- หน้าแรก
- ยอดสิงขราปัทมามรกต
- บทที่ 119 ข่าวสารที่น่าตกใจ
บทที่ 119 ข่าวสารที่น่าตกใจ
บทที่ 119 ข่าวสารที่น่าตกใจ
เมื่อผึ้งเพลิงเข็มทองตัวขนาดเล็กสัมผัสกับไอเย็นสีขาว ร่างกายของพวกมันก็จับตัวเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็วและร่วงหล่นลงจากกลางอากาศ ส่วนผึ้งเพลิงเข็มทองที่มีขนาดใหญ่กว่านั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก พวกมันอ้าปากพ่นลูกไฟระดมยิงเข้าใส่หวังฉางเซิง
หุ่นเชิดหมีดำก้าวไปข้างหน้าสองก้าว กวัดแกว่งกระบองเขี้ยวหมาป่าในมือ ทุบทำลายลูกไฟสีแดงที่พุ่งเข้ามาจนแตกกระจาย ลูกไฟบางส่วนตกกระทบถูกตัวมัน แต่เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่ตัวมันได้เลย ลูกไฟสีแดงบางส่วนพุ่งเข้าใส่เกราะแสงสีน้ำเงินรอบตัวหวังฉางเซิง กลายเป็นเปลวเพลิงที่โหมลุกคลุมร่างของเขาไว้ ทว่าในไม่ช้า ท่ามกลางเปลวไฟก็เกิดแสงสีน้ำเงินเจิดจ้าขึ้นมาสว่างวาบ ทำให้เปลวไฟมอดดับไปทันที
หวังฉางเซิงสะบัดธงเหมันต์ในมืออย่างแรง เกิดเสียง "ชี่ชี่" ดังสนั่น ลูกศรน้ำแข็งสีขาวจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาจากหน้าธง ผึ้งเพลิงเข็มทองหลายสิบตัวที่บินอยู่หน้าสุดถูกลูกศรน้ำแข็งเหล่านั้นทิ่มแทงจนเป็นรูพรุนและร่วงหล่นลงมา เขาปล่อยมีดบินสีน้ำเงินยาวประมาณหนึ่งออกไปสามเล่ม พวกมันร่อนตัดสลับไปมาในฝูงผึ้ง ทำให้ผึ้งเพลิงเข็มทองอีกหลายสิบตัวร่วงลงมาตามกัน ภายใต้การควบคุมของหวังฉางเซิง หุ่นเชิดงูยักษ์พ่นเปลวไฟสีแดง แผดเผาผึ้งเพลิงเข็มทองตายไปเป็นจำนวนมาก
ไม่นานนัก ผึ้งเพลิงเข็มทองจำนวนมหาศาลก็บินออกมาจากภายในถ้ำ โดยมีผึ้งเพลิงเข็มทองขนาดมหึมาตัวหนึ่งบินนำหน้าออกมา สัตว์อสูรตัวนี้มีปีกสี่ข้าง เมื่อกางออกจะกว้างประมาณหนึ่งเมตร มีเขี้ยวสีทองคู่หนึ่งโผล่ออกมา และหนามที่ส่วนหางยาวถึงครึ่งเมตร ดูจากกลิ่นอายของมันแล้ว เห็นชัดว่าเป็นแมลงอสูรระดับสองขั้นกลาง
นางพญาผึ้งขยับปีกสะบัด ปล่อยคมมีดไฟสีแดงออกมาสิบกว่าสายพุ่งเข้าหาหวังฉางเซิง ในขณะเดียวกัน ผึ้งเพลิงเข็มทองจำนวนมากภายใต้การบัญชาของนางพญาผึ้งก็ถาโถมเข้าใส่เขา ผึ้งเพลิงเข็มทองหลายร้อยตัวพุ่งเข้าหาหวังฉางเซิงจากทิศทางต่างๆ พวกมันยังไม่ทันเข้าใกล้ก็พ่นลูกไฟสีแดงระดมใส่เขาก่อน
หวังฉางเซิงสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาดีดนิ้วปล่อยลูกปัดสีเหลืองและสีแดงขนาดเท่าไข่ไก่ออกไป ท่ามกลางเสียงกลไกที่ดังขึ้น ลูกปัดสีเหลืองกลายเป็นแมงมุมแปดขาที่มีสีเหลืองทั้งตัว ส่วนลูกปัดสีแดงกลายเป็นอีกาแดงขนาดมหึมา แมงมุมเหลืองอ้าปากพ่นแสงสีขาวออกมา กลายเป็นใยแมงมุมสีขาวขนาดหลายจั้ง ใยสีขาวนี้แน่นหนาจนลมไม่อาจผ่านได้ ทำให้ผึ้งเพลิงเข็มทองหลายสิบตัวที่บินมาชนติดแน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ อีกาแดงกางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า อ้าปากพ่นคมมีดไฟสีแดงยาวหนึ่งฉื่อออกมาสิบกว่าสาย สับร่างผึ้งเพลิงเข็มทองหลายสิบตัวจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หวังฉางเซิงสะบัดธงเหมันต์ในมืออีกครั้ง ลูกศรน้ำแข็งสีขาวหนาแน่นพุ่งเข้าใส่ฝูงผึ้งเพลิงเข็มทอง มีดบินสีน้ำเงินสามเล่มพุ่งเข้าจู่โจมนางพญาผึ้งจากทิศทางที่ต่างกัน หุ่นเชิดหมีอ้าปากพ่นตะปูยาวหลายสิบดอกยิงเข้าใส่นางพญาผึ้ง นางพญาผึ้งไม่กล้ารับการโจมตีตรงๆ มันอ้าปากพ่นเปลวไฟสีแดงขนาดใหญ่ พร้อมกับขยับปีกปล่อยคมมีดไฟสีแดงออกมาเป็นชุดเพื่อต้านรับ
เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง เปลวไฟโหมกระหน่ำ อีกาไฟส่งเสียงร้องประหลาดพุ่งเข้าใส่นางพญาผึ้ง กรงเล็บทั้งคู่มุ่งเป้าไปที่หัวของมัน
แมงมุมเหลืองพ่นใยสีขาวออกมาหวังจะคลุมร่างของนางพญาผึ้ง ขณะที่หุ่นเชิดงูยักษ์พ่นเปลวไฟสีแดงแรงสูงเข้าใส่ และมีดบินสีน้ำเงินสามเล่มก็ฟันเข้าหาจากอีกทิศทาง
นางพญาผึ้งต้องหลบหลีกอย่างยากลำบาก ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังไม่หยุด ด้วยความคล่องตัวมันจึงรอดจากการโจมตีเหล่านั้นมาได้ ทว่าพวกผึ้งอสูรระดับหนึ่งกลับไม่โชคดีเช่นนั้น
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง เมฆดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า เมฆดำม้วนตัวไปมา เกล็ดหิมะขนาดเท่าเมล็ดถั่วร่วงหล่นลงมา ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงทันที
หากสังเกตให้ดีจะพบว่า เมฆดำยักษ์นี้ปรากฏอยู่เฉพาะในบริเวณที่นางพญาผึ้งเคลื่อนไหวเท่านั้น นี่คือ เวทมนตร์ "ฝนน้ำแข็ง" ซึ่งหวังฉางเซิงใช้ธงเหมันต์ช่วยในการร่าย เป็นเวทมนตร์ระดับกลางที่มีขอบเขตการโจมตีค่อนข้างกว้าง ในตอนแรกจำนวนเกล็ดหิมะยังมีไม่มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกล็ดหิมะก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีลูกเห็บตกลงมา นางพญาผึ้งที่มัวแต่วุ่นกับการหลบหลีกอาวุธเวทและหุ่นเชิดจนไม่มีเวลาใส่ใจสิ่งอื่น ประกอบกับร่างกายที่ใหญ่โตเกินไป ทำให้ถูกลูกเห็บหลายลูกกระแทกใส่จนความเร็วลดลงกะทันหัน
อาศัยจังหวะนั้นเอง ใยแมงมุมสีขาวก็พุ่งเข้าครอบคลุมร่างของมันไว้ หุ่นเชิดงูยักษ์อ้าปากพ่นเปลวไฟสีแดงกลืนกินร่างของมันไป หุ่นเชิดอีกาไฟโผเข้าใส่ กรงเล็บอันแหลมคมจิ้มทะลุเข้าไปในกองเพลิง เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างน่าเวทนา! มีดบินสีน้ำเงินสามเล่มพุ่งหายเข้าไปในเปลวไฟ เกิดเสียงทึบๆ ดังออกมา หวังฉางเซิงสะบัดธงเหมันต์ในมืออย่างแรง ลูกศรน้ำแข็งสีขาวจำนวนมหาศาลพุ่งทะลวงผ่านทะเลเพลิง
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมฆดำยักษ์ม้วนตัวอย่างรุนแรง ลูกเห็บกว่าร้อยลูกร่วงหล่นลงมา กระแทกเข้าใส่ใจกลางทะเลเพลิงอย่างต่อเนื่อง ร่างของนางพญาผึ้งร่วงหล่นออกมาจากกองไฟ ถูกทับถมด้วยลูกเห็บที่หนาแน่น "ตูม!" ลูกเห็บที่กองรวมกันระเบิดออกกระจายไปทั่ว นางพญาผึ้งบินออกมาด้วยสภาพที่เลือดไหลไม่หยุด ปีกฉีกขาดเสียหาย มันพยายามบินกลับไปยังถ้ำอย่างช้าๆ หวังฉางเซิงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา มีดบินสีน้ำเงินทั้งสามเล่มส่องประกายแสงเจิดจ้า พุ่งเข้าบั่นศีรษะของมันจนขาดสะบั้น
เมื่อนางพญาผึ้งตายลง ผึ้งเพลิงเข็มทองตัวที่เหลือก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังฉางเซิงอีกต่อไป บ้างก็ตาย บ้างก็หนีกระเจิดกระเจิง
หวังฉางเซิงสะบัดแขนเสื้อ น้ำเต้าสีดำขนาดเท่าฝ่ามือบินออกมา หมุนวนอยู่กลางอากาศพร้อมพ่นแสงสีดำออกมาปกคลุมซากผึ้งเพลิงเข็มทอง ดวงแสงสีเขียวดวงแล้วดวงเล่าลอยออกมาจากซากผึ้งและถูกแสงสีดำม้วนกลับเข้าไปในน้ำเต้า
นี่คืออาวุธเวทระดับล่าง "น้ำเต้ารวบวิญญาณ" ซึ่งหวังฉางเซิงกลั่นสร้างมาจากน้ำเต้าวารีลึก อาวุธชิ้นนี้ใช้สำหรับเก็บดวงวิญญาณสัตว์อสูรเพื่อนำไปใช้ในการสร้างหุ่นเชิด
นอกจากนี้ หนามที่หางของผึ้งเพลิงเข็มทองยังเป็นวัสดุชั้นดีในการหลอมสร้างอาวุธ หวังฉางเซิงจึงถอนพวกมันออกมาทีละอัน หลังจากจัดการกับซากผึ้งเสร็จ เขาก็ก้าวเข้าไปในถ้ำ และออกมาในอีกสิบห้านาที่
ต่อมา จากนั้นจึงปล่อยม้าเกล็ดเขียวและกระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน ม้าเกล็ดเขียวพาหวังฉางเซิงบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไปในขอบฟ้าในเวลาไม่นาน
หนึ่งเดือนต่อมา หวังฉางเซิงเดินทางกลับมาถึงภูเขาปัทมามรกต ทันทีที่เขากลับมาถึง หวังหมิงหย่วนก็ได้แจ้งข่าวที่น่าตกใจแก่เขาว่า เมื่อครึ่งปีก่อน ในหลายพื้นที่ของต้าซ่งได้มีภูตผีปีศาจจำนวนมากปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ตั้งตัวไม่ทันต่างบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก มีตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรบางตระกูลที่โชคร้ายถึงขั้นถูกล้างบางทั้งตระกูล
จากการตรวจสอบของสี่สำนักใหญ่ในต้าซ่ง พบว่าภูตผีเหล่านี้มาจากสถานที่เดียวกัน แต่ที่น่าลำบากคือพวกมันพุ่งออกมาจากห้าจุดที่แตกต่างกัน ในดินแดนแคว้นฉู่เองก็มีภูตผีปีศาจปรากฏขึ้นมากมายเช่นกัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามาจากแหล่งเดียวกัน สำนักผู้บำเพ็ญเพียรของทั้งสองแคว้นจึงได้ออกคำสั่งระดมพล รวบรวมกำลังคนเพื่อเข้าไปยังรังลับของพวกมันเพื่อกวาดล้าง โดยการเดินทางครั้งนี้จะมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างแกนพลัง เป็นผู้นำทัพ มีระดับสร้างฐานเป็นกำลังหลัก และระดับกลั่นพลังเป็นหน่วยเสริม ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องโทษประหารล้างตระกูล
แน่นอนว่าการกำจัดปีศาจนั้นมีรางวัลตอบแทน แต่สิ่งที่ต่างจากการล่าสัตว์อสูรคือ ในครั้งนี้สี่สำนักใหญ่ได้นำเอายาสร้างฐาน 5 เม็ด และน้ำทิพย์หยกสีม่วง 20 ขวดออกมาเป็นรางวัล โดยต้องใช้แต้มแลกเปลี่ยนที่สูงจนน่าตกใจ
"เดิมทีท่านลุงรองจะเป็นผู้นำทีมไป แต่ศิษย์จากสำนักจื่อเซียวที่มาแจ้งคำสั่งระดมพลกลับระบุว่า เจ้าต้องเป็นผู้นำทีมไปด้วยตัวเอง พ่อคาดว่านี่ต้องเป็นแผนการของตระกูลหลินที่คิดจะเล่นงานเรา การที่ให้เจ้าซึ่งมีระดับพลังไม่สูงนักเป็นผู้นำทีม เห็นได้ชัดว่าต้องการจะทำร้ายเจ้า" หวังหมิงหย่วนถอนหายใจด้วยความขมขื่น