- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 223: รายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 223: รายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 223: รายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 223: รายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย
เจียงชิ่นหันไปมองฟู่เส้าตั๋ว สีหน้าของเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเธอเลย
เคร่งขรึมจริงจังแต่ก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น
ที่นี่คือสถาบันการศึกษาอันดับสูงสุดของประเทศจีน นักศึกษาที่สามารถสอบเข้าที่นี่ได้ ย่อมหมายความว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่เป็นเลิศที่สุดของประเทศ
"ตื่นเต้นเหรอครับ ? "
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเจียงชิ่น ฟู่เส้าตั๋วก็หันมามองเธอเช่นกัน
พร้อมกับยื่นมือออกไป กอบกุมมือของเธอเอาไว้ในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น
"ตื่นเต้นสิคะ คุณเองก็เหมือนกันนั่นแหละ"
เจียงชิ่นกุมมือเขาตอบ สอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกัน
ทั้งสองคนต่างก็รู้ใจกันดี สบตากันแล้วก็คลี่ยิ้มออกมา
เดินลึกเข้าไปข้างใน บริเวณประตูใหญ่มีป้ายผ้าเขียนข้อความต้อนรับนักศึกษาใหม่รุ่น 77 แขวนเอาไว้
เจียงชิ่นรู้ดีว่า นี่คือกลุ่มนักศึกษาที่มีความพิเศษที่สุดในประวัติศาสตร์
เพราะอีกเพียงครึ่งปีให้หลัง ก็จะมีการสอบเกาเข่าครั้งที่สองนับตั้งแต่ฟื้นฟูระบบการสอบขึ้นมา
นั่นก็หมายความว่า ในปี 1978 จะมีนักศึกษาใหม่เข้าเรียนพร้อมกันถึงสองรุ่น
เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างนักศึกษาทั้งสองรุ่นนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงแบ่งตามปีที่สอบเข้า โดยเรียกว่ารุ่น 77 และรุ่น 78
เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วจัดอยู่ในกลุ่มนักศึกษารุ่น 77
บริเวณหน้าประตูมีนักศึกษาพลุกพล่านขึ้นเรื่อย ๆ บนใบหน้าของแต่ละคนล้วนเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างยากจะอธิบาย ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเรียบง่าย บางคนก็ดูออกว่าขาดสารอาหาร แต่ดวงตาของทุกคนกลับทอประกายสว่างไสว แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตเช่นนี้ ทำให้เหล่านักศึกษาที่อายุล่วงเลยไปจนถึงวัยสามสิบปี ต่างก็ดูสดใสมีชีวิตชีวากันทุกคน
ในแววตาไม่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งหวังต่ออนาคตอันไร้ขีดจำกัดเท่านั้น จุดลงทะเบียนรายงานตัวของคณะวิศวกรรมเครื่องกลและคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์ อยู่คนละทิศทางกัน
เมื่อเดินมาถึงช่วงกลาง เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วก็ต้องแยกย้ายกันไปที่คณะของตัวเอง
ความรู้สึกนี้มันช่างคุ้นเคย เหมือนกับตอนที่อยู่ฟาร์มตงอัน ที่ทุกเช้าพวกเขาต้องแยกย้ายกันไปทำงานที่ออฟฟิศของตัวเอง
หลังจากนัดแนะสถานที่เจอกันหลังรายงานตัวเสร็จแล้ว เจียงชิ่นก็สะพายกระเป๋าหนังสือเดินมุ่งหน้าไปยังจุดรายงานตัว จุดรายงานตัวของคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์เวลานี้ ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มนักศึกษาชายล้วน
พวกเขากำลังต่อแถวเรียงคิว รอรับแบบฟอร์มจากอาจารย์ผู้ดูแลการลงทะเบียนทีละคน เพื่อนำมากรอกข้อมูลส่วนตัว
ในบรรดานักศึกษายี่สิบสามสิบคนนั้น กลับไม่มีนักศึกษาหญิงเลยแม้แต่คนเดียว
พอเจียงชิ่นไปยืนต่อท้ายแถว เธอก็กลายเป็นสีสันอันสะดุดตาให้กับแถวนี้ทันที
ไม่เพียงแต่นักศึกษาชายที่อยู่ข้างหน้าจะสังเกตเห็นเธอ แต่นักศึกษาจากคณะอื่น ๆ ที่เข้าแถวอยู่ใกล้เคียงก็สังเกตเห็นเธอเช่นกัน
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ในมหาวิทยาลัยจะมีนักศึกษาหญิงที่สวยสะกดตาขนาดนี้อยู่ด้วย
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่าก็คือ นักศึกษาหญิงคนนี้ดันมาเรียนคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์ซะด้วย
ทุกคนเริ่มซุบซิบกระซิบกระซาบ แอบลอบมองมาทางเจียงชิ่นอยู่เป็นระยะ ๆ
นักศึกษาชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าเจียงชิ่น หันกลับมามองเธออยู่เจ็ดแปดรอบ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเข้ามาทักทาย
"ขอโทษนะครับ... คุณ... คุณก็มาเรียนคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์เหมือนกันเหรอครับ ? "
ปกติเขาเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา แต่ตอนนี้กลับพูดจาติด ๆ ขัด ๆ กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้แต่ละคำก็ยากลำบาก
เจียงชิ่นส่งยิ้มให้เขา "ใช่ค่ะ ฉันเลยมารายงานตัวไงคะ ต่อไปเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแล้วนะคะ"
พูดจบ เธอก็ยื่นมือออกไปทักทายอย่างเปิดเผย "ฉันชื่อเจียงชิ่นค่ะ เจียงที่มีตัวอักษร 'หยาง' (羊 - แกะ) กับ 'หนวี่' (女 - ผู้หญิง) ส่วนชิ่นคือตัวอักษรที่ประกอบด้วยขีดสามขีด 'ซานเตี่ยนสุ่ย' (氵- น้ำ) กับ 'ซิน' (心 - หัวใจ) ค่ะ"
"ผม... ผมชื่อจั๋วซีครับ"
นักศึกษาชายคนนี้รูปร่างค่อนข้างสูง ผิวพรรณก็ขาวสะอาด แต่ตอนนี้เขากลับก้มหน้าหลบตาด้วยความประหม่า ใบหน้าแดงเถือกไปจนถึงใบหู
เจียงชิ่นจับมือทักทายกับเขาตามมารยาท
"คำว่า 'ซี' คือตัวเดียวกับคำว่า 'เฉินซี' (晨曦 - แสงอรุณ) หรือเปล่าคะ ? "
หน้าของจั๋วซียิ่งแดงก่ำ ลามไปจนถึงลำคอ เขาไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่พยักหน้ารับ
ตอนแรกเจียงชิ่นตั้งใจจะชมว่าชื่อเพราะดี แต่พอเห็นท่าทางของจั๋วซีแล้ว เธอก็เปลี่ยนใจไม่พูดดีกว่า
เป็นสหายหญิงที่มีครอบครัวแล้ว ยังไงก็ต้องรักษาระยะห่างกับสหายชายเอาไว้
พอนึกถึงหวังเหวยหยวน ตอนนั้นเธอไม่น่าไปสนิทสนมกับเขามากเกินไปเลย
จังหวะนี้ถึงคิวของจั๋วซีรายงานตัวพอดี อาจารย์ผู้ดูแลยื่นแบบฟอร์มขนาด A5 ให้เขาแผ่นหนึ่ง
"ถ้าไม่รังเกียจ... คุณ... คุณรายงานตัวก่อนไหมครับ"
จั๋วซีตั้งใจจะสละสิทธิ์ให้เจียงชิ่นรายงานตัวก่อน แต่เจียงชิ่นปฏิเสธอย่างมีมารยาท
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณรีบกรอกแบบฟอร์มเถอะค่ะ"
จั๋วซีหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุอีกแล้ว เขาไม่กล้ามองหน้าเจียงชิ่นอีก รีบหันกลับไปก้มหน้าก้มตากรอกแบบฟอร์มทันที
ตอนที่เจียงชิ่นเริ่มกรอกแบบฟอร์ม เขาก็ยังยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมไปไหน ดูเหมือนจะรอเธออยู่
ทว่าพอสายตาเหลือบไปเห็นช่องสถานะสมรสของเจียงชิ่น ที่ถูกติ๊กว่า 'สมรสแล้ว' ดวงตาของจั๋วซีก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
เจียงชิ่นกรอกแบบฟอร์มเสร็จ หันไปมองข้าง ๆ ก็เห็นเขายืนอึ้งตาค้างอยู่ตรงนั้น
เธอไม่ได้สนใจเขา ทำตามที่อาจารย์บอก เดินไปรับการจัดสรรหอพักก่อน แล้วค่อยไปเบิกของใช้ส่วนตัวที่ห้องพัสดุ กว่าจั๋วซีจะดึงสติกลับมาได้ เจียงชิ่นก็เดินจากไปไกลแล้ว
ภายในห้องทำงานที่ใช้จัดสรรหอพักก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเช่นกัน เจียงชิ่นไปยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังสุด รอให้ถึงคิวของตัวเอง
คนรอบข้างมีทั้งนักศึกษาชายและหญิง ทุกคนต่างก็กำลังรอให้อาจารย์คุมหอพักเรียกชื่อตัวเอง
วินาทีที่เจียงชิ่นก้าวเข้ามาในห้อง เธอก็ดึงดูดสายตาของทุกคนไปในทันที
พอเห็นเธอ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนมีประกายสว่างวาบขึ้นมา บรรยากาศรอบข้างดูเปลี่ยนไปเลยทีเดียว
อาจารย์ผู้ดูแลหอพักไล่ดูรายชื่อ แล้วขานชื่อนักศึกษาทีละคน พร้อมกับยื่นกุญแจให้
ตอนที่อาจารย์ขานชื่อเจียงชิ่น เธอก็เดินเข้าไปรับพวงกุญแจ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนทั้งห้องทำงาน
บนพวงกุญแจมีแผ่นเหล็กเล็ก ๆ ห้อยอยู่ พิมพ์ตัวเลข 'ตึก 7 ห้อง 309'
พอรับกุญแจเสร็จเจียงชิ่นก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้สายตาหลายสิบคู่มองตามหลังเธอไปจนลับสายตา
หลังจากรับกุญแจ เจียงชิ่นก็ไปเบิกของใช้ที่ห้องพัสดุ
ของใช้ที่ได้รับมีกะละมังเคลือบสังกะสี ผ้าขนหนู แก้วน้ำ แปรงสีฟัน และรองเท้าแตะพลาสติกแบบเรียบง่ายสุดๆ หนึ่งคู่ รองเท้าแตะของผู้ชายกับผู้หญิงทรงเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่สี ผู้ชายสีฟ้า ผู้หญิงสีแดง
เจียงชิ่นหอบของใช้ส่วนตัว เดินตามหาตึก 7 ห้อง 309
เธอมาถึงเป็นคนแรก บนประตูห้องยังคล้องกุญแจไว้อยู่เลย
พอเปิดประตูเข้าไป ด้านในมีเตียงนอนเรียงรายอยู่แปดเตียง พื้นห้องและแผ่นกระดานปูเตียงก็สะอาดสะอ้านดี
ห้องพักนี้หันหน้ารับแดด แสงแดดเจิดจ้าจากภายนอกสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ภายในห้องดูสว่างไสว
ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้แจกเครื่องนอนให้ มิน่าล่ะ นักศึกษาแต่ละคนถึงต้องแบกที่นอนหมอนมุ้งมาเองตอนรายงานตัว เจียงชิ่นไม่ได้รีบร้อน เพราะเธอยังต้องไปทำเรื่องขอหอพักสำหรับคู่แต่งงานกับทางมหาวิทยาลัยอีก
ถ้าได้ห้องพักส่วนตัว เธอกับฟู่เส้าตั๋วก็จะได้อยู่ด้วยกัน แถมยังช่วยป้องกันความลับเรื่องการวิจัยในอนาคตรั่วไหลได้อีกด้วย
เรื่องห้องปฏิบัติการซูเปอร์มันเป็นอะไรที่เหนือจริงเกินไป นอกจากฟู่เส้าตั๋วแล้ว เธอไม่ยอมให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด
ส่วนฟู่เส้าตั๋ว เจียงชิ่นก็ตั้งใจว่าจะยังไม่บอกเขาในตอนนี้
เจียงชิ่นกวาดตามองรอบ ๆ ห้อง นำกะละมังและผ้าขนหนูไปวางไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็ไปนั่งพักบนแผ่นกระดานปูเตียงสักพัก
บนเตียงไม่มีฟูก แต่มีฟางสานรองไว้ พอนั่งลงไปก็เลยไม่รู้สึกแข็งจนเกินไป
พอกะเวลาว่าน่าจะพอดีแล้ว เจียงชิ่นก็ลุกขึ้นเดินกลับไปหาอาจารย์คุมหอพัก
พอไปถึง ก็พบว่าห้องทำงานที่เมื่อกี้ยังแออัดยัดเยียด ตอนนี้เหลือคนอยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว
นักศึกษาส่วนใหญ่รับกุญแจแล้วก็แยกย้ายกันไปหาหอพักของตัวเองกันหมด
อาจารย์คุมหอพักเห็นเจียงชิ่น ก็จำเธอได้ทันที
ก็เจียงชิ่นสวยสะกดตาซะขนาดนั้น สวยจนใครเห็นเป็นต้องจำได้ขึ้นใจ
"นักศึกษาเจียง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ? "
"อาจารย์คะ หนูอยากมาสอบถามหน่อยค่ะ ทางมหาวิทยาลัยพอจะมีห้องพักคู่จัดสรรให้กับนักศึกษาที่สามีภรรยาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งคู่ไหมคะ ? "
พออาจารย์คุมหอพักได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปเลย
ที่อึ้งไม่ใช่เพราะคำขอของเจียงชิ่นหรอกนะ แต่เป็นเพราะได้ยินว่าสองสามีภรรยาสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ
"เธอกับสามีสอบติดด้วยกันทั้งคู่เลยเหรอ ? "
"ใช่ค่ะ หนูเรียนคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์ ส่วนสามีเรียนวิศวกรรมเครื่องกล เรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งทั้งคู่เลยค่ะ"
"พวกเธอสองคนนี่เก่งกันจริง ๆ เลยนะ ! "
ประโยคนี้อาจารย์คุมหอพักเอ่ยชมจากใจจริงเลยล่ะ
หล่อนทำงานที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งมาเกือบสามสิบปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่สองสามีภรรยาสอบติดที่นี่พร้อมกันเลยสักครั้ง นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว
และคำขอของเจียงชิ่น ก็เป็นเรื่องที่หล่อนเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรกเหมือนกัน
เรื่องนี้หล่อนไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องรายงานขึ้นไปขออนุมัติจากเบื้องบนอีกที
"ตกลงจ้ะ ครูจดรายละเอียดของเธอไว้แล้วนะ ถ้ามีผลสรุปออกมายังไง ครูจะรีบแจ้งให้เธอทราบเป็นคนแรกเลยนะจ๊ะ"
"ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ"
เจียงชิ่นกล่าวขอบคุณ แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
อาจารย์คุมหอพักไล่ดูรายชื่อหาชื่อของเจียงชิ่น ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อน
ไปได้ยินมาจากไหนกันนะ?
หล่อนพยายามเค้นสมองนึกทบทวนอยู่นาน ในที่สุดก็นึกออกจนได้
ก็นี่มันนักศึกษาหญิงคนเดียวของประเทศที่สอบเกาเข่าได้คะแนนเต็มนี่นา !