- หน้าแรก
- เปิดเรื่องมาก็ถูกทิ้งแต่กลับปลุกวิญญาณยุทธ์สิบอสูรคลั่งสะท้านภพ
- บทที่ 18 คำท้าของลั่วชิงเสวีย นวดไหล่ให้ฉันก่อนสิ
บทที่ 18 คำท้าของลั่วชิงเสวีย นวดไหล่ให้ฉันก่อนสิ
บทที่ 18 คำท้าของลั่วชิงเสวีย นวดไหล่ให้ฉันก่อนสิ
เมื่อได้ยินคำพูดของสวีเสี่ยวส่วง สวีชิวก็ลูบหัวเธอด้วยความพึงพอใจ
"ไม่เลว ไม่เลว พี่จะรอวันที่หนูโตขึ้นนะ!"
"ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ เมื่อไหร่ที่หนูกลายเป็นจักรพรรดินีผู้ครองจักรวาล หนูจะยกดาวสีน้ำเงินดวงนี้ให้พี่เอง!" สวีเสี่ยวส่วงพูดอย่างภาคภูมิใจ
"จ้าๆ..." สวีชิวกรอกตา
กว่าหนูจะเป็นจักรพรรดินี พี่ก็คงไม่กระจอกหรอกมั้ง ดาวสีน้ำเงินน่ะไม่ต้องยกให้พี่ก็ได้!
แน่นอนว่าเขาไม่อยากขัดศรัทธาเธอ สวีชิวหาวหวอดแล้วกลับเข้าห้องไปนอน
หลังจากเขาไปแล้ว จักรพรรดินีฉงเซียวก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เธอมองสวีเสี่ยวส่วงด้วยความชื่นชม
"ดีมาก มีความทะเยอทะยานแบบนี้แหละดี! แต่ถ้าเธออยากจะปกป้องพี่ชาย อย่างน้อยเธอต้องแข็งแกร่งกว่าเขาใช่ไหมล่ะ? ไม่อย่างนั้นจะปกป้องได้ยังไง? นับจากนี้ไป ขอแค่เธอเชื่อฟังฉันและตั้งใจบำเพ็ญเพียร ฉันรับรองว่าเธอจะแซงหน้าพี่ชายได้แน่นอน!"
'ถึงตอนนั้น... คอยดูซิว่าเจ้าเด็กนั่นยังจะกล้าบอกว่าจะจัดการฉันอีกไหม?!' จักรพรรดินีฉงเซียวผู้เจ้าคิดเจ้าแค้นแอบคิดในใจ
สวีเสี่ยวส่วงไม่รู้เลยว่าฉงเซียวแอบเขม่นพี่ชายเธออยู่ เธอรู้แค่ว่าต้องเก่งขึ้นเพื่อปกป้องเขา!
“ค่ะ! ท่านจักรพรรดินี ช่วยเคี่ยวกรำหนูให้หนักเลยนะ!” สวีเสี่ยวส่วงเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
…………
วันต่อมา
สวีชิวมาถึงโรงเรียนและตรงไปที่ห้องเรียน เขาพบว่าลั่วชิงเสวียนั่งขัดสมาธิอยู่ ดูเหมือนเธอจะเพิ่งบำเพ็ญเพียรเสร็จ
“สวีชิว นายมาพอดี มาประลองกันเถอะ” ลั่วชิงเสวียพูดขึ้นทันทีที่เห็นเขา
“ประลองแต่เช้าเลยเนี่ยนะ? ไม่เอาอ่ะ ไปหาคนอื่นไป” สวีชิวปฏิเสธ
“คนอื่นไม่ใช่คู่มือของฉัน”
นั่นก็จริง ในโรงเรียนมัธยมหมายเลขสามแห่งนี้ มีเพียงสวีชิวและลั่วชิงเสวียที่เป็นระดับ SSS นักเรียนคนอื่นสู้พวกเขาไม่ได้เลย การประลองด้วยจึงไร้ประโยชน์ ส่วนพวกอาจารย์นั้นฝีมือก็ยังห่างชั้นเกินไป
"งั้นฉันไม่..." สวีชิวบิดขี้เกียจ กำลังจะปฏิเสธอีกรอบ
ทันใดนั้น ตัวเลือกจากระบบก็ปรากฏขึ้น!
"เมื่อเผชิญกับคำขอประลองของลั่วชิงเสวีย คุณมีทางเลือกดังต่อไปนี้!"
"หนึ่ง: ปฏิเสธ! รางวัล: เซรั่มยีนเกรดสูงหนึ่งขวด!"
"สอง: ตอบตกลง เอาชนะเธอ และทำให้เธอรู้ว่าใครคือราชาที่แท้จริงของโรงเรียนหมายเลขสาม! รางวัล: เซรั่มยีนเกรดสูงสองขวด!"
"สาม: ตอบตกลง แต่ต้องให้เธอนวดไหล่ให้ก่อน จากนั้นค่อยเอาชนะเธอ! รางวัล: ผลไม้เสน่ห์หนึ่งลูก!"
ผลไม้เสน่ห์?
มันคืออะไรกันนะ?
เอาไว้เพิ่มเสน่ห์เหรอ?
หืม... น่าสนใจแฮะ
สวีชิวที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธ เปลี่ยนมายิ้มบางๆ แล้วพูดกับลั่วชิงเสวียว่า
"จะประลองด้วยก็ได้นะ แต่เมื่อคืนฉันนอนตกหมอนน่ะ ไหล่ยังขัดๆ อยู่เลย กลัวว่าจะสู้ได้ไม่เต็มที่... ถ้ามีคนช่วยนวดให้หน่อยก็คงดี ลั่วชิงเสวียที่สองตลอดกาลอย่างเธอ คงไม่อยากเอาชนะตอนที่ฉันไม่พร้อมใช่ไหมล่ะ?"
ได้ยินฉายา "ที่สองตลอดกาล" ลั่วชิงเสวียถึงกับคิ้วกระตุกและกำหมัดแน่น "สวีชิว นายอย่าให้มันมากนักนะ!!"
"เฮ้ ฉันไม่ได้บังคับนะ ถ้าเธอไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ เป็นที่สองตลอดกาลก็เท่ดีนะ นานๆ ทีเป็นที่สองก็พอว่า แต่เป็นที่สองทุกครั้งนี่ก็น่าประทับใจจริงๆ"
ลั่วชิงเสวียถูกยั่วโมโหเข้าเต็มเปา เธอเดินเข้ามาหาเขาทั้งที่ยังกำหมัด
"จะทำอะไรน่ะ?"
"ก็นายอยากให้นวดไม่ใช่เหรอ นั่งลงสิ!!" ลั่วชิงเสวียเน้นเสียงทีละคำ พลางวางมือลงบนไหล่ของสวีชิว
เธอเริ่มนวดให้เขาจริงๆ สวีชิวสัมผัสได้ถึงมือนุ่มๆ ที่กำลังบีบนวดไหล่ของเขา เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างเคลิบเคลิ้ม
"สูงกว่านี้หน่อย"
"แรงอีกนิด"
"โอ้ ใช่ๆ ตรงนั้นแหละ สบายสุดๆ... ดีมาก..."
เมื่อเห็นท่าทางฟินเกินเหตุของสวีชิว ลั่วชิงเสวียก็ทั้งเขินทั้งโมโห นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องมานวดไหล่ให้คนอื่น! คุณหนูตระกูลลั่วผู้สูงศักดิ์อย่างเธอเคยต้องทำอะไรแบบนี้ที่ไหนกัน?!
อย่างไรก็ตาม ความคิดที่จะเอาชนะสวีชิวเพื่อสลัดฉายาที่สองทิ้งไป ทำให้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น!
'สวีชิว ยอมให้นายได้ใจไปก่อนเถอะ เดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่!'
"พอหรือยัง?" หลังจากนวดไปได้สิบนาที ลั่วชิงเสวียถามขึ้น
สวีชิวยังไม่หนำใจ "บีบค้างไว้ตรงนั้นนานๆ หน่อยสิ"
ลั่วชิงเสวียหมดความอดทน เธอใช้แรงบีบเนื้อนุ่มๆ บนไหล่เขาจนเขาร้องจ๊าก "โอ๊ยยย เจ็บๆๆ..."
เสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าประตู มู่ชิงคงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อเห็นลั่วชิงเสวียบีบไหล่สวีชิวอยู่ "โอ้โฮ คู่รักคู่นี้จู๋จี๋กันแต่เช้าเลยนะเนี่ย ช่างเป็นวัยรุ่นที่สดใสจริงๆ..."
"สดใสที่ไหนกันเล่า! อาจารย์มู่ ยัยนี่แกล้งผม!"
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว นายจะสู้ไม่สู้!"
"สู้สิ! ฉันจะทำให้เธอเห็นว่าตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ เธอจะต้องเป็น... ที่สองตลอดกาล!!" สวีชิวประกาศกร้าวอย่างโอหัง
มาถึงขั้นนี้แล้วจะไม่ประลองได้ยังไง
"พวกเธอสองคนอยากประลองกันเหรอ?"
"ครับ ค่ะ"
"หึ งั้นไปที่สนามฝึกกัน ฉันสอนพวกเธอมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ดูความแตกต่างของพลังพวกเธอ" มู่ชิงคงหัวเราะ
เธอนำทั้งคู่ไปที่สนามฝึก ข่าวที่ว่านักรบระดับ SSS ทั้งสองจะประลองกันแพร่กระจายไปไวราวกับไฟลามทุ่ง นักเรียนที่ยังอยู่ในห้องเรียนต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดูที่หน้าต่าง แม้แต่คุณครูก็ยังอดใจไม่ไหวตามออกมาดูด้วย
ทุกคนอยากรู้ว่าระหว่างเจ้าของวิญญาณยุทธ์ระดับ SSS สองคนนี้... ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน?!
"ใครจะเก่งกว่ากันนะ เทพธิดาลั่วหรือเทพสวี?"
"ถามได้ ก็ต้องเทพสวีสิ! นายไม่เห็นเหรอว่าเขาดูดพลังวิญญาณคนทั้งโรงเรียนตอนบำเพ็ญเพียรน่ะ"
"ใช่ ใครจะไปเทียบเขาติด"
"ไม่ๆๆ ฉันว่าเทพธิดาลั่วมีลุ้นนะ อย่าลืมสิว่าวิญญาณยุทธ์ของเทพสวีเป็นสายสนับสนุนการบำเพ็ญเพียร แต่ของเทพธิดาลั่วเป็นสายโจมตีที่ทรงพลัง! ในการสู้จริงเธอได้เปรียบแน่นอน!"
"แต่ตอนนี้ระดับพลังของเทพสวีสูงกว่าไม่ใช่เหรอ?"
"เฮ้ พวกนายไม่รู้อะไร ฉันได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ตระกูลลั่วกว้านซื้อยาเม็ดจ้าวหยวนรุ่นล่าสุดจากเหล่าจวินเภสัชกรรมมาเพียบเลยนะ! เม็ดละตั้งล้าน! ลองคิดดูสิว่ายาพวกนั้นไปอยู่ที่ใคร?"
"ซี้ด... เกือบลืมไปเลย นอกจากวิญญาณยุทธ์ระดับ SSS แล้ว เทพธิดาลั่วยังมีพลังแห่งเงินตราด้วย! ระดับพลังของเธออาจจะไม่ด้อยกว่าเทพสวีแล้วก็ได้!"
"ถูกต้อง ดังนั้นถ้าดูภาพรวมแล้ว เทพธิดาลั่วมีโอกาสชนะสูงกว่า!"
ฝูงชนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส สวีเสี่ยวส่วงที่บังเอิญได้ยินเพื่อนร่วมชั้นคุยกันก็รู้สึกหงุดหงิด เธอตะโกนลั่น "สู้เขาพี่ชาย!!"
ได้ยินเสียงน้องสาว สวีชิวเงยหน้าขึ้นไปมองพลางทำมือโอเคด้วยความมั่นใจ
ลั่วชิงเสวียไม่รอช้า เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังวิญญาณปะทุออกมาพร้อมไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่าน จนพื้นสนามกลายเป็นชั้นน้ำแข็งบางๆ!
มู่ชิงคงที่อยู่ไม่ไกลตาเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ "กลิ่นอายนี้... นักรบขั้นที่หนึ่งระดับสูง!! พัฒนาการยอดเยี่ยมมาก!"
เดิมทีเธอคิดว่าถ้าทั้งคู่ไปถึงขั้นที่หนึ่งระดับกลางได้ในหนึ่งเดือนก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าลั่วชิงเสวียจะไปถึงระดับสูงได้ในเวลาไม่ถึงเดือน!
"หึ ตระกูลลั่วทุ่มทุนสร้างจริงๆ แฮะ" มู่ชิงคงพึมพำอย่างทึ่ง
พอมองไปที่สวีชิว เธอรู้สึกว่าเขามีโอกาสชนะน้อยลง แต่ถึงเขาจะดูประหลาดใจเขาก็ยังคงนิ่งสงบ
'หรือว่าเขายังมีไม้ตายอย่างอื่นที่ฉันไม่รู้อีกนะ?'