- หน้าแรก
- แกลโต้วหลัว บำเพ็ญเพียรสายรัก
- บทที่ 22 ถังเฮ่าจากไป อวี้เสี่ยวกังถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง!
บทที่ 22 ถังเฮ่าจากไป อวี้เสี่ยวกังถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง!
บทที่ 22 ถังเฮ่าจากไป อวี้เสี่ยวกังถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง!
บทที่ 22 ถังเฮ่าจากไป อวี้เสี่ยวกังถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง!
อวี้เสี่ยวกังมองประเมินรูปลักษณ์ของถังเฮ่าอย่างสั่นเทา
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่อยากจะเชื่อว่า
"ใต้... ใต้เท้าเฮ่าเทียนงั้นรึ"
ถังเฮ่าไม่อยากพูดพร่ำทำเพลง
เขาโยนป้ายหยกและจดหมายฉบับหนึ่งให้โดยตรง
"ท่านคือปรมาจารย์อวี้เสี่ยวกังใช่ไหม"
"อย่าเปิดเผยตัวตนของข้า"
"รับนี่ไป แล้วช่วยข้าสั่งสอนถังซาน ลูกชายของข้าด้วย"
พูดจบ เขาก็ปรายตามองอวี้เสี่ยวกังอีกครั้งแล้วพูดเสียงต่ำว่า
"ส่วนถังเทียน ลูกชายคนโต... ปล่อยเขาไปเถอะ"
ถังเฮ่าเชื่อว่าถังเทียนและถังซานคงจะไม่เจอเรื่องเดือดร้อนอะไรใหญ่โตในสถานที่ห่างไกลความเจริญอย่างเมืองนั่วติง
ดังนั้น เขาจึงทิ้งจดหมายไว้ ร่างของเขากะพริบวูบ แล้วเขาก็จากไปอย่างเงียบๆ
อวี้เสี่ยวกังกำป้ายหยกที่หนักอึ้งไว้ในมือ หัวใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง!
เขารู้สึกว่าวันนี้คือจุดพลิกผันของชีวิต!
"ได้รับมอบหมายจากราชทินนามพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนด้วยตัวเองเลยนะ!"
"นี่มันป้ายทองคำการันตีชัดๆ!"
"มีของสิ่งนี้แล้ว ถังซานยังจะกล้าปฏิเสธข้าอีกรึ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! สวรรค์เข้าข้างข้าแล้ว!"
ในแง่หนึ่ง เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่สองพี่น้องถังซานและถังเทียนเป็นลูกชายของถังเฮ่า ส่วนในอีกแง่หนึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีสุดๆ
นี่ไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าเขาสามารถสร้างเส้นสายกับไอดอลของเขาอย่างพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนได้งั้นรึ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม!
เขาจะต้องรับถังซานเป็นศิษย์ให้จงได้
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดสาดส่องเข้ามาในหอพักห้องเจ็ดผ่านทางหน้าต่าง
ในขณะที่ "สัตว์กินพืช" สุดสยองที่นอนอยู่ข้างๆ ยังไม่ตื่น
