- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 271 รับสินค้า
บทที่ 271 รับสินค้า
บทที่ 271 รับสินค้า
บทที่ 271 รับสินค้า
เจียงชิ่นบอกที่อยู่โกดังกับฟู่ซาน แล้วก็ยื่นกุญแจโกดังให้เธอด้วย
"พี่จะให้เบอร์โทรศัพท์ของเฮ่อหยางซานไว้นะ เดี๋ยวเธอติดต่อเขาไป ถามเขาว่าจะรับของเยอะแค่ไหน ถึงเวลาปล่อยให้เขาขนไป เธอแค่คอยยืนนับจำนวนอยู่ข้าง ๆ ก็พอ"
"ได้เลยค่ะ พี่สะใภ้" เมื่อหมดเรื่องต้องกังวลใจ ฟู่ซานก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใส
คืนนั้น เจียงชิ่นก็ปั๊มกุญแจโกดังให้ฟู่ซานไปหนึ่งดอก
นี่เป็นกุญแจที่เธอแวะทำระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกเรียน แม้งานจะไม่เนียนกริบเท่าของแท้ต้นฉบับ แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
พร้อมกันนั้น เธอก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่จดเบอร์โทรศัพท์ของเฮ่อหยางซานเอาไว้ให้ฟู่ซานด้วย
"เธอโทรหาเขา บอกเขาว่ามารับสินค้า เขาก็จะเข้าใจเอง พอถึงเวลานัดหมาย เธอก็ไปรอที่โกดัง เขาจะปั่นรถสามล้อไปขนของเอง"
"พ่อค้าหาบเร่แผงลอยมีโทรศัพท์ส่วนตัวด้วยเหรอคะ ? ฉันได้ยินมาว่าค่าติดตั้งโทรศัพท์แพงมากเลยนะ" ฟู่ซานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงชิ่นยิ้ม ๆ "เฮ่อหยางซานคนนี้ไม่ธรรมดานะ ไม่ใช่แค่เขาทำธุรกิจเองคนเดียว แต่เขายังดึงคนรอบตัวที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันมาร่วมหุ้นทำด้วยกัน จนตอนนี้เริ่มมีชื่อเสียงแล้วล่ะ หลายคนได้ยินชื่อเสียงก็ตามมาซื้อของจากพวกเขากันใหญ่ เฮ่อหยางซานหาเงินได้ไม่น้อย แน่นอนว่าต้องมีปัญญาติดโทรศัพท์อยู่แล้ว"
ฟู่ซานประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ในความเข้าใจของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายเล็กหรือใหญ่ ล้วนถูกเหมารวมว่าเป็นพวกฉวยโอกาสเก็งกำไรทั้งสิ้น และจะต้องถูกจับกุม
แต่ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่กลับบอกเธอว่า คนพวกนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ถูกจับ แต่ยังหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำจนถึงขั้นมีปัญญาติดตั้งโทรศัพท์ใช้เองได้ ฟังแล้วเธอรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ที่เคยมีมาถูกสั่นคลอนอย่างแรง
เฮ่อหยางซานที่เป็นหัวโจกนำคนอื่นตั้งแผงขายของคนนี้ ตกลงแล้วเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ ?
จู่ ๆ ฟู่ซานก็เกิดความสนใจในตัวเขาขึ้นมาตงิด ๆ
วันรุ่งขึ้น ซึ่งก็คือวันที่เจียงชิ่นนัดแนะว่าจะติดต่อกับเฮ่อหยางซาน ฟู่ซานก็เป็นคนโทรศัพท์ไปหาเขาแทน
เจียงชิ่นยังไม่ได้ติดตั้งโทรศัพท์ที่บ้าน ถ้าจะโทรศัพท์ก็ต้องไปที่ทำการไปรษณีย์เท่านั้น
ฟู่ซานตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์เพื่อโทรศัพท์
พอไปแจ้งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ว่าจะขอใช้โทรศัพท์ อีกฝ่ายก็ชี้บอกตำแหน่ง แล้วให้เธอเดินไปโทร
ฟู่ซานเดินเข้าไป ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วหมุนเบอร์โทรศัพท์ของเฮ่อหยางซาน
เสียงสัญญาณดัง 'ตื๊ด ตื๊ด' อยู่สองสามครั้ง เพียงไม่นานปลายสายก็มีเสียงทุ้มต่ำน่าฟังของผู้ชายดังขึ้น
"เสี่ยวเจียง ฉันรอโทรศัพท์จากเธอมาตั้งนานแล้วนะ"
ฟู่ซานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาแล้วกรอกเสียงลงไปในหูโทรศัพท์ "สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้องสาวสามีของเจียงชิ่น พอดีว่าเธอไม่มีเวลาจริง ๆ เลยให้ฉันมาติดต่อคุณแทนค่ะ"
น้ำเสียงของเฮ่อหยางซานจากปลายสายดูเคร่งเครียดลงไปหลายส่วน "แล้วตัวเจียงชิ่นล่ะอยู่ที่ไหน? เธอไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม ? "
"ไม่เป็นไรค่ะ เธอสบายดี"
ระหว่างที่พูด ฟู่ซานก็เผลอส่ายหน้าไปมาตามสัญชาตญาณ กว่าจะรู้ตัวว่าส่ายหน้าไปสองทีแล้วก็นึกขึ้นได้ว่านี่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ต่อให้เธอส่ายหน้าจนหัวหลุด อีกฝ่ายก็มองไม่เห็นอยู่ดี
ก็นะ นี่มันเป็นครั้งแรกที่เธอได้ใช้โทรศัพท์นี่นา ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ เดี๋ยววันหลังก็คงดีขึ้นเอง ฟู่ซานคิดในใจ
แต่ว่าไอ้เจ้าโทรศัพท์นี่มันวิเศษจริง ๆ เลยนะเนี่ย อยู่ห่างกันคนละที่ขนาดนี้ยังได้ยินเสียงของอีกฝ่ายได้ชัดแจ๋ว
"ถ้าอย่างนั้น การที่เธอให้คุณมาติดต่อฉัน คือจะให้คุณ..." เฮ่อหยางซานเริ่มระแวดระวังตัว จึงจงใจพูดละไว้ในฐานที่เข้าใจ ไม่นานนัก เสียงจากปลายสายก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"พี่สะใภ้ฉันยุ่งมากจนปลีกตัวออกมาไม่ได้ ก็เลยไหว้วานให้ฉันมาช่วยจัดการแทนน่ะค่ะ วันนี้ตอนบ่ายสามโมง เราเจอกันที่หน้าโกดังนะคะ คุณสะดวกไหมคะ ? "
แตกต่างจากความไหลลื่นเป็นธรรมชาติของเจียงชิ่น น้ำเสียงของฟู่ซานเจือความตื่นเต้นและลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเธอพูดจบ เฮ่อหยางซานที่อยู่ปลายสายก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอกนะ ฉันกับพี่สะใภ้ของเธอสนิทกันมาก เวลานี้ฉันสะดวก งั้นตกลงตามนี้นะ บ่ายสามโมงเจอกัน ไม่เจอไม่กลับ"
เฮ่อหยางซานพูดจบ ก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอีกสองสามประโยค ก่อนจะวางสายไป
ฟู่ซานฟังเสียงสัญญาณ 'ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด' ที่ดังมาจากหูโทรศัพท์ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้สติและวางหูโทรศัพท์กลับเข้าที่
บ่ายสามโมงตรง ฟู่ซานก็ได้พบกับเฮ่อหยางซานตามเวลานัดหมายพอดิบพอดี
"คุณคือน้องสาวสามีของเจียงชิ่นใช่ไหม ? " ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดคนหนึ่งส่งยิ้มให้เธอ
ชายตรงหน้ามีความสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร สันจมูกโด่งเป็นคม เบ้าตาลึกเล็กน้อย เครื่องหน้าดูมีมิติชัดเจน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่เป็นประกายสว่างไสวดูมีชีวิตชีวามาก
"อืม คุณคือเฮ่อหยางซานใช่ไหมคะ ? "
"ใช่ ฉันเอง งั้นเรามาเริ่มจัดการเรื่องสินค้ากันเถอะ รอบนี้ฉันต้องการของเยอะพอสมควรเลยล่ะ" เฮ่อหยางซานเข้าประเด็นทันที
ในมือของเขาถือใบรายการยาวเหยียด ซึ่งระบุประเภทและจำนวนสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อในครั้งนี้
ก่อนจะมาที่นี่ เขาได้ปรึกษาหารือกับพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยอีกหลายคน เลือกประเภทสินค้าและกำหนดจำนวนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ฟู่ซานกวาดสายตามองใบรายการคร่าว ๆ ก็ต้องตกตะลึงทันที เพราะในนั้นมีรายการสินค้าละลานตาไปหมด แทบจะมีทุกอย่าง
"สั่งของเยอะขนาดนี้ คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะขายหมด ? "
"แน่นอนสิ ตอนนี้พวกเรายิ่งขายยิ่งปัง จนถึงขั้นของขาดตลาดแล้วล่ะ มีของเท่าไหร่ก็เหมาหมดได้สบายมาก เพียงแต่ตอนนี้เงินทุนหมุนเวียนในมือยังมีไม่มาก ก็เลยรับไปได้แค่นี้ก่อน"
"อ้อ...โอเคค่ะ"
ฟู่ซานนึกทึ่งอยู่ในใจ ขณะเดียวกันก็ล้วงกุญแจออกมาไขเปิดประตูโกดัง
กองสินค้าที่อัดแน่นอยู่ข้างในทำเอาเธอตาพร่าไปชั่วขณะ
พระเจ้าช่วย ! ข้างในมีของอัดแน่นจนแทบจะล้นออกมา แถมยังมีสินค้าครบครันซะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ?
ในขณะที่เฮ่อหยางซานซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กลับดูคุ้นเคยกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างดี เขาเดินตรงเข้าไปด้านในทันที
เฮ่อหยางซานทยอยขนของตามรายการไปขึ้นรถสามล้อรอบแล้วรอบเล่า จนกระทั่งตอนหลังของก็เยอะจนรถสามล้อแทบจะบรรทุกไม่ไหว
เฮ่อหยางซานพูดขึ้นว่า "รถสามล้อมันคันเล็กไปหน่อยแฮะ รอให้เก็บเงินได้อีกสักหน่อย ฉันว่าจะเปลี่ยนเป็นรถกระบะขนของสักคัน"
"คุณกะจะซื้อรถงั้นเหรอ ? "
การซื้อรถสำหรับชาวบ้านตาดำ ๆ ในปี 1978 นั้น ยังถือเป็นความฝันที่ห่างไกลจนแทบจะเอื้อมไม่ถึง รถยนต์ในยุคนี้มีราคาแพงหูฉี่
ยกตัวอย่างเช่น รถเก๋งลดาที่ผลิตในสหภาพโซเวียต ราคาคันละเป็นแสนหยวน แถมยังเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อกันได้ง่าย ๆ
ทว่าเฮ่อหยางซานมีช่องทางในการหาซื้อรถได้ ที่ผ่านมาเพียงเพราะเงินในมือยังไม่พอ ก็เลยต้องพับโครงการไว้ก่อน เฮ่อหยางซานทยอยขนของออกไปรอบแล้วรอบเล่า ฟู่ซานเห็นเขาเริ่มดูเหนื่อยหอบ ก็เลยเสนอตัวเข้าไปช่วย
เมื่อเห็นฟู่ซานเดินตามขนของช่วยเขารอบแล้วรอบเล่า เฮ่อหยางซานก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา
"คุณไม่ต้องยกแล้วล่ะ ส่งมาให้ฉันเถอะ"
พร้อมกันนั้น เขาก็แย่งเอากล่องนมผงจากมือของฟู่ซานไปถือไว้เองโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
เมื่อครู่ตอนที่ฟู่ซานยกกล่องเธอยังมองไม่ถนัดนัก แต่พอสลับมือไปให้เฮ่อหยางซานเป็นคนแบกกล่องเดินนำหน้าเธอไป ฟู่ซานถึงได้เห็นชัด ๆ ว่าของที่อยู่ในกล่องนั้นคืออะไร
ที่แท้มันคือนมผงทั้งกล่อง !
นมผงถือเป็นอาหารฟุ่มเฟือยในยุคนี้ เป็นของหายากที่ถึงมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ แล้วนี่ไปเอามาจากไหนได้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย ?
ถึงฟู่ซานจะนึกสงสัยอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นถึงขนาดต้องซักไซ้ไล่เลียงให้รู้แจ้งเห็นจริง
เฮ่อหยางซานเห็นท่าทางของเธอ ก็พอจะเดาออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป หากจะต้องบอกความจริง ก็ควรให้เจียงชิ่นเป็นคนบอกเอง ไม่ใช่หน้าที่ของเขา ปล่อยให้เจียงชิ่นเป็นคนอธิบายเองจะดีกว่า
เมื่อออกมาข้างนอก เฮ่อหยางซานก็โบกมือลาฟู่ซาน แล้วปั่นรถสามล้อจากไป
ฟู่ซานจัดการล็อคประตูโกดังให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินทางกลับบ้านของตัวเอง
เมื่อกลับถึงบ้าน เจียงชิ่นก็รออยู่ที่บ้านอยู่แล้ว
ทันทีที่เห็นเธอ เจียงชิ่นก็รีบพุ่งเข้ามาถามไถ่ว่าเฮ่อหยางซานมารับของราบรื่นดีไหม
ฟู่ซานเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เธอฟังอย่างละเอียด คราวนี้เจียงชิ่นถึงได้เบาใจลง
"เก่งมากจ้ะเสี่ยวซาน ต่อไปเรื่องทางฝั่งเฮ่อหยางซาน รบกวนเธอช่วยเป็นธุระติดต่อให้พี่ด้วยนะ" เจียงชิ่นยิ้มแป้นพลางตบไหล่ของเธอเบา ๆ