- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 9 โอกาสทองและการทดสอบ (1)
บทที่ 9 โอกาสทองและการทดสอบ (1)
บทที่ 9 โอกาสทองและการทดสอบ (1)
ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาเอาแต่วนลูปรับภารกิจในชั้นที่สิบห้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ระหว่างที่รอคอยให้ระยะเวลาคูลดาวน์ของการอัญเชิญแบบสุ่มกลับมาพร้อมใช้งาน เขาก็ถือโอกาสฝึกฝนความชำนาญของสกิลก้าวเงา ทดลองประสิทธิภาพของชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงาน แถมยังก้มหน้าก้มตาฟาร์มผลึกมานาเพื่อนำไปแปรสภาพเป็นทุนสำหรับซื้ออุปกรณ์ต่อสู้ไว้ป้องกันตัวอีกด้วย
อ๊ากกก!
นี่มันยิ่งกว่าการยิงปืนนัดเดียวได้นกสี่ตัวเสียอีก แผนการอะไรมันจะแยบยลและคุ้มค่ามหาศาลขนาดนี้ เพอร์เฟกต์สุดๆ ไปเลยโว้ย!
“บาเรียพลังงาน”
วิ้งงงง!
ม่านกระจกโปร่งแสงสว่างวาบขึ้นมาห่อหุ้มเรือนร่างของเขาเอาไว้จนมิดชิด
“ก้าวเงา”
ฟึ่บ!
ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!
ร่างของบงจูฮยอกเคลื่อนที่สลับฟันปลาไปมาด้วยความเร็วเหนือแสง ทิ้งภาพติดตาเอาไว้ทุกจังหวะที่ก้าวเดิน ท่าทางดูดีมีชาติตระกูลไม่เบาเลยแฮะ
ถ้าใครผ่านมาเห็นเข้าคงต้องทึกทักเอาว่าเขาเป็นเพลเยอร์เลเวลสูงปรี๊ดแน่ๆ บงจูฮยอกเองก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาตงิดๆ
‘หรือว่าฉันจะมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ วะเนี่ย’
โธ่เอ๊ย... จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ
แต่พอเอาแต่วิ่งเล่นป้วนเปี้ยนอยู่ในชั้นที่สิบห้าแบบนี้...
[คุณทำภารกิจชั้นที่ 15 สำเร็จแล้ว]
[รางวัล: ผลึกมานา 1.5 กิโลกรัม]
[กำลังออกจากหอคอยทมิฬ (เกาหลี)]
เคลียร์ด่านซ้ำซากเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ แต่ปัญหาคือมันใช้เวลาไปไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
ยังไม่ทันจะได้ออกลีลาทำเท่เลย ดันจบซะแล้ว สกิลก้าวเงายังพอทำเนา แต่ชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงานนี่สิ... ยังไงก็ต้องหาทางทดสอบประสิทธิภาพของมันให้ได้
หรือจะลองขอให้คุณโกซัคเอามีดสั้นมาแทงเบาๆ ดูดีไหมนะ
“อะไรนะครับ”
“ช่วยแทงผมหน่อยสครับ เอาแบบเบาๆ ด้วยมีดสั้นของคุณน่ะ”
“...ห๊ะ”
ทันทีที่ได้ยินคำขอร้องสุดพิสดาร จอห์น โกซัคก็ถึงกับยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองพร้อมกับก้าวถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา
“บะ... บอสทำแบบนี้กับผมทำไมครับ ถ้าไม่พอใจผมล่ะก็ สู้กระทืบผมให้ตายคาตีนไปเลยยังจะดีซะกว่า ผะ... ผมจะไม่ขัดคำสั่งอีกแล้วครับ!”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมก็แค่จะทดสอบดูว่าบาเรียพลังงานมันทำงานได้ผลจริงหรือเปล่าต่างหากล่ะครับ แค่แทงเบาๆ เอง”
“อ๊ากกกกกก! ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นครับ! ไม่ได้ยิน ไม่รับรู้โว้ยยย!”
“...”
เอ๊ะ ไอ้หมอนี่เป็นอะไรของมันเนี่ย จะเล่นใหญ่เวอร์วังไปถึงไหน ก็แค่ขอให้แทงเบาๆ ไม่ได้ขอให้แทงให้ตายสักหน่อย ในเมื่อพึ่งพาไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ คงต้องหาทางทดสอบเอาเองซะแล้ว
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว การวนลูปทำภารกิจชั้นที่สิบห้ายังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้รูปแบบการปรากฏตัวของพวกมันจะแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละรอบ แต่ศัตรูก็เป็นแค่ก็อบลินคนงาน จึงไม่ได้สร้างความลำบากยากเย็นอะไรนัก
บงจูฮยอกเอาแต่วิ่งวุ่นฝึกซ้อมการใช้สกิล ในขณะที่จอห์น โกซัคก็รับหน้าที่เป็นเพชฌฆาตไล่บั่นคอพวกก็อบลินคนงานอยู่อีกฝั่ง
ยังไงเขาก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างสิ... และในจังหวะที่เขากำลังขบคิดอยู่นั้นเอง
“หืม?”
สายตาของชายหนุ่มพลันเหลือบไปเห็นก็อบลินคนงานตัวหนึ่งกำลังคลานกระดึบๆ หนีตายเอาตัวรอดผ่านดงพงหญ้าสูงชันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
‘...แค่ตัวเดียวงั้นเหรอ’
แถมในมือของมันก็ว่างเปล่าไม่มีอาวุธอะไรเลย นี่มันเป้าหมายชั้นดีชัดๆ ทั้งอยู่ตัวคนเดียว ไร้อาวุธ และเป็นแค่คนงานกิ๊กก๊อก!
“หึๆ”
นี่แหละคือโอกาสทองในการทดสอบบาเรียพลังงาน! จะเอายังไงดี ต้องรีบตัดสินใจแล้วนะ เพราะอีกเดี๋ยวภารกิจก็จะเสร็จสิ้นและถูกเทเลพอร์ตกลับออกไปข้างนอกอยู่รอมร่อ
‘เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!’
ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!
บงจูฮยอกเรียกใช้สกิลก้าวเงา พุ่งทะยานไปดักหน้าขวางเส้นทางหนีของก็อบลินคนงานตัวนั้นเอาไว้ทันที
ปึ้ก!
หัวของก็อบลินคนงานพุ่งชนเข้ากับข้อเท้าของบงจูฮยอกอย่างจัง
สงสัยมันคงจะคิดว่าตัวเองเดินชนต้นไม้ล่ะมั้ง มันจึงหันหัวเปลี่ยนทิศทางเตรียมจะคลานหนีไปทางอื่น ทว่า... ปึ้ก! เขาก็ขยับเท้าไปดักหน้ามันเอาไว้อีกรอบ
กึก...
ในที่สุดเจ้าก็อบลินตัวนั้นก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้า บงจูฮยอกก้มลงมอง ส่วนก็อบลินก็แหงนหน้าขึ้นมา สายตาของทั้งคู่ประสานเข้าด้วยกันพอดิบพอดี
ความเงียบงันโรยตัวลงปกคลุมไปชั่วอึดใจ...
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
“ก๊าซซซซ!”
เจ้าก็อบลินแหกปากคำรามลั่น ก่อนจะอ้าปากเผยให้เห็นฟันสีเหลืองแหลมคม แล้วพุ่งเข้างับข้อเท้าของบงจูฮยอกอย่างเต็มแรง!
กร้วมมม! กร็อบ!
“เหวอ! เชี่ยเอ๊ย! ตกใจหมดเลย!”
นี่แกกล้ากัดขาฉันเรอะ!
ผัวะ!
บงจูฮยอกตวัดเท้าเตะเสยเข้าที่ยอดหน้าของเจ้าก็อบลินเต็มเหนี่ยวราวกับกำลังเตะลูกฟุตบอล
“แอ้ก!”
ฟิ้วววว!
ร่างของก็อบลินที่โดนเตะอัดหน้าปลิวละลิ่วลอยละล่องข้ามอากาศ พุ่งตรงดิ่งไปหาจอห์น โกซัคที่กำลังร่ายรำเพลงมีดอย่างเมามันส์ และแน่นอนว่าอดีตนักฆ่าก็จัดการตวัดมีดฟันร่างที่ลอยมากลางอากาศขาดสะบั้นดังกึก! ปิดบัญชีไปอย่างสวยงาม
“ส่งบอลได้สวยมากครับบอส! เคยเล่นฟุตบอลมาก่อนเหรอครั... เฮ้ย!”
จู่ๆ จอห์น โกซัคก็ชะงักค้าง ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ก่อนจะรีบสับตีนแตกวิ่งหน้าตั้งพุ่งตรงมาหาบงจูฮยอกอย่างลุกลี้ลุกลน
“ท่านผู้อัญเชิญบงงงง!!” เขาตะโกนเรียกเสียงหลงด้วยท่าทีตื่นตระหนกลนลาน “มะ... ไม่จริงน่า! บอสปะ... ไปสู้กับก็อบลินมาเหรอครับ! ทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย บะ... บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ!”
“ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยครับ”
เขาพูดความจริงนะ บงจูฮยอกเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนี้
ถึงมันจะเป็นแค่ก็อบลินคนงานกิ๊กก๊อก แต่การเตะอัดยอดหน้าครั้งเดียวแล้วส่งร่างมันปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลได้ขนาดนั้น... ถึงจะไม่ได้กะเอาให้ตายก็เถอะ
‘ก็นะ... ตอนนี้ฉันเลเวลสิบหกแล้วนี่หว่า’
แถมยังได้ประจักษ์ถึงอานุภาพอันน่าทึ่งของชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงานอีกต่างหาก เมื่อกี้เขาโดนมันงับข้อเท้าเข้าไปเต็มๆ เขี้ยว แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำขากางเกงก็ยังไม่มีรอยขาดเลยสักริ้วรอยเดียว บนพื้นดินมีเพียงเศษซากฟันหักๆ ของเจ้าก็อบลินคนงานร่วงกราวเกลื่อนกลาดอยู่เท่านั้น
“ผมย้ำนักย้ำหนาแล้วไม่ใช่เหรอครับ! ว่าบอสอย่าทำตัวกล้าหาญบ้าบิ่นเกินไปน่ะ!”
“ก็แค่มอนสเตอร์กากๆ ตัวเดียวน่า”
“วันนี้ตัวเดียว พรุ่งนี้ก็กลายเป็นสองตัว มะรืนก็กลายเป็นสามตัว แล้วมันก็จะเพิ่มเป็นสี่ตัวไงครับ!”
“แต่มันเป็นแค่ก็อบลินคนงานที่อ่อนปวกเปียกเองนะ”
“วันนี้ตีคนงาน วันหน้าก็ไปตีทหารพราน ต่อมาก็ไปตีดนักรบ แล้วลามปามไปสู้กับหมอผีไงครับบอส!”
“...”
“ได้โปรดรักษาสุขภาพร่างกายของบอสด้วยเถอะครับ ท่านผู้อัญเชิญบง!”
ไอ้หมอนี่มันเป็นใครมาจากไหนกันแน่วะเนี่ย! ไอ้อาการจงรักภักดีแบบถวายหัวน่ะเขาก็พอเข้าใจอยู่หรอก แต่นี่มันเล่นบทขุนนางสอพลอชัดๆ! ขืนหมอนี่ไปเกิดเป็นขันทีในยุคโชซอนล่ะก็ มีหวังได้กลายเป็นลูกรักของฝ่าบาทแหงๆ
“เข้าใจแล้วครับๆ เดี๋ยวผมจะระวังตัวให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน”
และแล้ว... การฟาร์มภารกิจซ้ำซากตลอดครึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป ความชำนาญในการใช้สกิลของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด แถมกองภูเขาผลึกมานาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้น้ำหนักรวมปาเข้าไปถึง 22.5 กิโลกรัมแล้ว! ถ้าเอาไปปล่อยขายตามราคาตลาดล่ะก็ เขาจะได้เงินเหนาะๆ ถึง 11,250,000 วอนเลยทีเดียว!
‘ได้เวลาแวะไปผลาญเงินที่ร้านค้าสำหรับเพลเยอร์ในสำนักงานบริหารจัดการแล้วมั้ง’
ตามกฎแล้ว หากต้องการจะเข้าไปเหยียบสำนักงานบริหารจัดการ เขาต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำสัญญาด้วย หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับซื้อผลึกมานา ซึ่งตอนนี้คนที่บงจูฮยอกรู้จักมักจี่ก็มีอยู่แค่สองคน นั่นคือหัวหน้าจอนกวังอิลและหัวหน้าแผนกอีมินอา
ตัวเลือกของเขาย่อมต้องเป็นจอนกวังอิลอย่างไม่ต้องสงสัย คุยกับผู้ชายมันก็ต้องสะดวกใจกว่าคุยกับผู้หญิงอยู่แล้ว เขาจึงจัดการส่งข้อความแชทไปบอกอีกฝ่ายว่าจะขอเข้าไปใช้บริการร้านค้าสำหรับเพลเยอร์สักหน่อย ทว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ฮัลโหลครับ”
[อ้อ! คุณเพลเยอร์บง เห็นว่าอยากจะเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าสำหรับเพลเยอร์ใช่ไหมครับ]
“ครับผม ถูกต้องครับ พอจะเข้าไปตอนนี้เลยได้ไหมครับ”
[เดี๋ยวผมจะรีบส่งเจ้าหน้าที่ขับรถไปรับเดี๋ยวนี้เลยครับ]
“โธ่ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่นั่งไปเองดีกว่า”
[ไม่ได้สิครับ! นี่เป็นสวัสดิการพื้นฐานที่เพลเยอร์กลุ่มทั่วไปทุกคนพึงได้รับอยู่แล้วครับ อ้อ แล้วคุณก็สามารถนำผลึกมานามาขายที่ร้านค้าได้เลยนะครับ]
“อืม... งั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรออยู่ที่นี่นะครับ”
หา? ขนาดเพลเยอร์ระดับลูกกระจ๊อกอย่างเขายังมีบริการรถรับส่งให้ด้วยเรอะ! เอาจริงดิ?
แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อเขาประเคนบริการระดับวีไอพีมาให้ถึงที่ มีหรือที่คนอย่างเขาจะกล้าปฏิเสธ!
……