- หน้าแรก
- การอัญเชิญ ข้ามีวีรบุรุษทุกยุคทุกสมัย
- บทที่ 42 คมดาบนั้นที่ส่องประกาย!
บทที่ 42 คมดาบนั้นที่ส่องประกาย!
บทที่ 42 คมดาบนั้นที่ส่องประกาย!
"บังอาจนัก! กล้าดูแคลนเปิ่นจั้วถึงเพียงนี้ เชิญไปตายเสียเถอะ ฆ่า!"
เจ๋อหลิ่วระเบิดโทสะออกมาจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขาไม่คาดคิดเลยว่าเก้าเนี้ยจะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ฟึ่บ!
กระบี่หนึ่งสายกรีดผ่านนภากาศ ห้วงมิติสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หมายจะสังหารบุรุษที่เขาแสนเกลียดชังผู้นี้ให้สิ้นซาก
ทว่าสิ่งที่เขาเผชิญหน้าอยู่ คือเก้าเนี้ย กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ห้าพันปีของฮวาเซี่ย ความเก่งกาจของเก้าเนี้ยนั้นเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
แม้จะเป็นเพียงดัชนีกระบี่เพียงหนึ่งสาย แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยเจตจํานงและกระแสแห่งวิถีกระบี่ที่อยู่เหนือมวลสรรพชีวิต
สภาวะกระบี่และเจตจำนงกระบี่ที่เจ๋อหลิ่วภาคภูมิใจนักหนา กลับดูอ่อนแอและไร้กำลังอย่างยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าการโจมตีด้วยดัชนีกระบี่ของเก้าเนี้ย
เคร้ง!
เพียงชั่วพริบตา ศัสตราเทพที่แข็งแกร่งในมือของเจ๋อหลิ่วก็แตกสลาย ร่างของเขาถูกสะท้อนกลับด้วยเจตจำนงกระบี่ เจตจำนงกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดโคจรพลุกพล่านอยู่ภายในร่างกาย เจ๋อหลิ่วกระอักเลือดออกมาคำโตและปลิวถอยหลังไปในทันที
เพียงการปะทะกันแค่ครั้งเดียว เจ๋อหลิ่วก็กระเด็นไปไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนแทบจะพยุงตัวไม่อยู่
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเก้าเนี้ยจะไม่คิดปล่อยชายผู้กล้าขัดคำพูดของตนไป ผมสีหมึกของเขาสยายปลิวไสว แววตาภายใต้ขนคิ้วทรงกระบี่ยังคงเรียบเฉยดุจสายน้ำ
หลังจากนั้นเขาไม่เอ่ยคำใดอีก พลิกดาบหยวนหงในมือ จู่โจมด้วยกระบวนท่ากระบี่พุ่งตรงไปยังเจ๋อหลิ่ว
ในเวลาเดียวกัน ท่าสังหารของอีกหกคนที่เหลือก็พุ่งตามมาติดๆ กระแสพลังอันรุ่งโรจน์ที่โหมกระหน่ำนั้นหมายจะปลิดชีพเก้าเนี้ยลง ณ ที่ตรงนี้
ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีความแค้นเคืองอะไรกัน แต่ในยามนี้พวกเขาไม่มีทางยอมให้เก้าเนี้ยสังหารเจ๋อหลิ่วได้ มิเช่นนั้น บรรพบุรุษในเมืองอวี้เฟิงที่บรรลุขอบเขตครึ่งก้าวสู่ขอบเขตคุยเจินจะไม่มีวันละเว้นพวกเขาแน่
"บังอาจ หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
"ไอ้หนู บรรพบุรุษสั่งให้เจ้าหยุดมือ เจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร! รีบหยุดเดี๋ยวนี้!"
"สามหาว! เจ้าเด็กน้อย ข้างหลังเขามีบรรพบุรุษขอบเขตครึ่งก้าวสู่คุยเจินหนุนหลังอยู่ อย่าหาเรื่องใส่ตัว!"
เสียงคำรามกึกก้องไปทั่วสารทิศ บรรพบุรุษทั้งห้ากดดันและจู่โจมเข้าหาเก้าเนี้ยอย่างรุนแรง
อีกด้านหนึ่ง อีกหกคนที่เหลือก็เริ่มอยู่ไม่สุข พวกเขาไม่สามารถนั่งดูเจ๋อหลิ่วตายไปเฉยๆ ได้ มิเช่นนั้นเมืองอวี้เฟิงจะพาลโกรธแค้นพวกเขาไปด้วย
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมลงมือนั้น จู่ๆ ก็มีกลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น และกดดันคนทั้งหกไว้ด้วยตัวคนเดียว
จ้าวหยุนถือทวนมังกรคราม (หลงต่าน) พุ่งเข้าไปขวางหน้าคนทั้งหกไว้ในทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ทั้งหกคนก็ระเบิดโทสะและจ้องมองจ้าวหยุนด้วยสายตาเคียดแค้น พร้อมกับตวาดออกมาว่า "ถอยไป มิฉะนั้นจะฆ่าเจ้าไปพร้อมกันด้วย!"
จ้าวหยุนเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเห็นสภาวะกระบี่ของเก้าเนี้ยที่โหมกระหน่ำ เขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้อีกต่อไป เมื่อถูกอีกฝ่ายยั่วยุ พลังในกายจึงระเบิดออกมาทันที
"ดีมาก! ข้าก็จะดูซิว่า พวกเจ้าจะสังหารข้าได้อย่างไร พวกไม่เจียมตัว ไปตายซะ! เจ็ดสำรวจมังกรเลื้อย!"
ทวนหลงต่านร่ายรำอย่างสง่างาม เงาร่างอสูรร้ายโบราณงูยักษ์ปรากฏขึ้นจู่โจมเข้าใส่คนทั้งหก ด้วยการต่อสู้หนึ่งต่อหกเขากลับไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย แถมยังดูเหมือนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่นิดๆ เสียด้วยซ้ำ
ในขณะนี้ ทางด้านเก้าเนี้ย เจ๋อหลิ่วที่บาดเจ็บสาหัสรู้สึกสิ้นหวังในหัวใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าในฐานะนักดาบเหมือนกัน เขากลับไม่สามารถรับการโจมตีจากอีกฝ่ายได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว
ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันเฉียบคมที่ล็อกเป้ามายังตน พร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่สุดที่ตามมา
หัวใจของเขาสั่นสะท้าน เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเงากระบี่ยักษ์พาดผ่านนภา ทะลวงผ่านกาลเวลาโบราณพุ่งเข้ามาสังหารตน
ตอนนี้เขาบาดเจ็บหนักจนไม่อาจหลบเลี่ยงกระบี่นี้ได้ ความตื่นตระหนกและความเสียใจถาโถมเข้ามาในใจ
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เขาจึงแหกปากตะโกนออกมา "อย่า! อย่าฆ่าข้า บรรพบุรุษเมืองอวี้เฟิงของข้าเป็นถึงตัวตนขอบเขตครึ่งก้าวสู่คุยเจิน เขาจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เจ้า..."
ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ สภาวะกระบี่ของเก้าเนี้ยก็มาถึง บดขยี้ทุกสิ่งและทะลวงผ่านลำคอของเขาจนไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีก
สังหารนักดาบขอบเขตเทียนจวินระดับแปดได้ในกระบี่เดียว แต่เก้าเนี้ยกลับไม่มีสีหน้ายินดีแม้แต่น้อย เขายังคงไร้ความรู้สึก ราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน
หากอีกฝ่ายไม่ใช่คนใช้กระบี่ เขาอาจจะต้องเปลืองแรงอีกสองสามกระบวนท่า แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นนักดาบ และมีความเข้าใจในวิถีกระบี่ด้อยกว่าเขามากนัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาสามารถบดขยี้อีกฝ่ายได้โดยง่าย
ในเวลานี้ ท่าสังหารของคนอื่นๆ ก็มาถึง เมื่อเห็นเจ๋อหลิ่วตายลง พวกเขาทำได้เพียงสังหารเก้าเนี้ยเท่านั้นเพื่อที่จะให้คำตอบแก่เมืองอวี้เฟิงได้
เก้าเนี้ยสีหน้าไม่เปลี่ยน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับห้าท่าสังหารจากตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งสั่นสะเทือนโลก เขาก็ยังคงไร้ความหวั่นเกรง
เห็นเพียงเขาถือดาบหยวนหงไว้ในมือ ร่างกายเคลื่อนไหวไปมาหลายครา เจตจำนงกระบี่ที่ปกคลุมอยู่บนท้องฟ้าถูกชักนำลงมาประดุจแสงออโรร่าที่พุ่งเข้าสู่ร่างกาย
ท่าสังหารของเก้าเนี้ยปรากฏขึ้น ทำลายล้างท้องฟ้าอันสดใส สภาวะกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวเข้าทำลายท่าสังหารของอีกฝ่ายทีละอย่างจนหมดสิ้น ส่วนตัวเขานั้นกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
ยอดฝีมือทั้งห้าคนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ความเหลือเชื่อปรากฏชัดบนใบหน้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าการโจมตีปลิดชีพของตนจะถูกอีกฝ่ายทำลายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
"พวกเจ้า... ก้าวข้ามเส้นมาแล้ว สมควรตาย!" เก้าเนี้ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ยังคงเป็นคำพูดที่สั้นกระชับ
ในตอนนั้นเอง ทั้งห้าคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า พวกตนได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เก้าเนี้ยขีดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!
กลิ่นอายของเก้าเนี้ยระเบิดออก แสงกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้าสั่นสะเทือนไปทั่วทุกยุคสมัย เมื่อฟาดฟันออกไปหนึ่งกระบวนท่าก็ทลายชั้นฟ้า พลิกกระบี่อีกครั้งหนึ่ง แสงกระบี่ดูเหมือนจะพุ่งมาจากท้องฟ้าโดยตรง เล็งเป้าไปที่คนทั้งห้า
ไม่ดีแล้ว!
ทั้งห้าคนหน้าเสีย รีบถอยกรูดทันที ในขณะเดียวกันก็ซัดท่าสังหารในมือออกไปอย่างไม่เสียดายพลัง หมายจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่นี้ของเก้าเนี้ย กลับดูหมองหม่นไร้รัศมีไปในทันใด
เก้าเนี้ยพุ่งทะยานออกไป มือถือดาบหยวนหง จิตสังหารแผ่ซ่านสะกดข่มพันภพ สภาวะกระบี่อันไร้ขอบเขตร่ายรำ ขจรขจายไปทั่วท้องนภา