เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 659 งามล่มเมืองล่มแคว้น

บทที่ 659 งามล่มเมืองล่มแคว้น

บทที่ 659 งามล่มเมืองล่มแคว้น


การต่อสู้ครั้งใหญ่นี้สนามรบที่ปะทะกันอย่างดุเดือดรุนแรงที่สุดก็คือทิศตะวันออก

บนกำแพงเมืองทางทิศใต้มีผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกเพียงหลายสิบคนคอยพิทักษ์กระจกส่องอสูรเอาไว้

ในยามนี้ความสนใจของผู้ฝึกเทพยุทธ์ทั้งหลายสิบคนนี้ล้วนถูกดึงดูดไปยังทิศตะวันออกตรงมุมกำแพงเมืองทางทิศใต้พลันมีแสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมามันพุ่งตรงไปยังกระจกส่องอสูรที่อยู่ไม่ไกลออกไป!

แสงสีแดงสายนี้ช่างเล็กจ้อยยิ่งนักมันดูราวกับควันสายหนึ่งที่ลอดผ่านปลายเท้าของผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกจำนวนมากไปความเร็วช่างรวดเร็วเหลือคณา!

"หืม?"

"ตัวอะไรน่ะ!"

ผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกหลายสิบคนเพียงแค่ชะงักงันไปชั่วครู่ ก็ตอบสนองกลับมาพวกเขาต่างพากันตวาดเสียงกร้าว

แสงสีแดงสายนี้แท้จริงแล้วก็คือจิ้งจอกน้อย

เมื่อมองเห็นจิ้งจอกน้อยปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนภายในใจของซูจื่อโม่ก็ทั้งตระหนกและปีติยินดี

ทว่าในชั่วพริบตาต่อมาเมื่อตระหนักได้ว่าจิ้งจอกน้อยกำลังจะทำสิ่งใดจิตใจของซูจื่อโม่ก็พลันเต้นระทึกขึ้นมาอีกครา

การที่กระจกส่องอสูรบนกำแพงเมืองทางทิศตะวันออกร่วงหล่นลงไปนับเป็นช่วงเวลาที่ผู้ฝึกเทพยุทธ์ทางฝั่งนี้มีจิตใจหละหลวมมากที่สุดจิ้งจอกน้อยรวบรวมความกล้านางกัดฟันกรอดพร้อมกับควบทะยานมุ่งหน้าไปยังกระจกส่องอสูร!

ทว่านางเพิ่งจะลอดผ่านร่างไปได้เพียงสองสามคนฝูงชนก็ตอบสนองกลับมาได้แล้ว

จิ้งจอกน้อยกำลังควบทะยานอย่างสุดกำลังทว่านางกลับรู้สึกได้ว่าหางของตนเองถูกคนกำเอาไว้แน่นทั่วทั้งร่างลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

คนที่อยู่เบื้องหลังออกแรงดึงอย่างแรง!

"อ๊ะ!"

จิ้งจอกน้อยร้องอุทานออกมา นางถูกคนหิ้วหางและยกตัวขึ้นมาอย่างง่ายดาย

นางวิ่งเร็วเกินไปซ้ำยังถูกคนกำหางเอาไว้ ช่วงล่างจึงส่งผ่านความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกทึ้ง ประกอบกับความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ภายในใจร่างของจิ้งจอกน้อยจึงสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้

"หึหึที่แท้ก็เป็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง"

"สุนัขจิ้งจอกตัวนี้ฆ่าไม่ได้"

"ได้ยินมาว่าหลังจากที่เผ่าจิ้งจอกจำแลงกายเป็นมนุษย์แล้วล้วนเป็นหญิงงามที่มีรูปร่างหน้าตางดงามดั่งเทพธิดาร่างกายอ้อนแอ้นบอบบางมีเสน่ห์เย้ายวนมาแต่กำเนิดปรนนิบัตินายท่านได้เก่งกาจที่สุด"

"จิ๊จิ๊จิ๊ไม่เลวเลยจริงๆ!"

ผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกกลุ่มหนึ่งล้อมรอบจิ้งจอกน้อยเอาไว้พวกเขาเปล่งเสียงหัวเราะอย่างลามกจกเปรตออกมา

จิ้งจอกน้อยมีสีหน้าอับอายและโกรธแค้นนางกำกรงเล็บเล็กๆเอาไว้แน่นหางแกว่งไกวไปมาเบาๆช่วงล่างพลันแผ่กลิ่นหอมอบอวลสายหนึ่งกระจายตัวออกไป

ผู้ที่รับเคราะห์เป็นคนแรกก็คือผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่กำหางของจิ้งจอกน้อยเอาไว้

ผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกผู้นี้มีสีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหลเขาอ้าปากกว้างไม่ทราบว่ากำลังคิดถึงสิ่งใดมุมปากมีน้ำลายไหลย้อยฝ่ามือคลายออกจิ้งจอกน้อยจึงดิ้นรนหลุดพ้นไปได้!

ผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่อยู่โดยรอบเมื่อได้กลิ่นหอมอบอวลนี้ต่างก็ดูราวกับว่าสูญเสียจิตวิญญาณไปแววตาเคลิบเคลิ้มหลงใหลพวกเขาล้วนชะงักงันอยู่กับที่

กลิ่นหอมอบอวลที่ล่อลวงผู้คนเช่นนี้นับว่าเป็นวิธีการอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าจิ้งจอก

สำหรับผู้ที่มีจิตใจดีงามและมีจิตใจกว้างขวางกลิ่นหอมอบอวลนี้ไม่เพียงแต่จะไม่มีอันตรายทว่ากลับช่วยส่งเสริมการฝึกฝนสามารถบ่มเพาะจิตใจและหล่อเลี้ยงอุปนิสัยได้

สำหรับผู้ที่มีอุปนิสัยดุร้ายอำมหิตและมีจิตใจลามกชั่วร้ายกลิ่นหอมอบอวลนี้จะทำให้พวกเขาหลงทางกระทั่งสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิงและตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเผ่าจิ้งจอก!

จิ้งจอกน้อยเล็ดลอดผ่านร่างของผู้ฝึกเทพยุทธ์หลายสิบคนไปนางมุ่งหน้าไปยังกระจกส่องอสูรที่อยู่เบื้องหน้าอย่างสุดกำลัง!

จะต้องรวดเร็ว!

ด้วยความแข็งแกร่งของผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกเหล่านี้อีกไม่นานพวกเขากก็จะฟื้นคืนสติกลับมา

เมื่อถึงเวลานั้นรอให้คนเหล่านี้ตอบสนองกลับมานางก็จะไม่มีโอกาสแม้แต่นิดเดียว!

เมื่อมองเห็นกระจกส่องอสูรอยู่ตรงเบื้องหน้านี้แล้ว

เบื้องหน้าของจิ้งจอกน้อยพลันปรากฏรองเท้าเหยียบเมฆาคู่หนึ่งเพิ่มขึ้นมา!

เงามืดสายหนึ่งปกคลุมลงมา

ไม่ทันรอนางตอบสนองนางก็รู้สึกหายใจติดขัดลำคอกลับถูกฝ่ามืออันหยาบกร้านข้างหนึ่งบีบเอาไว้!

ผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกผู้หนึ่งมีสีหน้าเย็นชามุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยภายในแววตาสาดประกายเย้ยหยันฝ่ามือของเขาบีบลำคอของจิ้งจอกน้อยเอาไว้ก่อนจะหิ้วตัวนางขึ้นมา

คนผู้นี้คือผู้บัญชาการของผู้ฝึกเทพยุทธ์หลายสิบคนนี้ มีนามว่า เจียงฮุย ระดับการฝึกฝนและความแข็งแกร่งสูงส่งที่สุด เขายืนอยู่เบื้องหน้ากระจกส่องอสูรไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วย ย่อมไม่ถูกเล่นงานอย่างแน่นอน

"หึ หึ!" เจียงฮุยจ้องมองจิ้งจอกน้อยเขาแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาและกล่าวเยาะเย้ย

"ตัวแค่นี้ลำพังแค่เจ้ายังคิดจะมาก่อกวนอีกงั้นหรือ?"

