- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 49 ราชันปะทะราชัน
บทที่ 49 ราชันปะทะราชัน
บทที่ 49 ราชันปะทะราชัน
ลู่หมิงเฟยพุ่งเข้าไป เนตรสีทองราวกับลาวาที่กำลังเดือดพล่านและแผดเผาอยู่ลึกสุดในดวงตา บริเวณผิวหนังที่โผล่พ้นร่มผ้าของลู่หมิงเฟยเริ่มมีเกล็ดละเอียดงอกขึ้นมา ฝ่ามือค่อยๆ แหลมคมขึ้น ราวกับกลายเป็นกรงเล็บอันแหลมคม
เขากำลังกลายร่างเป็นมังกร!
สองข้างทางด่วน สัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดส่งเสียงร้องโหยหวน พวกมันสัมผัสได้ถึงการสะกดข่มทางสายเลือดจากเด็กหนุ่มผู้นี้ นั่นคือราชันผู้สูงส่งเหนือใคร!
ทว่าพวกมันก็ยังคงพุ่งเข้ามา พวกมันไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ ทว่าสัญชาตญาณบอกพวกมันว่าหากพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องตายอย่างแน่นอน ทว่าพวกมันไม่อาจขัดคำสั่งของราชัน ไม่อาจขัดคำสั่งของโอดินได้!
ในชั่วพริบตา สัตว์ประหลาดพุ่งเข้ามาจู่โจมหลายต่อหลายครั้ง ดาบยาวและกรงเล็บแหลมคมปะทะกัน เลือดสีดำแดงสาดกระเซ็นนับไม่ถ้วน ลำธารบนพื้นถนนค่อยๆ เปลี่ยนสีไป
บนใบหน้าของลู่หมิงเฟยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เนตรสีทองยิ่งทวีความร้อนแรง จ้องมองโอดิน พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ความหวาดหวั่น!
เดดพูลไม่อาจขวางกั้นฝีเท้าของเขาได้ ไม่ว่าเดดพูลจะแข็งแกร่งเพียงใด หรือมีระดับการกลายร่างเป็นมังกรสูงแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานการฟันของเขาได้แม้แต่ดาบเดียว ลู่หมิงเฟยเข้าใกล้โอดินมากขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังเขาเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์ประหลาดเกลื่อนกลาด
สัตว์ประหลาดตัวจ้อยจะต้านทานอาวุธจักรพรรดิได้อย่างไร? ต่อให้เป็นอาวุธที่ถูกผนึกเอาไว้ก็เถอะ!
ลู่หมิงเฟยรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขามองดูผู้ที่เรียกตัวเองว่าเทพเจ้าตรงสุดปลายทาง วันนี้เขาจะสังหารเทพ!
ลู่หมิงเฟยมาหยุดอยู่ตรงหน้าม้าสวรรค์แปดขา มองดูผู้ที่อยู่สูงส่งเหนือผู้คนราวกับเทพเจ้าผู้นั้น ลู่หมิงเฟยหัวเราะ รอยยิ้มนั้นทั้งดูดุร้ายและน่าสะพรึงกลัว ช่างเป็นรอยยิ้มที่โอหังและจองหองเสียจริง!
เมิ่งชวนเคยขจัดปัจจัยความกระหายเลือดในสายเลือดมังกรของเขาออกไป ทว่าเมื่อสายเลือดมังกรเดือดพล่านก็ยังคงทำให้ลู่หมิงเฟยเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่ดี!
"เทพเจ้าหรือ? ก็แค่คนขลาดตาขาวที่หลบอยู่หลังหน้ากากไม่กล้าสู้หน้าผู้คนเท่านั้นแหละ!"
ลู่หมิงเฟยกระโดดขึ้น ทุกคนต่างจ้องมองร่างนั้นโดยไม่กะพริบตา
"ไม่สมควรเป็นเวลานี้นี่นา" โอดินมองดูเด็กหนุ่มบนท้องฟ้า ส่งเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง คล้ายกับความพิโรธของสวรรค์
"จะฆ่าเจ้ายังต้องเลือกเวลาอีกหรือ? เจ้าต้องการฤกษ์งามยามดีหรือยังไง?!!" ลู่หมิงเฟยถือดาบยาวฟาดฟันลงมา ประกายดาบสายหนึ่ง ราวกับกำลังเบิกฟ้าผ่าปฐพี คืนฝนพรำอันมืดมิดสว่างไสวขึ้นในฉับพลัน!
"เจ้าในเวลานี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไร! รนหาที่ตายชัดๆ!" เสียงของโอดินดังกังวานไปทั่วทางด่วน ในน้ำเสียงไม่ได้มองลู่หมิงเฟยเป็นคู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
"เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าในมือของบิดาคืออะไร! อาวุธจักรพรรดิยังไงเล่า!" ลู่หมิงเฟยแผดเสียงคำราม
"เคร้ง!"
ดาบยาวและกุงเนียร์ปะทะกัน ส่งเสียงดังกังวานใส หยาดฝนถึงกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับว่ากาลเวลาหยุดนิ่งลงในวินาทีนี้!
"ซู่!"
สายฝนอันบ้าคลั่งเทกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ลู่หมิงเฟยมองดูหน้ากากที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สีหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกริบ
ฟันลงไปดาบแล้วดาบเล่า เงาดาบนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น โจมตีเข้าใส่โอดิน ทุกดาบล้วนเล็งไปที่จุดตายของโอดิน โหดเหี้ยม แฝงไปด้วยจิตสังหารอย่างเต็มเปี่ยม
โอดินตั้งรับไม่ทัน ถูกซัดจนหงายหลังล้มลงไปโดยตรง! ลู่หมิงเฟยพุ่งเข้าไปประชิดตัวทันที ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ลู่หมิงเฟยห้าวหาญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าสนามรบคือที่สถิตของเขา สนามรบสังหารมังกร!
"มารดามันเถอะ อาวุธจักรพรรดิมันร้ายกาจจริงๆ ทำให้ข้ากดหัวโอดินตีได้เลย ต่อให้ถูกท่านมหาจักรพรรดิผนึกเอาไว้ก็เถอะ" ลู่หมิงเฟยโจมตีโอดินไปพลาง ยังมีกะจิตกะใจมาคิดเรื่องพวกนี้อีก จะเห็นได้ว่าตอนนี้เขารับมือได้อย่างสบายๆ เพียงใด
โอดินตกเป็นรองโดยตรง เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งร่วงหล่นลงจากหลังม้า ตอนนี้ยิ่งต้องถอยร่นไปทีละก้าว ถูกลู่หมิงเฟยสะกดข่มเอาไว้อย่างสมบูรณ์!
"ต้องอย่างนี้สิ! เมื่อครอบครองพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หากยังทำตัวกล้าๆ กลัวๆ จะต่างอะไรกับไอ้ห่วยคนเดิม!" เมิ่งชวนมองดูลู่หมิงเฟยที่ห้าวหาญพลางกล่าวชื่นชมว่า "ลูกผู้ชายก็สมควรผ่านการขัดเกลาแบบนี้แหละ!"
"หอกเล่มนั้นคือช่องโหว่ของกฎเกณฑ์แห่งโลก" ลู่หมิงเจ๋อมองดูเสียงการต่อสู้อันพัวพันที่อยู่ไกลออกไป เอ่ยเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็หัวเราะออกมา "โชคดีที่มีอาวุธจักรพรรดิของท่านมหาจักรพรรดิ"
"สหายลู่ของพวกเราก็เป็นช่องโหว่ของกฎเกณฑ์แห่งโลกไม่ใช่หรือ?" เมิ่งชวนกล่าว มองดูเด็กหนุ่มผู้น่าเกรงขาม เด็ดเดี่ยว และน่าสะพรึงกลัวผู้นั้น จากนั้นก็หัวเราะออกมา ในสายตาของลู่หมิงเจ๋อ รอยยิ้มของเมิ่งชวนดูยากจะคาดเดา
"ส่วนอาวุธจักรพรรดิน่ะหรือ? หึหึ..."
ฝนตกหนักยิ่งขึ้น การเข่นฆ่าก็ยิ่งดุเดือดขึ้น เงาร่างสองสายกำลังแผดเสียงคำราม โอดินไร้ซึ่งความดูแคลนที่เคยมีต่อลู่หมิงเฟยในตอนแรกไปตั้งนานแล้ว นัยน์ตาตาเดียวข้างนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"เจ้าหนุ่ม เป็นยังไงบ้าง! เจ้าคิดว่าใครจะชนะ?" จู่ๆ เมิ่งชวนก็หันไปมองลู่หมิงเจ๋อพลางเอ่ยถาม
ลู่หมิงเจ๋อชะงักไปชั่วขณะ พบว่าเมิ่งชวนกำลังพูดคุยกับเขา จึงรีบปั้นหน้าระรื่นตอบกลับไปทันทีว่า "หากไม่มีอาวุธจักรพรรดิของท่านมหาจักรพรรดิ โอดินคงจะเป็นฝ่ายชนะ พี่ชายในตอนนี้แข็งแกร่งมาก ทว่ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ในระดับนี้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว"
"เจ้าก็มีสายตาแหลมคมไม่เบานี่!" เมิ่งชวนกล่าว
"ฉ่า!"
เสียงน้ำและไฟปะทะกันดังมาจากสนามรบแห่งนั้น หมอกควันพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้า ห่อหุ้มเงาร่างทั้งสองสายเอาไว้
มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นที่นั่น!
"นี่คือเพลิงราชันหรือ?" เมิ่งชวนมองดูฉากนี้พลางเอ่ยถาม
"ถูกต้อง วจนะวิญญาณระดับอันตราย เพลิงราชัน ไม่คิดเลยว่าพี่ชายจะมาถึงขั้นนี้แล้ว" ลู่หมิงเจ๋อพยักหน้า ยืนยันคำพูดของเมิ่งชวน
ลู่หมิงเฟยใช้วจนะวิญญาณออกมา ตอนนี้เขาสามารถใช้วจนะวิญญาณระดับทั่วไปและระดับอันตรายทั้งหมดได้แล้ว สายเลือดของเขากำลังยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทว่าเมื่อมองดูโอดินที่ไร้รอยขีดข่วน ลู่หมิงเฟยก็หัวเราะออกมาเบาๆ
"อย่างที่คิดไว้เลย ในสนามรบแบบนี้ วจนะวิญญาณระดับนี้ไม่มีผลเลยอย่างนั้นหรือ?" แม้จะเป็นประโยคคำถาม ทว่าในใจของลู่หมิงเฟยมีคำตอบอยู่แล้ว ทว่าวจนะวิญญาณไร้ผลแล้วจะเกี่ยวอะไรเล่า อาวุธจักรพรรดิอยู่ในมือ! ใต้หล้านี้เป็นของข้า!
"เจ้าแข็งแกร่งมาก ข้าตัดสินใจจะใช้กระบวนท่าที่ข้าเพิ่งเข้าใจมาจัดการกับเจ้า อีกอย่าง การได้ตายภายใต้อาวุธจักรพรรดิ ก็นับเป็นความโชคดีของเจ้าแล้ว!" ลู่หมิงเฟยบิดคอไปมา จ้องมองโอดิน เนตรสีทองจู่ๆ ก็เปล่งประกายเจิดจ้าบาดตา
ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรก็ดังก้องขึ้นในสนามรบ ทะลวงผ่านกาลเวลา ราวกับเสียงคำรามของมังกรที่ส่งมาจากยุคดึกดำบรรพ์!
วจนะวิญญาณ.จักรพรรดิ!
ร่างกายของลู่หมิงเฟยขยายใหญ่ขึ้นจนผิดรูป กระดูกหนามแหลมคมแทงทะลุผิวหนังออกมา เกล็ดสีดำขบเข้าหากันเสียงดังสนั่น ปีกสีดำขนาดยักษ์กางออก ในวินาทีนี้ พายุฝนอันบ้าคลั่งถึงกับพุ่งสวนทางขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ตัวตนที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมังกรตนนี้มองดูโอดิน กล่าวอย่างเนิบนาบ แต่ละคำล้วนลึกล้ำและน่าเกรงขาม "ยกที่สอง เริ่มได้!"
วจนะวิญญาณ.จักรพรรดิ วจนะวิญญาณเฉพาะตัวของราชันดำ ลู่หมิงเฟยได้คิดค้นวิธีการใช้แบบใหม่ที่ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงขนาดนั้นขึ้นมาระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่นี้!
โอดินมองดูลู่หมิงเฟย นัยน์ตาตาเดียวสีทองก็เริ่มเดือดพล่านราวกับลาวาเช่นกัน รอบกายปรากฏกระแสอากาศอันบ้าคลั่ง หยาดฝนถูกปัดเป่าออกไปโดยตรง!
รอบกายของทั้งสองคนปรากฏพื้นที่สูญญากาศขึ้น!
ม้าสวรรค์แปดขาส่งเสียงร้อง แบกรับเทพเจ้าองค์นั้น พุ่งเข้าใส่ลู่หมิงเฟย หมายมั่นจะเหยียบย่ำลู่หมิงเฟยไว้ใต้ฝ่าเท้า
"ตูม!"
เสียงปะทะอันรุนแรงดังขึ้น ลู่หมิงเฟยถอยหลังไปหลายก้าว ปีกสีดำเสียดสีกับพื้นดิน ก่อให้เกิดประกายไฟปลิวว่อนนับไม่ถ้วน
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็มีเสียงดังสนั่นเช่นกัน ม้าสวรรค์แปดขาล้มลงกับพื้นโดยตรง!
"ทำได้สวย!" ลู่หมิงเจ๋อตะโกนลั่น โห่ร้องแสดงความยินดีให้ลู่หมิงเฟย
ในมือของลู่หมิงเฟยที่ดูเหมือนกรงเล็บแหลมคม มีหัวใจสีม่วงอมฟ้าที่เต็มไปด้วยเกล็ดและกำลังเต้นตุบๆ อยู่ดวงหนึ่ง นี่คือหัวใจของม้าสวรรค์แปดขา ในการปะทะเมื่อครู่นี้ลู่หมิงเฟยควักมันออกมาโดยตรง!
"ขัดหูขัดตาเจ้ามาตั้งนานแล้ว" ลู่หมิงเฟยมองดูม้าสวรรค์ที่ล้มลง บีบหัวใจม้าสวรรค์แปดขาในมือจนแตกละเอียดเสียงดังปัง
"ข้ายอมรับว่าข้าประเมินเจ้าต่ำไป เจ้าทำสำเร็จในการยั่วโมโหข้าแล้ว เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
โอดินมองดูฉากนี้ น้ำเสียงเย็นเยียบ บนใบหน้าสวมหน้ากากเหล็กไม่อาจมองเห็นสีหน้าใดๆ ได้ ทว่าพายุอันบ้าคลั่งที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นท่ามกลางสวรรค์และปฐพี ทำให้เห็นได้ชัดว่าภายในใจของเจ้านายม้าสวรรค์ผู้นี้ไม่ได้สงบนิ่งเลยแม้แต่น้อย
การต่อสู้ที่ดุร้ายและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเปิดฉากขึ้นแล้ว นอกจากการปะทะกันของดาบและหอก กรงเล็บแหลมคม หนามแหลม หรือแม้แต่ฟันของลู่หมิงเฟย ต่างก็ทิ้งบาดแผลนับไม่ถ้วนไว้บนร่างของอีกฝ่าย!
พายุฝนอันบ้าคลั่งยิ่งทวีความรุนแรง บางครั้งก็ปลิวสวนทางขึ้นฟ้า บางครั้งก็สาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง
"แกรก!"
อาวุธจักรพรรดิในมือของลู่หมิงเฟยปะทะกับกุงเนียร์อีกครั้ง จากนั้นก็มีเสียงแตกหักดังออกมา ลู่หมิงเฟยยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม มองดูโอดิน
โอดินถอยร่น เขาถึงกับถูกลู่หมิงเฟยซัดจนถอยร่นอีกแล้ว! พลังของลู่หมิงเฟยในระดับที่สองเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขั้นน่าสะพรึงกลัว!
"ฮ่าฮ่า หอกหักแล้วใช่หรือไม่? หอกที่ไม่มีวันพลาดเป้าบ้าบออะไรกันริอ่านมาปะทะกับอาวุธจักรพรรดิ..."
เสียงของลู่หมิงเฟยเบาลง จากนั้นก็เงียบกริบไร้เสียง ลู่หมิงเฟยจ้องเขม็งไปยังจุดที่อาวุธปะทะกัน สิ่งที่หักไม่ใช่กุงเนียร์ ทว่าเป็น "อาวุธจักรพรรดิ" ที่เมิ่งชวนมอบให้อย่างชัดเจน!
"หา? นี่ อาวุธ อาวุธจักรพรรดิของข้า หักแล้วหรือ?" ลู่หมิงเฟยพูดจาติดอ่าง มองดูอาวุธจักรพรรดิที่หักเป็นสองท่อน อ้าปากค้าง ทั้งคนราวกับกลายเป็นคนโง่งมไปเลย
โอดินมองดูลู่หมิงเฟย ภายในนัยน์ตาตาเดียวเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อครู่ถูกโจมตีจนตั้งรับไม่ทัน ถูกกดขี่มาตลอด ตอนนี้ม้าของตัวเองก็ตายไปแล้ว!
ตอนที่เจ้าอยู่ในจุดสูงสุดข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ตอนนี้แม้แต่เจ้าในสภาพนี้ข้ายังฆ่าไม่ได้อีกหรือ? ถืออาวุธนักเล่นแร่แปรธาตุรูปร่างประหลาดๆ ก็กล้าเรียกอาวุธจักรพรรดิ? ยังคิดจะฆ่าข้าอีก?
"ตาย!"
เสียงคำรามดุจฟ้าร้องของโอดินดังขึ้น จิตสังหารสาดกระจาย พุ่งเข้าใส่ลู่หมิงเฟย หวังจะปลิดชีพลู่หมิงเฟยโดยตรง!
ลู่หมิงเฟยโยน "อาวุธจักรพรรดิ" ทิ้ง สีหน้าเคร่งเครียดมองดูโอดินที่พุ่งเข้ามา เตรียมพร้อมรับมือ ราวกับว่าเขาจะต้านทานโอดินอย่างสุดกำลัง!
เมื่อโอดินเข้าใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเหลือไม่ถึงร้อยเมตร ลู่หมิงเฟยมีสีหน้าเคร่งเครียด ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า "ท่านลุงช่วยข้าด้วย!" วินาทีต่อมา ลู่หมิงเฟยราวกับมังกรเทวะที่พลิ้วไหว หนีไปหลบอยู่ด้านหลังเมิ่งชวนอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังชูนิ้วกลางที่ตั้งตรงให้โอดินอีกด้วย
แม้แต่เมิ่งชวนยังต้องสะดุ้งกับกระบวนท่า "จักจั่นลอกคราบ" ของลู่หมิงเฟย สัมผัสเทวะสั่นสะเทือน เกือบจะกลั้นไม่อยู่พ่นคำว่า "หน้าไม่อาย" ออกมาแล้ว
โอดินโกรธจัด เขาคือราชันมังกร ไม่ใช่ของโบราณ ย่อมเข้าใจสังคมยุคใหม่เช่นกัน!
"หลบอยู่หลังพวกเขาสองคนคิดว่าจะเอาชีวิตรอดไปได้หรือ?" เสียงของโอดินเย็นเยียบ "คนหนึ่งไม่เหลือความแข็งแกร่งดังเดิม แทบจะกลายเป็นคนพิการ ส่วนอีกคนก็เป็นคนที่มองไม่ทะลุ"
"แต่แล้วยังไงเล่า? มองไม่ทะลุ ก็ใช่ว่าจะฆ่าไม่ได้!"