- หน้าแรก
- พลิกชะตาตัวประกอบ สู้กลับแบบสับ แล้วรวย
- บทที่ 18 แจ้งความกับตำรวจ
บทที่ 18 แจ้งความกับตำรวจ
บทที่ 18 แจ้งความกับตำรวจ
บทที่ 18 แจ้งความกับตำรวจ
"แก... แกกล้ามาแช่งลูกชายฉันเหรอ" หลิวซืออิ๋งโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธอรู้ดีว่าคนตระกูลซ่งมีกันหลายคน ลำพังตัวเธอคงสู้พวกนั้นไม่ได้แน่ๆ จึงทำได้เพียงชี้หน้าด่าทอแม่ซ่งว่า "ลูกสาวแกก็ไม่ได้ดีไปกว่าลูกชายฉันนักหรอก ไม่อย่างนั้นทำไมคนบ้านกู้ถึงได้รังเกียจหล่อนนักล่ะ"
"หลิวซืออิ๋ง ถ้าขืนป้ายังเอาเรื่องไม่จริงมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีให้คนอื่นเขาแตกคอกันอีกล่ะก็ เชื่อไหมว่าฉันจะไปแจ้งความกับตำรวจจับป้าเข้าซังเตแน่" วันนี้ซ่งเหยาไม่ได้ตั้งใจจะใช้กำลังแก้ปัญหา แต่เธอต้องการจะดัดนิสัยหลิวซืออิ๋งให้เข็ดหลาบจำไปจนตายต่างหาก
"เป็นพวกคนบ้านกู้นั่นแหละที่ไม่ใช่คนดี กู้เจี้ยนผิงมันแอบแทงข้างหลังฉัน ใครจะไปยอมแต่งงานกับคนเลวทรามต่ำช้าแบบนั้นได้ลงคอล่ะ ส่วนที่ป้าบอกว่าบ้านกู้ไม่ยอมให้ฉันแต่งเข้าบ้านน่ะเหรอ หึ! ฉันต่างหากที่เป็นคนขอถอนหมั้นเอง..."
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างพากันรู้สึกว่าซ่งเหยาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้ เมื่อได้ยินว่าจะถึงขั้นไปแจ้งตำรวจ เรื่องทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันของคนในหมู่บ้านมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่หรือไง
ไม่ได้ไปฆ่าแกงหรือเผาบ้านใครสักหน่อย ทำไมต้องไปแจ้งตำรวจให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตด้วยล่ะ
"นี่ นังหนูซ่ง หลิวซืออิ๋งแกก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่เธอนะ ถือว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งเหมือนกัน ด่าทอตบตีกันไปแล้ว ก็ให้มันจบๆ กันไปเถอะน่า!"
"หลิวซืออิ๋งแกก็ปากเสียไปหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นต้องไปแจ้งจับกันหรอกมั้ง!"
ในขณะเดียวกัน หัวหน้าหมู่บ้านซ่งกั๋วฮว๋าก็ถูกตามตัวมาถึงที่เกิดเหตุพอดี ใบหน้าของเขาบึ้งตึงเคร่งเครียด ใครดูก็รู้ว่าตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านกำลังอารมณ์บูดสุดๆ
"หลิวซืออิ๋งมาใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวเรา หาว่าพวกเราแอบขโมยของป่าที่เป็นสมบัติของส่วนรวมไป ทั้งๆ ที่ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านเราต่างก็ต้องพึ่งพาการขุดผักป่าบนเขาประทังชีวิตกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง" แม่ซ่งพูดไปร้องไห้ฟูมฟายไป พลางหยิบผักป่ากำใหญ่ในตะกร้าออกมาโชว์ให้ทุกคนดู "แกมาใส่ร้ายครอบครัวฉันแบบนี้ แกตั้งใจจะบีบให้พวกเราไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านเลยใช่ไหม!"
"คุณป้าคุณน้าทั้งหลายคะ วันนี้หลิวซืออิ๋งกล้ามาใส่ร้ายครอบครัวฉัน วันหน้าแกก็อาจจะไปใส่ร้ายครอบครัวพวกป้าๆ น้าๆ ก็ได้นะคะ ครอบครัวฉันทนแบกรับข้อหาขโมยสมบัติส่วนรวมไม่ได้หรอกค่ะ โทษมันร้ายแรงมากเลยนะ ถ้าฉันไม่ไปแจ้งตำรวจจับหล่อน ปล่อยให้หล่อนลอยนวลไปทำร้ายคนอื่นอีก มันจะดีเหรอคะ" ซ่งเหยาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง เธอต้องการประกาศให้ทุกคนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอกำลังทำเพื่อส่วนรวม กำจัดภัยสังคมให้สิ้นซาก!
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของชาวบ้านก็เปลี่ยนไปทันที สายตาที่เคยมองหลิวซืออิ๋งด้วยความเห็นใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง จริงอยู่ที่ของป่าทุกอย่างบนเขาเป็นสมบัติส่วนรวม แต่มีใครในหมู่บ้านบ้างล่ะที่ไม่เคยขึ้นเขาไปขุดผักป่าหรือล่าสัตว์มาประทังชีวิต
หลิวซืออิ๋งคนนี้ตั้งใจจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ชาวบ้านชัดๆ!!!
"หลิวซืออิ๋งนี่ปากหอยปากปูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะลามปามมาถึงเรื่องขุดผักป่าของชาวบ้านด้วย นิสัยเสียจริงๆ"
"คนจิตใจคับแคบแบบนี้ให้อยู่ในหมู่บ้านเราต่อไปไม่ได้หรอกนะ หัวหน้าหมู่บ้าน รีบๆ ไล่ครอบครัวหลิวซืออิ๋งออกจากหมู่บ้านซ่งไปเลยเถอะ!"
"ใช่ๆ! หมู่บ้านซ่งของเราต้อนรับคนแบบนี้ไม่ไหวหรอก!"
ซ่งเหยาลอบยิ้มมุมปาก ทีตอนเรื่องยังไม่มาถึงตัวก็ทำเป็นพูดดี แต่พอเรื่องจะมาเข้าตัวบ้าง ก็พากันรังเกียจหลิวซืออิ๋งขึ้นมาทันที
"ไม่ ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย ฉันก็แค่เห็นตะกร้าของบ้านซ่งปิดคลุมซะมิดชิด ก็เลยคิดว่าอาจจะแอบซ่อนเนื้อหมูป่าหรือของมีค่าอะไรไว้ข้างในก็ได้นี่นา กฎของหมู่บ้านเราก็มีอยู่ว่าใครล่าหมูป่าได้ต้องเอามาแบ่งให้ส่วนรวม บ้านซ่งทำแบบนี้มันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว..."
ในเวลานี้ หลิวซืออิ๋งมองหัวหน้าหมู่บ้านซ่งกั๋วฮว๋าเป็นฟางเส้นสุดท้าย หากเธอเอาผิดครอบครัวซ่งไม่ได้ แถมยังทำให้ครอบครัวตัวเองต้องมาเสียหน้าอีก กลับไปบ้านมีหวังโดนสามีซ้อมปางตายแน่ๆ "หัวหน้าหมู่บ้าน คุณจะปล่อยครอบครัวซ่งไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะคะ!"
ซ่า! ซ่งเหยาจัดการเทของในตะกร้าของตัวเองลงบนพื้นจนหมดเกลี้ยง ตามด้วยของในตะกร้าของแม่ซ่งด้วย
ทุกคนจึงได้เห็น "รากไม้" กองโตอยู่บนพื้น ของพวกนี้ชาวบ้านเคยกินประทังชีวิตกันในช่วงที่เกิดทุพภิกขภัยอดอยาก รสชาติของมันไม่ได้เรื่องเลยสักนิด ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวซ่งช่างน่าเวทนาเสียจริง
หัวหน้าหมู่บ้านซ่งกั๋วฮว๋าโกรธจนควันออกหู ลำพังแค่งานในกองผลิตก็รัดตัวจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งไร้สาระของพวกผู้หญิงปากมากในหมู่บ้านแทบจะทุกวี่ทุกวันอีก
"หลิวซืออิ๋ง แกก่อเรื่องวุ่นวายพอหรือยัง"
"ชาวบ้านเขาจะขุดผักป่าแล้วมันไปหนักหัวแกตรงไหนฮะ หรือว่าแกอยากจะมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแทนฉันงั้นเรอะ"
หลิวซืออิ๋งหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายที่ถูกตำหนิติเตียนต่อหน้าธารกำนัล แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากการถูกคนตระกูลซ่งรุมตบตี แววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นในดวงตาของเธอ "หัวหน้าหมู่บ้านคะ ครอบครัวซ่งทำเกินไปแล้วนะคะ พวกเขารุมทำร้ายฉันจนเกือบตาย ถ้าวันนี้พวกเขาไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ฉันล่ะก็ ฉันจะไปผูกคอตายหน้าบ้านตระกูลซ่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย"
หึ ไม่ว่ายังไง วันนี้เธอจะต้องรีดไถเงินจากตระกูลซ่งมาให้ได้
คอยดูเถอะ รอให้เฉียงจื่อลูกชายของเธอได้ดิบได้ดีเมื่อไหร่ เธอจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกที่เข้าข้างครอบครัวซ่งในวันนี้ให้สาสมทุกคนเลยเชียว
"อ้าว แล้วมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ รีบๆ ไปผูกคอตายซะสิ" แม่ซ่งจ้องมองหลิวซืออิ๋งด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะปรี่เข้าไปตบหน้าหลิวซืออิ๋งฉาดใหญ่ซ้ายขวาสลับกันไปมาจนเลือดกำเดาไหลกระฉูด "ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าไอ้เนื้อหมูป่าที่แกพล่ามถึงมันอยู่ตรงไหนฮะ ทำไมแกไม่ลองหามาให้ทุกคนดูเป็นขวัญตาหน่อยล่ะ หรือว่าครอบครัวแกแอบล่าหมูป่ามากินเอง แล้วมาทำเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จใส่ร้ายคนอื่นฮะ"
โชคดีที่ลูกสาวของเธอมีไหวพริบดีเยี่ยม แอบเอาโสมป่า เห็ดหลินจือ และของมีค่าอื่นๆ ซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายหลังตั้งแต่เนิ่นๆ ชาวบ้านพวกนี้ไม่มีใครรู้จักสมุนไพรล้ำค่าพวกนั้นหรอก ไม่อย่างนั้น ยัยตัวป่วนหลิวซืออิ๋งนี่คงหาเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเธอได้จริงๆ แน่
ยิ่งคิดแม่ซ่งก็ยิ่งโมโห เธอผลักหลิวซืออิ๋งล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น แล้วขึ้นคร่อมทับบนตัว พร้อมกับระดมรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ต่างพากันซีดปากด้วยความหวาดเสียวแทน แต่กลับไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าไปห้ามปรามเลยสักคน นั่นก็เป็นเพราะหลิวซืออิ๋งขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและชอบนินทาว่าร้ายชาวบ้านไปทั่ว ส่วนหวังเฉียงลูกชายของเธอก็เป็นอันธพาลหัวไม้ที่ชอบสร้างวีรกรรมเลวทรามต่ำช้าสารพัด ทำให้ชาวบ้านต่างก็เอือมระอาและรังเกียจครอบครัวนี้เข้าไส้
หลิวซืออิ๋งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอพยายามเงื้อหมัดสวนกลับไปที่แม่ซ่ง ซ่งเหยาเห็นดังนั้นจึงตวัดเท้าเตะเข้าที่แขนของหลิวซืออิ๋งอย่างจัง
ลูกเตะนี้ส่งผลให้แขนของหลิวซืออิ๋งหลุดออกจากเบ้าในทันที ใบหน้าของเธอซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส "นังเด็กแพศยาซ่งเหยา แกกล้าเตะฉันเหรอ"
"แม่ เกิดอะไรขึ้น ยัยเด็กแพศยานี่มันรังแกแม่เหรอ" หวังเฉียงมองซ่งเหยาด้วยสายตาหื่นกระหาย กู้เจี้ยนผิงมันตาบอดหรือไงถึงได้ทิ้งผู้หญิงสวยๆ แบบนี้ไปได้ ช่างไม่รู้จักของดีเอาเสียเลย "รีบๆ คุกเข่าขอโทษแม่ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่เฉียงไม่ปรานีล่ะ!"
"หน้าตาสะสวยปานนี้ ขืนโดนทำร้ายจนเสียโฉมคงน่าเสียดายแย่ มามะ มาสนุกกับพี่ดีกว่า"
"ไอ้สวะ แกกล้ามาลวนลามน้องสาวฉันงั้นเรอะ ฉันว่าแกวอนหาที่ตายซะแล้วล่ะ" ซ่งอันง้างหมัดเตรียมจะพุ่งเข้าไปชก แต่จู่ๆ ก็มีลมกระโชกแรงพัดผ่านร่างไป รู้อีกทีหวังเฉียงก็ถูกถีบกระเด็นลอยละลิ่วออกไปไกลถึงห้าหกเมตรเสียแล้ว
ซ่งเหยามองดู "ผลงานชิ้นเอก" ของตนเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เธอเดินนวยนาดเข้าไปหาหวังเฉียงที่นอนจุกอยู่บนพื้น แล้วใช้เท้าเหยียบลงบนมือของมันอย่างแรงพลางบดขยี้อย่างไร้ความปรานี "คางคกริอาจจะกินเนื้อหงส์งั้นเรอะ ฉันว่าแกคงฝันเฟื่องไปหน่อยมั้ง อยากกินตดนักหรือไง ไปลงนรกซะไป๊!"
"อ๊ากกก... ยอมแล้วจ้า พี่สาว ฉันผิดไปแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ ถือซะว่าทำทานให้หมาตาดำๆ ตัวนึงเถอะ!" หวังเฉียงเจ็บปวดปางตายจนสร่างจากความหื่นกามเป็นปลิดทิ้ง ถ้ารู้แต่แรกว่านังผู้หญิงคนนี้จะมือตีนหนักขนาดนี้ เขาคงไม่กล้าเข้าไปแหยมหรอก "แม่จ๋า ช่วยฉันด้วย!"
ในเวลานี้ สภาพของหลิวซืออิ๋งก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าหวังเฉียงลูกชายของเธอสักเท่าไหร่ แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่รักและตามใจลูกชายมาตลอด เมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เธอก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาลูกชายทั้งๆ ที่แขนข้างหนึ่งยังห้อยต่องแต่งอยู่
"โธ่ ลูกแม่ เป็นความผิดของนังเด็กแพศยานี่คนเดียวเลย เดี๋ยวแม่จะไปแจ้งตำรวจให้มาจับพวกมันเข้าคุกให้หมดทั้งโคตรเลยคอยดู"
เมื่อหวังเฉียงได้ยินว่าแม่ของตนจะไปแจ้งตำรวจ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดไร้สีเลือด เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันพลางละล่ำละลักบอกว่า "ไม่ได้นะแม่ ห้ามไปแจ้งตำรวจเด็ดขาด!"