จิ้งจอกน้อยดิ้นรนด้วยร่างกายอันบอบบาง

ทว่าฝ่ามือของเจียงฮุยกลับราวกับคีมเหล็กนางจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดพ้นออกไปได้!

ทันใดนั้น!

ร่างของจิ้งจอกน้อยสั่นสะท้านขึ้นมาคราหนึ่ง ภายใต้การจับจ้องของเจียงฮุย นางกลับหมุนตัวเปลี่ยนร่างจำแลงกายกลายเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นผู้หนึ่ง

บนร่างของหญิงสาวสวมกระโปรงยาวผ้าโปร่งบางสีแดงชาดชั้นหนึ่ง เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอันโค้งเว้าได้สัดส่วน เรียวขายาวถูกเปิดเผยออกมาเพียงครึ่งหนึ่งดูปกปิดซ่อนเร้น

เจียงฮุยสะบัดหนึ่งครั้งท้องน้อยพลันมีเปลวเพลิงแห่งความชั่วร้ายพวยพุ่งขึ้นมา

เมื่อหันไปมองดูใบหน้าของหญิงสาววัยแรกรุ่นผู้นี้อีกครา

ช่างคู่ควรกับคำว่า 'งดงามหาตัวจับยาก' อย่างแท้จริง

ในโลกหล้าการใช้ถ้อยคำที่งดงามที่สุดมาพรรณนาถึงใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้ล้วนไม่นับว่าเกินจริงเลยแม้แต่น้อย

ดวงตาอันงดงามคู่นั้น ดูยั่วยวนชวนให้จิตใจล่องลอย ราวกับสามารถหยดน้ำออกมาได้

สีหน้าของหญิงสาว ดูราวกับโกรธเคือง ราวกับตัดพ้อ ดวงตาเย้ายวนเคลิบเคลิ้มจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีกุหลาบอ้าออกเล็กน้อยเผยให้เห็นฟันขาวสะอาดครึ่งหนึ่ง ทุกจังหวะการหายใจล้วนแผ่กลิ่นหอมอบอวลจางๆออกมา

ภายในหัวของเจียงฮุยอื้ออึงไปชั่วขณะ สายตาของเขาจ้องเขม็ง ฝ่ามือคลายออกโดยสัญชาตญาณ

ผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่เร่งรุดมาจากที่อื่นเพื่อช่วยเหลือเมื่อได้เห็นใบหน้าของหญิงสาววัยแรกรุ่นผู้นี้ต่างก็หยุดฝีเท้าลง

ตามมาด้วยเสียงดังกริ๊งๆดังขึ้นเป็นระลอก

ศาสตราวุธในมือของผู้ฝึกเทพยุทธ์เหล่านี้ล้วนร่วงหล่นลงมาทีละชิ้น!

งามล่มเมืองล่มแคว้นก็คงเป็นเช่นนี้กระมัง

จิ้งจอกน้อยดิ้นรนหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเจียงฮุยไป นางวิ่งมุ่งหน้าไปยังกระจกส่องอสูรที่อยู่ไม่ไกลออกไป

วิ่งไปได้สองสามก้าวเบื้องหลังก็แว่วเสียงคำรามต่ำๆดังขึ้น!

เจียงฮุยดูราวกับสัตว์ป่า เขากระโจนเข้าใส่จิ้งจอกน้อยโดยตรง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงมือบีบลำคอของจิ้งจอกน้อยอย่างแรงพร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น

"นางมารร้าย นางมารร้ายอย่างเจ้าอย่าหวังว่าจะล่อลวงข้าได้!"

จิ้งจอกน้อยหายใจไม่ออกเลยแม้แต่น้อยขาทั้งสองข้างถีบสะเปะสะปะทว่าท่อนแขนกลับพยายามไขว่คว้าไปยังกระจกส่องอสูรที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมอย่างสุดชีวิต

‘ต่อให้ต้องใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายก็จะต้องคว่ำกระจกส่องอสูรให้จงได้!’

นี่คือความคิดเดียวที่อยู่ภายในห้วงสมองของจิ้งจอกน้อย

เมื่อได้เห็นภาพฉากนี้ซูจื่อโม่ก็ขบกรามแน่นเขากระตุ้นพลังปราณโลหิตจนถึงขีดสุดขอบตาแดงก่ำลึกเข้าไปในลำคอแว่วเสียงคำรามที่ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนดังขึ้นมาเป็นระลอก!

บริเวณริมกำแพงเมืองไม่ไกลนักชายฉกรรจ์ผมเหลืองผู้หนึ่งก้าวเท้าออกไปนอกกำแพงเมืองครึ่งก้าวแล้วเขาตั้งใจจะอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

ทว่าเมื่อได้เห็นภาพฉากนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้าลง

ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดเขาสัมผัสได้ถึงเลือดร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมา!

"มารดามันเถอะไม่สนแล้ว บิดาจะสู้ตายล่ะ!"

ชายฉกรรจ์ผมเหลืองชักเท้ากลับมาเขาแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าหาเจียงฮุยที่อยู่ด้านข้าง

ร่างยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศก็พลันจำแลงกายกลายเป็นราชสีห์ทองคำที่ดูน่าเกรงขาม มันยื่นกรงเล็บอันแหลมคมออกไปอ้าปากกว้างจนสุด เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม

จิตใจของเจียงฮุยสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว

อันที่จริงเขาได้ถูกจิ้งจอกน้อยล่อลวงไปแล้วทว่า 'คัมภีร์หัวใจแก้วผลึก' และเคล็ดวิชาลับอื่นๆที่เขาฝึกฝนกลับคอยเตือนสติเขาอยู่ตลอดเวลาว่านี่มันไม่ถูกต้อง!

ความคิดสองสายขัดแย้งกันภายในห้วงสมองของเขาจึงทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น

ต่อให้ราชสีห์ทองคำจะกระโจนเข้ามาเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย

ฉัวะ!

ราชสีห์ทองคำกัดศีรษะของเจียงฮุยขาดกระเด็นในคำเดียวมันขบเคี้ยวเสียงดังกร้วมๆจนแหลกละเอียดก่อนจะกลืนลงท้องไป!

และในเวลาเดียวกันนั้นผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกหลายสิบคนที่อยู่ด้านข้างก็พากันฟื้นคืนสติพวกเขาพุ่ง

"ข้าจะต้านทานพวกเขาเอาไว้เองเจ้าจงรีบหนีไป!"

ราชสีห์ทองคำไม่ทันได้หันไปมองจิ้งจอกน้อย มันเพียงแค่ทิ้งท้ายเอาไว้ประโยคหนึ่งก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับผู้ฝึกเทพยุทธ์แห่งวังแก้วผลึกหลายสิบคน

จิ้งจอกน้อยดิ้นรนหยัดกายลุกขึ้นยืนนางไม่ทันได้ผ่อนลมหายใจก็วิ่งตรงไปยังเบื้องหน้ากระจกส่องอสูรสองมือกุมขอบกระจกส่องอสูรเอาไว้ก่อนจะออกแรงงัดขึ้นมาอย่างแรง!

เสียงดังโครมคราม!

กระจกส่องอสูรถูกพลิกคว่ำในทันที

ลำแสงอีกสายหนึ่งเลือนหายไปจากร่างของซูจื่อโม่

ในชั่วพริบตานั้นราวกับฟ้าดินเงียบสงบลง

อากาศแข็งค้าง

ภายในเมืองโบราณอบอวลไปด้วยรังสีอำมหิต!

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดสายหนึ่งกำลังค่อยๆแผ่ซ่านออกมาจากใจกลางเมืองโบราณ

ดูราวกับมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งตนหนึ่งกำลังตื่นขึ้นมา!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 659 งามล่มเมืองล่มแคว้น

คัดลอกลิงก์แล้ว