- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1613 (735) น่าสงสัย (ตอนฟรี)
บทที่ 1613 (735) น่าสงสัย (ตอนฟรี)
บทที่ 1613 (735) น่าสงสัย (ตอนฟรี)
บทที่ 1613 (735) น่าสงสัย (ตอนฟรี)
“หยูซวนเราจะไปที่ไหนกันก่อน?”
จี้เฟิงนั่งนิ่งอยู่บนรถโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ จนเซียวหยูซวนต้องส่ายหน้าพลางยิ้มขำ การที่มีจี้เฟิงไปเป็นเพื่อนด้วย แน่นอนว่าเธอเต็มใจร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว
“ไปบริษัทก่อนดีกว่า!” เซียวหยูซวนกล่าว “คนจากกลุ่มบริษัทโฟว์สตาร์จะเข้ามาเยี่ยมชมที่บริษัทก่อน แล้วค่อยไปที่โรงแรม”
“ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องไปโรงแรมแล้วใช่ไหม?” จี้เฟิงถามยิ้มๆ
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ!”
เซียวหยูซวนส่ายหน้าพลางอธิบายว่า “ครั้งนี้คนจากโฟว์สตาร์ไม่ได้ตั้งใจมาคุยเรื่องความร่วมมือโดยเฉพาะ พวกเขาเหมือนเป็นทัพหน้ามาหยั่งเชิงมากกว่า วันนี้จึงน่าจะเป็นการพบปะเพื่อแสดงเจตจำนงเบื้องต้น เน้นการสื่อสารให้ทั้งสองฝ่ายคุ้นเคยกัน ส่วนเรื่องการเจรจาธุรกิจจริงๆนั้น คงต้องหาโอกาสอื่นอีกที!”
“งั้นก็หมายความว่า วันนี้ยังไงก็ต้องไปโรงแรมสินะ?” จี้เฟิงถาม
“แน่นอน ในเมื่อตัวแทนจากโฟว์สตาร์มาเยี่ยมชมตามมารยาท ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือมารยาท เราก็ควรจะเลี้ยงรับรองพวกเขาหน่อยจริงไหม?” เซียวหยูซวนเม้มปากยิ้ม “อย่างเช่นถ้ามีแขกมาบ้าน ต่อให้ไม่ใช่เพื่อนสนิทแบบจางเล่ยหรือตู้เส้าเฟิง แต่ในเมื่อเขามาหาแล้ว นายจะไม่ต้อนรับเลยเหรอ?”
“ประเด็นคือ... คนจากโฟว์สตาร์ไม่ใช่แขกนี่นา!” จี้เฟิงกล่าว
เขายังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับเรื่องนี้ พอคิดว่าจะต้องไปนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับคนจากโฟว์สตาร์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลี่ยนๆ
อีกอย่างไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะเรียกได้ว่าเป็นแขก!
...ไอ้พวกคนเกาหลีที่เย่อหยิ่งอวดดีพวกนั้น นับเป็นแขกได้ด้วยเหรอ?
“จี้เฟิงต่อให้นายจะมีอคติกับคนเกาหลี แต่พอเจอพวกเขาจริงๆ นายห้ามแสดงท่าทางออกมานะ ความเกลียดก็ส่วนความเกลียด ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ” เซียวหยูซวนกล่าวเตือน “นายไม่เห็นเหรอว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะแย่แค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าขายระหว่างกันเลย”
จี้เฟิงพยักหน้ามีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจ ตอนนี้เป็นยุคเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์แล้ว ประเทศไหนที่ปิดประเทศย่อมไม่สามารถพัฒนาได้ ต่อให้เป็นประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา ถ้าไม่คบค้าสมาคมกับประเทศอื่น ไม่นานพวกเขาก็คงจะยากจนจนต้องเอากางเกงไปจำนำแน่นอน
ดังนั้นเว้นแต่จะเกิดสงครามระหว่างประเทศจริงๆ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีผลกระทบต่อการค้า เพราะนี่คือความต้องการร่วมกันของทุกประเทศ
“จริงสิ เมื่อกี้เธอบอกว่าผู้จัดการฝ่ายของโฟว์สตาร์เป็นหนุ่มหล่อเหรอ?” จี้เฟิงถามขึ้นกะทันหัน
“ทำไมเหรอ?” เซียวหยูซวนเม้มปากยิ้มขำ
“อย่าไปหลงเชื่อรูปลักษณ์ภายนอกเชียวนะ เธอก็รู้ว่าคนเกาหลีชอบศัลยกรรมเป็นว่าเล่น ถ้าไปเดินอยู่ตามถนนแล้วลองไปดึงใครมาสักคน เชื่อได้เลยว่าเขาต้องผ่านมีดหมอมาทั้งนั้นแหละ” จี้เฟิงฮึดฮัด
“คิกๆ...”
เซียวหยูซวนหัวเราะออกมาทันที “นายนี่นะ~~!”
จี้เฟิงถลึงตาใส่ “มันน่าตลกเหรอ?”
เซียวหยูซวนหัวเราะร่า “คนอื่นพูดอาจไม่ขำ แต่พอหลุดออกมาจากปากนาย... อืม มันก็น่าขำอยู่นะ!”
จี้เฟิงได้แต่สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ยัยคนนี้ชักจะไม่มีระเบียบวินัยขึ้นทุกที กล้ามาพูดถึงหนุ่มหล่อคนอื่นต่อหน้าเขา เห็นทีต้องหาโอกาสใช้กฎของบ้านสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าสิ่งที่เธอทำอยู่มันคือการท้าทายอำนาจของเขา!
เมื่อเห็นสีหน้าของจี้เฟิง เซียวหยูซวนก็รู้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงยิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้นไปอีก
“Rrrrr...”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น
จี้เฟิงรีบเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมาดู พบว่าเป็นหวังซินโทรมา
เขาจึงกดรับสายทันที “หวังซินว่ายังไงบ้าง?”
“บอสคะ ของที่ให้ตรวจสอบมีผลออกมาแล้วค่ะ” เสียงของหวังซินดังมาจากปลายสาย “ฉันตรวจสอบข้อมูลของโรงแรมฮ่าวไท่แล้ว เจ้าของโรงแรมชื่อเฉิงฮ่าวไท่ เพศชาย อายุ...”
หวังซินที่ปลายสายดูเหมือนจะกำลังอ่านตามเอกสารที่สรุปมา จี้เฟิงตั้งใจฟังอย่างละเอียด ในเวลาเพียงสองวัน หวังซินก็ตรวจสอบข้อมูลของโรงแรมฮ่าวไท่มาได้เกือบครบถ้วน
เจ้าของโรงแรมคนนี้ชื่อเฉิงฮ่าวไท่ ไม่ใช่คนเมืองเจียงโจว โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนของเขาในเจียงโจว นอกจากโรงแรมแล้ว เขายังมีคลับ รีสอร์ต และที่สำคัญคือที่ดินเหล่านั้นเขาซื้อขาดไม่ได้เช่า สินทรัพย์ภายใต้ชื่อของเขารวมๆกันแล้วก็มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ถือว่าทำได้ไม่เลวในธุรกิจภาคบริการ
ข้อมูลเหล่านี้หาได้ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่หวังซินพูดต่อมากลับดึงดูดความสนใจของจี้เฟิงได้ทันที
“บอสคะฉันยังพบอีกว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ของเฉิงฮ่าวไท่ เช่น รีสอร์ต เป็นการลงทุนโดยส่วนตัวของเขาเอง หรืออย่างมากก็มีคนอื่นถือหุ้นเป็นพิธีนิดหน่อยเท่านั้น” หวังซินกล่าวต่อ “แต่โรงแรมฮ่าวไท่แห่งนี้ เฉิงฮ่าวไท่กลับเปิดร่วมกับคนอื่น ซึ่งหุ้นส่วนของเขาคือบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัทด้านการลงทุนค่ะ!”
“บริษัทลงทุนเหรอ?” จี้เฟิงถาม
“ใช่ค่ะ ฉันเองก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ปกติบริษัทลงทุนจะไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจภาคปฏิบัติโดยตรง แต่บริษัทนี้กลับเข้ามาร่วมถือหุ้นในโรงแรมฮ่าวไท่ร่วมกับเฉิงฮ่าวไท่!”
หวังซินกล่าวต่อ “ฉันเลยไปตรวจสอบข้อมูลของบริษัทลงทุนนั้นอย่างละเอียด และยังตรวจสอบข้อมูลที่มาของบริษัทนั้นด้วย ผลปรากฏว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทนี้มีการลงทุนเพียงไม่กี่ครั้ง และยอดเงินลงทุนก็ไม่สูงนัก แต่มีการลงทุนเพียงครั้งเดียวที่สูงผิดปกติ คือการลงทุนในโรงแรมฮ่าวไท่ ซึ่งสูงเกินหนึ่งร้อยล้าน! ทั้งที่ทุนจดทะเบียนของบริษัทนั้นมีไม่ถึงสองร้อยล้านด้วยซ้ำ”
“หืม?” จี้เฟิงเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้ว
จากผลการสืบของหวังซิน ดูเหมือนบริษัทลงทุนแห่งนี้จะเททรัพยากรและเงินทุนเกือบทั้งหมด ลงไปที่โรงแรมฮ่าวไท่พฤติกรรมแบบเทหน้าตักแบบนี้ สำหรับบริษัทลงทุนแล้วถือว่าแปลกประหลาดมาก
“แล้วฉันก็ตรวจสอบข้อมูลเจ้าของบริษัทลงทุนนั้น พบว่าเขาเพิ่งจบการศึกษาจากญี่ปุ่นมาค่ะ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นหลังจากที่เขากลับมาจากญี่ปุ่นได้ไม่นาน” หวังซินกล่าว
จี้เฟิงขมวดคิ้วมุ่นทันที ดูเหมือนบริษัทลงทุนแห่งนี้จะมีอะไรผิดปกติจริงๆ
“นอกจากนี้ เธอยังตรวจเจออะไรอีกไหม?” จี้เฟิงถาม
“บอสคะเนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด ฉันจึงหาข้อมูลมาได้เพียงเท่านี้ ข้อมูลเชิงลึกของเฉิงฮ่าวไท่และเจ้าของบริษัทลงทุนคนนั้นฉันยังหาไม่เจอ อีกอย่างประวัติของเขาในระบบออนไลน์ก็ไม่ค่อยละเอียดด้วย ดังนั้น...”
“เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ลำบากเธอแล้วนะ!” จี้เฟิงยิ้มตอบ
ในเวลาเพียงสองวัน หวังซินตรวจสอบได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว และจี้เฟิงเองก็รู้ดีว่าระบบทะเบียนประวัติในประเทศยังไม่สมบูรณ์นัก การจะหาข้อมูลที่ละเอียดลึกซึ้งกว่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
จากนั้นจี้เฟิงจึงถามชื่อบริษัทลงทุนและชื่อเจ้าของบริษัท จดบันทึกไว้ และตั้งใจจะให้หลี่ลู่หนานช่วยตรวจสอบอีกแรง
หวังซินหาข้อมูลเหล่านี้ได้ด้วยการใช้ทักษะแฮกเกอร์เข้าไปในฐานข้อมูลบางแห่ง แต่สำหรับเอกสารกระดาษที่ถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัย เธอย่อมเข้าไม่ถึงซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยหลี่ลู่หนานช่วย
“หวังซินขอบใจเธอมากนะ” จี้เฟิงกล่าว
หวังซินรีบโบกมือ “บอสเกรงใจไปแล้วค่ะ นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว”
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาคำพูดของหวังซินนี่มันชวนให้ตีความผิดนะ การแฮกเข้าไปสืบข้อมูลคนอื่นเนี่ย ในสายตาหลายคนมันไม่ใช่สิ่งที่ ‘ควรทำ’ เลยสักนิด
หลังจากวางสายจากหวังซิน จี้เฟิงก็เริ่มครุ่นคิด
ที่จริงข้อมูลที่หวังซินหามาได้ มีเพียงพฤติกรรมการลงทุนแบบเทหมดหน้าตักของบริษัทนั้นที่น่าสงสัย แต่ถ้าพูดกันตามตรง โรงแรมฮ่าวไท่กลับดูไม่มีจุดที่น่าสงสัยเท่าไหร่นัก อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็แทบไม่มีช่องโหว่
แต่ในเมื่อจี้เฟิงเริ่มสงสัยโรงแรมนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุดผิดสังเกตเพียงเล็กน้อยเขาก็จะใส่ใจอย่างจริงจัง
ที่สำคัญกว่านั้นคือ โรงแรมฮ่าวไท่ดันไปมีความเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น!
ในสายตาของจี้เฟิง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือหน่วยงานใดที่สามารถโยงไปถึงญี่ปุ่นได้ ต่อให้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา เขาก็จะกาหัวไว้ในใจว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง
จะมีปัญหาจริงหรือไม่ ตรวจสอบดูเดี๋ยวก็รู้!
ยิ่งไปกว่านั้นฮั่นจงมาเกิดเรื่องที่โรงแรมฮ่าวไท่ แต่ทางโรงแรมกลับตั้งใจปกปิดความจริงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเป็นแบบนี้ถ้าจี้เฟิงไม่สงสัยโรงแรมฮ่าวไท่ก็บ้าแล้ว
และเมื่อสงสัยตัวโรงแรม เขาย่อมต้องสงสัยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น บริษัทลงทุนแห่งนั้น...
จี้เฟิงทบทวนข้อมูลที่หวังซินบอกมาในหัวอีกรอบ จากนั้นจึงส่งข้อความไปหาหลี่ลู่หนาน “ช่วยฉันสืบข้อมูลของบริษัทนี้หน่อย รวมถึงประวัติส่วนตัวของเจ้าของบริษัทด้วย...”
เซียวหยูซวนเห็นเขายุ่งวุ่นวายก็อดหัวเราะไม่ได้ “จี้เฟิง ทำไมประธานที่อยู่เบื้องหลังอย่างนาย ถึงได้ดูยุ่งกว่าฉันอีกล่ะเนี่ย!”
จี้เฟิงยิ้มเจื่อน “ฉันก็ไม่อยากยุ่งขนาดนี้หรอก แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ถึงเราจะไม่หาเรื่อง แต่เรื่องมันก็วิ่งมาหาเราเอง!”
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฮั่นจงไม่เคยไปล่วงเกินใคร แต่ผลคือเขาถูกวางยาปลุกเซ็กส์ชนิดรุนแรงที่แรงพอจะทำให้ช้างตัวหนึ่งคลุ้มคลั่งได้ จนร่างกายอ่อนแอแทบจะยืนไม่อยู่
ถ้าจี้เฟิงไม่เอะใจและปล่อยเวลาไปอีกไม่กี่วัน ฮั่นจงอาจจะได้รับพิษลึกกว่านี้ ถึงตอนนั้นจะถอนพิษก็คงไม่ง่าย และอาจทิ้งโรคเรื้อรังเอาไว้!
แต่จนถึงตอนนี้ กลับยังไม่รู้เลยว่าเป็นฝีมือใคร... แล้วจะไม่สืบต่อได้ยังไง?
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจเมืองเจียงโจว ภายในห้องทำงานของทีมตำรวจอาชญากรรม หลี่ลู่หนานมองข้อความที่จี้เฟิงส่งมาแล้วก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ตาบ้าจี้เฟิง เห็นฉันเป็นลูกน้องของเขาหรือไงกัน! มาขอให้ช่วยแต่คำว่าขอบคุณสักคำก็ไม่มี น่าแค้นใจนัก!”
..........
หลังจากจี้เฟิงและเซียวหยูซวนมาถึงสำนักงานใหญ่ของเถิงเฟยกรุ๊ปได้ไม่นาน ผู้ช่วยของเซียวหยูซวนก็เคาะประตูแล้วเปิดประตูเข้ามาพูดว่า “ท่านประธานเซียวคะ เมื่อกี้ตัวแทนจากโฟว์สตาร์โทรมา บอกว่าอีกประมาณสิบกว่านาทีจะมาถึงแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าเราควรจะเตรียมตัวยังไงดี จะลงไปรับที่ชั้นล่าง หรือไปรับที่หน้าประตูใหญ่ดีคะ?”
ไปรับที่หน้าประตูใหญ่?
พอจี้เฟิงได้ยินเข้า หน้าเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำทันที
....จบบทที่ 1613~