หญ้าเงินคราม เสี่ยวหลาน ก็ฉวยโอกาสนี้
เธอโผล่ออกมาจากร่างของถังเทียนอย่างเงียบๆ
【หญ้าเงินคราม เสี่ยวหลาน หัวเราะคิกคัก】
【เจ้านาย ตื่นเถอะ! ในขณะที่ยัยกระต่ายนิสัยเสียนั่นยังหลับอยู่ รีบลูบข้าเร็วเข้า!】
【นี่คือเวลาส่วนตัวยามเช้าของข้านะ! ใครก็แย่งไปไม่ได้!】
เธอถูไถใบหน้าของถังเทียนเบาๆ
ถังเทียนตื่นขึ้นมาอย่างจนใจ
เมื่อมองดูยอดหญ้าน้อยที่หวาดผวามาทั้งคืน
เขาก็ลูบไล้ใบของเธออย่างอ่อนโยน
เสี่ยวหลานสัมผัสได้ถึงความสุขแบบ "แอบกินขนม" ในทันที และใบของเธอก็คลี่กางออก
【อิอิ ข้าชนะแล้ว! ข้าได้สัมผัสเจ้านายก่อนยัยกระต่ายนั่นอีก!】
【ข้ามาก่อนเห็นๆ ขอแค่เจ้านายยังรักข้า ข้าก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแหละ!】
ในขณะเดียวกัน ค้อนเหล็กจิ๋วในห้วงจิตสำนึกกลับทำท่าทางสงวนท่าทีและดูแคลน
【ค้อนเหล็กจิ๋ว เย่อหยิ่ง】
【ชิ บริการปลุกระดับล่างแบบนี้ มีแต่พืชอ่อนแอพรรค์นั้นแหละที่ทำ】
【ถ้าเป็นคุณหนูผู้นี้ล่ะก็ ข้าจะเอาค้อนทุบหัวไอ้บ้าถังเทียนให้ตื่นไปเลย】
ในเวลานี้ ถังซานลุกขึ้นมาแล้ว
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง
เมื่อมองดูเสี่ยวอู่ที่นอนหลับอุตุเป็นหมูตาย แถมขาข้างนึงยังพาดอยู่บนท้องของพี่ชายเขาอีก
เขาก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเย็นชาออกมา
"สมกับที่เป็นหมูขี้เกียจจริงๆ"
"ไม่มีความระแวดระวังตัวเลยสักนิด แถมนอนก็ดิ้นสุดๆ คนแบบนี้คู่ควรที่จะนอนข้างๆ ท่านพี่ของข้าได้ยังไงกัน"
ถังเทียนเพิ่งจะดึงหญ้าเงินครามกลับเข้าไป
กลิ่นอายของหญ้าเงินครามที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ
ทำให้จมูกของเสี่ยวอู่ที่กำลังหลับอยู่ขยับฟุดฟิด
เธอเดาะลิ้นและละเมอออกมาว่า
"อืม... หัวไชเท้ายักษ์หอมจังเลย... อย่าหนีนะ..."
จู่ๆ เธอก็ลืมตาขึ้น
เธอพบว่าตัวเองกำลังกอดแขนของถังเทียนอยู่ ทั้งแทะทั้งถูไถ แถมน้ำลายยังไหลยืดอีกต่างหาก
เมื่อเงยหน้าขึ้น
เธอก็เห็นสองพี่น้องถังเทียนและถังซานกำลังก้มลงมองเธออยู่
โดยเฉพาะถังซาน ที่แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ใบหน้าของเสี่ยวอู่แดงก่ำขึ้นมาในพริบตา
แต่เธอก็งัดเอาความหน้าหนาของกระต่ายอันธพาลออกมาใช้ทันที
เธอเช็ดน้ำลายอย่างหน้าตาเฉย
"มองอะไรกัน! ไม่เคยเห็นคนสวยนอนหลับหรือไง!"
"ถ้ายังมองอีก ข้าจะคิดตังค์นะ!"
ถังซานถึงกับพูดไม่ออก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กผู้หญิงแบบนี้!
ถังเทียนกำลังจะอ้าปากพูด เขาก็สัมผัสได้อย่างฉับไวถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง
ที่นอกห้อง
แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็มาถึงพอดี
อวี้เสี่ยวกังจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
เขาอุตส่าห์เปลี่ยนมาใส่ชุดคลุมที่สะอาดสะอ้านและโกนหนวดโกนเคราจนเกลี้ยงเกลา
เขากำจดหมายของถังเฮ่าไว้แน่น เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เขารู้สึกว่าวันนี้เขามาเพื่อรับศิษย์ตามคำสั่งสวรรค์ และจะไม่มีใครหน้าไหนมาขวางเขาได้
เขาตั้งใจตื่นแต่เช้ามาดักรอพวกเขาสองคนในป่าเล็กๆ หน้าหอพักห้องเจ็ด
เมื่อเห็นถังซานและถังเทียนเดินออกมา
อวี้เสี่ยวกังก็เข้าไปขวางทางทั้งสามคนทันที เขาเชิดหน้ายืดอก แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างเต็มที่
"ถังซาน เมื่อคืนพ่อของเจ้ามาหาข้า"
เขาหยิบจดหมายออกมาจากสาบเสื้อ
"เขาตกลงให้ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าแล้ว นี่คือจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเขาเอง"
ถังซานขมวดคิ้ว รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก
เมื่อวานท่านพ่อมาที่สถาบันจริงๆ งั้นรึ
แล้วทำไมถึงไม่บอกข้ากับท่านพี่ล่ะ
เมื่อรับจดหมายมาดู
เขาก็พบว่ามันเป็นลายมือของท่านพ่อที่คุ้นเคยจริงๆ ลายมือที่ดูหนักแน่นและทรงพลังราวกับการตีเหล็ก
ถังซานถึงกับตกตะลึงไปเลย
เมื่อคืนท่านพ่อมาที่นี่งั้นรึ
แล้วเขาก็จากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ไม่บอกล่วงหน้า แถมยังไม่แวะมาดูพวกเราเลยเนี่ยนะ
เขาแค่โยนข้าทิ้งไว้กับลุงขยะระดับ 29 คนนี้งั้นรึ
นี่ใช่พ่อแท้ๆ ของข้าจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย
แต่ถังเทียนชินกับพฤติกรรมของพ่อจอมงกคนนี้มาตั้งนานแล้ว
เขาคิดในใจ
"ตาแก่นี่ ทำอะไรไม่เคยคิดหน้าคิดหลังเลย"
"ส่งจดหมายสำคัญแบบนี้ผ่านอวี้เสี่ยวกัง ไม่กลัวอวี้เสี่ยวกังจะใช้มันเป็นข้ออ้างมาทำลายการฝึกฝนของลูกชายตัวเองหรือไง"
ในห้วงจิตสำนึก เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็แสดงความเกลียดชังร่วมกันเช่นกัน
【หญ้าเงินคราม เสี่ยวหลาน รังเกียจ】
【ตาอวี้เสี่ยวกังนี่อีกแล้ว น่ารำคาญจัง!】
【แล้วท่านพ่อที่ชื่อถังเฮ่านั่นก็น่าเกลียดพอๆ กันเลย เขาไม่เคยมองเจ้านายด้วยสายตาดีๆ เลยสักครั้ง!】
【ค้อนเหล็กจิ๋ว เกรี้ยวกราด】
【หึ! ยัยยอดหญ้าไร้ประโยชน์ ครั้งนี้เจ้าพูดถูกใจข้า】
【ตาอวี้เสี่ยวกังนี่เหมือนแมลงวันจริงๆ ปัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป】
【ส่วนถังเฮ่านั่นยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมอีก!】
【ข้ามีศักยภาพที่จะเป็นค้อนมหาพระสุเมรุได้แท้ๆ แต่แค่เพราะความบกพร่องแต่กำเนิดจนต้องกลายสภาพเป็นค้อนเหล็กธรรมดา เขากลับลอยแพข้าเลยงั้นรึ เป็นความผิดของเขานั่นแหละที่บังคับให้คนอื่นต้องกินแต่ข้าวต้มทุกวัน!】
มีเพียงเสี่ยวอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่กำลังดูเรื่องสนุกโดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลย
เธอชะโงกหน้าเข้ามาถาม
"ตานี่ใครเนี่ย หน้าตาน่าหมั่นไส้ชะมัด"
เมื่อเผชิญหน้ากับอวี้เสี่ยวกังที่ดูมั่นใจราวกับว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
ถึงแม้ถังซานจะเคารพท่านพ่อของเขา
แต่เขาก็เป็นพวกบราค่อนตัวพ่อที่เชื่อฟังพี่ชายมากกว่าสิ่งใด
เขาเมินเฉยต่อสายตาที่คาดหวังของอวี้เสี่ยวกัง และหันไปมองถังเทียนตามสัญชาตญาณ
"ท่านพี่ ท่านคิดว่ายังไงล่ะ"
ถังเทียนมองดูจดหมายแล้วแค่นหัวเราะ ก่อนจะพูดแทงใจดำว่า
"เสี่ยวซาน จดหมายน่ะมันตายตัว แต่คนน่ะมีชีวิตนะ"
"ที่ท่านพ่ออยากให้เจ้ารับเขาเป็นอาจารย์ ก็เพราะท่านหวังว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้"
"แต่..."
ถังเทียนชี้ไปที่อวี้เสี่ยวกัง
"ถ้าทฤษฎีของเขาไร้เทียมทานจริงๆ แล้วทำไมอายุขนาดนี้ถึงยังติดแหง็กอยู่แค่ระดับ 29 ล่ะ"
"ถ้าทฤษฎีไม่สามารถนำไปปฏิบัติจริงเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ การเรียนทฤษฎีแบบนั้นมันจะมีประโยชน์อะไร"
จากนั้น ถังเทียนก็ตอกฝาโลงซ้ำอีกดอก
"อีกอย่าง เจ้าก็รู้ว่าท่านพ่อเป็นคนยังไง"
"เรื่องตีเหล็กน่ะเขาพอใช้ได้ แต่เรื่องดูคนน่ะ... หึๆ"
"ถ้าเขาไม่เลอะเลือน เขาจะทิ้งเด็กตาดำๆ อย่างพวกเราไว้ที่นี่แล้วหนีไปคนเดียวได้ยังไง"
คำพูดของพี่ชายราวกับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในหัว
ถังซานตาสว่างขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว ถึงแม้ท่านพ่อจะแข็งแกร่ง แต่ในเรื่องนี้ท่านพ่ออาจจะคิดผิดก็ได้
และท่านพี่ก็ไม่เคยโกหกข้า
ถังซานพับจดหมายและเก็บเข้าสาบเสื้ออย่างระมัดระวัง
เขาค้อมศีรษะให้อวี้เสี่ยวกังเล็กน้อย แต่น้ำเสียงของเขากลับห่างเหินและเด็ดขาด
"ขอบคุณที่อุตส่าห์นำจดหมายของท่านพ่อมาส่งให้ข้านะครับ"
"แต่ท่านพี่ของข้าพูดถูก คนเราต้องเดินตามเส้นทางของตัวเอง"
"ข้าก็ยังอยากจะเดินตามเส้นทางของข้าเองอยู่ดี"
"ข้าขอโทษด้วยนะครับ ท่านปรมาจารย์"
ครั้งนี้ท่าทีที่เขามีต่ออวี้เสี่ยวกังดูดีขึ้นมาเล็กน้อย
ยังไงซะ เขาก็เป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ที่มาส่งจดหมาย แต่ก็แค่นั้นแหละ
พูดจบ เขาก็ดึงมือถังเทียนและหันหลังเดินจากไป
ทิ้งให้อวี้เสี่ยวกังยืนอึ้งรับประทานอยู่กลางสายลมเพียงลำพัง
ตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์
สามครั้ง!
ถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง!
แม้แต่ป้ายทองคำการันตีของราชทินนามพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนก็ยังใช้ไม่ได้ผลงั้นรึ
สองพี่น้องคู่นี้มันตัวซวยหรือไงเนี่ย!
"ไอดอลของข้า พรหมยุทธ์เฮ่าเทียน สั่งสอนลูกยังไงกันเนี่ย ทำไมถึงได้เลี้ยงเด็กเปรตสองคนที่พูดไม่รู้ฟังขนาดนี้ขึ้นมาได้!"
เมื่อมองดูสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอวี้เสี่ยวกัง ถังเทียนก็รู้สึกลอบสะใจอยู่ลึกๆ
ทว่า เมื่อเทียบกับการยั่วโมโหอวี้เสี่ยวกังแล้ว
ถังเทียนกลับจับประเด็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดจากเรื่องนี้ได้อย่างเฉียบขาด
"ตาแก่จอมงกไปแล้ว"
"แถมยังรีบร้อนจากไปโดยไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็นอีก"
"นี่ก็หมายความว่า ในที่สุดข้าก็สามารถเข้าไปสำรวจถ้ำหลังน้ำตกที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วสิ!"