- หน้าแรก
- ยอดคนเกิดใหม่ผงาดวงการมาเฟีย
- บทที่ 20 - ฉันยังจำเป็นต้องแทงซ้ำอีกดาบไหม?
บทที่ 20 - ฉันยังจำเป็นต้องแทงซ้ำอีกดาบไหม?
บทที่ 20 - ฉันยังจำเป็นต้องแทงซ้ำอีกดาบไหม?
บทที่ 20 - ฉันยังจำเป็นต้องแทงซ้ำอีกดาบไหม?
นัยน์ตาของหลินจิ้งเฮ่าหม่นแสงลง ใบหน้าที่เคยคมคายกลับซีดเผือดราวกับคนตาย เขาก้มมองเลือดสีแดงฉานที่ไหลทะลักออกมาจากหน้าท้อง ยกปืนอินทรีทะเลทรายขึ้นเล็งไปยังคนที่ลอบกัดเขา ในดวงตาสีฟ้าครามทอประกายไม่อยากจะเชื่อ และยังมีความเศร้าหมองสิ้นหวังที่สั่นสะเทือนหัวใจซ่อนอยู่อีกด้วย
'แกร๊ง!' ปืนรูกเกอร์ P85 ร่วงหล่นลงบนพรมเบาๆ เสียงที่แทบจะไม่ได้ยินกลับดังกึกก้องประดุจฟ้าร้องปลุกให้ทุกคนในห้องประชุมตื่นจากภวังค์ เหอซินหลาน สาวงามที่อยู่ใกล้ๆ รีบถลันเข้าประคองร่างหลินจิ้งเฮ่าที่ซวนเซแทบจะล้ม ร้องตะโกนว่า "องค์ชาย เป็นอะไรไหมคะ?"
ซูชิงอี๋ยืนเบิกตากว้างจ้องมองปืนอินทรีทะเลทรายสีเงินประกายตรงหน้า ในวินาทีนั้นเอง น้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะลงมาจากขนตาที่สั่นระริกราวกับไข่มุกเม็ดแล้วเม็ดเล่า ท่ามกลางความโศกเศร้ากลับมีความสงบนิ่งราวกับได้รับการปลดปล่อยแฝงอยู่
หลินจิ้งเฮ่ารู้อยู่แล้วว่าในมือของเธอถือปืนรูกเกอร์ P85 กระบอกนั้นอยู่ แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะหันปืนมายิงเขาอย่างกะทันหัน การไร้ซึ่งการระแวดระวัง ต่อให้เขาจะเป็นราชันแห่งวงการมืดที่เคยผงาดง้ำค้ำฟ้าในประเทศเอ็ม ก็ไม่อาจหลบหลีกคมหอกคมดาบที่ลอบแทงเข้ามาในระยะประชิดไม่ถึงหนึ่งเมตรนี้ได้
หลินจิ้งเฮ่าจ้องมองซูชิงอี๋ที่หน้าซีดเผือดอย่างเย็นชา ในที่สุดมุมปากของเขาก็ยกยิ้มสมเพชอย่างไร้เสียง กุมหน้าอกที่เจ็บปวดรวดร้าวเกินบรรยาย ลดมือขวาที่กำปืนอินทรีทะเลทรายแน่นลง
หลินจิ้งเฮ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ทำไม?"
ซูชิงอี๋เผยอปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา มีเพียงรอยยิ้มเศร้าสร้อย ราวกับกลีบกุหลาบที่ร่วงโรยเกลื่อนกลาด งดงามแต่แสนรันทด!
หลินจิ้งเฮ่าเม้มริมฝีปากที่เริ่มไร้สีเลือด หันไปมองสภาผู้อาวุโสทั้งห้า แสยะยิ้ม "พวกคุณพอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?"
ซั่งสยงที่เพิ่งลุกขึ้นมาจากพื้นตีหน้าเหี้ยมโหด "ไอ้หนุ่ม ฉันเตือนแกแล้วนะ ว่าบางครั้งอย่าทำตัวให้มันกร่างนัก การทำอะไรตามอำเภอใจจุดจบมันก็เป็นแบบนี้แหละ!"
"ฮ่าๆ...! ตาแก่ซั่ง คุณเคยได้ยินคำว่า 'อูฐที่ผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า' ไหมล่ะ เชื่อไหมล่ะว่า ต่อให้ฉันตายอย่างไม่ยุติธรรม ก่อนตายฉันก็ยังมีปัญญาลากสองพ่อลูกอย่างพวกแกลงนรกไปเป็นเพื่อนได้สบายๆ!" หลินจิ้งเฮ่าแสยะยิ้มให้ชายแก่ที่น่าสงสารคนนี้ รอยยิ้มเย็นเยียบนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกสดใสประหลาดๆ
ซั่งสยงเหลือบมองซั่งเฉิงเวยที่ยังนอนอยู่แทบเท้าหลินจิ้งเฮ่า แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่เขาก็ยอมหุบปากเงียบอย่างหวาดกลัว
ท้ายที่สุด หลิวเวย หนึ่งในห้าผู้อาวุโสก็ทำหน้าขรึม โยนซองจดหมายที่ดูเหมือนจะใส่รูปถ่ายไว้ลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา "ไม่เห็นแก่สายสัมพันธ์พี่น้อง บังอาจสมคบคิดกับแก๊งยามากุจิแห่งประเทศเอ็ม ลอบทำร้ายซั่งเฉิงอวิ๋น พี่ชายร่วมสาบานของตัวเอง! หลักฐานมัดตัวแน่นหนา แกยังมีอะไรจะแก้ตัวอีก?"
จากนั้น เขาก็แจกซองจดหมายแบบเดียวกันให้บรรดาผู้บริหารระดับสูงของสมาคมอวิ๋นเทียนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยอีกหลายซอง
คนส่วนใหญ่ในงานต่างพากันตกตะลึงกับคำพูดของหลิวเวยอีกครั้ง พวกเขาซุบซิบและส่งรูปถ่ายในซองให้กันดู สายตาของพวกเขามองสลับไปมาระหว่างหลินจิ้งเฮ่ากับซูชิงอี๋อย่างไม่รู้ตัว บางคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดถึงกับคิดไปถึงความเป็นไปได้เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ... ความแค้นเรื่องชู้สาว!
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เรื่องที่ซั่งเฉิงอวิ๋นถูกลอบทำร้าย
หลินจิ้งเฮ่าให้เหอซินหลานช่วยหยิบรูปถ่ายในซองออกมาให้เขาดู พลางเอ่ยเสียงเรียบ "เขาเป็นยังไงบ้าง?"
"แกยังมีหน้ามาถามแบบนี้อีกเหรอ? อาการบาดเจ็บของเขาเป็นยังไงแกจะไม่รู้ได้ยังไง?" ซั่งหาวและซั่งเจี๋ยที่ไม่เคยปริปากพูดเลย ทุบโต๊ะด่าทอด้วยความโกรธแค้นพร้อมกัน "เจ้าหญิงนิทรา! แกรู้ไหม? เป็นเจ้าหญิงนิทราที่ไร้การตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น!"
หลินจิ้งเฮ่าทำเพียงส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง หัวใจที่แตกสลายไปแล้ว ไม่มีเรื่องพลิกผันใดๆ ที่จะทำให้เขาตกใจได้อีก และเขาก็คงจะต้องเดินตามรอยคุณชายรองลงสู่ปรโลกเพื่อไปเกิดใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างช่างมันเถอะ~!
เหอซินหลานหยิบรูปถ่ายให้เขาดูทีละใบ ภาพเหล่านั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าภาพแอบถ่ายตอนที่นาคาตะ โคจิเข้ามาหาเขาด้วยตัวเองสองครั้ง ครั้งแรกที่ถนน ครั้งที่สองที่หน้าคฤหาสน์ จากนั้นก็เป็นภาพตัดต่อที่เขาสถานบันเทิง คลับ และสถานที่อื่นๆ
หลินจิ้งเฮ่ายิ้มแล้ว ยิ้มจริงๆ! บวกกับภาพตัดต่อที่เนียนจนดูไม่ออก ภาพพวกนี้มันช่างน่าเชื่อถือสุดๆ ไปเลย!
"ซั่งลี่เทา รูปพวกนี้เป็นฝีมือของพวกแก๊งยามากุจิใช่ไหม?" หลินจิ้งเฮ่ายิ้ม แต่รังสีอำมหิตกลับพุ่งเป้าไปที่ซั่งลี่เทา หัวหน้าหอมืด!
"ใช่ เอ้ย ไม่ใช่ เป็น~ คนของเรา~ แอบซุ่มถ่าย~ จากระยะไกลต่างหาก" ซั่งลี่เทา ผู้มีหน้าตาธรรมดา รูปร่างเตี้ยม่อต้อ ถึงกับสะดุ้งโหยง ตัวเย็นเฉียบ พอหลุดปากออกไปก็รู้ตัวว่าพลาด รีบเปลี่ยนคำพูดแก้เกี้ยวอย่างตะกุกตะกัก
เรื่องนี้จะโทษว่าเขาควบคุมอารมณ์ไม่เก่งก็ไม่ได้ เป็นเพราะหลินจิ้งเฮ่าใช้เทคนิคในการตั้งคำถามนิดหน่อย เขาไม่ได้ถามว่าเป็นฝีมือของหอมืดใช่ไหม แต่พุ่งเป้าไปที่แก๊งยามากุจิเลย บวกกับการถามอย่างกะทันหันและปล่อยรังสีอำมหิตเข้าข่ม เป็นใครก็ต้องเผลอพูดความจริงที่ซ่อนอยู่ในใจออกมาทั้งนั้น
ท้ายที่สุดแล้ว องค์ชายก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขา บารมีและอิทธิพลยังคงอยู่! ยิ่งไปกว่านั้น บารมีขององค์ชายในหมู่สมาชิกระดับกลางและระดับล่างของสมาคมอวิ๋นเทียน ก็ทรงพลังถึงขั้นชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้เลย อำนาจของเขาเทียบเท่ากับประธานซั่งเฉิงอวิ๋นเลยทีเดียว!
นอกจากนี้ ทำไมสมาคมอวิ๋นเทียนถึงไม่มีตำแหน่งรองประธานล่ะ? ทุกคนรู้ดีว่าตำแหน่งนี้ว่างไว้เพื่อองค์ชาย เพียงแต่ทุกคนต่างรู้กันอยู่แก่ใจโดยไม่ต้องพูดออกมา!
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้บริหารระดับสูงบางส่วนของสมาคมอวิ๋นเทียนต่างก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
"พวกคุณมองฉันทำไม คนของหอมืดเป็นคนถ่ายจริงๆ นะ ถ้าพวกคุณไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันให้พวกเขามาเผชิญหน้ากับเขาก็ได้" ซั่งลี่เทาลอบสูดหายใจเข้าลึก แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ "ยิ่งไปกว่านั้น คนที่สมคบคิดกับศัตรูอย่างแก๊งยามากุจิ เพื่อฆ่าพี่น้อง ทำร้ายคนในสมาคมแบบมัน สมควรโดนทุกคนรุมประชาทัณฑ์อยู่แล้ว"
นี่เขาไม่รู้ความหมายของคำว่า 'ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งเหมือนปกปิด' หรือไงนะ ท่าทางร้อนตัวซะขนาดนี้ปิดยังไงก็ปิดไม่มิดหรอก!
หลินจิ้งเฮ่าเห็นเขาทำเหมือนลืมเรื่องที่ตัวเองสั่งให้ทำเมื่อคืนไปซะสนิท ก็ไม่ได้พูดแฉอะไรออกไป
เพราะ... ตอนนี้มันยังจำเป็นอยู่อีกเหรอ? เขามั่นใจว่าหลักฐานและรูปถ่ายพวกนี้เป็นของที่แก๊งยามากุจิแอบส่งให้หอมืด และที่ทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่ออะไรล่ะ? แน่นอนว่าหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างความแตกแยกภายในสมาคมอวิ๋นเทียนอยู่แล้ว!
ถามหน่อยเถอะ บนโลกนี้มีใครบ้างที่ไม่กระหายอำนาจ มีที่ไหนบ้างที่ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี? ก็แค่ละครฉากแย่งชิงอำนาจสุดน้ำเน่าฉากนึงเท่านั้นแหละ เพียงแต่เขาดันจับพลัดจับผลูกลายเป็นแพะรับบาปที่เหมาะสมที่สุดในละครเรื่องนี้ก็เท่านั้นเอง!
ฆ่าเพราะเรื่องชู้สาว? เป็นแรงจูงใจในการฆ่าที่ฟังดูขึ้นสุดๆ!
"หากไม่ต้องการให้ใครรู้ นอกเสียจากอย่าทำตั้งแต่แรก" หลิวเวยเห็นท่าไม่ดี จู่ๆ ก็ตะโกนเรียกไปที่นอกประตู "พาตัวคนเข้ามา"
สิ้นเสียง ประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สมาชิกหอมืดสองคนลากตัวชายคนหนึ่งที่ถูกซ้อมจนเสื้อผ้าขาดวิ่น มีแผลเต็มตัวเข้ามา แล้วโยนทิ้งไว้ตรงหน้าผู้อาวุโสทั้งห้า หนึ่งในนั้นกระชากผมชายคนนั้นขึ้นมาเพื่อให้เห็นหน้าชัดๆ
เมื่อเห็นใบหน้าที่แทบจะไม่มีรอยแผลใดๆ ใครบางคนในห้องประชุมก็พึมพำขึ้นมาเสียงดังว่า "นั่นมันหนึ่งในบอดี้การ์ดของนาคาตะ โคจิที่อยู่ในรูปไม่ใช่เหรอ?"
หลิวเวยแสยะยิ้ม "คนที่ลงมือกับท่านประธานก็คือบอดี้การ์ดสี่คนของนาคาตะ โคจิ ตายไปสาม จับเป็นมาได้แค่คนเดียว"
"คุณวาตานาเบะ ตอนนี้บอกฉันได้หรือยังว่าใครเป็นคนสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งยามากุจิแห่งประเทศเอ็ม และใครเป็นคนสั่งการพวกแก?" หลิวเวยนั่งยองๆ ตบหน้าบอดี้การ์ดของแก๊งยามากุจิเบาๆ พลางยิ้มเยาะ
วาตานาเบะหันหน้าหนี แสยะยิ้มเย็นชาด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวความตาย
"คุณวาตานาเบะนี่ใจเด็ดใช้ได้เลยนะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ลองรับการต้อนรับจากสมาคมอวิ๋นเทียนของพวกเราอีกสักสองสามรอบแล้วกัน!" ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของหลิวเวยปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "พาตัวมันลงไป ให้คุณวาตานาเบะได้ลิ้มรส 'งานเลี้ยง' ที่ยังเสิร์ฟไม่หมดเมื่อคืนนี้อีกรอบ"
พอวาตานาเบะได้ยินคำว่า 'งานเลี้ยง' เนื้อบนใบหน้าก็กระตุก รูม่านตาสีดำหดเกร็งด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะร้องโหยหวนขอความเมตตา "ไม่! คุณหลิว ได้โปรดฆ่าผมให้ตายเถอะ ผมยอมสารภาพหมดแล้ว"
"พูดมา! ใคร?" หลิวเวยถาม
"เขา จอร์จ หลิน แห่งกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียง" จู่ๆ วาตานาเบะก็ชี้มือมาที่หลินจิ้งเฮ่า ร้องตะโกนลั่น
ผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนมองไปที่หลินจิ้งเฮ่า รอฟังว่าเขาจะมีอะไรแก้ตัวไหม
ใบหน้าของหลินจิ้งเฮ่าซีดเผือดไร้สีเลือด แต่เขาก็ยังคงส่งยิ้มบางๆ นั่งชมละครฉากเด็ดนี้ต่อไป~!
"จอร์จไปสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งยามากุจิแห่งประเทศเอ็มของพวกแกได้ยังไง"
"ไม่ คุณหลิว คุณเข้าใจผิดแล้ว ลำพังตัวเขาไม่มีสิทธิ์จะมาเจรจากับแก๊งยามากุจิของประเทศเอ็มหรอก แก๊งยามากุจิก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ เขาแค่ร่วมมือกับคุณนาคาตะวางแผนเรื่องนี้ขึ้นมาเท่านั้นเอง"
"โอ้! ตอนแรกฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมแก๊งยามากุจิถึงได้หน้ามืดตามัวเข้ามายุ่งเรื่องนี้ พวกมันไม่กลัวสมาคมอวิ๋นเทียนแก้แค้นหรือไง? ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แล้วเขากับนาคาตะ โคจิวางแผนอะไรกันล่ะ?"
"เขาบอกว่า เมื่อปีกว่าก่อน ประธานซั่งแย่งคนรักของเขาไป การกลับมาคราวนี้เขาเลยอยากจะแก้แค้น เพียงแต่ไม่สะดวกที่จะลงมือเอง เลยขอร้องให้คุณนาคาตะเจ้านายของผมช่วย เขายังบอกอีกว่า ถ้าฆ่าประธานซั่งได้ เขาจะมีอำนาจควบคุมสมาคมอวิ๋นเทียนและกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียงทั้งหมด!..."
"อืม แล้วเขาเสนอเงื่อนไขอะไรให้นาคาตะ นาคาตะถึงได้ยอมหักหลังแก๊งยามากุจิ เข้ามาช่วยเขาอย่างไม่คิดชีวิตขนาดนี้?"
"ใช่ครับ เงื่อนไขที่จอร์จ หลิน เสนอให้คุณนาคาตะมันล่อใจมาก เขาบอกว่า ขอแค่ลอบสังหารสำเร็จ รอจนกว่าเขาจะควบคุมสมาคมอวิ๋นเทียนได้ทั้งหมด เขาจะทำตามสัญญาโดยใช้เส้นสายกดดันแก๊งยามากุจิที่ประเทศเอ็ม และแอบผลักดันให้คุณนาคาตะขึ้นเป็นผู้ดูแลสาขาลอสแอนเจลิส ส่วนเรื่องวิธีการจัดการนั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ในขณะเดียวกัน เขาก็จะยกพื้นที่และธุรกิจใต้ดินในลอสแอนเจลิสบางส่วนให้กับคุณนาคาตะ แถมยังให้หุ้นปันผลฟรีของกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียงอีก 5% ต่อปีด้วย"
"..." "..."
หลังจากซักไซ้ไล่เลียงกันชุดใหญ่ หลิวเวยก็โบกมือ "สงเคราะห์ให้มันตายสบายๆ ไปเถอะ!"
วาตานาเบะไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป ถูกลากตัวออกไป จากนั้นเสียงปืนทึบๆ ก็ดังมาจากดาดฟ้าเรือ~!
"จอร์จ ไม่สิ เรียกแกว่าองค์ชายจะดีกว่า! ยอดฝีมือรุ่นเยาว์แห่งวงการมืดประเทศเอ็ม เทพแห่งสงครามแห่งสมาคมอวิ๋นเทียน ช่างเป็นฉายาที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอะไรอย่างนี้! แต่ดูเรื่องระยำตำบอนที่แกทำสิ สมรู้ร่วมคิดกับคนประเทศอาร์ หวังจะยึดอำนาจ ทรยศหักหลังพี่น้อง เอาผลประโยชน์ที่สมาคมอวิ๋นเทียนสร้างมาอย่างยากลำบากไปขายทิ้ง" หลิวเวยยิ้มเยาะใส่หลินจิ้งเฮ่า "ตอนนี้แกยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม"
หลินจิ้งเฮ่ากวาดสายตามองทุกคนที่เงียบกริบอยู่ในห้องประชุม เขาเอ่ยเสียงเรียบ "กว่าสามปีมานี้ ฉัน 'องค์ชาย' ทำงานคนเดียวมาตลอด ตอนที่ฉันแอบแผ้วถางเบิกทางให้สมาคมอวิ๋นเทียนในประเทศเอ็ม ฉันสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งไว้ให้ตัวเองมากแค่ไหน แก๊งยามากุจิ, มาเฟียไอริช, มาเฟียเม็กซิกัน, พวกโปรตุเกส, พวกสเปน ฯลฯ แม้กระทั่งครอบครัวมาเฟียในประเทศเอ็ม และในบรรดาศัตรูพวกนั้น... ฉันสู้รบอาบเลือดกับคนประเทศอาร์อย่างดุเดือดที่สุด และมีความแค้นต่อกันลึกซึ้งที่สุด! ทำไมล่ะ?"
"บางทีพวกคุณอาจจะไม่รู้ เพราะว่า พ่อของฉันตายด้วยน้ำมือของแก๊งยามากุจิไงล่ะ! คุณบอกว่าฉันสมรู้ร่วมคิดกับคนประเทศอาร์ ฉันจะทำหน้าไปสู้พ่อที่อยู่บนสวรรค์ได้ยังไง? หึหึ! ถ้าลองคิดตามหลักเหตุและผลดูนะ ทำไมฉันต้องร่วมมือกับนาคาตะด้วย ตัวฉันคนเดียว สมาคมอวิ๋นเทียนมีใครหน้าไหนหยุดฉันได้บ้าง? ไม่มี! ต่อให้ไม่มีคนประเทศอาร์ ฉันก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอยได้เหมือนกัน"
"แต่ดูตอนนี้สิ มีคนลากตัวคนที่อ้างว่าเป็นฆาตกรออกมา บอกว่าฉันสั่งให้ฆ่าประธาน เพื่อหวังยึดสมาคมอวิ๋นเทียน หักหลังผลประโยชน์ของทุกคน แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องกับประธานเมื่อคืนนี้ ฉันได้สั่งให้คนไปก่อเรื่องยึดพื้นที่ใครบ้างไหม? พวกคุณลองถามใจตัวเองดูสิ องค์ชายเคยติดสินบนพวกคุณบ้างไหม?"
หลินจิ้งเฮ่าพูดรวดเดียวจบ ก็กุมท้องไอรัวๆ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากในพริบตา
ในเวลานี้ ซูชิงอี๋ที่มีสีหน้าเด็ดเดี่ยว พอฟังจบ ร่างอันงดงามก็สั่นสะท้าน จิตใต้สำนึกสั่งให้เธอใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดให้เขา แต่แล้วเธอก็ต้องเจ็บปวดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเธอเอง มือที่ยื่นออกไปจึงร่วงหล่นลงอย่างแรง
กลับเป็นเหอซินหลานที่คอยพยุงเขามาตลอด หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดเลือดที่เปื้อนใบหน้าและมุมปากให้ แต่ยิ่งเช็ดเลือดก็ยิ่งไหลออกมาไม่หยุด
"เลิกเอาผลงานในอดีตมาบีบน้ำตาเรียกความสงสารได้แล้ว อย่างน้อยทุกสิ่งที่เราเห็นเมื่อกี้มันก็คือเรื่องจริง แล้วแกจะเอาอะไรมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแกได้ล่ะ?" คำพูดของหลิวเวยดูเหมือนจะหมดมุกจนต้องแถไปเรื่อย แต่ใบหน้ากลับเคร่งขรึม แสดงออกถึงความรังเกียจพฤติกรรมของหลินจิ้งเฮ่าอย่างชัดเจน
"หากคิดจะยัดข้อหา มีหรือจะไร้ข้ออ้าง! ตอนนี้ฉันยังมีเวลาไปหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอีกเหรอ? ถ้าพวกคุณสนใจจะลองศึกษาภาพพวกนี้ดู ลองสังเกตดูสิว่ามีภาพตัดต่ออยู่กี่ใบ! อะไรที่ฉัน 'องค์ชาย' ไม่เคยทำก็คือไม่เคยทำ ฉันอาจจะไม่ละอายต่อฟ้าดิน แต่ฉันไม่เคยละอายต่อตระกูลซั่ง ต่อสมาคมอวิ๋นเทียน ต่อกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียง ฉันจอร์จ ถามใจตัวเองดูแล้วไม่มีอะไรต้องละอาย"
ความจริงหลินจิ้งเฮ่ารู้ดีว่า พวกเขาก็แค่ต้องการข้ออ้างเท่านั้น ไม่อย่างนั้นการใส่ร้ายป้ายสีแบบเด็กๆ แบบนี้ พวกเขาคิดว่าคนทั้งโลกเป็นไอ้โง่จริงๆ หรือไง?
หลินจิ้งเฮ่าโบกมืออย่างอ่อนแรงและยิ้มจางๆ รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความสมเพช "ยังไงฉันก็เป็นคนที่กำลังจะตายอยู่แล้ว พูดเรื่องพวกนี้ไปมันจะมีความหมายอะไร? สู้พวกคุณเปิดประชุมปรึกษากันว่าจะยัดข้อหาให้ฉันเพิ่มอีกกี่ข้อดี แล้วหลังจากที่ฉันตาย จะจัดการกับศพฉันยังไง แบบนั้นน่าจะมีประโยชน์กว่าเยอะ"
คำพูดของคนที่กำลังจะตาย มักจะเป็นความจริงเสมอ! ในหมู่คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ขาดคนฉลาดไหวพริบดี ละครฉากนี้ก็เหมือนกับอุปรากรตะวันตกที่เข้าใจยาก แม้พวกเขาจะดูไม่ออกถึงสิบส่วน แต่อย่างน้อยก็คงจะเข้าใจสักเจ็ดส่วน พวกเขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ถอนหายใจหนักๆ อยู่ในใจ 'นกสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อน กระต่ายตายต้มสุนัขล่าเนื้อ!' แต่ฉากที่ดราม่าที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ คนที่ลอบทำร้ายองค์ชาย กลับกลายเป็นผู้หญิงที่เขาเคยรักมากที่สุด
ในขณะเดียวกัน คำพูดของเขาก็ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าสลดใจกับจุดจบของเขา~!
"แม้แต่คุณก็คิดว่าฉันร่วมมือกับคนประเทศอาร์ฆ่าสามีคุณจริงๆ ใช่ไหม?" ดูเหมือนประโยคนี้เขาจะพูดกับซูชิงอี๋ และดูเหมือนจะเป็นเสียงพึมพำกับตัวเอง "ทำไมถึงไม่ยอมแม้แต่จะให้โอกาสฉันได้อธิบาย?"
มุมปากของหลินจิ้งเฮ่าขมขื่นสุดแสน และหัวใจของเขาก็ยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่า! เขาไม่ได้มองพวกเขาอีกต่อไป รวมถึงผู้หญิงที่เขาเคยมองว่าเป็นดั่งนางฟ้าจำแลงคนนั้นด้วย
หลินจิ้งเฮ่าไม่ได้รอคำตอบจากเธอ เขาเพียงแค่หันไปพูดกับเหอซินหลานว่า "เธอรู้เรื่องที่ประธานถูกลอบทำร้ายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วใช่ไหม?"
เหอซินหลานไม่กล้าสบตาเขา เธอก้มหน้าและพยักหน้าอย่างลังเล
"งั้นตอนนี้เธอคงกำลังคิดอยู่สินะ ว่าจะแทงซ้ำฉันอีกสักแผลดีไหม เพื่อให้ฉันตายไวๆ แถมยังได้เอาไปประจบเจ้านายของเธออีก!" หลินจิ้งเฮ่ากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
"ฉันรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้ปิดบังองค์ชายไม่ได้หรอก! แต่ฉันไม่เคยคิดจะลงมือกับคุณอีกเลย ความเศร้าใดเล่าจะยิ่งใหญ่ไปกว่าหัวใจที่ตายด้าน ปืนสองนัดของเธอมันก็เพียงพอแล้ว! ไม่ใช่เหรอ?" ร่างกายของเหอซินหลานสั่นเทาเล็กน้อย มองดูหน้าท้องของหลินจิ้งเฮ่าที่ถูกพันด้วยผ้าแต่ยังมีเลือดสีแดงคล้ำไหลซึมออกมาไม่หยุด พึมพำด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน "ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยบาดแผลของคุณตอนนี้ ถึงจะไม่โดนจุดสำคัญ แต่เลือดก็ไหลออกมามากพอแล้ว จะแทงซ้ำอีกแผลหรือไม่มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก! คุณว่าฉันยังจำเป็นต้องสวมบทเป็นคนเลวอีกไหมล่ะ?"
เมื่อครู่ไม่ว่าเหอซินหลานจะมีเจตนาร้ายหรือไม่ หลินจิ้งเฮ่าก็ไม่ได้ปฏิเสธการประคองจากเธอ เพราะใจที่ตายด้านไปแล้ว เขาไม่แคร์เลยว่าเธอจะลอบทำร้ายเขาอีกสักครั้ง~! แต่ความจริงก็คือ ทันทีที่เธอเข้าประชิดตัว เขาก็สังเกตเห็นมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเธอแล้ว
"ขอบใจที่ออมมือให้ ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าจริงๆ แล้วเธอก็เป็นผู้หญิงที่ดีคนนึง ฉันชักจะเสียใจที่เมื่อคืนปฏิเสธไม่ยอมไปขึ้นสวรรค์ (ภูเขาอูซาน) กับเธอซะแล้วสิ! แค่ก! ขอหมัดให้ฉันสักมวนได้ไหม? ฉันรู้สึกหนาวนิดหน่อย~!" เสียงทุ้มต่ำของหลินจิ้งเฮ่าตอนนี้ยิ่งแหบแห้งลงไปอีก
"ผู้หญิงที่ดี? ฉันคู่ควรเหรอ? ฮ่าๆ~!" เหอซินหลานชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เย้ายวนขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวเราะเยาะตัวเอง ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนแรกที่บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดี จะเป็นองค์ชาย! บางทีคำพูดนี้ของเขาอาจจะเป็นการตอบแทนที่เธอช่วยพยุงเขาก็ได้มั้ง!
หลินจิ้งเฮ่ารับบุหรี่ที่เหอซินหลานจุดให้ด้วยนิ้วที่สั่นเทา "ช่วยยกเปียโนไปไว้บนดาดฟ้าให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
ทุกคนได้ยินประโยคนี้ชัดเจน หลิวเวยกับซั่งสยงตั้งใจจะห้าม แต่ถูกผู้อาวุโสอีกสามคนรั้งไว้ คนที่กำลังจะตาย การทำตามคำขอสุดท้ายของเขาก่อนจากไปก็ไม่เห็นจะเกินเลยตรงไหน ยิ่งไปกว่านั้น สถานะองค์ชายและจอร์จ มันเป็นสัญลักษณ์ของเสาหลักครึ่งหนึ่งของตระกูลซั่งจริงๆ อย่างน้อยก็จนถึงวันนี้แหละ
หลังจากที่ทุกคนเงียบไป ในที่สุดก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทำตามที่เขาสั่ง ส่วนเหอซินหลานก็พยุงร่างที่เดินโซเซจวนจะล้มของเขามุ่งหน้าไปยังดาดฟ้าเรือ
จากนั้น ทุกคนก็แห่กันไปที่ดาดฟ้าเรือ ส่วนซั่งเฉิงเวยที่สลบไปก็ถูกหมอประจำเรือหามลงไปรักษา!
(จบแล้ว)