจียงเป่ยของเราก็จะได้หน้าใหญ่โตต่อหน้าผู้บริหารระดับมณฑลเลยนะ
ขอแค่ประชาสัมพันธ์ให้ดีๆ ช่วงครึ่งปีหลังนี้รางวัลต่างๆ ของหน่วยงานเราก็คงได้มาจนล้นมือแน่ๆ!
นอกจากบรรดาวีรบุรุษผู้กล้าหาญในสมัยสงครามแล้ว จะมีใครที่ไหนทำเรื่องแคะลูกกระสุนสดๆ แบบนี้ได้อีกล่ะ!
เมื่อคิดได้ดังนี้ สายตาที่ผู้กำกับจ้าวจากฝ่ายประชาสัมพันธ์มองซูหมิงก็เปลี่ยนไป นี่มันโคตรพ่อโคตรแม่ลูกรักชัดๆ
เขายกกล้องโปรที่คล้องคออยู่ขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ ทันที
ภาพในเลนส์คือเมฆดำทะมึนราวกับน้ำหมึกที่อยู่ไกลออกไป มีสายฟ้าสีเงินพุ่งปลาบแปลบ ซูหมิงร่างสูงใหญ่กำยำราวกับหอคอยเหล็กยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืน หยดเลือดไหลรินหยดลงมาจากท่อนแขนอันล่ำสัน
เบื้องหน้าคือเหล่าตำรวจที่ติดอาวุธครบมือภายใต้แสงไฟวับวาบสีแดงน้ำเงิน แน่นอนว่าตำแหน่งศูนย์กลางต้องเป็นผู้กำกับเหยียนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมและยืนฟังรายงานท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืนเช่นกัน
เมื่อมองดูภาพที่เต็มไปด้วยเลือดเหล็กและความน่าเกรงขามบนหน้าจอกล้อง ความรู้สึกขรึมขลังและน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาผู้กำกับจ้าวร้องด้วยความสะใจ นิ้วมือกดชัตเตอร์ไม่หยุด บันทึกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าไว้ทั้งหมด
ไม่ต้องพูดถึงปฏิกิริยาของคนรอบข้าง ผู้กำกับเหยียนได้ยินว่าซูหมิงเอาลูกกระสุนออกแล้วก็ตกใจ แต่ก็ยังคงกวักมือเรียกบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ด้านหลังมาดูอาการของซูหมิง
ขุนพลผู้ห้าวหาญแบบนี้ ไม่ว่าผู้บริหารคนไหนก็ต้องชอบทั้งนั้นแหละ
บุคลากรทางการแพทย์แกะเศษผ้าที่ซูหมิงใช้รัดบาดแผลลวกๆ ออก เตรียมจะทำแผลฆ่าเชื้อและห้ามเลือดให้ซูหมิงตรงนั้นเลย
ตรงรอยแผลถูกยิง เนื้อเปิดอ้า แม้จะมีเลือดไหลออกมา แต่โชคดีที่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ ดังนั้นแค่ทำแผลเบื้องต้นก็พอ ส่วนการเย็บแผลก็ต้องไปทำที่โรงพยาบาล
ผู้กำกับเหยียนมองดูซูหมิงที่ไม่ร้องโอดโอยเลยสักคำ และยังคงรายงานสถานการณ์ให้เขาฟังหน้าตาเฉย
ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ยิ่งมองก็ยิ่งถูกชะตา แทบอยากจะเข้าไปลูบคลำซูหมิงซะให้รู้แล้วรู้รอด
ซูหมิงมีสีหน้าเคร่งเครียด ระหว่างที่ให้ความร่วมมือกับบุคลากรทางการแพทย์ในการฆ่าเชื้อ ก็อธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ข้างในให้ฟัง
เมื่อกี้ในบ่อน เขาหลอกล่อให้พวกผีพนันเข้าไปในห้องทำงานทีละคนๆ เข้ามาคนนึงก็มัดคนนึง รวมถึงหลี่เจี้ยนปัว ผู้ร้ายข้ามแดนระดับ A ด้วย เขาก็ถูกซูหมิงจับมัดอย่างแน่นหนาโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเลย
บอกตามตรงนะ ถ้าไม่ใช่เพราะหลี่เจี้ยนปัวปะปนอยู่ในกลุ่มผีพนันพวกนี้ ซูหมิงก็คงไม่บุ่มบ่ามลงมือขนาดนี้หรอก คงจะแค่ดูลาดเลาแล้วแอบออกจากบ่อนไปรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วก็จบเรื่อง
เขาไม่มีทางทำอะไรผลีผลามแน่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโดนยิงนัดนี้เลย
หลังจากจับกุมทุกคนได้แล้ว ซูหมิงก็เจอห้องลับหลายห้องในบ่อน ค้นเจอไอซ์จำนวนไม่น้อย แถมยังเจอห้องพิเศษที่เอาไว้กักขังเพื่อทวงหนี้โดยเฉพาะอีกต่างหาก
ข้างในมีผีพนันถูกขังอยู่เจ็ดแปดคน มีทั้งชายและหญิง
ทุกคนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและเต็มไปด้วยบาดแผล เห็นได้ชัดว่าตกหลุมพรางของจ้าวเต๋อหู่จนหมดเนื้อหมดตัวแต่ก็ยังไม่พอจ่ายหนี้นอกระบบ จึงถูกขังไว้ที่นี่และถูกทรมานจนแทบไม่เหลือเค้าคน
และจากคำบอกเล่าของคนที่ถูกขังเหล่านี้ พวกเขาเคยเห็นกับตาว่าจ้าวเต๋อหู่จับคนที่ไม่มีเงินใช้หนี้หลายคนเทปูนซีเมนต์เป็นๆ ลงในถังน้ำมัน....
รายงานของซูหมิง ทำเอาผู้กำกับเหยียนหนังตากระตุกอย่างบ้าคลั่ง
การพนัน!
ยาเสพติด!
ปืน!
กักขังหน่วงเหนี่ยว!
เผลอๆ อาจจะพัวพันถึงคดีฆาตกรรมอีกหลายคดี!
นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ!
ผู้กำกับเหยียนมองลึกไปที่ซูหมิงผู้มีรูปร่างดั่งหอคอยเหล็ก แล้วพูดด้วยความปลาบปลื้มใจว่า "ดีมากๆ ครั้งนี้นายทำได้ดีมาก!"
"เรื่องที่เหลือปล่อยให้พวกเราจัดการเอง นายรีบไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลเถอะ! พักผ่อนให้เต็มที่ บำรุงร่างกายให้ดีๆ!"
เมื่อได้ยินว่าผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้เขากลับไปก่อน ซูหมิงก็รีบโบกมือใหญ่ปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่เป็นไรครับท่าน! แผลแค่นี้จิ๊บจ้อยมาก ท่านวางใจได้เลยครับ! ข้างในยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ผมต้องรายงานให้ท่านทราบอีกครับ"
ผู้กำกับเหยียนมองซูหมิงด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อมองดูร่างกายอันกำยำของเขา ความกังวลก็ลดลงไปบ้าง
คดีนี้เป็นคดีใหญ่มาก มีรายละเอียดมากมายที่เขาในฐานะผู้บังคับบัญชาหน้างานคนแรกจำเป็นต้องรู้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้รายงานให้คณะกรรมการพรรคประจำกรมทราบ
ดังนั้นเมื่อเห็นว่าซูหมิงไม่เป็นไร จึงต้องปล่อยให้เขาทำงานทั้งๆ ที่บาดเจ็บไปก่อน แต่ในใจเขาก็ตั้งมั่นไว้แล้วว่า หลังจบเรื่องนี้ เขาจะไปขอความดีความชอบให้ซูหมิงกับคณะกรรมการพรรคประจำกรมด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
มีความดีความชอบก็ต้องได้รับรางวัล มีความผิดก็ต้องถูกลงโทษ นี่คือหลักการของเขาเช่นกัน
จากนั้น ทุกคนก็เดินเข้าไปในบ่อนพนันพร้อมกัน โดยมีซูหมิงที่คุ้นเคยกับสถานที่เดินนำทางไป