เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่12 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(2)

ตอนที่12 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(2)

ตอนที่12 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(2)


“0.15 วินาที!” พร้อมกับเสียงตะโกนใสกังวานของฮากาคุเระ โทรุ

หลี่เทียนก็หยุดฝีเท้าลงสายฟ้าของพลังสปีดฟอร์ซค่อยๆสงบลงและสลายหายไป

“100 เมตรใน 0.15 วินาทีงั้นเหรอ ความเร็วเกือบๆ2มัคสินะ?”

หลี่เทียนคำนวณเงียบๆในใจ แล้วเดินไปทางฮากาคุเระ โทรุ

ในระยะห่างหนึ่งร้อยเมตรฮากาคุเระ โทรุกระโดดด้วยความดีใจแล้ววิ่งมาหาหลี่เทียนพร้อมตะโกนอย่างตื่นเต้น

“หลี่เทียน ความเร็วของนายเร็วขึ้นอีกแล้ว!” ตั้งแต่การสอบฮีโร่ครั้งก่อนทั้งฮากาคุเระ โทรุและหลี่เทียนต่างก็เข้าใจกันโดยไม่พูดถึงประโยคนั้นที่เธอพูดออกมา

อย่างไรก็ตามในคำเรียกของเธอคำลงท้าย“คุง”หลังชื่อหลี่เทียนก็หายไปโดยไม่รู้ตัว

“ก็ประมาณนั้น” หลี่เทียนยิ้ม

ถ้าไม่ใช่เพราะความเข้มข้นของการฝึกต้องลดลงเพราะรองเท้ารับพลังไม่ได้เขาน่าจะทะลุ2มัคไปแล้วในตอนนี้

“การฝึกของเธอเป็นยังไงบ้าง?” หลี่เทียนถามด้วยความเป็นห่วง

เพราะการฝึกความเร็วของเขาต้องวิ่งตลอดเวลาเขาจึงไม่ได้อยู่ข้างๆตอนฮากาคุเระ โทรุฝึก

“ได้ผลแล้วล่ะ…” เมื่อได้ยินหลี่เทียนถามเรื่องการฝึก

ฮากาคุเระ โทรุก็มีสีหน้าภูมิใจแม้ว่าหลี่เทียนจะมองไม่เห็นก็ตาม

“ดูนี่สิ หลี่เทียน”

เธอยื่นมือขวาออกมาแสดงผลการฝึกของตัวเองให้ดู

หลี่เทียนมองไปและเห็นแสงเล็กๆ ปรากฏขึ้นบริเวณแขนของเธอ

เขาอาศัยตำแหน่งของเสื้อผ้าเพื่อคาดเดาตำแหน่งของแขนจากนั้นแสงนั้นก็ค่อยๆสว่างขึ้น

ภายใน2-3วิมือขวาของโทรุก็สว่างจนแทบมองไม่ได้และหลังจาก10วินาทีแสงนั้นก็สว่างจ้าเหมือนดวงอาทิตย์ดวงที่สอง

แม้แต่หลี่เทียนยังต้องยกมือขึ้นบังสายตาในตอนนี้ ไม่กล้ามองมือขวาของเธอตรงๆ

“พอแล้ว หยุดได้แล้ว!” หลี่เทียนรีบพูด

"วูป!"

เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เทียนฮากาคุเระ โทรุก็ยิ้มกว้างแล้วค่อยๆควบคุมแสงที่มือขวาให้ค่อยๆหรี่ลงจนในที่สุดก็หายไป

“เป็นไงล่ะ เจ๋งใช่ไหม!” เธอพูดอย่างภูมิใจ

“ยอดเยี่ยม” หลี่เทียนยกนิ้วโป้งให้ พร้อมชมอย่างจริงใจ

“เฮะๆ” เมื่อได้ยินคำชมของหลี่เทียนฮากาคุเระ โทรุก็เกาศีรษะอย่างเขินๆ

“แต่ว่า...” หลี่เทียนเปลี่ยนหัวข้อทันที “ความเร็วของท่านี้ยังช้าเกินไป”

“ถ้าเธอสามารถควบคุมให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเปล่งแสงได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดท่านี้ถึงจะถือว่าสมบูรณ์จริงๆ”

“ต้องทำให้สำเร็จโดยไม่ต้องคิดภายในหนึ่งวินาที...” ฮากาคุเระ โทรุหน้าหงอยลงทันทีเธอทำปากยื่นแล้วพูดว่า

“ฉันเพิ่งเรียนรู้ท่านี้เองนะ จะให้ฝึกจนทำได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไงการควบคุมความโปร่งใสของร่างกายให้หักเหแสงมันยากมากเลย!”

“จริงสิหลี่เทียนนายไม่มีวิธีลัดอะไรบ้างเหรอ?” ฮากาคุเระ โทรุเดินเข้าไปใกล้หลี่เทียนจับมือขวาของเขาแล้วอ้อน

“เรื่องนี้ไม่มีทางลัดหรอกทำได้แค่ฝึกอย่างหนักเท่านั้น” หลี่เทียนยักไหล่แล้วตอบ

“ยังไงก็เหลือเวลาอีกสามสัปดาห์ก่อนเปิดเรียน ถ้าเธอฝึกหนักก่อนเปิดเรียนอย่างน้อยก็น่าจะทำให้มือสว่างขึ้นได้ทันที”

“ก็คงต้องแบบนั้นแหละ...” ฮากาคุเระ โทรุถอนหายใจอย่างหมดแรง

แต่ไม่นานเธอก็ยกมือขวาขึ้นกำหมัดเพื่อให้กำลังใจตัวเอง แล้วกลับมามีไฟทันที

“ก่อนเปิดเรียน เราต้องฝึกท่านี้ให้สำเร็จให้ได้!”

มองดูฮากาคุเระโทรุที่เต็มไปด้วยพลังแบบนั้นมุมปากของหลี่เทียนก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

สำหรับเด็กสาวล่องหนคนนี้ที่มักเต็มไปด้วยชีวิตชีวาระหว่างการฝึกหลี่เทียนก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ กับเธอไม่น้อย

อย่างน้อยตอนฝึกก็ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไป

“ฉันเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน!” หลี่เทียนขยับร่างกาย สายตาแน่วแน่

ในทันใดนั้นรอบตัวเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยพลังสปีดฟอร์ซสายฟ้าสีทองคดเคี้ยวเต้นระบำอยู่รอบตัว

และในเวลานั้นเองร่างของหลี่เทียนก็หายไปจากจุดเดิมแล้ว

อีกด้านหนึ่งฮากาคุเระ โทรุมองตำแหน่งที่หลี่เทียนหายไปมุมปากของเธอเผยรอยยิ้มก่อนจะกะพริบตาแล้วมองไปไกลๆ

หลังจากฝึกกับหลี่เทียนมานานเธอก็ค่อยๆจับเทคนิคเล็กๆในการหาเขาได้บ้าง

อย่างเช่นตอนนี้ฮากาคุเระ โทรุไม่ได้พยายามมองหาร่างของหลี่เทียนแต่กวาดสายตามองภาพรวมแล้วมองไปยังระยะไกล

และในขอบสายตาของเธอก็มีเส้นสีทองเส้นหนึ่งยาวเหยียดทอดออกไปไกลมาก

“รอก่อนนะ! ก่อนเปิดเรียนฉันจะต้องฝึกท่านี้ให้สำเร็จแน่...”

ฮากาคุเระ โทรุใช้หางตามองเส้นสีทองที่ยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆราวกับกำลังพูดกับตัวเองหรืออาจกำลังให้กำลังใจตัวเอง

กำปั้นที่กำแน่นของเธอลอยอยู่ในอากาศอย่างเลือนราง

อีกด้านหนึ่งหลี่เทียนที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังสปีดฟอร์ซกำลังพุ่งไปด้วยความเร็วสูงมากขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดไปด้วย

ในโหมดสปีดฟอร์ซสมองของหลี่เทียนจะคิดได้เร็วมาก ทำให้เขาชอบใช้เวลาคิดเรื่องต่างๆ ในสภาพนี้

แต่ตอนนี้นี่ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดของหลี่เทียนเขาใช้เพียง ครึ่งหนึ่งของความเร็วเท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่ไม่ใช้ความเร็วเต็มกำลังก็เพราะต่อให้เป็นรองเท้าที่ทนทานที่สุดในตลาด หากหลี่เทียนวิ่งเต็มกำลังก็คงทนได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น

ส่วนการไปหาบริษัทอุปกรณ์ของโปรฮีโร่เพื่อสั่งทำอุปกรณ์ก็ต้องรอจนกว่าเขาจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย U.A. ก่อนถึงจะมีสิทธิ์ไปสั่งทำได้

“น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันยังควบคุมสปีดฟอร์ซให้ห่อหุ้มรองเท้าไปด้วยไม่ได้ไม่งั้นคงเพิ่มความเร็วได้มากกว่านี้”

หลี่เทียนมองทิวทัศน์รอบตัวที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วแล้วถอนหายใจเงียบๆในใจ

ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วตั้งแต่หลี่เทียนได้รับพลังสปีดฟอร์ซในตอนนี้วิธีเดียวที่เขารู้ในการเพิ่มความเร็วของสปีดฟอร์ซก็คือการวิ่ง

ใช้สปีดฟอร์ซวิ่งอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยิ่งวิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งวิ่งได้เร็วขึ้นและยิ่งวิ่งเร็วพลังสปีดฟอร์ซก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

จากเรื่องนี้หลี่เทียนจึงคาดเดาว่าสปีดฟอร์ซสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้จากการวิ่งของเขาเอง

มันเหมือนกับสปีดสเตอร์ในจักรวาลDCที่เขารู้จักบางคนเพียงแค่ใช้สปีดฟอร์ซเพื่อให้ได้ความเร็วเหนือมนุษย์

แต่บางคนอย่างเช่นแบร์รี่ อัลเลนดูเหมือนจะเป็นคนที่สร้างหรือกระตุ้นสปีดฟอร์ซขึ้นมาผ่านการวิ่งจนเกิดความเร็วเหนือมนุษย์

ส่วนหลี่เทียนไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นประเภทที่สร้างพลังสปีดฟอร์ซผ่านการวิ่งของตัวเองแล้วจึงได้รับการเพิ่มความเร็ว

เพราะโลกนี้ไม่ได้มี“กำแพงสปีดฟอร์ซ”แบบในเรื่องที่สามารถมอบพลังสปีดฟอร์ซให้สปีดสเตอร์ได้

และก็ไม่มีแบร์รี่ อัลเลนอีกคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเพื่อสร้างสปีดฟอร์ซขึ้นมา เกี่ยวกับสปีดฟอร์ซนั้นหลี่เทียนไม่เคยหยุดค้นคว้า

แม้เวลาจะไม่นานนักแต่จากข้อมูลที่เขารู้ในชาติก่อนและจากประสบการณ์ของตัวเองหลี่เทียนคิดว่าสปีดฟอร์ซน่าจะเป็นสนามแม่เหล็กหรือสนามพลังบางอย่าง

สนามพลังที่ครอบคลุมร่างกายของเขาทั้งหมดหรือพูดอีกแบบก็คือสนามพลังที่ปล่อยพลังสปีดฟอร์ซออกมาจากร่างกายของเขาทั้งตัว

ภายในสนามพลังที่เรียกว่า“สปีดฟอร์ซ”นี้ความเร็วทั้งหมดของหลี่เทียนจะถูกเร่งขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด

และ..มันยังละเมิดหรือขัดกับกฎฟิสิกส์บางอย่างด้วยตัวอย่างเช่น ถึงแม้หลี่เทียนจะวิ่งเท้าเปล่าโดยไม่ใส่รองเท้าเท้าของเขาก็จะไม่เกิดการสึกหรอรุนแรงเหมือนรองเท้า

แม้จะวิ่งด้วยความเร็วเกือบ2มัคเขาก็ไม่รู้สึกถึงแรงต้านอากาศมหาศาลที่ควรเกิดขึ้นตอนทะลุกำแพงเสียง

อีกตัวอย่างหนึ่งคือตอนที่วิ่งด้วยสปีดฟอร์ซพลังงานที่ใช้ไม่ได้มาจากกำลังกายของหลี่เทียนเพียงอย่างเดียว

ไม่อย่างนั้นด้วยร่างกายของเขาคงทนได้แค่สามวินาทีมากที่สุดเท่านั้น

นอกจากนี้สนามพลังสปีดฟอร์ซยังทำให้การรับรู้เวลาของหลี่เทียนเกิดความบิดเบี้ยวบางอย่าง

เดิมทีการตอบสนองของเส้นประสาทที่เร็วเกินไปจากการขยายพลังของสปีดฟอร์ซทำให้หลี่เทียนอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าBullet Timeตลอดเวลาขณะวิ่ง

สำหรับคนธรรมดาเวลา1วินาทีก็คือ1วินาที

แต่ในความรู้สึกของหลี่เทียนจะเทียบเท่ากับประมาณ60วินาทีแต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น

จะอธิบายยังไงดีแม้ว่าความเร็วและการตอบสนองต่างๆ ของหลี่เทียนจะเร็วกว่าคนธรรมดามากกว่า 60 เท่า

และใน1วินาทีนั้น ไม่ว่าจะเป็นการคิดหรือการเคลื่อนไหวเขาก็รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งนาทีจริงๆ

แต่สมองและร่างกายของหลี่เทียนกลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่านี่คือ1วิไม่ใช่1นาที

ก็เพราะเวลาทางกายภาพที่บิดเบี้ยวและแปลกประหลาดแบบนี้ทำให้หลี่เทียนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งเร็วราวกับสายฟ้าแทนที่จะรู้สึกว่าโลกภายนอกช้าลงหลายสิบเท่า

และเขาเพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังวิ่งตามปกติเท่านั้นสรุปง่ายๆ สำหรับหลี่เทียนแล้ว

สปีดฟอร์ซเป็นพลังที่ลึกลับมาก

และที่สำคัญคือ

มันโคตรเจ๋ง

“ซ่า~ ซ่า~ ซ่า~”

“หืม? เสียงคลื่นเหรอ”

หลี่เทียนหยุดฝีเท้ามองไปยังชายฝั่งที่อยู่ไม่ไกล

โดยไม่รู้ตัวเขาวิ่งจากพื้นที่ฝึกซ้อมมาถึงชายหาดแล้ว

บางทีอาจเป็นเพราะการมาถึงของยุคอัตลักษณ์ทำให้บริษัทที่ก่อมลพิษหนักลดลงอย่างมาก

มหาสมุทรส่วนใหญ่ของโลกจึงกลับมาเป็นสีน้ำเงินใสอีกครั้ง

“ทะเล...” หลี่เทียนยืนอยู่บนโขดหิน

มองทะเลสีครามเบื้องหน้าคลื่นซัดขึ้นลงและฟองคลื่นสีขาวกระแทกเข้ากับโขดหินบรรยากาศนั้นทำให้จิตใจของเขาสงบลงอย่างมาก

“หืม?” หลี่เทียนมองไปยังเส้นขอบฟ้าไกลๆแววตาของเขาปรากฏความครุ่นคิดขึ้นมา

เขานึกขึ้นได้ว่าเดอะแฟลชสามารถวิ่งบนผิวน้ำได้

สปีดสเตอร์มีความเร็วสูงจนสามารถวื่งบนผิวน้ำเหมือนเดินบนพื้นดิน

“ถ้าวิ่งบนผิวน้ำ...รองเท้าก็น่าจะไม่ไหม้เพราะแรงเสียดทานสินะ” หลี่เทียนพึมพำกับตัวเองอย่างครุ่นคิด

พอคิดได้ เขาก็ลงมือทันทีสำหรับหลี่เทียนตอนนี้ไม่มีวิธีหาคำตอบที่ตรงไปตรงมามากไปกว่าการทดลองด้วยตัวเอง

ฟึ่บ!

ประกายสายฟ้าสีทองเต้นระบำร่างของหลี่เทียนหายไปจากโขดหินในพริบตาพุ่งตรงไปยังทะเลกว้างใหญ่

“โอ้~ สบายจริงๆ” บนผิวน้ำทะเลหลี่เทียนพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วทิ้งรอยน้ำสีขาวเรืองแสงไว้เบื้องหลัง

ความรู้สึกของการวิ่งบนผิวน้ำต่างจากการวิ่งบนพื้นดินอย่างสิ้นเชิงมันนุ่มและยืดหยุ่นทำให้ตอนที่เขาเร่งความเร็วสูงร่างกายรู้สึกเบาสบายอย่างมาก

โดยไม่รู้ตัวความเร็วของหลี่เทียนบนทะเลก็เพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัดปัจจุบันของเขา

ความเร็วอันน่าหวาดหวั่นที่เกือบเท่า2มัค

และก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้แม้จะวิ่งด้วยความเร็วระดับเกือบเท่า2มัครองเท้าของหลี่เทียนก็ยังไม่มีความผิดปกติใดๆ

เสื้อผ้าก็เช่นกันแรงเสียดทานของอากาศจากความเร็วสูงยังไม่ถึงระดับที่จะทำให้เกิดไฟลุก

แต่หลี่เทียนกลับเกิดความอยากถอดรองเท้าแล้ววิ่งเท้าเปล่าบนทะเลขึ้นมา

ไม่นานนัก หลี่เทียนก็วิ่งกลับมาที่ชายฝั่งอย่างมีความสุขในมือมีปลาตัวใหญ่ที่กระเด็นขึ้นมาเพราะแรงน้ำจากการวิ่งความเร็วสูงของเขา

“ตกลงแล้ว... ต่อไปจะเปลี่ยนสนามฝึกมาเป็นชายทะเลก็แล้วกัน”

แน่นอนว่าหลี่เทียนทำแบบนี้เพื่อการฝึกฝนเท่านั้น

ไม่ใช่เพื่ออาหารทะเลแน่นอน!

หลี่เทียน (พึมพำเบาๆ): “อืมต้องจดไว้ก่อน เดี๋ยวลืมไปซื้ออวนจับปลา”

จบบทที่ ตอนที่12 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(2)

คัดลอกลิงก์แล้ว