- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 10 สมาชิกใหม่ (1)
บทที่ 10 สมาชิกใหม่ (1)
บทที่ 10 สมาชิกใหม่ (1)
บงจูฮยอกยังคงเดินเตร็ดเตร่เลือกซื้อของอยู่ในร้านค้าสำหรับเพลเยอร์
กระบองลูกตุ้มอาดาแมนต์... ซื้อเรียบร้อยแล้ว
‘ได้อาวุธมาสักชิ้นแล้ว ทีนี้ก็...’
เครื่องป้องกันล่ะ?
อันที่จริงเขาก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อมันเลยสักนิด ในเมื่อเขามีชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงานรูปร่างหน้าตาคล้ายกำไลข้อมือที่พร้อมจะกางม่านพลังงานปกป้องเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ซื้อรองเท้าดีๆ ติดไปสักคู่ก็น่าจะเข้าท่าเหมือนกัน รองเท้าคอมแบทสำหรับต่อสู้ที่ทนทานสักคู่
พนักงานขายเป็นผู้ชาย เขาจึงกล้าเอ่ยปากคุยด้วยอย่างไม่ขัดเขินนัก
“นี่คือรองเท้าคอมแบทที่ตัดเย็บขึ้นมาจากหนังบาซิลิสก์ครับ พื้นรองเท้าเสริมด้วยแผ่นเหล็กเซกโทเนียมซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานเป็นเลิศ และยังมีฟังก์ชันฟื้นฟูสภาพด้วยตัวเองอีกด้วยนะครับ”
“เจ้านี่ก็สามารถเก็บลงไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยได้เหมือนกันใช่ไหมครับ”
“ฮะๆๆ ได้แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะวัสดุทุกชิ้นล้วนสกัดมาจากภายในหอคอยทมิฬทั้งสิ้นครับ”
ถูกใจใช่เลย ดีไซน์ก็ดูเท่ทะมัดทะแมงไม่เบา
“ราคาเท่าไหร่เหรอครับ”
“เอ่อ... สามล้านวอนครับ”
ตลกน่า ของพรรค์นี้ราคาปกติต้องไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านวอนแหงๆ
ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธเลย ในเมื่อเขาหั่นราคามาให้ขนาดนี้แล้ว… ก็ต้องซื้อสิครับรออะไร
“งั้นเอาคู่นี้แหละครับ ไซส์สองร้อยเจ็ดสิบห้า”
“ได้เลยครับ นี่ครับ...”
รองเท้าก็ซื้อแล้ว
‘เดินดูอะไรอีกสักหน่อยดีกว่า’
มีโซนขายโพชั่นด้วยแฮะ ดูเหมือนทางร้านจะรับซื้อโพชั่นที่เป็นของรางวัลจากเพลเยอร์คนอื่นมาวางขายต่อเพื่อทำกำไร
นอกจากนั้นก็ยังมีทั้งชุดเกราะ หมวกเกราะ ถุงมือ สนับแข้ง เข็มขัด สนับเข่า สนับศอก... เรียกได้ว่าสากกะเบือยันเรือรบ มีครบทุกอย่าง แต่กลับไม่มีอะไรเตะตาจนเขาอยากจะควักเงินซื้อเลยสักชิ้น
อา!
บาเรียพลังงานนี่มันช่างวิเศษวิโสอะไรขนาดนี้!
มันคือชุดเกราะแบบออลอินวันที่รวบยอดเอาเครื่องป้องกันทุกชิ้นมามัดรวมกันไว้ในหนึ่งเดียว
‘สมแล้วที่เป็นสิทธิพิเศษระดับแรร์’ ถึงจะพยายามเดินทอดน่องดูนั่นดูนี่ต่ออีกนิด แต่ความสนใจก็เหือดหายไปหมดแล้ว
‘กลับบ้านดีกว่า’ เอาไว้มีอะไรจำเป็นต้องใช้ ค่อยถ่อมาใหม่ก็ยังไม่สายนี่นา
……
บงจูฮยอกใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์ พักผ่อนหย่อนใจแบบสุดเหวี่ยงต่อไปอีกสี่วันเต็ม เป็นการพักผ่อนที่เน้นความเชื่องช้าและปล่อยตัวปล่อยใจอย่างแท้จริง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเจียดเวลาเข้าไปวนลูปฟาร์มภารกิจในชั้นที่สิบห้าอย่างสม่ำเสมอ ทำไปทำมา เขาก็ชักจะเริ่มเสพติดความสบายจนอยากจะปักหลักหากินอยู่แต่ในชั้นนี้ซะแล้วสิ
ทว่าในใจลึกๆ เขาก็ยังอยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตา อยากรู้ว่าถ้าเขาเตรียมตัวจนพร้อมสรรพ แล้วก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในชั้นที่สิบหก... ผลลัพธ์มันจะออกมาหน้าตาเป็นยังไงกันแน่
‘รอให้เวลาคูลดาวน์ของการอัญเชิญแบบสุ่มกลับมาพร้อมก่อนเถอะ...’
แพลตทินัมแบดจ์... ไอ้ของสิ่งนี้มันช่างเย้ายวนใจกิเลสซะเหลือเกิน
ไม่ได้หมายถึงตัวแบดจ์หรอกนะ แต่หมายถึงสิทธิพิเศษที่จะปลดล็อกทุกๆ การสะสมครบห้าอันต่างหากล่ะ
แต่เดิมทีตอนที่เพิ่งเริ่มปีนหอคอย เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่โลภมากเด็ดขาด ทว่าสำหรับแบดจ์นี่มันเป็นข้อยกเว้น!
ถ้าเกิดเขาทะลวงไปถึงชั้นที่ยี่สิบได้สำเร็จ เขาก็จะได้ครอบครองสิทธิพิเศษชิ้นที่สี่... มันจะเป็นอะไรกันนะ จะได้รับการเสริมพลังคุณลักษณะอีกสักรอบก็ไม่เลว หรือจะได้สกิลเจ๋งๆ ไอเทมเทพๆ ที่เอามาใช้ในโลกความเป็นจริงได้ก็ยิ่งดี
เอาเป็นว่า... เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งวันก็จะสามารถใช้สกิลอัญเชิญแบบสุ่มได้อีกครั้งแล้ว
พรุ่งนี้เย็น ผู้ถูกอัญเชิญหน้าใหม่ก็จะโผล่มาทักทายเขาเสียที
และตอนนี้เงินก็โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว
เงินค่าขายผลึกมานาไงล่ะ
พอลองหักลบกลบหนี้กับค่าอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เพิ่งถลุงไปห้าล้านวอน ยอดเงินคงเหลือในบัญชีก็ยังพุ่งปรี๊ดทะลุสิบสามล้านวอนอยู่ดี!
‘จะมัวดองเงินก้อนนี้ไว้ทำไมล่ะ’
ต้องรีบใช้สิฟะ!
คิดได้ดังนั้น เขาก็โอนเงินสองล้านวอนไปให้พ่อบังเกิดเกล้าทันที
[นี่มันเงินอะไรเนี่ย ถูกลอตเตอรี่หรือไง]
“ผมเพิ่งได้เงินเก็บจากบัญชีฝากประจำมาน่ะครับ พ่อเดินเหินไม่ค่อยสะดวก เอาเงินนี่ไปซื้อไม้ค้ำยันดีๆ ไม่ก็อุปกรณ์ช่วยเดินแบบที่พวกผู้สูงอายุเขาใช้กันเถอะครับ”
[...คือว่านะพ่อ แอบเล็งคันเบ็ดตกปลาเจ๋งๆ เอาไว้อันนึงน่ะ]
“ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องทำกายภาพบำบัดไปอีกนานแค่ไหน จะเอาคันเบ็ดไปทำไมครับ กะจะตกคนแทนตกปลาหรือไง”
[ถ้าซื้อมาเก็บไว้ดูต่างหน้า พ่ออาจจะมีกำลังใจหายป่วยเร็วขึ้นก็ได้นี่นา ก็คนมันอยากไปตกปลานี่หว่า]
“ก็ตามใจพ่อเลยครับ แต่ถ้าโดนแม่สวดยับขึ้นมา ผมไม่รู้ไม่ชี้ด้วยนะ”
[...ซื้อไม้ค้ำยันก็ได้วะ]
จากนั้นก็โอนให้แม่บังเกิดเกล้าอีกสองล้านวอน
[นี่แกแอบไปกู้หนี้นอกระบบมาหรือเปล่าเนี่ย]
“ก็บอกว่าเงินฝากประจำไงเล่าครับ”
ก็ไอ้หนี้นอกระบบน่ะเขาเคยกู้ไปตั้งนานแล้วนี่นา
[ถ้าแกกล้าโกหกฉันล่ะก็ เตรียมตัวตายด้วยน้ำมือฉันได้เลย! แกรู้จักนิสัยแม่ดีใช่ไหม ต่อให้เป็นลูกในไส้ก็ไม่เว้นหรอกนะ!]
“โธ่เอ๊ย! โดนหลอกมาทั้งชีวิตหรือไงครับเนี่ย เอาไปใช้เถอะน่า เก็บไว้ใช้จ่ายตอนที่ยังหางานใหม่ไม่ได้ไงครับ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็น่าจะร่อยหรอแล้วไม่ใช่เหรอ”
[เออๆ รู้แล้ว แต่ฉันจะถือว่าเป็นการยืมก็แล้วกัน เดี๋ยวแม่จะเขียนสัญญากู้ยืมเงินให้]
สุดท้ายก็โอนให้ไอ้น้องชายร่วมสายเลือด
“โอนไปให้สองล้านนะ เอาไปสมทบเป็นค่าเทอมซะ”
[ฮะ... ฮยอง! เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้... ผมขอเอาไปซื้อแล็ปท็อปเครื่องใหม่ได้ไหมครับ]
“เออ จะซื้อทั้งทีก็เอาของดีๆ ไปเลย กูอนุญาต”
[รับทราบ! ขอบพระคุณอย่างสูงครับฮยอง!]
เงินหกล้านวอนอันตรธานหายวับไปในพริบตา แต่ความรู้สึกตอนได้เปย์นี่มันช่างโคตรจะฟิน!
แต่เดี๋ยวก่อน จะเปย์ให้แค่ครอบครัวได้ยังไงล่ะ
บงจูฮยอกเองก็มีแพลนในใจเหมือนกัน เขาจัดการเรียกตัวจอห์น โกซัคออกมาคุย
“ดูนี่สิครับคุณโกซัค สวยไหมครับ ถ้าผมรวยเมื่อไหร่ ผมจะถอยรถคันนี้แหละ”
เขาเปิดหน้าจอแล็ปท็อปโชว์รูปดรีมคาร์สุดหรูที่ใฝ่ฝันมานานให้อีกฝ่ายดู ทว่า...
“ผมขอค้านหัวชนฝาเลยครับบอส! รถกระป๋องเบาหวิวแบบนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาตายสถานเดียวนะครับ! ขืนโดนรถบรรทุกสอยเข้าล่ะก็ แบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยปิ้งแหงๆ!”
“อ้าว แล้วคุณโกซัคคิดว่ารถแบบไหนถึงจะดีล่ะครับ”
“ต้องรถคันใหญ่ๆ เบิ้มๆ สิครับ! โครงสร้างต้องแข็งแกร่งทนทานราวกับป้อมปราการ แค่เฉี่ยวชนเบาๆ ถุงลมนิรภัยก็ต้องเด้งกระแทกหน้าแบบไม่ยั้ง! รถไซส์ยักษ์แบบนั้นแหละครับถึงจะคู่ควร!”
ภาพรถที่จอห์น โกซัคชี้ให้ดูคือรถลีมูซีนคันยาวเฟื้อยระดับที่พวกท่านประธานบริษัทเขาใช้นั่งกัน
“โห... ขับคันนั้นมันจะดูแก่เกินวัยไปหน่อยไหมครับเนี่ย”
“ความแก่ความสาวมันสำคัญตรงไหนครับ! ชีวิตและความปลอดภัยของบอสต่างหากล่ะครับที่สำคัญที่สุด!”
“โอ้โห! เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความห่วงใยก็วันนี้นี่แหละ ฮ่าๆๆ!”
“ฮี่ฮี่ฮี่!”
เอาจริงๆ นะ ถ้าเขายอมเซ็นสัญญาเข้าทีมหัวกะทิ รัฐบาลก็พร้อมจะประเคนให้ทั้งบ้านทั้งรถแบบฟรีๆ นั่นแหละ
แต่ของฟรีไม่มีในโลกหรอกโว้ย ทุกอย่างมันคือหนี้บุญคุณที่ต้องตามชดใช้ทั้งนั้นแหละ!
……
และแล้วเวลาก็มาถึง ค่ำคืนนี้มีอีเวนต์สำคัญรออยู่
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องถ่อไปอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณที่โรงอาบน้ำสาธารณะมาเรียบร้อย หลังจากแช่ตัวในบ่อน้ำร้อนจนเนื้อเปื่อย เขาก็ใช้ผ้าขนหนูขัดขี้ไคลจนสะอาดหมดจดไปทั้งตัว ส่วนแผ่นหลังที่เอื้อมไม่ถึง เขาก็พึ่งพาบริการจากเครื่องขัดหลังอัตโนมัติเอา
ก็คนมันยังไม่มีความกล้าพอที่จะเอ่ยปากขอร้องให้คนแปลกหน้าในโรงอาบน้ำช่วยขัดหลังให้นี่นา
ชำระล้างร่างกายให้สะอาดสะอ้าน ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลออกไป ต้องรักษาความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อต้อนรับการสุ่มกาชาครั้งสำคัญ!
เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาคูลดาวน์ของสกิลอัญเชิญแบบสุ่มแล้ว ถึงเวลาเฟ้นหาลูกสมุนที่พึ่งพาได้มาเสริมทัพอีกสักคน เพื่อเตรียมบุกเบิกชั้นที่สิบหก... ไม่สิ เพื่อทะลวงไปให้ถึงชั้นที่ยี่สิบ หรือชั้นที่สามสิบเลยต่างหาก!
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็จัดการตัดเล็บมือเล็บเท้าจนสั้นกุด หยิบชุดชั้นในตัวใหม่เอี่ยมอ่องกับชุดลำลองที่เตรียมใส่กระเป๋ามาเปลี่ยน
บงจูฮยอกเดินตัวปลิวกลับมาถึงห้องเช่า ถึงกระเพาะจะส่งเสียงประท้วงด้วยความหิวโหย แต่เขาก็ต้องกัดฟันอดทนไว้ก่อน รอให้สุ่มกาชาเสร็จก่อนค่อยสวาปามก็ยังไม่สาย
ใครกันนะที่จะโผล่มา
ต้องสุ่มให้ได้ตัวเจ๋งๆ สิ
ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ขนาดจอห์น โกซัค อดีตนักฆ่าสติหลุดยังอยู่ในระดับ SR หรือ ซูเปอร์แรร์เลย หมอนี่ช่วยให้เขาเคลียร์ด่านระดับ S++ รวดเดียวสิบห้าชั้นด้วยความเร็วแสง
อันที่จริง หมอนี่ก็โม้ไว้แหละว่าการทะลวงชั้นที่สิบหก หรือแม้แต่ช่วงชั้นที่ยี่สิบก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย ก็แค่การคว้าสถิติ S++ มันอาจจะยากหินขึ้นนิดหน่อยแค่นั้นเอง
‘ถ้าเกิดสุ่มได้ตัวระดับซูเปอร์แรร์มาเสริมทัพอีกสักคนล่ะก็...’ จะ SSR หรือ สเปเชียลซูเปอร์แรร์ก็ยินดีต้อนรับเสมอ ส่วนระดับ LSSR หรือ เลเจนด์สเปเชียลซูเปอร์แรร์น่ะ... ไม่กล้าหวังสูงขนาดนั้นหรอก
ก่อนจะเริ่มอัญเชิญแบบสุ่ม เขาต้องเรียกตัวจอห์น โกซัคออกมาก่อน เผื่อสุ่มได้ไอ้ตัวประหลาดอันตรายๆ ออกมา จะได้มีคนช่วยรับมือทัน
[จอห์น โกซัค ถูกอัญเชิญแบบระบุเป้าหมาย]
“รับทราบ! สวัสดีครับท่านผู้อัญเชิญบง! วันนี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บอสเรียกใช้บริการครับ”
“ยินดีต้อนรับครับ”
“วันนี้เราก็ยังวนลูปทำภารกิจชั้นที่สิบห้าเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”
“เปล่าครับ วันนี้เราจะบุกชั้นที่สิบหกกัน”
“...เอ่ออ”
จอห์น โกซัคถึงกับชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ก็เคยเตือนไปแล้วนี่นาว่าการเคลียร์ด่านน่ะหมูตู้ แต่การจะฟาดแรงก์ S++ น่ะยากเอาการ จอห์น โกซัคเองก็รู้ดีว่าเจ้านายของเขาเสพติดรสชาติอันหอมหวานของสิทธิพิเศษจากแพลตทินัมแบดจ์ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ด้วยความจงรักภักดี เขาจึงอยากจะคว้าแบดจ์มาประเคนให้เจ้านายให้จงได้
อดีตนักฆ่ายืนใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น
“ผมจะทุ่มสุดชีวิตเลยครับบอส! ต่อให้ต้องเอาชีวิตไปทิ้งในหอคอย ผมก็ต้องคว้าสถิติ S++ มาให้บอสให้ดะ...”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ วันนี้เราไม่ได้ลุยกันแค่สองคน”
“เอ๊ะ?”
“คูลดาวน์ของการอัญเชิญแบบสุ่มมันเสร็จแล้วน่ะสครับ เดี๋ยวเรามาสุ่มหาเพื่อนร่วมทีมเพิ่มอีกสักคนดีกว่า”
“โอ้โหหหห! บอสช่างปราดเปรื่องและฉลาดหลักแหลมอะไรเช่นนี้! มีสามหัวย่อมดีกว่าสองหัวอยู่แล้วครับ!”
เขายกนิ้วโป้งให้เจ้านายอย่างชื่นชม “บอสวางแผนทุกอย่างเอาไว้หมดแล้วสินะครับเนี่ย! โห... นี่บอสเรียนจบจากมหาวิทยาลัยโซลมาใช่ไหมครับเนี่ย!”
“ผมจบแค่มัธยมปลายน่ะครับ”
“ก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วสิครับ! ฮี่ฮี่ฮี่ มหาวิทยาลัยกระจอกๆ อย่างโซลจะคู่ควรกับมันสมองระดับบอสได้ยังไงกันล่ะครับ!”
“...”
พลิกลิ้นได้ไวปานวอก ประจบประแจงได้ลื่นไหลไร้รอยต่อแถมยังฟังดูรื่นหูซะไม่มี
ฟันธงได้เลย! ชาติที่แล้วไอ้หมอนี่ต้องเกิดเป็นขุนนางสอพลอแน่นอน!
แล้วเป็นขุนนางสอพลอมันผิดตรงไหนล่ะ ทำไมพวกขุนนางสอพลอถึงได้เป็นลูกรักของฝ่าบาทน่ะเหรอ
ก็เพราะพวกนี้เก่งเรื่องการสรรหาคำพูดหวานหูมาคอยเอาอกเอาใจไงล่ะ ฟังแล้วก็อารมณ์ดี ช่วยคลายเครียดแถมยังดีต่อสุขภาพจิตอีกต่างหาก
“เอาล่ะ งั้นผมจะเริ่มสุ่มล่ะนะ”
“รับทราบครับผม!”
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิให้แน่วแน่
อาเมน ฮาเลลูยา บิสมินละฮ์ อมิตาพุทธ โอมมณีปัทเมฮุม เทพยดาฟ้าดิน พระยูไล อะบราคาดาบรา... สวดแม่งทุกบทแหละวะ!
แล้วเขาก็เปล่งเสียงกึกก้อง
“อัญเชิญแบบสุ่ม!”
วูบบบบบ!
จอห์น โกซัคที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คอยทำซาวนด์เอฟเฟกต์เป็นลูกคู่ให้
“ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก... ผลลัพธ์จะออกมาเป็นใครกันนะ!?”
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นรูปเป็นร่างของมนุษย์ ร่างแห่งแสงนั้นค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
ขยายขึ้น... ขยายขึ้น... และขยายขึ้นไปอีก...
‘ดะ... เดี๋ยวสิ! มันจะตัวใหญ่เกินไปแล้วมั้ง!?’ หัวของมันจะทะลุเพดานห้องอยู่รอมร่อแล้ว!
และในที่สุด...