เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ซูหมิงแบ่งเงิน

บทที่ 29 ซูหมิงแบ่งเงิน

บทที่ 29 ซูหมิงแบ่งเงิน


ย้อนกลับไปในบ่อนเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ซูหมิงที่ต้องเผชิญหน้ากับอันธพาลกว่าสามสิบคน จัดเต็มใส่ไม่มียั้ง!

การต่อสู้แบบตะลุมบอนที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด กำลังเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด

ซูหมิงราวกับแรดที่กำลังบ้าคลั่ง หมัดเหล็กที่หนักหน่วงราวกับลูกตุ้มเหล็ก เพียงแค่รวบรวมพลังเล็กน้อยบนท่อนแขนอันล่ำสัน ก็ซัดออกไปอย่างแรง

เพียงหมัดเดียวก็ซัดชายฉกรรจ์จนตัวลอยกระเด็นไปไกล

แต่ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะตกลงพื้น อันธพาลที่กำลังหน้ามืดตามัวคนอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามา ท่อเหล็กและมีดสปาร์ตาสารพัดรูปแบบถูกเหวี่ยงใส่ซูหมิงอย่างบ้าคลั่ง

การโจมตีแน่นหนาจนไร้ช่องโหว่ หลบหนีไปไหนไม่ได้เลย!

ซูหมิงหน้าตึงเครียด คว้าคอชายถือมีดที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาอย่างลวกๆ กล้ามเนื้อปูดโปน วินาทีต่อมาก็จับชายคนนั้นเหวี่ยงขึ้นด้วยมือเดียว แล้วใช้เป็นอาวุธฟาดใส่คนอื่นๆ

ด้วยสมรรถภาพทางกายที่เหนือมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับการเสริมพลังจากระบบจอมโจรผู้โหดเหี้ยม ซูหมิงก็ยิ่งแข็งแกร่งจนน่ากลัว!

ราวกับหมีสีน้ำตาลที่กระหายเลือด!

บวกกับการเสริมพลังรอบด้านจากทักษะติดตัวอย่างราชาแห่งการตะลุมบอน พลังต่อสู้ของซูหมิงก็เรียกได้ว่าไร้เทียมทาน

ราวกับอิลลาออยที่ใส่ของฟูลไอเทมแล้วกระโดดอัลติกลางวงศัตรู ทั้งถึกทั้งตีแรง น่าสะพรึงกลัวสุดๆ!

ปัง!

ร่างของอีกคนถูกซูหมิงเหวี่ยงเป็นวงกลมแล้วโยนออกไป ล้มระเนระนาดไปเป็นแถบ!

เขาราวกับเป็นฮัลค์ที่ถูกยั่วโมโห เพียงแค่ขยับตัวก็ซัดศัตรูตรงหน้าปลิวไปทีละคน โดยไม่สนใจอาวุธมากมายที่ฟาดลงมาบนหลังของเขาเลยแม้แต่น้อย

เน้นบุกไม่เน้นรับ ใช้กำลังเข้าข่ม!

ปัง! ปัง! ปัง!

ท่อเหล็กต่างๆ ฟาดลงบนหลังของเขาดุจห่าฝน แต่กลับเกิดเสียงดังทึบๆ

ชั้นกล้ามเนื้อที่หนาเตอะราวกับหนังแรด ช่วยต้านทานแรงกระแทกไปได้เกือบหมด ความรู้สึกเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยกลับยิ่งกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีน

สะใจ!

สะใจโว้ย!

ความรู้สึกที่ถูกรุมโทรมมันสะใจเป็นบ้า!

ซูหมิงซัดหมัดเข้าเนื้อเน้นๆ อย่างไร้ความปรานี เมื่อต้องเผชิญกับพวกปลายแถวพวกนี้ เขาขี้เกียจจะใช้เทคนิคอะไรให้วุ่นวาย แค่ใช้กำลังปะทะกำลัง ไม่หวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น!

เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งนาที เขาก็ซัดคนส่วนใหญ่ลงไปนอนกองกับพื้นได้อย่างราบคาบ

"ไอ้พวกกระจอก"

ซูหมิงมองดูอันธพาลที่เหลืออยู่ไม่กี่คนที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก ก็ขี้เกียจจะพูดพร่ำทำเพลง

เขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากขอร้อง ขาซ้ายเกร็งแน่น เส้นสายกล้ามเนื้ออันน่าสะพรึงกลัวปูดโปนขึ้นในพริบตา ดันกางเกงจนตึงเปรี๊ยะแทบปริขาด

วินาทีต่อมา ขาขวาก็ถีบเปรี้ยงเข้าที่โต๊ะพนันตรงหน้าราวกับลูกปืนใหญ่

โต๊ะพนันที่หนักเกือบครึ่งตันพุ่งกระแทกเข้าใส่ฝูงชนราวกับจรวดที่ถูกจุดชนวน

ปังๆๆ!

คนกลุ่มสุดท้ายราวกับถูกรถบรรทุกชนกระเด็น ลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งพาราโบลาที่สวยงาม ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

อันธพาลถืออาวุธกว่าสามสี่สิบคน เมื่ออยู่ต่อหน้าซูหมิง ก็เป็นเหมือนฝูงกุ้งขี้โรคที่ไร้ทางสู้!

เพียงไม่กี่นาที ก็ลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด เสียงโอดโอยครวญครางดังระงมไปทั่ว

จ้าวเต๋อหู่ซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังยืนอยู่ ตกใจจนตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ฟันกระทบกันดังกึกๆ อย่างควบคุมไม่ได้

จ้าวเต๋อหู่สงสัยว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า นี่มันใช่คนแน่เหรอ?

นี่มันไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ในคราบมนุษย์ชัดๆ!

ส่วนพวกผีพนันที่เฝ้าอยู่ตามประตูต่างๆ ยิ่งมองจนตาแทบถลน!

ชายฉกรรจ์น้ำหนักกว่าร้อยกิโลกรัม ถูกจับเหวี่ยงเป็นกังหันลมด้วยมือเดียว ยกเท้าถีบโต๊ะหนักเกือบครึ่งตันปลิวไปไกลตั้งหลายสิบเมตร!

นี่มันต้องใช้แรงเยอะขนาดไหนเนี่ย?

เหนือจินตนาการจริงๆ!

จ้าวเต๋อหู่มองดูซูหมิงที่กำลังก้าวอาดๆ เข้ามาหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เมื่อมองดูกล้ามเนื้ออันน่าสะพรึงกลัวของซูหมิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน ถอยหลังไปหลายก้าว จนถึงขั้นล้มลุกคลุกคลานลงกับพื้น

"แก....แกอย่าเข้ามานะ! ฉันจะบอกแกให้! ฉันเป็นคนของตระกูลหวังแห่งกลุ่มบริษัทเทียนโย่ว! แกกล้าแตะต้องฉันเหรอ? หวังหลิน ลูกพี่ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!"

จ้าวเต๋อหู่ทำใจดีสู้เสือ ตะเกียกตะกายถอยกรูด พยายามจะอยู่ให้ห่างจากซูหมิงให้มากที่สุด

ซูหมิงมองดูจ้าวเต๋อหู่ที่ขวัญหนีดีฝ่อตรงหน้าอย่างขำๆ แล้วซัดเปรี้ยงเดียวสลบเหมือดไปเลย

จากนั้นก็ชี้ไปที่ประตูห้องหนึ่งริมห้องโถงที่เขียนว่า "ห้องบัญชี" แล้วตะโกนบอกพวกนักพนันราวกับหัวหน้าโจรที่เพิ่งปล้นบ่อนมา

"พวกพี่น้อง มาช่วยกันหน่อย หาของมามัดพวกนี้ไว้ให้หมด! พวกเราจะไปแบ่งเงินกันที่ห้องบัญชี! ทุกคนถือชิปของตัวเองแล้วเข้าแถวให้เป็นระเบียบ! ทยอยเข้าไปในห้องบัญชีทีละคน!"

"ทุกคนจะได้รับเงินชดใช้สิบเท่า รวยแล้วโว้ย!"

ห้องบัญชีก็คือห้องที่บ่อนเอาไว้เก็บเงินสด ไม่ว่าจะเป็นเงินชดใช้ของบ่อน หรือพวกผีพนันที่อยากจะกู้นอกระบบ แลกชิป

ล้วนแต่ต้องมาทำรายการที่ห้องนี้ ดังนั้นภายในจึงมีเงินสดเก็บไว้เป็นจำนวนมาก

พวกผีพนันได้ยินดังนั้นก็ดีใจเนื้อเต้น รีบวิ่งเข้ามาช่วยกันมัดคนอย่างกระตือรือร้น ในหัวมีแต่เรื่องเงินชดใช้สิบเท่า

ในตาเป็นประกายรูปดอลลาร์ไปหมด จะไปสนใจเรื่องอื่นได้ยังไง

แต่ซูหมิงก็ยังไม่ลืมบุคคลอันตรายอีกคนหนึ่งในห้องนี้ —— หลี่เจี้ยนปัว ตอนนี้ก็ยังปะปนอยู่ในกลุ่มผีพนันนั่นแหละ

ซูหมิงไม่มีทางลืมเจ้าตัวอันตรายคนนี้เด็ดขาด

ค่ามิตรสหาย 178 สูงกว่าเจ้าของบ่อนคนนี้ตั้งเยอะ

ซูหมิงแอบเหลือบมองหลี่เจี้ยนปัวในฝูงชนอย่างแนบเนียน ตอนนี้เขาดูไม่ได้แตกต่างจากผีพนันคนอื่นๆ เลย แต่สีหน้ากลับดูปั้นยากราวกับถูกแย่งเมียไปก็ไม่ปาน

ทำเอาซูหมิงรู้สึกงงนิดหน่อย สีหน้าของหลี่เจี้ยนปัวทำไมมันแปลกๆ?

โกรธเคืองอะไรกับเงินรึเปล่าเนี่ย?

อุตส่าห์บอกว่าจะแบ่งเงินให้ ทำไมถึงไม่ดีใจล่ะ?

แต่ในขณะที่ซูหมิงกำลังสังเกตหลี่เจี้ยนปัวอยู่นั้น จ้าวเต๋อหู่ที่เพิ่งถูกซูหมิงต่อยสลบไปก็ฟื้นขึ้นมา เขามองแผ่นหลังของซูหมิงที่ดูราวกับฮัลค์ด้วยแววตาอำมหิต

โดยเฉพาะเมื่อเห็นซูหมิงถีบประตูเหล็กดัดของห้องบัญชีเปิดออกด้วยการถีบเพียงไม่กี่ครั้ง จ้าวเต๋อหู่ก็แทบคลั่ง!

ภายในห้องบัญชีไม่เพียงแต่มีเงินทุนทั้งหมดของบ่อนเท่านั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือมีเงินทุนที่กลุ่มบริษัทเทียนโย่วเอาไว้ใช้ติดสินบนผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองเก็บไว้ด้วย

นั่นมันเงินสดเกือบร้อยล้านเชียวนะ!

ใช่แล้ว เขาเอาเงินพวกนี้มาเก็บไว้ในห้องบัญชีเพื่อสร้างภาพ แต่เขาไม่กล้าแตะต้องเงินพวกนี้เลยสักแดงเดียว แค่เอามาตั้งโชว์เฉยๆ

เพราะการโอ้อวดแบบเงียบๆ แบบนี้ มันช่วยกระตุ้นความโลภของพวกผีพนัน ทำให้พวกมันหน้ามืดตามัวได้ดีกว่า

ถ้าขืนปล่อยให้ซูหมิงเอาเงินไปแบ่งให้พวกผีพนันพวกนี้ล่ะก็ หวังหลิน ลูกพี่ของเขาต้องถลกหนังเขาแร่เนื้อเถือกระดูกทั้งเป็นแน่ๆ!

จ้าวเต๋อหู่ที่ถูกบีบจนไร้ทางถอยกัดฟันกรอด เขาแอบเอื้อมมือไปด้านหลังเอว พอดึงมือกลับมา ในมือก็มีปืนพกกระบอกหนึ่งปรากฏขึ้น

ศูนย์เล็งเล็งเป้าไปที่กลางหลังของซูหมิงอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ลังเลเลยสักนิด เหนี่ยวไกปืนทันที

ในเสี้ยววินาทีที่ซูหมิงถูกเล็งเป้า ความรู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิตก็แล่นปราดเข้ามาในหัว สัญญาณเตือนภัยในหัวดังก้อง ในช่วงเวลาเป็นตายเท่ากันนั้น เขาเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ รอดพ้นจากกระสุนปลิดชีพนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด

ปัง!

เสียงปืนดังกึกก้อง!

ท่อนแขนอันล่ำสันผิดมนุษย์มนาของซูหมิงชาหนึบ มีเลือดสาดกระเซ็น

แม้เขาจะพยายามหลบอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังถูกยิงจนได้

ซูหมิงขมวดคิ้วแน่น ส่งเสียงร้องอึกด้วยความเจ็บปวด หันขวับไปมองจุดที่เสียงปืนดังขึ้นด้วยความโกรธจัด

เมื่อเห็นว่ายิงไม่โดนจุดตายของซูหมิง แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่จ้าวเต๋อหู่ในพริบตา เขาตกใจจนสายตาล่อกแล่ก แต่ไม่นานก็กลับมามีสีหน้าเหี้ยมเกรียม และเหนี่ยวไกปืนซ้ำอย่างบ้าคลั่ง

"ไปตายซะ! ไปตายซะไอ้เวร!"

ปังๆๆ!

แต่คราวนี้ซูหมิงสังเกตเห็นปืนในมือของจ้าวเต๋อหู่แล้ว จึงระวังตัวอยู่แล้ว ร่างกายอันใหญ่โตพุ่งหลบไปหลังโต๊ะพนันข้างๆ อย่างปราดเปรียวราวกับแมวป่า

กระสุนทั้งสามนัดพลาดเป้าหมด!

ยังไม่ทันที่จ้าวเต๋อหู่จะเล็งปืนใหม่ เก้าอี้ตัวหนึ่งก็พุ่งลอยออกมาจากหลังโต๊ะพนันราวกับลูกปืนใหญ่ พร้อมกับเสียงลมพัดหวิวๆ ก่อนจะกระแทกเข้าที่หัวของเขาอย่างจัง

จ้าวเต๋อหู่ส่งเสียงร้องอึก สลบเหมือดไปในพริบตา คราวนี้หมดสติไปอย่างสมบูรณ์

ซูหมิงรีบพุ่งออกมา เตะจ้าวเต๋อหู่ที่นอนอยู่บนพื้นจนกระเด็นไปไกล แล้วหยิบปืนพกบนพื้นขึ้นมา

เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างหนักหน่วง ก่อนจะพบว่าเสื้อท่อนบนถูกย้อมด้วยเลือดของตัวเองจนแดงฉานไปหมด

จ้าวเต๋อหู่ถึงกับมีปืน!

เรื่องนี้ทำให้ซูหมิงตกใจมากจริงๆ!

เมื่อกี้ถ้าไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณที่ทำให้เขาเบี่ยงตัวหลบกระสุนที่เล็งมาที่กลางหลังได้ทัน เขาคงโดนยิงตายไปแล้ว

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าบ่อนใต้ดินเล็กๆ แบบนี้ จะมีปืนอยู่ด้วย!

และจนถึงตอนนี้ พวกผีพนันที่เพิ่งจะได้สติและได้กลิ่นดินปืน ต่างก็มองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดผวา

พวกเขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนยิงปืน!

ในชั่วพริบตา ไม่ว่าหญิงชายหรือคนแก่คนหนุ่ม ต่างก็ตื่นตระหนกตกใจจนวุ่นวายไปหมด กรีดร้องโวยวายอย่างเสียสติ พยายามจะวิ่งหนีออกไป

ซูหมิงมองดูพวกผีพนันที่กำลังวิ่งพล่านหนีตายด้วยความหวาดกลัว ก็รู้สึกปวดหัวตึ้บ ถ้าปล่อยให้พวกผีพนันพวกนี้หนีไปได้ คงตามจับกลับมาได้ยากแน่

เขารีบตะโกนเสียงหลงว่า "หยุดโวยวายได้แล้ว! ไม่เห็นเหรอว่าคนมันโดนฉันจัดการไปแล้ว! ทุกคน พวกเรามาแบ่งเงินกันได้แล้ว!"

"ไม่อยากได้เงินกันแล้วเหรอ!"

"ใครไม่อยากได้เงินก็ไปซะ! ขาดคนแบ่งเงินไปหนึ่งคน คนที่เหลือก็จะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นไง"

เสียงตะโกนของซูหมิงดังกึกก้อง จนกระทั่งได้ยินคำว่าแบ่งเงิน พวกผีพนันถึงได้ค่อยๆ สงบลง

แน่นอนว่า ซูหมิงไม่ได้ตั้งใจจะพาพวกผีพนันพวกนี้ไปรวยจริงๆ หรอก การบอกว่าจะแบ่งเงินก็แค่เพื่อรั้งตัวพวกผีพนันพวกนี้ไว้เท่านั้นแหละ

เมื่อเห็นว่าผู้คนค่อยๆ สงบลงแล้ว ซูหมิงถึงได้ชี้ไปที่ห้องบัญชีอย่างใจเย็น แล้วบอกว่า "ทุกคน ทยอยเข้ามาทีละคนนะ ฉันจะแจกเงินให้ทีละคน! เข้าแถวให้เป็นระเบียบล่ะ!"

จบบทที่ บทที่ 29 ซูหมิงแบ่งเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว