เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1612 (734) ฉันจะไปส่งเธอเอง (ตอนฟรี)

บทที่ 1612 (734) ฉันจะไปส่งเธอเอง (ตอนฟรี)

บทที่ 1612 (734) ฉันจะไปส่งเธอเอง (ตอนฟรี)


บทที่ 1612 (734) ฉันจะไปส่งเธอเอง (ตอนฟรี)

“เงื่อนไขข้อหนึ่งที่ให้รับปากก่อนงั้นเหรอ... นี่มันก็เท่ากับเช็คเปล่าใบหนึ่งเลยไม่ใช่รึไง?! ยัยคนนี้คิดจะขออะไรก็ขอได้ตามใจชอบเลยสิ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะเกาหัว “ช่วยไม่ได้ ก็ในเมื่อเรามีเรื่องต้องขอให้ยัยนั่นช่วยนี่นา!”

นี่ก็ผ่านมาเป็นวันที่สองแล้วหลังจากที่เขาไปหาหลี่ลู่หนานให้ช่วย แต่จี้เฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลกๆ การที่หลี่ลู่หนานให้เขารับปากเงื่อนไขข้อหนึ่ง ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรเพราะอย่างที่พูดกันตอนนั้น หลี่ลู่หนานคงไม่ขอให้จี้เฟิงไปสอยดาวบนฟ้ามาให้หรอกมั้ง?

ทว่าพอลองมาคิดดูดีๆ จี้เฟิงก็เหมือนจะคิดได้ว่าเขาอาจจะพลาดท่าไปเสียแล้ว

ถ้ามองจากมุมคนปกติก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพิจารณาจากนิสัยของหลี่ลู่หนานล่ะก็... เฮ้อ! จี้เฟิงเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

ด้วยนิสัยใจร้อนมุทะลุของหลี่ลู่หนาน ถึงเวลานั้นไม่รู้จะเสนอข้อเรียกร้องอะไรออกมา จี้เฟิงรู้สึกว่าถ้าถึงตอนนั้นจริงๆเขาคงได้ปวดขมับของจริงแน่!

เขาส่ายหน้าเบาๆเลิกคิดถึงเรื่องนี้ไปก่อน ในเมื่อรับปากหลี่ลู่หนานไปแล้ว คำพูดที่หลุดจากปากก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ไม่มีทางเรียกคืน และเขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะกลับคำเสียด้วย!

แชะ!

จี้เฟิงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตามความเคยชิน จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

บนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขามีหนังสือกองเป็นตั้ง ทั้งหมดเป็นวิชาที่เขาต้องสอบในเทอมนี้

ใกล้จะถึงเวลาสอบแล้ว ได้ข่าวว่าอาจารย์ก็เพิ่งจะติวเน้นย้ำจุดสำคัญในห้องเรียนไป ต่อจากนี้เหลือเวลาทบทวนอีกประมาณสิบวันก็จะเข้าสู่การสอบอย่างเป็นทางการ จี้เฟิงจำเป็นต้องรีบใช้เวลาที่เหลือตามเก็บวิชาที่ตกหล่นไปให้ทัน...

แม้สำหรับจี้เฟิงการตามบทเรียนจะทำได้ง่ายมาก เพียงแค่อ่านหนังสืออย่างละเอียดรอบหนึ่งเขาก็จำได้ทั้งหมดแล้ว แต่ปัญหาคือ การจะ ‘เข้าใจ’ เนื้อหาเหล่านั้นทั้งหมดมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

ถึงตอนนี้จะอยู่ปีสามแล้ว ไม่ต้องเรียนวิชาพื้นฐานเยอะเหมือนแต่ก่อน ส่วนใหญ่เป็นวิชาเฉพาะทาง แต่ความยากของเนื้อหาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน บางวิชาลึกซึ้งถึงขั้นความรู้เฉพาะทางระดับสูง แค่อ่านรอบเดียวจี้เฟิงยังไม่ค่อยมั่นใจนัก

ดังนั้นเขาจึงต้องอ่านทบทวนซ้ำไปซ้ำมา

“ตึก ตึก ตึก...”

เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก จี้เฟิงไม่ได้หันกลับไปมองเพียงแต่ยิ้มบางๆ แค่ฟังเสียงเท้าเขาก็รู้แล้วว่าเป็นเซียวหยูซวนกลับมา

“จี้เฟิงทำไมสูบบุหรี่อีกแล้วล่ะ?” ยังไม่ทันเห็นตัว เสียงของเซียวหยูซวนก็ดังมาก่อนแล้ว “ไม่ต้องซ่อนเลยนะ ฉันได้กลิ่นบุหรี่แล้ว ซ่อนไปก็ไม่มีประโยชน์!”

จี้เฟิง: “...”

ไม่นานร่างของเซียวหยูซวนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน พอเห็นจี้เฟิงสูบบุหรี่อยู่จริงๆ เธอก็ถลึงตาใส่พลางดุว่า “จี้เฟิงนายเพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆเองนะ ทำไมถึงติดบุหรี่ขนาดนี้ล่ะ มันไม่ดีนะ ร่างกายจะรับไหวได้ยังไง!”

จี้เฟิงยิ้มแล้วตอบ “ฉันสูบแค่ตอนเบื่อๆน่ะ ปกติไม่ค่อยสูบหรอก”

“เหอะ!”

เซียวหยูซวนแค่นเสียงอย่างไม่เชื่อถือ “อย่าบอกนะว่าตอนอ่านหนังสือนายก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน!”

จี้เฟิงได้แต่หัวเราะแหะๆ

“หัวเราะก็ไม่มีประโยชน์ ฉันจะบอกให้นะ สองวันที่ผ่านมาฉันกับเล่ยเล่ยปรึกษากันแล้ว พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่านายควรเลิกบุหรี่ได้แล้ว” เซียวหยูซวนกล่าว “นายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไม่เกรงใจนายแน่!”

“ไม่เกรงใจยังไงเหรอ?” จี้เฟิงชะงัก

“วิธีจัดการนายน่ะมีตั้งเยอะแยะ” เซียวหยูซวนยิ้มเหมือนแม่สุนัขจิ้งจอกตัวน้อย “อย่างเช่น ยึดบุหรี่เกรดพิเศษที่นายซ่อนไว้ในบ้านให้หมด หรือไม่ก็ส่งไปให้คุณอาสองเลย หรืออย่างเช่น... ต่อไปจะทำโทษให้นายนอนคนเดียว!”

“วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอก!”

จี้เฟิงหัวเราะเจ้าเล่ห์ “ฉันนอนคนเดียวไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ต่อให้ฉันทนได้ เธอจะทนได้เหรอ?”

“คนบ้า!”

เซียวหยูซวนหน้าแดงซ่านทันทีพลางก่นด่าใส่คำหนึ่ง

จี้เฟิงหัวเราะร่า

เขารู้ดีว่าแม้เซียวหยูซวนจะโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว แต่ความจริงตอนนอนน่ะไม่ค่อยเรียบร้อยเอาเสียเลย โดยเฉพาะเวลาเธอฝัน ท่าทางการนอนนี่ดูไม่ได้เลยจริงๆ

ทว่าทุกครั้งที่ได้นอนในอ้อมกอดของเขา เซียวหยูซวนจะหลับสบายมาก เธอจึงชอบมาขลุกนอนในอ้อมแขนเขาที่สุด

แม้ถงเล่ยจะไม่ได้มีท่านอนที่ประหลาดขนาดนั้น แต่เธอก็ชอบหลับในอ้อมกอดเขาเหมือนกัน เพราะมันทำให้หลับได้สนิทกว่า

บางทีนี่อาจจะเป็นความเคยชินที่พวกเธอทั้งสองคนชอบ

อย่างไรก็ตามพอเขาพูดออกมาตรงๆแบบนี้ เซียวหยูซวนก็ยังอายหน้าแดง เธอถลึงตาใส่จี้เฟิงอย่างแรงรอบหนึ่ง ก่อนจะคว้าบุหรี่จากมือเขาไปแล้วดุว่า “ให้นายพูดจาเหลวไหลอีกสิ!”

จี้เฟิงยิ้มพลางหันไปลากเก้าอี้มาวางไว้ข้างตัว “หยูซวนมานั่งนี่สิ!”

เซียวหยูซวนค้อนใส่เขาอีกรอบก่อนจะนั่งลง เธอเหลือบมองหนังสือของเขาแล้วขมวดคิ้ว “ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ นายไม่ได้ขีดเน้นจุดสำคัญเลยเหรอ? ป่านนี้อาจารย์น่าจะบอกขอบเขตข้อสอบแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เซียวหยูซวนเคยเป็นอาจารย์มาก่อน เธอคุ้นเคยกับเรื่องในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี อีกอย่างสหพันธ์มหาวิทยาลัย ก็เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับต้นๆของประเทศ กำหนดการต่างๆย่อมชัดเจนและตายตัว

อย่างเช่นคณะไหนสอบวันไหน มันมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นระเบียบเหล็ก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซียวหยูซวนรู้ว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยเริ่มงดคลาสเรียนเพื่อให้เวลาเด็กทวนหนังสือแล้ว โรงเรียนต้องบอกจุดสำคัญไปแล้วแน่ๆ

แต่พอดูหนังสือของจี้เฟิง... สะอาดกว่าหน้าเขาเสียอีก!

“จี้เฟิงนายไม่กะจะสอบให้ผ่านเลยเหรอ?” เซียวหยูซวนถาม

“ผ่านสิ”

จี้เฟิงยิ้ม “ไม่ขีดจุดสำคัญก็เหมือนกันนั่นแหละ แค่จำเนื้อหาในหนังสือให้ได้หมดก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เซียวหยูซวนได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “นายนี่นะในเมื่อยังเป็นนักเรียนอยู่ ก็ควรให้เวลากับการเรียนบ้าง ไม่อย่างนั้นถ้าสอบตกขึ้นมา นายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”

“ครับๆอาจารย์เซียว สอนได้ถูกต้องที่สุดครับ!” จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มแย้ม

“ฉันพูดจริงๆนะ อย่ามาทำเล่น!” เซียวหยูซวนตีเขาเบาๆทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้

“วางใจเถอะ สอบผ่านฉลุยแน่นอน” จี้เฟิงยิ้มพลางถามต่อ “จริงสินี่เพิ่งจะสิบโมงกว่าเอง ทำไมเธอกลับมาเร็วจัง?”

จี้เฟิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย ปกติเซียวหยูซวนควรจะอยู่ที่บริษัท โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ฮั่นจงยังไม่หายดี ด้วยนิสัยของเธอไม่มีทางทิ้งบริษัทมาง่ายๆแน่ ทำไมจู่ๆถึงกลับมาบ้านได้?

“คืออย่างนี้เมื่อกี้ฉันได้รับสายจากตัวแทนของบริษัทโฟว์สตาร์อิเล็กทริกของเกาหลีใต้ ทางนั้นตั้งใจจะเข้ามาเยี่ยมชมบริษัทก่อน แล้วค่อยไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ฉันเลยกลับมาเปลี่ยนชุดน่ะ!” เซียวหยูซวนตอบ

“ไปกินข้าวต้องเปลี่ยนชุดด้วยเหรอ?” จี้เฟิงถามอย่างแปลกใจ “ชุดที่ใส่อยู่นี่มีปัญหาตรงไหน?”

วันนี้เซียวหยูซวนสวมชุดทำงานสีเข้ม ดูภูมิฐานและมั่นคง ประกอบกับใบหน้าที่สวยงามของเธอ มันทำให้เธอดูเป็นประธานบริษัทที่เก่งกาจและเพียบพร้อมไปหมด ทำไมต้องเปลี่ยนชุดอีก?

อีกอย่างแค่ไปกินข้าวกับพวกโฟว์สตาร์ ต้องถึงขนาดเปลี่ยนชุดเลยเหรอ?

จี้เฟิงไม่ได้มีความรู้สึกดีๆกับพวกคนเกาหลีพวกนี้สักเท่าไหร่ เขาคิดว่าคนเกาหลีนี่ยังเทียบคนญี่ปุ่นไม่ได้เลย ถึงคนญี่ปุ่นจะน่าแค้นใจแต่พวกเขายังมีความสุขุม รอบคอบ และทำงานจริงจัง แต่คนเกาหลีนี่นอกจากความอวดดีแล้ว เขายังไม่เห็นข้อดีอะไรอย่างอื่นเลย

ดูสิทั้งเทศกาลบ๊ะจ่าง ทั้งขงจื๊อ ฯลฯ ตอนนี้กลายเป็นของเกาหลีไปหมดแล้ว เหมือนจะไม่เกี่ยวกับจีนเลยสักนิด!

กระทั่งมังกรจีนซึ่งเป็นสัญลักษณ์โบราณที่สุดของจีน ก็เกือบจะกลายเป็นของเกาหลีไปแล้ว... คิดแล้วก็น่าโมโหฉิบ เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!

จี้เฟิงนึกขึ้นมาได้ว่ามีคนเคยถามว่า พวกเกาหลีแย่งจดทะเบียนเทศกาลบ๊ะจ่างของจีนไปแล้ว ไม่รู้ว่าวันนั้นพวกเขาจะกราบไหว้ใครกันแน่!

...คงไม่ใช่ว่าจะบอกว่า ชวีหยวน (Qu Yuan) ก็เป็นคนเกาหลีด้วยหรอกนะ?

ตอนนี้แค่จะไปกินข้าวด้วยยังต้องเปลี่ยนชุด... ตามความเห็นของจี้เฟิง แค่ไม่ใส่รองเท้าแตะกับเสื้อกล้ามไปกินข้าวด้วย ก็นับว่าให้เกียรติพวกนั้นมากพอแล้วนี่ยังจะเปลี่ยนชุดอีกรึ?!

“นายนี่นะ!”

พอเห็นสีหน้าของจี้เฟิง เซียวหยูซวนก็รู้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

ระหว่างพวกเขาสองคน ใครคิดอะไรก็ปิดกันไม่มิด ยิ่งไปกว่านั้น เซียวหยูซวนรู้มาตลอดว่าจี้เฟิงเกลียดคนญี่ปุ่นและคนเกาหลีเข้ากระดูกดำ ไม่สิคำว่าเกลียดอาจจะน้อยไป ต้องบอกว่าเขารังเกียจคนจากสองประเทศนี้อย่างรุนแรง

จี้เฟิงยอมรับในข้อดีของพวกเขาและพร้อมจะเรียนรู้ แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางความเกลียดชังที่เขามีต่อคนสองชาตินี้เลย

หมอนี่น่ะเข้าขั้น “พวกชาตินิยมหัวรุนแรง” เลยล่ะ!

“คนที่มาครั้งนี้คือผู้จัดการฝ่ายของเครือโฟว์สตาร์ นายก็รู้ว่ายอดขายมือถือโฟว์สตาร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมันมหาศาลขนาดไหน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาจะมีผลดีอย่างมากต่อการขยายตลาดทีวี 3D ของเรา ดังนั้นทำตัวสุภาพไว้หน่อยจะดีกว่า”

เซียวหยูซวนอธิบายยิ้มๆ “อีกอย่างหลังจากพบกันเสร็จยังไงก็ต้องไปเลี้ยงต้อนรับกันต่อ จะให้ฉันใส่ชุดทำงานเป๊ะๆไปโรงแรมน่ะเหรอ?”

“ต้องไปโรงแรมด้วย?” จี้เฟิงขมวดคิ้ว “ไอ้ผู้จัดการคนนั้นมันมีหน้าตาใหญ่โตมาจากไหนกัน?”

“มันเป็นเรื่องของมารยาท ไม่ใช่เรื่องหน้าตาใหญ่โตอะไรหรอก!” เซียวหยูซวนเม้มปากยิ้ม “เอาแบบนี้ไหม วันนี้นายไม่ต้องอ่านหนังสือแล้ว ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

“ไม่ไป!”

จี้เฟิงปฏิเสธทันควัน “ฉันไม่อยากเจอพวกคนเกาหลี”

“ไม่ไปจริงๆเหรอ?” เซียวหยูซวนถามยิ้มๆ

“ไม่ไป!” จี้เฟิงฮึดฮัด

“อ้อ ลืมบอกไป ผู้จัดการฝ่ายของโฟว์สตาร์ที่มาน่ะเป็นหนุ่มหล่อเลยนะ นายก็รู้ว่าคนเกาหลีมีแต่หนุ่มหล่อๆทั้งนั้น ถ้าพวกเราเจอกันแล้ว... แบบว่า... ใช่ไหมล่ะ?” เซียวหยูซวนหัวเราะคิกคัก “ตกลงจะไปไหมจ๊ะ?”

“เธอนี่จริงๆเลย ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไปก็คือไม่ไป!” จี้เฟิงเชิดหน้าตอบเสียงแข็ง

“โอเคๆ งั้นฉันไปคนเดียวก็ได้!” เซียวหยูซวนแกล้งว่า

“อืม!” จี้เฟิงพยักหน้า

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

“ไอ้ตัวแสบ ฉันจะไปแล้วนะ นายอยู่บ้านดีๆล่ะ!” เซียวหยูซวนตะโกนบอกมาจากในลานบ้าน

“อ้าว?”

จี้เฟิงรีบวิ่งลงมาจากชั้นบนแล้วถาม “รถเธอเสียเหรอ? นี่! เสี่ยวอิง! รถของหยูซวนไม่ค่อยดีแล้วใช่ไหม ต้องส่งซ่อมแล้วใช่ไหม?”

“ไม่มีนะคะ!” เสี่ยวอิงชะงักอย่างงงๆ

“เหลวไหล!”

จี้เฟิงถลึงตาใส่ “รถน่ะ ขับสามส่วน ดูแลเจ็ดส่วน วันนี้ใช้รถฉันไปดีกว่า!”

“เอ๋?”

เสี่ยวอิงงงเป็นไก่ตาแตก

“เอ๋อะไรล่ะ เอาตามนี้แหละ” จี้เฟิงหันไปตะโกน “ไป๋จูมาขับรถหน่อย ฉันจะไปส่งหยูซวนเอง...”

“ไหนนายบอกว่าไม่ไปไง?” เซียวหยูซวนเม้มปากยิ้มขำ

“ฉันแค่จะไปส่งเธอ!” จี้เฟิงตอบ

“แต่ฉันไม่ต้องให้นายไปส่งนี่นา!” เซียวหยูซวนหัวเราะร่า

“พูดจาเลอะเทอะ ฉันเป็นสามีก็ต้องบริการเธอให้ดีที่สุดสิ ถ้าฉันไม่ส่งแล้วใครจะส่งล่ะ?” จี้เฟิงพูดน้ำไหลไฟดับพลางลากเซียวหยูซวนขึ้นรถ “ไปเถอะ อย่าพูดมากเลย”

เซียวหยูซวนหัวเราะคิกคักไม่หยุด เธอรู้อยู่แล้วว่าต่อให้ปกติจี้เฟิงจะเป็นคนใจกว้างแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ หมอนี่ก็ใจแคบ (ขี้หึง) ไม่เบาเลยทีเดียว!

ทว่าพอเห็นท่าทางแบบนี้ของจี้เฟิง ในใจของเซียวหยูซวนกลับรู้สึกหวานล้ำยิ่งนัก...

....จบบทที่ 1612~

จบบทที่ บทที่ 1612 (734) ฉันจะไปส่งเธอเอง (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว