เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 371 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือ

ตอนที่ 371 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือ

ตอนที่ 371 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือ


ในขณะที่ผู้อาวุโสฉินออกแรงที่มือ และมองดูคมพลองที่กำลังจะทะลวงผ่านหน้าอกของฉือเยว่ ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาชักพลองคนตาบอดกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอยร่นไปด้านหลังหลายก้าว ทิ้งระยะห่างจากฉือเยว่ด้วยความเร็วขั้นสุด

ครืนนน!

อสนีบาตสายใหญ่ผ่าลงมายังตำแหน่งที่ผู้อาวุโสฉินเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่

อานุภาพของแสงอสนีบาตสายนี้ชวนให้ตื่นตระหนกยิ่งนัก ถึงกับผ่าลงบนพื้นดินจนกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ภายในหลุมยังมีควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับเพิ่งถูกแผดเผาด้วยความร้อนสูง

"สายฟ้า?"

แม้ผู้อาวุโสฉินจะมองไม่เห็น แต่เขากลับสัมผัสได้ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย 'มอง' ไปยังทิศทางของฉือเยว่

"การใช้พืชวิญญาณร่ายวิชาควบคุมสายฟ้า นับว่าเป็นต้นกล้าชั้นยอดจริงๆ น่าเสียดาย..."

ในเมื่อมันไม่ยอมรับใช้ปราการศักดิ์สิทธิ์ แทนที่จะปล่อยให้มันเติบโต สู้สังหารมันทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า!

ส่วนเด็กหนุ่มในยามนี้ เหนือฝ่ามือซ้ายมีพืชวิญญาณ 'หญ้าอัคคีอสนี' ลอยอยู่ ทอแสงอสนีบาตวูบวาบจนชวนให้ใจสั่นสะท้าน เลือดสดๆ ที่ซึมออกมาจากบาดแผลตรงหน้าอกย้อมเสื้อผ้าจนเป็นสีแดงฉาน ทว่าเขาดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ สีหน้าปราศจากการเปลี่ยนแปลง

เวลานี้เอง ภายในใจกลางฝ่ามือขวาของเขา พืชวิญญาณระดับปราณฟ้าอีกต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบงัน! พืชวิญญาณต้นนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายอันลึกลับและทรงพลังออกมา ทำเอาผู้คนอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง

"กุหลาบตาข่ายพิษ!"

ผู้อาวุโสฉินแสดงท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย

นี่คือวัตถุพิษชั้นเลิศในหมู่พืชวิญญาณ มีความสามารถในการโจมตีหมู่ที่แข็งแกร่งมาก

ผู้อาวุโสฉินไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าไอ้เด็กนี่จะยังมีไพ่ตายเช่นนี้ซ่อนอยู่อีก!

จะปล่อยให้ 'เมล็ดพันธุ์วิญญาณ' ของกุหลาบตาข่ายพิษกระจายออกไปที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้น ที่นี่จะต้องกลายเป็นอาณาเขตของไอ้เด็กนี่แน่!

ผู้อาวุโสฉินกำพลองยาวแน่น กลิ่นอายพลังระดับปราณฟ้าขั้นสิบปะทุขึ้นมาในพริบตา กระแทกผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจนกระเด็นออกไป แม้กระทั่งสิ่งปลูกสร้างโดยรอบก็ยังสั่นสะเทือนไม่หยุด ซ้ำยังมีทีท่าว่าจะแตกร้าว เขาตวัดพลองออกไปหนึ่งครั้ง

"หมื่นเงาพลอง!"

ตู้ม!

เงาพลองนับไม่ถ้วนฉีกกระชากความว่างเปล่า พุ่งทะยานโจมตีไปยังทิศทางของฉือเยว่ กระแสอากาศในมิติโดยรอบส่งเสียงหึ่งๆ ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาเยือน

ทรงพลังจนมิอาจต้านทาน!

เวลานี้เอง อสนีบาตสายใหญ่หลายสายฟาดฟันลงมา สกัดกั้นการโจมตีของเงาพลองเอาไว้!

เถาวัลย์นับไม่ถ้วนพันธนาการเข้าด้วยกัน กลายสภาพเป็นปราการป้องกันการโจมตีของอีกฝ่าย ทว่าใครจะคาดคิด เงาพลองของอีกฝ่ายกลับฉีกกระชากเถาวัลย์ได้อย่างง่ายดาย ในชั่วขณะที่กำลังจะฟาดฟันลงบนร่างของฉือเยว่นั้น ทันใดนั้น

ความเปลี่ยนแปลงอันไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น!

เห็นเพียงเถาวัลย์หลายเส้นยกตัวฉือเยว่ขึ้นกลางอากาศ และในจังหวะที่ฉือเยว่เตรียมจะกระตุ้นทักษะของกุหลาบตาข่ายพิษนั้น กลับคาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสฉินที่ตาบอดผู้นั้นจะได้มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว

ภยันตรายคืบคลานเข้ามา!

คราวนี้ ฉือเยว่ตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวในชั่วพริบตานั้น ราวกับว่าในวินาทีถัดมา อาการป่วยกำลังจะกำเริบ

ทว่าในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ร่างหนึ่งพลันปรากฏกายขึ้น ใช้กระบี่เดียวปัดป้องพลองยาวของผู้อาวุโสฉินที่กำลังลอบโจมตีฉือเยว่ให้กระเด็นออกไป

เคร้ง!

พลองยาวในมือของผู้อาวุโสฉินถึงกับถูกตีจนร่วงหล่น

"ใครกัน?!"

สีหน้าของผู้อาวุโสฉินแปรเปลี่ยนด้วยความตื่นตระหนก ลางสังหรณ์แห่งความไม่ปลอดภัยผุดขึ้นในใจ ท่อนแขนทั้งข้างของเขาชาหนึบและปวดบวม พลังฝีมือของอีกฝ่ายแข็งแกร่งยิ่งนัก

ผู้ที่ออกกระบี่ คือชายหนุ่มใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับตุ๊กตา มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มบางๆ แผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกคุ้นเคยและเป็นมิตรออกมา

สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของฉือเยว่ก่อน หลังจากหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก็ตวัดกลับมายังร่างของผู้อาวุโสฉิน

"จุติสวรรค์ สิงชิว ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ผู้อาวุโสฉิน"

พอได้ยินว่าเป็นคนของจุติสวรรค์ ผู้อาวุโสฉินก็ระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที เขาสัมผัสได้ว่าสิงชิวผู้นี้ยังอายุน้อยนัก ทว่ากลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมากลับลึกล้ำและซ่อนเร้น ไม่ใช่บุคคลที่จะรับมือได้ง่ายๆ

สิงชิวเอาตัวบังฉือเยว่ไว้เบื้องหลัง ก่อนจะส่งเสียงผ่านปราณว่า

"ที่นี่ปล่อยให้ข้าจัดการเอง เจ้าจงรีบไปสมทบกับหัวหน้าหน่วยของพวกเจ้าเถอะ ตอนนี้นางน่าจะกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางของกำแพงเมือง และอีกอย่าง สิงชุนก็ได้พากองกำลังกลุ่มหนึ่งลอบมุ่งหน้าไปยังทิศทางของกำแพงเมืองอย่างลับๆ แล้ว พวกเขาจะคอยช่วยเหลือพวกเจ้าในการช่วยคน"

ดวงตาของฉือเยว่ที่เดิมทีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวจางๆ ค่อยๆ กลับคืนสู่สีสันเดิมในยามนี้ เขาตวัดสายตามองไปยังทิศทางของผู้อาวุโสฉินแวบหนึ่ง ขานรับเบาๆ ว่า 'อืม' จากนั้นก็พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางของกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว

ทางด้านผู้อาวุโสฉิน เมื่อรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของฉือเยว่ ก็คิดจะขัดขวางไม่ให้เขาหลบหนีไปทันที เพียงแต่

กระบี่ในมือของสิงชิวตวัดฟันใส่เขาอย่างดุดัน ทำให้เขาจำต้องรั้งพลังที่ใช้ไล่ล่าฉือเยว่กลับมา เพื่อรับมือกับการโจมตีของสิงชิว

ปัง!

ผู้อาวุโสฉินถูกบีบให้ต้องถอยร่นไปหลายก้าว

เขาดูเหมือนจะตกตะลึงอยู่บ้าง

"ระดับปราณฟ้าขั้นสิบจุดสูงสุด!"

เขาไม่เคยได้ยินชื่อสิงชิวแห่งจุติสวรรค์มาก่อน ตามหลักแล้ว ด้วยพลังฝีมืออันแข็งแกร่งเช่นนี้ของสิงชิว ไม่สมควรที่จะไร้ชื่อเสียงเรียงนามเลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าอ่อนเยาว์ดั่งตุ๊กตาของสิงชิวเผยรอยยิ้ม

"ผู้อาวุโสฉิน ขีดจำกัดสูงสุดของท่าน ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นของข้าน้อยเท่านั้นแหละ"

"อวดดี!"

น้ำเสียงของผู้อาวุโสฉินเจือความไม่พอใจ ทว่าเขาก็มิได้ขบคิดถึงความหมายแฝงในคำพูดนั้นอย่างลึกซึ้ง เขาเพียงคิดว่าวันนี้ได้พบเจอกับศัตรูที่รับมือยากเสียแล้ว

...

ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนแห่งไฟสงครามบนถนนสายรองกู่หวง ร่างของเวินอวี้ชูและอวี๋ฉางอิงภายใต้การคุ้มกันของสิงเซี่ยและคนอื่นๆ ก็กำลังพุ่งทะยานไปทางกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว

ในหลายจุดของเมืองเขตกลางที่เกิดความวุ่นวาย ล้วนมีสมาชิกหน่วยซิวหลัวกระจายตัวอยู่ ทว่าในยามนี้

พวกเขาทุกคนล้วนมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

นั่นก็คือประตูเมืองเขตกลาง!

เพราะว่าบนกำแพงเมืองแห่งนั้น มีคนที่พวกเขาต้องการจะช่วยชีวิตอยู่

ราตรีอันมืดมิดปกคลุมผืนปฐพี ทว่ายังมีแสงจันทร์สาดส่องลงมา เสียงการต่อสู้ในเมืองเขตกลางยามนี้ดังกึกก้องราวกับจะสั่นสะเทือนไปถึงชั้นเมฆ หลายจุดมีแสงเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!

กองบัญชาการปราการศักดิ์สิทธิ์และกองบัญชาการวิถีซานชิงล้วนถูกสำนักเทียนเหมินลอบโจมตี หลินจิ้นประมุขสำนักเทียนเหมินและหลี่ซวงเยว่ประมุขพรรคเงาล้วนปรากฏตัวขึ้น พวกเขาใช้ความเร็วขั้นสุดทำลายค่ายกลป้องกันของทั้งสองกองบัญชาการ ส่งคนไปจุดไฟเผาสถานที่ของพวกมัน เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว สร้างความโกลาหลระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้พวกมันต้องพะวักพะวนกับการปกป้องตัวเอง จนมิอาจปลีกกำลังไปสนับสนุนสมาพันธ์กุยหยวนได้

เสียงเข่นฆ่าดังกึกก้องไม่ขาดสาย บรรยากาศของเมืองเขตกลางยิ่งทวีความอึดอัดและตึงเครียด อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหาร

เหล่านักเรียนที่รอดูการต่อสู้อยู่บนตึกสูงของสำนักศึกษาเขตกลาง ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขานับได้ว่ากำลังเป็นประจักษ์พยานแห่งหน้าประวัติศาสตร์ด้วยตาของตนเอง

เวลานี้

สมาพันธ์กุยหยวน กองบัญชาการใหญ่

ข่าวสารจากสายลับถูกส่งมารายงานอย่างต่อเนื่อง

—รายงาน ผู้อาวุโสสี่สิ้นชีพแล้ว! กองทหารรักษาการณ์หกพันนาย บัดนี้เหลือไม่ถึงสี่พัน กองหนุนจากวิถีซานชิงและปราการศักดิ์สิทธิ์มาถึงแล้ว รวมทั้งสิ้นสามพันนาย สถานการณ์พลิกผัน ฝ่ายเราได้เปรียบเล็กน้อย!

—รายงาน ผู้อาวุโสสามได้รับบาดเจ็บสาหัส!

—รายงาน ผู้อาวุโสสองและอูหม่าชิงบาดเจ็บหนักทั้งคู่ คนของสำนักเทียนเหมินช่วยอูหม่าชิงหนีไปได้ กองกำลังสำนักเทียนเหมินเริ่มถอนตัวแล้ว!

—รายงาน ผู้อาวุโสสามแห่งจุติสวรรค์ถูกผู้อาวุโสฉีแห่งวิถีซานชิงสังหารแล้ว!

—รายงาน บริเวณประตูเมืองดูเหมือนจะมีกองกำลังกลุ่มหนึ่งลอบเร้นเข้าไป!

เซี่ยโหวตวนที่ได้ฟังข่าวจากสายลับข้อสุดท้าย ในที่สุดก็เริ่มมีอารมณ์ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างพิลึกพิลั่น

แผนที่ส่งตัวเองมาให้ถึงที่เสียแล้ว

ฉลาดไม่เบา ถึงกับอาศัยช่วงเวลาที่กำลังวุ่นวายนี้ ลอบเข้าไปในบริเวณประตูเมือง

ทว่า...

เซี่ยโหวตวนยื่นมือออกมา หรุบตามองฝ่ามือของตนเอง ก่อนจะค่อยๆ งอนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน กำเป็นหมัด ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในกำมือ เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเยียบเย็นและสาแก่ใจ

"ในเมื่อมาแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปจากเงื้อมมือของท่านประมุขผู้นี้ได้เลย"

จบบทที่ ตอนที่ 371 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว