- หน้าแรก
- สตูดิโอเกมของผม ดันเปิดโหมดสงครามโลก
- บทที่ 11: การรีเมก "สุนทรพจน์เบอร์ลิน"
บทที่ 11: การรีเมก "สุนทรพจน์เบอร์ลิน"
บทที่ 11: การรีเมก "สุนทรพจน์เบอร์ลิน"
บทที่ 11: การรีเมก "สุนทรพจน์เบอร์ลิน"
จ้าวหมิงพยักหน้าหลังจากรับฟังปัญหา
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง...."
"ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลยครับ"
เหตุผลที่ CG ของเกมหยิบเอา "สุนทรพจน์เบอร์ลิน" มาใช้นั้น ก็เพราะในตอนนั้นเขามี 'แต้มอารมณ์' อยู่แค่ 500 กว่าแต้ม ซึ่งพอดีเป๊ะสำหรับการปลดล็อก "สุนทรพจน์เบอร์ลิน" มาใช้เป็นจุดเด่นดึงดูดความสนใจ
การใช้แค่ "สุนทรพจน์เบอร์ลิน" โดดๆ มันก็มีปัญหาอยู่จริงๆ นั่นแหละ
เพราะมันอาจถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมและเชิดชูสงครามได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม อาณาจักรไรช์ที่สามไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่มีสุนทรพจน์ปลุกใจอันทรงพลังในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสักหน่อย
แค่ปรับแก้นิดๆ หน่อยๆ ก็สิ้นเรื่อง
เปลี่ยนชื่อประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรให้เป็นสหพันธรัฐซะ
สหพันธรัฐบริติช สหพันธรัฐฝรั่งเศส สหพันธรัฐโซเวียต สหพันธรัฐเสรีอเมริกา....
แค่เติมสุนทรพจน์ของเชอร์ชิลล์ และการแสดงออกถึงเจตนารมณ์อันแรงกล้าของประชาชนชาวโซเวียตเข้าไปต่อท้าย CG โปรโมตเกม
แค่นี้ก็ไม่เพียงแต่จะขับเน้นให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและอำนาจอันล้นพ้นของอาณาจักรไรช์ที่สามเท่านั้น
แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความทรหดอดทนและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของฝ่ายสหพันธรัฐในการต่อกรกับจักรวรรดิอีกด้วย
จ้าวหมิงหันไปมองเสิ่นชิงหาน
"ผมคิดออกแล้วครับว่าจะทำยังไง"
"เดี๋ยวเรนเดอร์แป๊บเดียวก็เสร็จ ถ้าไม่รีบไปไหน รุ่นพี่นั่งรออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ครับ"
"จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเทียวไปเทียวมา"
เสิ่นชิงหานพยักหน้ารับ
"โอเค"
"แต่... นายคิดออกเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
นี่มันไม่ใช่แค่คำว่า 'แป๊บเดียว' แล้วมั้ง
พอเธอพูดจบปุ๊บ จ้าวหมิงก็ปิ๊งไอเดียในการปรับแก้ปั๊บเลย
จะหัวไวเกินไปแล้ว
จ้าวหมิงรัวแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์พลางพูดว่า
"จริงๆ ผมก็พอจะมีไอเดียอยู่ในหัวอยู่แล้วล่ะครับ"
ระหว่างที่พูด เขาก็จัดการแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอสุนทรพจน์ของเชอร์ชิลล์จากระบบ รวมถึงคลิปวิดีโอตัดต่อสุดระทึกของการป้องกันกรุงมอสโกของสหพันธรัฐโซเวียต แล้วฉายพวกมันขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
หลังจากดึงฟุตเทจบางส่วนออกมา เขาก็ปรับแต่งโทนสีให้เข้ากับธีมของ CG เกมตัวต้นฉบับ
เวลาผ่านไปไม่นาน
CG เกมทั้งสามช่วงที่ถูกตัดต่อเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหลก็เสร็จสมบูรณ์
จ้าวหมิงหันไปมองเสิ่นชิงหาน
"เสร็จแล้วครับ มาดูผลงานได้เลย"
เสิ่นชิงหานที่กำลังนั่งไถสมาร์ตโฟนเช็กข่าวฮิตบนโซฟาเงยหน้าขึ้นมา แววตาของเธอฉายความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"เร็วขนาดนั้นเลย?"
"เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่นาทีเองนะ"
จ้าวหมิงยักไหล่
"ก็เพราะคลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์โฟตอนของเมืองตงไห่เรามันทรงพลังสุดๆ ไงล่ะครับ"
เสิ่นชิงหานกรอกตาบนใส่
ต่อให้คลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์โฟตอนจะทรงพลังแค่ไหน มันก็ต้องใช้เวลาในการเรนเดอร์อยู่ดี จะเรนเดอร์เสร็จไวปานวอกขนาดนี้ได้ยังไง?
ไอ้หมอนี่มันแอบซุ่มทำรายละเอียดภูมิหลังของเกมนี้ไว้สมบูรณ์แบบขนาดไหนกันแน่เนี่ย?
เสิ่นชิงหานลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา
"ไหนขอดูหน่อยสิ"
จ้าวหมิงลุกขึ้นยืนแล้วขยับตัวหลบทางให้ ก่อนจะคลิกเปิด CG โปรโมตเกม
หน้าจอสว่างวาบขึ้น
ตัวอักษรคำว่า "อาณาจักรไรช์ที่สาม" (Third Reich) ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
จากนั้น
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ยังคงเป็นมหาศาลาประชาคมในโทนสีมืดหม่น ภายในนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากหลากหลายภูมิภาคที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ ธงกางเขนเหล็กสีดำขนาดมหึมาถูกแขวนประดับไว้รอบทิศ
บนโพเดียม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อในชุดเครื่องแบบทหารสีเหลืองเข้มยืนตระหง่านอยู่
"พวกท่านขอคัดค้านแผนการแบบเบ็ดเสร็จ... ของจักรวรรดิหรือไม่?!"
"ไม่—!!!"
"สหพันธรัฐบริติช-ฝรั่งเศสบอกให้เราหยุด พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?!"
"ไร้สาระสิ้นดี!!!"
"พวกท่านต้องการให้สงครามครั้งนี้เป็นแบบเบ็ดเสร็จและ... หรือไม่?"
"ใช่—!!!"
"พวกท่านต้องการให้มันรุนแรง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเหนือจินตนาการกว่า... หรือไม่?!!!"
"ใช่—!!!!"
"พวกท่านพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับจักรวรรดิ ตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า จนกว่าเราจะคว้าชัยชนะมาได้หรือไม่?!!!"
"พร้อม!!!"
"เราจะปฏิบัติตามคำบัญชา!!!"
"เตรียมตัวให้พร้อมเถิด!"
"เราจะเป็นผู้โหมกระหน่ำพายุลูกใหญ่ให้พัดถล่มโลกใบนี้!!!"
"ไฮล์!!!!" (Heil!!!!)
ในช่วงท้ายของวิดีโอ ปรากฏภาพฝูงชนและเหล่าทหารชูแขนขึ้นฟ้าพร้อมตะโกนก้องเพื่อเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะ
แม้ว่าจะเคยดูมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
แต่เสิ่นชิงหานก็ยังคงรู้สึกขนลุกซู่กับวาทศิลป์ในการปลุกระดมฝูงชนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อคนนี้ นี่ขนาดเป็นแค่รัฐมนตรีนะ แล้วท่านผู้นำที่นั่งเป็นประธานอยู่กลางโพเดียมล่ะ เพียงแค่เขายกแขนขึ้นมา
ก็ได้รับเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงไชโยโห่ร้องอย่างกึกก้องกัมปนาท
จากนั้นภาพบนหน้าจอก็ตัดสลับอย่างรวดเร็ว
สหพันธรัฐบริติช-ฝรั่งเศส
ช่างแตกต่างจากบรรยากาศอันทรงอำนาจและน่าเกรงขามภายในมหาศาลาประชาคมอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของเสิ่นชิงหานคือตู้โดยสารรถไฟใต้ดิน
ชายชราในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาในตู้โดยสารและทิ้งตัวลงนั่ง ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจและลุกขึ้นยืนทำความเคารพเขากันอย่างพร้อมเพรียง
ชายชราในชุดสูทส่งยิ้มบางๆ สายตากวาดมองไปยังฝูงชน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
"สมมติว่าตอนนี้ผมบอกพวกคุณว่า ถ้าเรายอมเปิดโต๊ะเจรจาอย่างสันติกับจักรวรรดิ เราจะได้รับข้อเสนอที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง"
"พวกคุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไรครับ?"
สิ้นเสียงของเขา ผู้คนในตู้โดยสารต่างก็พากันส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่มีทาง"
"ไม่มีวันยอมเด็ดขาด"
เสียงตอบรับที่ดังระงมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชายชราสัมผัสได้ถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประชาชน แววตาของเขาจึงแปรเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น
เขาหันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจ้องมองเขาตาแป๋ว ชายชราจึงเอ่ยถาม
"หนูก็ไม่คิดจะยอมแพ้เหมือนกันเหรอ?"
สิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงน้ำเสียงหนักแน่นของเด็กน้อย
"ไม่ค่ะ ไม่มีวันยอมเด็ดขาด"
แววตาของชายชราทอประกายแห่งความมุ่งมั่นอย่างเปี่ยมล้น
ภาพตัดสลับอีกครั้ง
มุมกล้องจากด้านบน ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารวุฒิสภาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
วุฒิสมาชิกนับไม่ถ้วนในชุดสูทสีดำต่างหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ เพื่อมารวมตัวกันที่วุฒิสภา
ฉากบนหน้าจอเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ในเวลานี้ ที่นั่งทุกที่นั่งภายในวุฒิสภาถูกจับจองจนเต็มความจุ
ชายชราผู้ที่ตั้งคำถามกับประชาชนบนรถไฟใต้ดิน ปรากฏตัวขึ้น ณ ใจกลางของวุฒิสภา และในครั้งนี้ CG ก็ได้ระบุสถานะที่แท้จริงของเขา ชายชราผู้นี้ก็คือนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐบริติช
"ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลและชาติตะวันตกอันเก่าแก่เลื่องชื่อในยุโรป ล้วนตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรไรช์ที่สามแล้ว"
"แต่เราจะไม่มีวันหวั่นไหวหรือยอมจำนนแม้แต่น้อย!"
"เราจะสู้จนถึงหยดสุดท้าย!"
"เราจะสู้รบในฝรั่งเศส เราจะสู้รบในท้องทะเล เราจะรวบรวมสรรพกำลังและสู้รบในห้วงเวหา!"
"เราจะปกป้องเกาะของเราให้จงได้!"
"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราจะยืนหยัดสู้ต่อไปจนถึงที่สุด!"
"เรา!"
"จะไม่มีวันยอมแพ้!!!"
"ตราบจนกว่าการต่อสู้จะดำเนินไปถึงจุดที่พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นสมควร โลกใบใหม่จะปรากฏขึ้นพร้อมกับพลังอันมหาศาล เพื่อกอบกู้และปลดแอกโลกใบเก่านี้ให้เป็นอิสระ!"
สิ้นเสียงคำรามอันกึกก้องของเขา
เหล่าวุฒิสมาชิกนับไม่ถ้วนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือและโห่ร้องยินดีอย่างกึกก้องยาวนาน ความตื่นเต้นและฮึกเหิมยังคงคุกรุ่นอยู่เนิ่นนาน
จักรวรรดิและสหพันธรัฐ
ท่านผู้นำและนายกรัฐมนตรี
น้ำเสียงอันทรงพลังของชายชรา
ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหัวของเสิ่นชิงหาน ปลุกเร้าให้หัวใจของเธอเต้นรัว
ทว่า
CG ยังไม่จบเพียงแค่นั้น
ภาพตัดสลับไปยังสถานที่อื่นอย่างรวดเร็ว
สหพันธรัฐโซเวียต
ในครั้งนี้ ไม่มีบุคคลสำคัญคนใดปรากฏตัวขึ้น มีเพียงคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่ถูกตัดสลับไปมาอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงแห่งสงครามลุกลามแผดเผาไปทั่วอาณาเขตของสหพันธรัฐโซเวียต
ขณะที่ภาพบนหน้าจอตัดสลับไปมา เสียงทุ้มต่ำของชายผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนก็ดังขึ้น
"ดาวาริช (สหายทั้งหลาย)"
"พวกจักรวรรดิต้องการให้เรายอมจำนน พวกมันอยากให้เราก้มหัวใช้ชีวิตอย่างขี้ขลาดตาขาว"
ภาพตัดฉับไปยังสมรภูมิรบ กระสุนปืนใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงร่วงหล่นลงมาถล่มฐานที่มั่นซึ่งมีธงของสหพันธรัฐโซเวียตโบกสะบัดอยู่ ชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ขาดกระเด็นปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ
"แต่พวกมันคิดผิดแล้ว"
"พวกเราคือทหารหาญแห่งโซเวียต"
ภาพตัดสลับไปยังเมืองที่พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพัง มีทหารโซเวียตเพียงนายเดียวยืนหยัดอยู่บนฐานที่มั่น ทอดสายตามองดูเมืองที่ล่มสลาย
"เราจะปกป้องมาตุภูมิของเรา จนกว่าเลือดหยดสุดท้ายจะหลั่งริน"
"นอกเหนือจากนี้"
"เราไม่มีหนทางอื่นใดให้เลือกเดินอีกแล้ว"
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนเสียดฟ้า กองทัพจักรวรรดิได้จุดไฟเผาถังน้ำมันจำนวนนับไม่ถ้วน ทะเลเพลิงลุกลามแผดเผาฐานที่มั่นของกองทัพโซเวียตจนวอดวาย แต่ถึงกระนั้น ท่ามกลางภาพอันน่าสยดสยองเช่นนี้
มันกลับไม่ได้ทำให้เหล่าทหารจักรวรรดิผู้วางก้ามใหญ่โตเหล่านั้นรู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ทันใดนั้นเอง
จากใจกลางกองเพลิงที่ลุกโชน ทหารโซเวียตที่ร่างกายลุกท่วมไปด้วยไฟ พุ่งทะยานฝ่าออกมาราวกับพญามัจจุราชพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง ภายใต้ห่ากระสุนปืนกลของจักรวรรดิ ทหารโซเวียตล้มตายลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าคนอื่นๆ ก็ยังคงดาหน้าพุ่งชาร์จเข้าใส่ราวกับคลื่นมนุษย์ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง
เสียงทุ้มต่ำอันเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของชายคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
"เราต้องสกัดกั้นกองทัพจักรวรรดิเอาไว้ให้ได้"
"เพราะเบื้องหลังของเรา...."
"คือกรุงมอสโกของเรา"
หน้าจอดับวูบลงจนมืดมิด
โศกนาฏกรรมอันไร้จุดจบกระแทกเข้ากลางใจของเสิ่นชิงหานอย่างจัง
"พวกเขา... สกัดกั้นไว้ได้สำเร็จไหม?"