เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256: เสิ่นหงผู้ตื่นเต้นดีใจ

บทที่ 256: เสิ่นหงผู้ตื่นเต้นดีใจ

บทที่ 256: เสิ่นหงผู้ตื่นเต้นดีใจ


บทที่ 256: เสิ่นหงผู้ตื่นเต้นดีใจ

เสิ่นหงอ่านวิทยานิพนธ์จบ ก็ตื่นเต้นจนผุดลุกขึ้นยืน เดินวนไปวนมาอยู่สองก้าว แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง

"นักศึกษาเจียง เทคโนโลยีนี้... เธอตั้งใจจะมอบให้พวกเราเอาไปใช้งานจริง ๆ เหรอ ? " เขาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"แน่นอนสิคะ" เจียงชิ่นตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล พร้อมกับระบายยิ้มบาง ๆ  "วิทยานิพนธ์ทั้งสองฉบับของหนู ล้วนเจาะจงเขียนขึ้นมาเพื่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานโดยเฉพาะเลยค่ะ นอกจากพวกท่านแล้ว ก็ไม่มีใครเอาไปใช้ประโยชน์ได้หรอกค่ะ"

หินที่ถ่วงอยู่ในใจของเสิ่นหงพลันร่วงหล่นลงพื้นทันที วินาทีนั้นเขารู้สึกดีใจจนแทบเนื้อเต้น

"นักศึกษาเจียงเอ๊ย ถ้าเกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานสามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้เกินเป้าหมายล่ะก็ ถึงตอนนั้นฉันจะต้องบันทึกความดีความชอบครั้งใหญ่ให้เธอแน่นอน ! "

เจียงชิ่นยิ้มรับ "ตกลงค่ะ ถ้างั้นหนูขอขอบคุณหัวหน้าวิศวกรเสิ่นไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ"

"เธอไม่ต้องมาขอบใจฉันหรอก ฉันต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายขอบใจเธอ วิทยานิพนธ์สองฉบับของเธอนี่ช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนไปได้เยอะเลยล่ะ" เสิ่นหงโบกมือปัด

"จริงสิ ฉันยังมีคำถามอีกสองสามข้อนะ..." เสิ่นหงเริ่มซักถามเจียงชิ่นเกี่ยวกับการนำทฤษฎีบางอย่างในวิทยานิพนธ์ไปปฏิบัติจริง

เจียงชิ่นตอบได้ทุกคำถาม ลำดับความคิดชัดเจนแจ่มแจ้งมาก แถมยังอธิบายได้อย่างละเอียดลออ

เสิ่นหงนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ควักสมุดพกเล่มเล็กออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือถือปากกาจดตามยิก ๆ ไม่หยุด

เมื่อถามคำถามจนหมดข้อสงสัย เสิ่นหงก็เอ่ยถามถึงจุดประสงค์สำคัญที่สุดในการเดินทางมาครั้งนี้

"นักศึกษาเจียง เธอเต็มใจจะไปที่ฐานทัพไท่ซาน เพื่อร่วมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับพวกเราไหม ? ตอนนี้พวกเรากำลังขาดแคลนบุคลากรด้านการศึกษาวิจัยอย่างหนักเลย ถ้าเธอตกลงไป ฉันจะให้ค่าตอบแทนเธอเป็นสองเท่าของนักวิจัยทั่วไปเลยนะ รอจนก่อสร้างเสร็จ ก็จะจ่ายเงินโบนัสให้อีกก้อนนึงด้วย ถึงตอนนั้นฉันจะไปทำเรื่องขออนุมัติจากเบื้องบนด้วยตัวเอง จะขอจัดสวัสดิการให้เธอในระดับสูงสุดเลย"

เมื่อมองสบประสานกับแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและความคาดหวังของเสิ่นหง เจียงชิ่นก็รู้สึกทำใจปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ แต่ว่า มันยังมีปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย

"หัวหน้าวิศวกรเสิ่นคะ ความจริงหนูก็อยากจะไปช่วยสร้างฐานทัพนะคะ แต่หนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ ยังต้องเรียนหนังสือ กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มันไม่ง่ายเลย หนูไม่อยาก แล้วก็ไม่สามารถทิ้งการเรียนไปได้ค่ะ"

เสิ่นหงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เมื่อกี้เขาตื่นเต้นดีใจมากเกินไป จนเกือบลืมไปซะสนิทว่าอีกฝ่ายยังเป็นแค่นักศึกษา ยังต้องเรียนหนังสืออยู่

"ถ้าอย่างนั้น... พอจะมีวิธีอื่นอีกไหมล่ะ ? " เขาปรายตามองไปทางศาสตราจารย์ลู่ ความหมายนั้นชัดเจนมาก คืออยากให้ท่านช่วยหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้หน่อย

ศาสตราจารย์ลู่มองสบตาเขา แล้วก็ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเงียบ ๆ มันไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ เจียงชิ่นยังมีเวลาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยอีกตั้งสามปีครึ่ง จะให้คนเขาดรอปเรียนไปสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ยังไงกันล่ะ ต่อให้หลังจากนั้นจะกลับมาเรียนต่อได้ แต่ช่วงเวลาที่ขาดหายไประหว่างนั้น ใครจะไปรู้ล่ะว่าต้องเสียเวลาไปมากน้อยแค่ไหน

"นายเลิกหมายตานักศึกษาของฉันได้แล้ว ปล่อยให้คนเขาได้ตั้งใจเรียนหนังสือไปเถอะ นี่แหละคือเรื่องที่ถูกต้องที่สุด ส่วนเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทางนู้น วิทยานิพนธ์เขาก็ประเคนให้ถึงมือแล้ว ถ้ายังสร้างกันไม่เป็นอีก นายก็ต้องกลับไปพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ" ศาสตราจารย์ลู่ย่อมต้องออกรับแทนนักศึกษาของตัวเองอยู่แล้ว แค่ประโยคเดียวก็ช่วยกันท่าให้เจียงชิ่นได้สำเร็จ

เสิ่นหง: "..."

เรื่องนี้คงคุยต่อไม่ได้แล้ว ขืนคุยต่อก็กลายเป็นว่าระดับความสามารถของเขาไม่เอาไหนน่ะสิ "ตกลง ๆ งั้นฉันขอกลับไปลองงมดูเองก่อนก็แล้วกัน" เสิ่นหงล้มเลิกความคิดที่จะดึงตัวเจียงชิ่นไปที่ฐานทัพไท่ซาน

"แต่ว่านักศึกษาเจียงพอจะทิ้งช่องทางการติดต่อไว้ให้หน่อยได้ไหม ? เผื่อมีปัญหาอะไร ฉันจะได้ติดต่อเธอได้สะดวก ๆ "

เจียงชิ่นลองนึกดู ก็เหมือนจะไม่มีโทรศัพท์ให้ใช้นี่นา "เขียนจดหมาย ? หรือว่าส่งโทรเลขดีคะ ? " ในยุคสมัยนี้ นอกเหนือจากโทรศัพท์แล้ว ก็ดูเหมือนจะมีแค่วิธีการติดต่อสื่อสารสองทางนี้แหละ

เสิ่นหงประหลาดใจ "ตึกหอพักของพวกเธอไม่มีโทรศัพท์งั้นเหรอ ? " เจียงชิ่นส่ายหน้า

เสิ่นหงตวัดสายตามองค้อนศาสตราจารย์ลู่ "เป็นถึงมหาวิทยาลัยปักกิ่งอันทรงเกียรติแท้ ๆ แต่โครงสร้างพื้นฐานกลับไม่ได้เรื่องเลยนะเนี่ย ตึกหอพักไม่มีโทรศัพท์ให้ใช้สักเครื่องเลยหรือไง"

ศาสตราจารย์ลู่ : นายเคยรู้บ้างไหมว่าค่าติดตั้งโทรศัพท์มันแพงหูฉี่ขนาดไหนฮะ?

โชคดีที่ศาสตราจารย์ลู่รีบเสนอทางออกให้อย่างรวดเร็ว "ในห้องพักครูของฉันมีโทรศัพท์ ถ้านายอยากจะคุยกับเจียงชิ่น ก็โทรมาหาฉันนี่แหละ เดี๋ยวฉันจะไปตามหล่อนมาคุยให้"

"แต่เรื่องความรวดเร็วทันใจนี่สิ ถ้าเกิดมีเรื่องด่วนคอขาดบาดตายขึ้นมา..." เสิ่นหงลูบปลายคาง สีหน้าดูไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่นัก

จู่ ๆ เจียงชิ่นก็เอ่ยปากขึ้นมา "หัวหน้าวิศวกรเสิ่นคะ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหนูไปที่นั่นได้นะคะ"

ปิดเทอมฤดูร้อน ? จริงด้วยสิ นักศึกษาต้องมีปิดเทอมฤดูร้อนนี่นา ปิดทีนึงก็เกือบสองเดือนเลย ทำไมตัวเองถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลยนะ ! ดวงตาของเสิ่นหงเบิกโพลงเปล่งประกายขึ้นมาทันที

"เยี่ยมเลยนักศึกษาเจียง งั้นพวกเราตกลงตามนี้นะ พอถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเธอต้องมาให้ได้นะ ถึงตอนนั้นก็ติดต่อมาหาฉันล่วงหน้า เดี๋ยวฉันจะให้คนทางฝั่งปักกิ่งจัดการซื้อตั๋วรถไฟให้ พอไปถึงสถานีไท่ซาน ก็จะส่งคนไปรอรับเธอเอง เธอไม่ต้องเหนื่อยจัดการอะไรเลย ขอแค่ตัวเธอมาถึงก็พอแล้ว"

"ตกลงค่ะ เอาตามที่ท่านว่าเลยค่ะ"

เจียงชิ่นลองคำนวณเวลาดู ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามเดือนกว่าจะถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เวลาพอดีเป๊ะให้หัวหน้าวิศวกรเสิ่นพาคนไปทดลองทำโครงการระยะแรกดูก่อน หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างการทดลอง ค่อยเอามาปรึกษาหารือกันในขั้นตอนต่อไป ส่วนตัวเธอเองก็จะได้อาศัยช่วงเวลาสามเดือนนี้ เร่งเติมเต็มความรู้ที่เกี่ยวข้องให้แน่นปึ้ก จะได้ไม่ต้องไปเป็นตัวถ่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

เจียงชิ่นวางแผนไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว นอกจากจะต้องเรียนวิชาฟิสิกส์ต่อไป ตัวเธอเองก็ต้องศึกษาหาความรู้ในสาขาวิชาอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย เพื่อสะสมคลังความรู้ไว้ให้พร้อมใช้งาน

ใกล้จะถึงเวลาเรียนคาบแรกแล้ว เจียงชิ่นไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องเอ่ยลาทั้งสองคน แล้วเดินกลับไปที่ห้องเรียน

ภายในห้องพักครู เสิ่นหงมองดูวิทยานิพนธ์ในมือ จู่ ๆ ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ "เหล่าลู่ วิทยานิพนธ์สองฉบับของนักศึกษาเจียงชิ่นนี่ หล่อนตั้งใจจะเอาไปตีพิมพ์เผยแพร่ใช่ไหม ? "

ศาสตราจารย์ลู่นึกขึ้นได้ว่าเจียงชิ่นเคยบอกว่าจะส่งไปลงวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัย จึงพยักหน้ารับ "หล่อนตั้งใจจะส่งไปลงในวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยน่ะ"

เสิ่นหงพลิกอ่านวิทยานิพนธ์ดูอีกรอบ แล้วเอ่ยว่า "ให้ตีพิมพ์ได้ แต่ต้องแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาสักหน่อย จะเขียนอธิบายละเอียดลออขนาดนี้ไม่ได้ ตอนนี้พวกชาติตะวันตกกำลังแบนเทคโนโลยีพวกเราอยู่ มองว่าประเทศเราเป็นดั่งภัยคุกคามร้ายแรง ผลงานการวิจัยของประเทศเรา ก็ต้องห้ามปล่อยให้พวกมันขโมยไปเรียนรู้ได้เหมือนกัน"

"ก็ได้อยู่หรอก แต่พอนายแก้เสร็จแล้ว ฉันต้องเอาไปให้เจียงชิ่นดูก่อนนะ พวกเราจะไปเที่ยวแก้ไขวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาส่งเดชโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวมันก็ดูไม่ดี"

"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว วิทยานิพนธ์สองฉบับนี้ฉันขอเก็บไว้ที่ฉันก่อนนะ รอฉันแก้เสร็จเมื่อไหร่แล้วจะส่งไปรษณีย์มาให้"

"อืม แต่ต้องรีบ ๆ หน่อยนะ อย่าปล่อยให้คนเขารอนานเกินไปล่ะ"

"รับทราบ"

ภารกิจการเดินทางมาปักกิ่งในครั้งนี้ของเสิ่นหงเสร็จสิ้นลงแล้ว เขาตั้งใจจะรีบเดินทางกลับไปทันที ที่ฐานทัพยังมีงานกองเป็นภูเขาเลาการออยู่ ทุกหนทุกแห่งล้วนขาดเขาไปไม่ได้

ศาสตราจารย์ลู่เดินไปส่งเขาออกจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทั้งสองคนเดินลัดเลาะไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัย เวลานี้เป็นช่วงที่นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยกำลังเข้าเรียน ดังนั้นบนสนามกีฬาจึงแทบไม่มีวี่แววผู้คน บรรยากาศเงียบสงบเป็นอย่างมาก

ศาสตราจารย์ลู่กับเสิ่นหงเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไป คุยกันไปตลอดทาง หัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน

"เดิมทีฉันวางแผนไว้ว่าจะใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดัน ซึ่งน่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 5,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี รอจนเฟสแรกสร้างเสร็จ ก็ค่อยสร้างเฟสสอง เฟสสามตามมา... พยายามดันกำลังการผลิตให้พุ่งไปถึง 50,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงให้ได้" เสิ่นหงเอ่ย

วินาทีต่อมา น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน "แต่ฉันคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามันจะก้าวกระโดดจากเครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดัน ข้ามขั้นไปเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันเลย ถ้าเป็นแบบนี้ กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งโครงการจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล กำลังการผลิตต่อปีจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อยก็สิบเท่าของแผนปัจจุบันเลยนะ"

"ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แค่สร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันสำเร็จแค่เครื่องเดียว ก็เทียบเท่ากับการสร้างเฟสสอง เฟสสาม หรือเฟสต่อ ๆ ไปรวมกันเลยสินะ" ศาสตราจารย์ลู่กล่าวด้วยความปลาบปลื้มใจ

"ใช่แล้วล่ะ แผนเดิมของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน คือต้องการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการในภูมิภาคตะวันออกโดยหลัก ๆ คือต้องรับประกันว่านครเซี่ยงไฮ้จะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว อาศัยแค่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้แห่งเดียว ก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงได้ทั้งภูมิภาคตะวันออก ภูมิภาคตอนกลางแถมยังอาจจะแผ่ขยายไปหล่อเลี้ยงภูมิภาคตอนเหนือได้อีกด้วยซ้ำ นัยสำคัญของเรื่องนี้มันยิ่งใหญ่มากจริง ๆ "

เวลานี้เสิ่นหงเปลี่ยนจากอาการตื่นเต้นดีใจกลายเป็นความฮึกเหิมอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงที่พูดทั้งเร็วและรัวเร่ง จนกระทั่งส่งเขาขึ้นรถไฟ ศาสตราจารย์ลู่ก็ยังคงเห็นเพื่อนรักมีใบหน้าที่เบิกบานไปด้วยรอยยิ้มปิติยินดี

รถไฟเคลื่อนตัวออกไปพร้อมส่งเสียงดังกึกกัก ศาสตราจารย์ลู่ยืนมองส่งมันแล่นห่างออกไปจนสุดสายตาจากบนชานชาลา

จบบทที่ บทที่ 256: เสิ่นหงผู้ตื่นเต้นดีใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว