เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 โอดิน

บทที่ 48 โอดิน

บทที่ 48 โอดิน


เมื่อมองดูปีศาจน้อยหลิ่วตาขยิบตา ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอด ลู่หมิงเฟยอยากจะหัวเราะออกมา แอบดูข้ามาทั้งวัน ตอนนี้ติดกับดักแล้วสิ!

"ลู่หมิงเฟย นี่คือน้องชายของเจ้าหรือ?" เมิ่งชวนแสร้งทำเป็นไม่รู้เอ่ยถามขึ้น "น้องชายของเจ้าไม่ใช่เจ้าอ้วนน้อยคนนั้นหรอกหรือ" ในเวลาเดียวกันปรายตามองปีศาจน้อยลู่หมิงเจ๋อหนึ่งครา

ลู่หมิงเจ๋อหนาวสั่นไปทั้งตัว รู้สึกราวกับถูกสายตานี้มองทะลุปรุโปร่ง

"ท่านลุง ข้าคือน้องชายแท้ ๆ ของเขา! เป็นพี่น้องสุดที่รักเชียวนะ!" ลู่หมิงเจ๋อกล่าวประจบประแจงเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของผู้ชายตรงหน้า รู้จักปรับตัวเรียกเมิ่งชวนว่าท่านลุงในทันที อย่างไรเสียพี่ชายของเขาร้องเรียก เขาจะเรียกบ้างจะเป็นไรไป?

"หน้าไม่อาย" ลู่หมิงเฟยเบ้ปาก แม้จะรู้ว่าปีศาจน้อยตรงหน้าตัวเองไร้ยางอายมาโดยตลอด ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านมหาจักรพรรดิเขาจะยังคงเป็นเช่นนี้

"รีบขอโทษท่านมหาจักรพรรดิเดี๋ยวนี้ ภายภาคหน้าห้ามมองมั่วซั่วอีก!" ลู่หมิงเฟยตบหัวปีศาจน้อยไปหนึ่งฉาด พลางขู่กรรโชก

"ท่านลุงข้าไม่ได้ตั้งใจจะมอง ข้าเพียงแค่พบว่าเจ้าคนไร้ประ..." เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลู่หมิงเจ๋อสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งภายในร่างกายของลู่หมิงเฟย น้ำเสียงพลันแผ่วเบาลง

"ข้าเพียงแค่เป็นห่วงพี่ชายของข้ามากไปหน่อย บังเอิญไปเห็นท่านเข้า"

"อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องการพูดสิ่งใด!" ลู่หมิงเฟยเขกหัวเขาไปหนึ่งที ลู่หมิงเจ๋อใช้สองมือกุมหัว น้ำตาคลอเบ้า เล่นละครเก่งเป็นที่สุด

เมิ่งชวนวางลู่หมิงเจ๋อลง มองดูลู่หมิงเฟยหนึ่งคราพลางเอ่ยว่า "เจ้าเคยพบกับเขามาตั้งนานแล้วหรือ?"

"ไม่เคย ทว่าอย่างไรเสียเขาคือน้องชายของข้า!" ลู่หมิงเฟยหัวเราะเบาเบา พลางกล่าวว่า "แม้จะเป็นน้องชายที่ต้องการชีวิตของข้าอยู่ตลอดเวลาก็ตาม"

ภายในดวงตาของลู่หมิงเจ๋อมีความหวาดกลัววาบผ่าน ทว่ารู้จักสังเกตสถานการณ์ไม่ยอมเอ่ยปาก เขาดูออกว่าคนที่รู้จักกับลู่หมิงเฟยผู้นี้ไม่ได้ต้องการสังหารตัวเอง เพียงแค่มอบคำเตือนให้เขาเท่านั้น

"ทว่าเหตุใดจึงมีคนที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้..." เมื่อนึกถึงมือข้างนั้นที่ยื่นตรงไปยังขั้วโลกเหนือเมื่อครู่นี้ จากนั้นคว้าจับตัวเองมาในคราเดียว ตัวเองไร้เรี่ยวแรงตอบโต้โดยสิ้นเชิง ลู่หมิงเจ๋อถึงกับตัวสั่นสะท้าน

"ท่านมหาจักรพรรดิ แล้วเรื่องโอดินจะเอาอย่างไร? ยังต้องไปหรือไม่?" ลู่หมิงเฟยมองดูเมิ่งชวนพลางเอ่ยถาม เขายังคงอยากจะจัดการสังหารโอดินทิ้งอยู่ดี อย่างไรเสียตอนนี้เขามีผู้หนุนหลังคนสำคัญแล้ว!

"เหตุใดจะไม่ไปเล่า? คนที่คอยจ้องมองข้าอยู่ตลอด ไม่ได้มีเพียงน้องชายของเจ้า แต่ยังมีมังกรตนนั้นอีกด้วย" เมิ่งชวนมองดูนิเบลุงเกนที่ดำรงอยู่ระหว่างภาพลวงตาและความเป็นจริงภายในเมืองแห่งนี้

"เช่นนั้นพวกเราไปสังหารมันทิ้งกันเถอะ! วันนี้ต้องสังหารราชันมังกรสักตน!" น้ำเสียงของลู่หมิงเฟยดังกึกก้อง มองไปยังทิศทางของนิเบลุงเกน ด้วยสายเลือดของเขาในตอนนี้สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของนิเบลุงเกนแห่งนั้นได้ตั้งนานแล้ว

"หอกเล่มนั้นไม่ธรรมดาเลยนะ" ลู่หมิงเจ๋อมองดูคนทั้งสองที่ใช้น้ำเสียงแบบวันนี้กินอะไรดี? มาพูดเรื่องจะไปสังหารโอดิน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนออกมาคำหนึ่ง

ทว่าเขาเพียงแค่บอกว่าหอกเล่มนั้นไม่ธรรมดา แต่กลับไม่ได้พูดถึงโอดิน

"เพียะ!"

ฝ่ามือฟาดลงบนหัวของลู่หมิงเจ๋ออีกครั้ง ลู่หมิงเฟยรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย "อย่างไรกัน เจ้าไม่เชื่อมั่นในท่านมหาจักรพรรดิหรือ?"

ดวงตาสีทองคู่หนึ่งจ้องมองลู่หมิงเจ๋อ ความน่าเกรงขามแห่งราชันแผ่ซ่านครอบคลุมฟ้าดิน

"เชื่อสิ! ต่อให้ข้าไม่เชื่อมั่นในตัวเองย่อมไม่มีทางไม่เชื่อมั่นในท่านมหาจักรพรรดิหรอก!" ลู่หมิงเจ๋อร้องโอดครวญ ในเวลาเดียวกันลู่หมิงเจ๋อมองดูดวงตาคู่นั้นของลู่หมิงเฟย แรงกดดันเช่นนี้แน่นอนว่าไม่มีผลอันใดต่อเขา เขารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง คล้ายทอดทอนใจและคล้ายรู้สึกพ่ายแพ้อยู่บ้าง

"พี่ชายเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ภายภาคหน้าอาจไม่ต้องการน้องชายอย่างข้าอีกต่อไปแล้ว"

ในวินาทีนี้เสียงของลู่หมิงเจ๋อมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแฝงอยู่ ถึงกับมอบความรู้สึกราวกับลูกสุนัขที่ถูกทอดทิ้งให้แก่ลู่หมิงเฟย

"เล่นใหญ่เกินไปแล้ว!" จู่ ๆ ลู่หมิงเฟยยื่นมือออกไป ครั้งนี้ไม่ได้ตบหัวลู่หมิงเจ๋อ ทว่าลูบเบา ๆ หนึ่งครา ขยี้เส้นผมของเขาจนยุ่งเหยิงไปหมด

"ท่านมหาจักรพรรดิ พวกเราไปกันเถิด" ลู่หมิงเฟยกล่าว

"ตกลง"

เมิ่งชวนเอ่ยคำเดียว ฟ้าดินหมุนคว้าง คนทั้งสามจากดาดฟ้าปรากฏตัวขึ้นที่อีกสถานที่หนึ่ง นี่คือทางด่วนสายหนึ่ง บนท้องฟ้ามีฝนตกลงมาอย่างหนัก หยาดฝนร่วงหล่นลงบนพื้นถนนรวมตัวกันเป็นลำธารสายเล็ก ไหลไปทางด้านข้าง

ด้านข้างทางด่วนคือความมืดมิด ทว่ากลับมีดวงตาสีทองคู่แล้วคู่เล่า จ้องมองคนทั้งสามที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

"มิติอื่นที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยกฎเกณฑ์หรือ? กระทั่งโลกใบเล็กยังนับไม่ได้เลย!" เมิ่งชวนพินิจพิจารณาสถานที่แห่งนี้ครู่หนึ่ง เพียงปรายตามองสามารถมองทะลุถึงแก่นแท้ของนิเบลุงเกนแห่งนี้ได้แล้ว

ลู่หมิงเฟยบิดคอไปมา มองดูเงาร่างที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาว ณ สุดปลายทางด่วน น้ำเสียงกลับมีความเบิกบานใจอยู่บ้าง

"นั่นคือโอดินอย่างนั้นหรือ?"

ท่ามกลางแสงสีขาวมีม้าศึกตัวหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ มันสวมเกราะหนักที่มีลวดลายโลหะสลับซับซ้อน บนขนสีขาวเปล่งประกายเจิดจ้าดุจเพชร มันถึงกับมีแปดขา! ขาม้าอันแข็งแกร่งแปดข้างค้ำยันทุกสิ่งเอาไว้

บนใบหน้าของม้าสวมหน้ากาก ทุกครั้งที่ส่งเสียงร้อง ล้วนราวกับเสียงฟ้าร้อง จากนั้นหลังจากส่งเสียงร้องจบ รูจมูกโลหะบนหน้ากากจะพ่นประกายสายฟ้าออกมา

บนหลังม้ามีเงาดำขนาดยักษ์นั่งอยู่ ทั่วทั้งร่างสวมเกราะหนักสีทองหม่น ในมือถือหอกยาวที่โค้งงอ เส้นโค้งของตัวหอกราวกับวิถีของดาวตกที่พาดผ่านท้องฟ้า

บนใบหน้าของเขาสวมหน้ากากเหล็ก มีดวงตาเพียงข้างเดียว ดวงตาสีทองราวกับตะเกียงยักษ์ที่สาดส่องไปรอบบริเวณ

โอดิน! ราชาแห่งทวยเทพในตำนานนอร์ส! และยังเป็นราชันมังกรตนหนึ่ง!

"เกมยังไม่ทันเริ่มต้น ต้องมาเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ใกล้ด่านสุดท้ายผู้นี้เสียแล้ว" สีหน้าของลู่หมิงเจ๋อขมขื่นเล็กน้อย เมื่อมองดูลู่หมิงเฟยที่มีท่าทีกระตือรือร้น ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากกว่าเดิม

"พี่ชายผู้โง่เขลาของข้า หากไม่มีผู้หนุนหลัง คงถูกตีตายไปตั้งนานแล้ว!" ทว่าหลังจากแอบชำเลืองมองเมิ่งชวนแวบหนึ่ง ลู่หมิงเจ๋อรู้สึกเบาใจลง

ข้าเท่ากับพี่ชาย พี่ชายมีผู้หนุนหลัง เท่ากับข้ามีผู้หนุนหลัง!

"ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนยืนอยู่เบื้องหลัง..." ลู่หมิงเจ๋อมีความคิดมากมายผุดขึ้นในหัว ด้วยพลังของเขาบนโลกใบนี้ มักจะเป็นผู้อื่นที่มาพึ่งพาเขาเสมอ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้อื่นคอยหนุนหลัง

"พูดก็พูดเถอะ ความรู้สึกนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"

ความคิดในใจของลู่หมิงเจ๋อเมิ่งชวนและลู่หมิงเฟยไม่มีทางล่วงรู้ เมิ่งชวนในตอนนี้กำลังจ้องมองเงาร่างอันองอาจที่ควบขี่ม้าสวรรค์แปดขา...

มองหอกยาวในมือของเขา!

"กุงเนียร์ อาวุธแห่งกฎแห่งกรรมหรือ ไม่รู้ว่าจะมีความลึกล้ำเพียงใด" น้ำเสียงของเมิ่งชวนดูทอดทอนใจ ทว่ากลับเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่ว่าของสิ่งนี้มีวาสนาต่อข้า

ลู่หมิงเฟยเป็นคนเช่นไร ฟังความหมายของเมิ่งชวนออกในทันที เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยตรง แผดเสียงตะโกนว่า "ไอ้โจรชั่ว! ยังไม่รีบ ๆ นำหอกยาวในมือมาถวายอีก!"

เมิ่งชวน: "......"

เจ้าจะเล่นใหญ่เกินไปแล้วหรือไม่?

ลู่หมิงเจ๋อที่อยู่ด้านข้างถึงกับตะลึงงัน ภายในใจเกิดข้อสันนิษฐานประการหนึ่งขึ้นมา หรือว่าผู้หนุนหลังผู้นี้ จะได้มาจากการประจบสอพลอเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?

เมื่อมองดูโอดินที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ไกลออกไป ลู่หมิงเฟยกลอกตาไปมา มองดูเมิ่งชวนพลางกล่าวว่า "ท่านมหาจักรพรรดิ คนผู้นี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ต้องไม่เคยเห็นอานุภาพเทวะของท่านมหาจักรพรรดิอย่างแน่นอน ท่านมหาจักรพรรดิท่านดูสิ..."

ลู่หมิงเฟยยุยงให้เมิ่งชวนตบโอดินจนตายโดยตรง

"ปลาซิวปลาสร้อยเช่นนี้ไม่คู่ควรให้ข้าลงมือ หากเจ้าต้องการสังหารมัน จงไปจัดการเองเถิด" คำพูดของเมิ่งชวนแฝงความโอหังทว่าเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่ว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

สีหน้าของลู่หมิงเฟยขมขื่น บ่นพึมพำว่า "หากข้าเอาชนะมันได้ ข้าคงขึ้นไปฟันมันทิ้งตั้งนานแล้ว!"

เมิ่งชวนปรายตามองลู่หมิงเฟย กล่าวด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้งตึงว่า "เอาเช่นนี้แล้วกัน หากข้าลงมือเอง คงจะเสียเกียรติเกินไปหน่อย"

"ข้าจะมอบอาวุธจักรพรรดิให้เจ้าหนึ่งชิ้น ดีหรือไม่? มีอาวุธจักรพรรดิเจ้าย่อมเอาชนะมันได้อย่างแน่นอนใช่หรือไม่?"

ลู่หมิงเฟยตื่นเต้นขึ้นมาทันที มีอาวุธจักรพรรดิการทุบตีโอดินสักคนยังจะเป็นปัญหาอีกหรือ?

"ท่านมหาจักรพรรดิท่านวางใจเถอะ โอดินกระจ้อยร่อย ฟันฉับเดียวก็รู้เรื่อง!" ลู่หมิงเฟยตบหน้าอกรับประกัน ต่อหน้าอาวุธจักรพรรดิ โอดินจะนับเป็นตัวอะไรได้!

เมิ่งชวนมองดูลู่หมิงเฟยด้วยรอยยิ้ม ภายในมือปรากฏดาบยาวเล่มหนึ่ง ส่งให้ลู่หมิงเฟย

ลู่หมิงเฟยรับดาบมาลูบคลำ กล่าวด้วยความสงสัยเล็กน้อยว่า "ท่านมหาจักรพรรดิเหตุใดจึงไม่ใช่จานหยกมรรคาอันยิ่งใหญ่ของท่านเล่า? ดาบเล่มนี้ไม่เคยเห็นท่านใช้มาก่อนเลยนะ?"

เมิ่งชวนมองดูลู่หมิงเฟยปราดหนึ่ง "ข้ายังมีชีวิตอยู่เจ้ากลับคิดจะใช้อาวุธจักรพรรดิของข้าหรือ? ด้วยระดับความแข็งแกร่งของข้า การมีอาวุธจักรพรรดิชิ้นที่สองเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ? ข้าจะหลอกเจ้าไปเพื่อเหตุใด?"

ลู่หมิงเฟยลองคิดดูก็จริง อาวุธจักรพรรดิเปรียบเสมือนมหาจักรพรรดิอีกองค์หนึ่ง หากมอบให้ตัวเอง คงจะดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง

"เช่นนั้นท่านมหาจักรพรรดิข้าไปก่อนนะ!" ลู่หมิงเฟยส่งเสียงร้อง เมิ่งชวนดึงเขาเอาไว้

"ข้าผนึกอานุภาพบางส่วนของอาวุธจักรพรรดิเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเจ้าย่อมไม่มีทางนำมาใช้งานได้อย่างแน่นอน อีกอย่างข้าเกรงว่าเจ้าจะผ่าดวงดาวดวงนี้จนพังทลาย"

ลู่หมิงเฟยพยักหน้า เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขารับรู้ถึงความตั้งใจอันดีของท่านมหาจักรพรรดิแล้ว จากนั้นพุ่งตรงไปยังโอดินโดยตรง

นี่คือการต่อสู้ระหว่างราชาและผู้ใช้โปรแกรมโกง ถูกกำหนดไว้แล้วว่าทุกดาบต้องสาดกระเซ็นด้วยเลือด!

จบบทที่ บทที่ 48 โอดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว