- หน้าแรก
- สตูดิโอเกมของผม ดันเปิดโหมดสงครามโลก
- บทที่ 12 มอบความตื่นตะลึงระดับโลกมนุษย์ให้ชาวดาวหลานซิงได้ลิ้มลอง
บทที่ 12 มอบความตื่นตะลึงระดับโลกมนุษย์ให้ชาวดาวหลานซิงได้ลิ้มลอง
บทที่ 12 มอบความตื่นตะลึงระดับโลกมนุษย์ให้ชาวดาวหลานซิงได้ลิ้มลอง
บทที่ 12 มอบความตื่นตะลึงระดับโลกมนุษย์ให้ชาวดาวหลานซิงได้ลิ้มลอง
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
เสิ่นชิงหานจ้องมองหน้าจอที่ดับมืดลงเขม็ง
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างเนิ่นนาน
ถึงแม้เสิ่นชิงหานจะรู้อยู่เต็มอกว่านี่เป็นเพียง CG ของเกม
ถึงแม้เสิ่นชิงหานจะคิดว่านี่เป็นแค่เนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อใช้ในเกมก็ตามที
แต่ภาพของเหล่าทหารโซเวียตที่ยังคงวิ่งชาร์จเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต แม้ร่างกายจะถูกไฟลุกท่วมจากการราดน้ำมัน ก็ยังคงสร้างความตื่นตะลึงและสะเทือนขวัญให้กับเสิ่นชิงหานอย่างมหาศาล
มนุษย์เราจะใจเด็ดได้ถึงขนาดยอมพลีชีพแบบนั้นได้เชียวเหรอ?
ยังจะวิ่งชาร์จเข้าใส่อีก ทั้งที่ตัวลุกเป็นไฟจากน้ำมันเบนซินเนี่ยนะ?
แล้วหลังจากชาร์จเสร็จล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?
ด้วยระดับความรุนแรงของไฟขนาดนั้น ต่อให้หยุดวิ่งเพื่อดับไฟ โอกาสรอดชีวิตก็มีน้อยนิดจนแทบจะเป็นศูนย์
แต่ภายใต้สถานการณ์อันสิ้นหวังเช่นนั้น
เหล่าทหารโซเวียตกลับเลือกที่จะบุกชาร์จเข้าใส่
ชาร์จเข้าใส่กองทัพจักรวรรดิอย่างไม่สะทกสะท้าน
อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้พวกเขามีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวได้ถึงเพียงนี้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาก้าวข้ามความหวาดกลัวต่อความตาย และเลือกที่จะพลีชีพไปพร้อมกับศัตรู?
ในวินาทีนี้
เสิ่นชิงหานรู้สึกกระหายอยากจะทำความรู้จักกับเกมนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อยากรู้เรื่องราวภูมิหลัง และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกมนี้อย่างบ้าคลั่ง
ดาวหลานซิงไม่เคยเผชิญกับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง
มีเพียงความขัดแย้งระดับท้องถิ่นสเกลเล็กๆ ซึ่งก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมมาโดยตลอด
พล็อตเรื่องที่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมและความเสียสละอันยิ่งใหญ่เยี่ยงวีรบุรุษเช่นนี้
ไม่เคยปรากฏขึ้นบนดาวหลานซิงมาก่อนเลย
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ
ผู้คนไม่สามารถจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงได้ต่างหาก
มีเกมจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเรื่องราวของโลกหลังสงครามแบบนี้ ซึ่งรวมถึง 'ไซเบอร์หลานซิง: 2077' ของจ้าวหมิง และ 'อนาคตวิบัติ: 2100' ที่ถูกจักรวรรดิเพนกวินก๊อปปี้ไป ทั้งสองเกมล้วนจัดอยู่ในหมวดหมู่เกมยุคโลกาวินาศหลังสงครามด้วยกันทั้งสิ้น
เกมประเภทนี้อาจจะได้รับความนิยมเพราะความแปลกใหม่ หรือไม่ก็เพราะระบบเกมเพลย์ที่น่าสนใจ
ถึงแม้มันจะฮิตติดลมบนได้ก็เถอะ
แต่แรงสั่นสะเทือนที่มันมอบให้ กลับเทียบไม่ได้เลยกับความตกตะลึงระดับแผ่นดินไหวที่ CG เกมเพียงคลิปเดียวนี้สร้างให้กับเสิ่นชิงหาน
เสิ่นชิงหานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองจ้าวหมิง
"ฉันจะอัดฉีดเงินลงทุนให้อีกสามสิบล้าน"
"นายสามารถพัฒนาเกมนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบได้มากแค่ไหน?"
"เรื่องราวของอาณาจักรไรช์ที่สาม, สหพันธรัฐบริติช-ฝรั่งเศส และสหพันธรัฐโซเวียต รวมถึงเนื้อเรื่องภูมิหลังทั้งหมด จะต้องถูกสร้างสรรค์ออกมาให้ครบถ้วนสมบูรณ์"
ในเวลานี้ เสิ่นชิงหาน
ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกใบนั้น
ต่อให้มันจะเป็นเพียงโลกเสมือนจริงที่จ้าวหมิงเนรมิตขึ้นมา โลกที่ไม่เคยมีอยู่จริงเลยก็ตาม
แต่เพียงแค่ได้เห็น CG เกมคลิปนี้ เสิ่นชิงหานก็ฟันธงได้ทันที
เกมนี้จะต้องสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกอย่างแน่นอน
นั่นเป็นเหตุผลที่เธอแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะให้จ้าวหมิงงัดเอาไอเดียเจ๋งๆ ออกมาจากหัวให้หมดเสียที
จ้าวหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แค่ดู CG เกมคลิปเดียว มันอิมแพกต์ขนาดนั้นเชียวเหรอ?
ในความเป็นจริงแล้ว
สิ่งที่จ้าวหมิงไม่ล่วงรู้เลยก็คือ... ผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากพล็อตเรื่องอันแสนรันทดแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเสียสละ รวมถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่และความเด็ดเดี่ยวของทหารโซเวียตนั้น มันรุนแรงมหาศาลกว่าที่จ้าวหมิงคาดคิดไว้มากนัก
นั่นเป็นเพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ชาวดาวหลานซิงจะได้เผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสงครามอย่างจะจะตา มันจึงเป็นความตื่นตะลึงที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้ววิญญาณเลยทีเดียว
จ้าวหมิงมองดูใบหน้าจริงจังของเสิ่นชิงหาน หน้าต่างโฮโลแกรมของระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขา
เมื่อมองดูยอด 【แต้มอารมณ์ปัจจุบัน: 145,772】
หากนำไปรวมกับข้อมูลของ 'ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี' บางส่วนที่เคยแลกมาก่อนหน้านี้ แต้มอารมณ์ 140,000 แต้มนี้ ก็เพียงพอที่จะนำไปแลกข้อมูลของ 'ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี' ฉบับสมบูรณ์มาได้แล้ว
แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาของเสิ่นชิงหาน ดูเหมือนเธอจะโดนประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองของโลกมนุษย์ตกเข้าให้แล้ว
จ้าวหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น
"ดันเจี้ยนแรก 'ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี' ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ"
"ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะลงลึกไปที่เนื้อเรื่องภูมิหลังของจักรวรรดิเป็นลำดับต่อไป"
"แต่ถ้าต้องไปลงรายละเอียดเนื้อเรื่องภูมิหลังของประเทศและสหพันธรัฐอื่นๆ ด้วย มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอกครับ แค่ต้องสร้างบทสนทนาเพิ่มเติมสำหรับให้ผู้เล่นได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การเล่นตามเนื้อเรื่องให้มากขึ้นเท่านั้นเอง"
"แค่อาจจะกินเวลาไปบ้างนิดหน่อย"
"เราไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะขนาดนั้นหรอกครับ โอนเข้าบัญชีบริษัทสักสิบล้านเหรียญสหพันธ์ก็ถมเถแล้ว"
"ส่วนอีกยี่สิบล้านที่เหลือ เอาไปใช้เป็นงบโปรโมตและปั่นกระแสเกมและบริษัทให้เป็นที่พูดถึงต่อไปดีกว่าครับ"
"ยื้อกระแสไว้จนกว่าการแข่งขันต่อต้านสงครามจะเริ่มขึ้น"
อันที่จริง พลังประมวลผลที่ซื้อได้ด้วยเงินล้านกว่าเหรียญสหพันธ์ที่เหลืออยู่ในบัญชี ก็เพียงพอที่จะให้จ้าวหมิงเรนเดอร์ข้อมูลประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองออกมาได้ทั้งชุดแล้ว
แต่การเรนเดอร์ก็ส่วนการเรนเดอร์ ข้อมูลดิบยังไงก็ต้องดึงมาจากระบบอยู่ดี
และสเตปการดึงข้อมูลจากระบบก็ต้องใช้แต้มอารมณ์ หากไม่เดินหน้าปั่นกระแสต่อ เขาก็จะไม่มีแต้มอารมณ์ไปแลกข้อมูล และการพัฒนาเกมก็จะหยุดชะงัก
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ต้องโฟกัสไปที่การโปรโมตเป็นหลัก
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงหานก็พยักหน้ารับ
"ตกลง"
พูดจบ เธอก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาแล้วเริ่มกดโอนเงินทันที
ครึ่งนาทีต่อมา
"เรียบร้อย"
"เรื่องการโปรโมต เดี๋ยวฉันจะให้คนจัดการให้เอง นายไม่ต้องห่วง"
"ใช้เงินสามสิบล้านเหรียญสหพันธ์นี้ สร้างเกมเจ๋งๆ ออกมาให้ฉันก็พอ"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนของจ้าวหมิงดังขึ้น กล่องข้อความแสดงยอดเงินโอนเข้าจำนวนสามสิบล้านเหรียญสหพันธ์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
สมกับเป็นนายทุนตัวแม่จริงๆ
จ้าวหมิงเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง เขามองเสิ่นชิงหานพลางให้คำมั่นสัญญา
"ไม่มีปัญหาครับ"
"ผมจะกลับไปลุยงานต่อเดี๋ยวนี้เลย"
ในวินาทีนั้นเอง
จ้าวหมิงก็ตระหนักได้ว่า
เสิ่นชิงหานต้องช็อกกับ CG ของเกมแน่ๆ
เพราะพอลองนึกดูแล้ว
บนดาวหลานซิง ฉากอลังการที่สั่นสะเทือนอารมณ์ได้ขนาดนี้แทบจะหาไม่ได้เลย สาเหตุหลักก็เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง และหนังหรือเกมส่วนใหญ่ก็เกิดจากจินตนาการตื้นๆ ของชาวดาวหลานซิงทั้งนั้น
พวกเขาอาจจะจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่า ต้องมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวระดับไหน ถึงจะทำให้มนุษย์ยอมพลีชีพวิ่งชาร์จเข้าใส่กองทัพศัตรูทั้งที่ร่างกายยังถูกไฟคลอกอยู่ได้
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ในหนังหรือเกมหลายๆ เรื่องที่เขาเคยดู หลังจากที่สหพันธรัฐหรือประเทศถูกศัตรูตีแตกจนพ่ายแพ้
ตัวเอกมักจะถูกบีบให้ต้องล่าถอยและหลบหนีไปตั้งหลัก
พลางเก็บความแค้นฝังลึกไว้ในใจ แล้วค่อยกลับมาล้างแค้นในอีกหลายปีให้หลัง
มันไม่มีความรู้สึกรักชาติหรืออุดมการณ์ความเสียสละอะไรทำนองนี้ปรากฏให้เห็นเลยสักนิด
ในเมื่อเป็นแบบนี้...
จ้าวหมิงก็คิดว่าตัวเองค้นพบทิศทางที่ถูกต้องแล้วล่ะ
ถ้าพวกนี้ไม่เก็ตเรื่องความรักชาติ งั้นเขาก็จะยัดเยียดอิมแพกต์ของความรักชาตินี้ไปกระแทกหน้าชาวดาวหลานซิงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
และเมื่อเนื้อเรื่องภูมิหลังของเกมถูกเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก
มันจะต้องสร้างคำถามและข้อกังขามากมายให้กับชาวดาวหลานซิงจำนวนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน
ตามตรรกะของชาวดาวหลานซิง ถ้าเมืองถูกทำลาย ก็แค่ย้ายฐานทัพหนีไปซะก็สิ้นเรื่อง
แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตารอฟาร์มของจนกว่าจะแข็งแกร่ง แล้วค่อยกลับมาตีโต้ทวงคืน
แล้วทำไมถึงต้องยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องสถานที่แห่งนั้นอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยล่ะ?
มอสโก
ก็แค่เมืองๆ หนึ่ง
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ทหารโซเวียตและพลเรือนนับล้านคนยอมพลีชีพพุ่งเข้าใส่สนามรบระลอกแล้วระลอกเล่า ที่นั่นมันมีของดีอะไรซ่อนอยู่งั้นเหรอ?
ถึงจะมีพ่อแม่อยู่ที่นั่น นั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง
แต่พ่อแม่ของคนนับล้านคนก็ไม่ได้ไปรวมตัวอยู่ที่นั่นกันหมดสักหน่อย จริงไหม?
บางทีชาวดาวหลานซิงอาจจะไม่มีวันเข้าใจ
ว่าดาวาริช (สหาย) นั้นมีความหมายลึกซึ้งเพียงใด?
ทำไม เพียงแค่เจ้าหน้าที่ของสหพันธรัฐโซเวียตตะโกนคำว่า "ดาวาริช (สหาย)" ออกมา ทุกคนถึงพร้อมใจกันก้าวเข้าสู่ความตายอย่างไม่ลังเล?
คำตอบของคำถามทั้งหมดนี้
จ้าวหมิงตั้งใจจะซ่อนมันเอาไว้ในเนื้อเรื่องของเกม
เพื่อปล่อยให้เกมเมอร์ชาวดาวหลานซิงไปค้นหาคำตอบเหล่านั้นด้วยตัวเอง
ฐานข้อมูลของระบบไม่ได้มีแค่ข้อมูลหนังหรือเกมเท่านั้น
แต่มันยังสามารถแลกข้อมูลชีวประวัติของบุคคลทุกคนในประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย ขอเพียงแค่มีเวลาและแต้มอารมณ์มากพอ และเมื่อบวกกับพลังประมวลผลอันมหาศาลของคลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์โฟตอนเข้าไป
จ้าวหมิงก็สามารถเนรมิตสงครามโลกครั้งที่สองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนดาวหลานซิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาจะทำให้มั่นใจว่า ทุกตัวละครในเกมจะมีชีวิตชีวาและมีเรื่องราวเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
นี่คือสิ่งที่คนอื่นหรือเกมอื่นไม่มีทางลอกเลียนแบบได้ ต่อให้มีจินตนาการล้ำเลิศแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีทางสร้างข้อมูลชีวประวัติให้กับ NPC ทุกตัวในเกม แล้วปล่อยให้คลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์โฟตอนคำนวณและประมวลผลเรื่องราวชีวิตเพื่อนำไปควบคุมพฤติกรรมของ NPC ได้หรอก
แต่จ้าวหมิงน่ะ ทำได้สบายมาก
หลังจากเดินไปส่งเสิ่นชิงหาน จ้าวหมิงก็พุ่งตัวเข้าสู่โหมดบ้างานทันที
ส่วนเสิ่นชิงหานก็ใช้อำนาจและคอนเน็กชันทั้งหมดที่เธอมี
เริ่มเปิดฉากโปรโมตบริษัทเกมโพลาริสอย่างเต็มสูบ
แปดวันก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น... เจ็ดวัน... ห้าวัน... สามวัน...
ณ บริษัทจักรวรรดิเพนกวิน
แผนกพัฒนาเกม
ปัง!
เสียงทุบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อำนวยการสวี่ฮวนดังสนั่นลั่นห้อง
"มันติดเทรนด์มาเป็นอาทิตย์แล้วนะเว้ย แถมยังเปลี่ยนหัวข้อเทรนด์ฮิตไม่ซ้ำกันสักวัน!"
"บัดซบเอ๊ย เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆ นี้มันจะจบสิ้นสักทีวะ?!"
"พวกมันกะจะเกาะกระแสดูดเลือดเราไปถึงไหนฮะ?!"
"ไอ้บริษัทโพลาริสเกมส์นี่มันเกาะแน่นเป็นปลิงเลยโว้ย!"
"แม่งเอ๊ย!!!"