- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่11 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(1)
ตอนที่11 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(1)
ตอนที่11 ฝึกฝนพลังสปีดฟอร์ซ(1)
ที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายU.A. หลี่เทียนยืนเท้าเปล่าอยู่กับที่เพราะตอนออกแรงก่อนหน้านี้แขนเสื้อด้านขวาของเขาขาดไปเกือบทั้งแขน
เพื่อให้ดูดีขึ้นหน่อยหลี่เทียนจึงฉีกแขนเสื้ออีกข้างทิ้งไปเลยถึงอย่างนั้น…ภาพลักษณ์ก็ยังดูไม่ได้ดีเท่าไรอยู่ดี
“ฮ่าๆ!” จากระยะไกลฮากาคุเระ โทรุเห็นการแต่งตัวสุดล้ำของหลี่เทียนก็หัวเราะออกมาทันทีแล้ววิ่งเหยาะๆ เข้ามาก่อนจะแซว
“หลี่เทียนครั้งนี้นายพัฒนาแล้วนะ! แค่เสียแขนเสื้อไปสองข้างเอง!”
“ก็แค่โชคดี ศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร…” หลี่เทียนยักไหล่พูดอย่างช่วยไม่ได้
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เขาเผลอระเบิดความเร็วสุดขีดต่อหน้าฮากาคุเระ โทรุทำให้เธอบังเอิญเห็นรองเท้าเขาติดไฟพร้อมเสื้อผ้าที่ถูกไฟเผาจนเหมือนกำลังแปลงร่าง เรื่องนั้นก็กลายเป็นตราบาปที่เขาลบไม่ออกไปแล้ว
ใบหน้าของฮากาคุเระ โทรุมืดลงในสภาพล่องหน
อะไรคือโชคดี? ศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์ไม่แข็งแกร่งงั้นเหรอ
เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเจอศัตรูหมายเลขศูนย์ในสนามสอบและยังเข้าใกล้มันไม่ได้เลยฮากาคุเระ โทรุก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที
“สอบเป็นยังไงบ้าง?” หลี่เทียนถามพลางมองเสื้อผ้าที่กำลังกระโดดดึ๋งๆ ของฮากาคุเระ โทรุ
“อืม…น่าจะดีนะ!” ฮากาคุเระ โทรุเก็บรอยยิ้มก่อนจะคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ไม่รู้ทำไม หุ่นยนต์ศัตรูจำลองพวกนั้นเหมือนมองไม่เห็นฉันเลยถึงฉันจะเดินไปข้างๆ แล้วรื้อพวกมันพวกมันก็ไม่ตอบโต้ฉันก็เลยฉีกพังไปอีกหลายตัว…”
“เอ่อ…” หลี่เทียนชะงักไปเล็กน้อย
นี่เขาควรจะชมดี หรือควรจะด่าดี?
“หรือว่า…” หลี่เทียนมองไปที่ฮากาคุเระ โทรุซึ่งตอนนี้มีแค่เสื้อผ้าลอยอยู่ด้วยสายตาแปลกๆ
“เฮ้! ฉันใส่เสื้อผ้าอยู่นะ!” เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ของหลี่เทียนฮากาคุเระ โทรุก็เข้าใจทันทีแล้วตะโกนออกมาด้วยความอับอาย
จากนั้นผู้เข้าสอบที่อยู่รอบๆ ซึ่งบางคนมั่นใจ บางคนหมดกำลังใจและบางคนยังลังเลต่างก็หันมามองหลี่เทียนกับฮากาคุเระ โทรุทันที
สีหน้าของทุกคนเริ่มแปลกไป
“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าใส่เสื้อผ้า?”
“ก็เห็นอยู่ไม่ใช่เหรอผู้หญิงล่องหนแบบนั้นเวลาเธอบอกว่าใส่เสื้อผ้า แปลว่าปกติคงไม่ใส่”
“ฟังดูมีเหตุผลนะ แล้วอาจจะเป็นคำขอของผู้ชายบางคนด้วย…”
เมื่อเสียงพูดคุยซุบซิบเหล่านั้นลอยเข้าหูสีหน้าของหลี่เทียนก็มืดลงทันทีขณะที่ฮากาคุเระ โทรุซึ่งกำลังล่องหนอยู่ก็หน้าแดงขึ้นมาในทันที
ฟึ่บ!
หลี่เทียนคว้าตัวฮากาคุเระ โทรุเข้ามากอดในพริบตาจากนั้นพลังสปีดฟอร์ซก็ถูกเปิดใช้งานทันที
ประกายไฟแลบวาบตามด้วยสายฟ้าแล้วร่างของทั้งสองก็หายไปในชั่วพริบตา
ในป่าไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมปลายU.A. หลี่เทียนกับฮากาคุเระ โทรุปรากฏตัวขึ้นที่นั่นทันที
“เด็กสมัยนี้ความคิดสกปรกจริงๆ” หลี่เทียนหยุดฝีเท้าแล้วบ่นด้วยสีหน้าดำคล้ำ “คนแบบนั้นไม่มีทางสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย U.A. ได้แน่นอน”
“ฮ่าๆ!” ฮากาคุเระ โทรุที่ตอนแรกยังอายอยู่ พอเห็นหน้าดำๆของหลี่เทียนก็หัวเราะออกมา
“หัวเราะอะไร คนพวกนั้นพูดถึงเธอนะ” หลี่เทียนมองเธออย่างหงุดหงิดก่อนจะก้มลงเริ่มทำความสะอาดฝ่าเท้าของตัวเอง
นี่แหละเหตุผลที่เขาไม่อยากวิ่งเท้าเปล่า!
ด้วยพลังความเร็วเหนือมนุษย์เขาไม่ได้กังวลว่าเท้าเปล่าจะสึกเหมือนรองเท้าแต่ถ้าวิ่งเร็วๆเท้ามันจะเลอะมาก
มันต่างจากตอนเดินช้าๆ ที่ฝ่าเท้าดำแล้วล้างฝุ่นออกง่ายหลี่เทียนเคยเจอมากับตัวแล้ว
มันเหมือนกับคนที่ไม่ได้ใส่รองเท้าและไม่ได้ล้างเท้ามาหลายปี ล้างยังไงก็ไม่ออกง่ายๆ!
“ก็ใครใช้ให้นายคิดไปแบบนั้นก่อนล่ะ คุณหลี่เทียน” ฮากาคุเระ โทรุพ่นลมหายใจเบาๆ
เธอรู้ดีว่าสายตาแปลกๆ ของหลี่เทียนเมื่อกี้หมายความว่าอะไรแม้ว่าในอนาคตเธอจะตั้งใจจะต่อสู้แบบนั้นจริงๆ
แต่ตอนนี้เธอยังไม่ได้ทำจริงเสียหน่อย มุมปากของหลี่เทียนกระตุกเล็กน้อย
เขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะหรือจะบอกว่าเขาคิดแบบนั้นโดยสัญชาตญาณเพราะเคยเห็นฉากการต่อสู้ของเธอในอนิเมะมาก่อน?
“จริงสิพูดถึงเรื่องนี้ฉันคิดอยู่นานมากสุดท้ายก็ออกแบบชุดต่อสู้ที่เหมาะกับเธอได้แล้ว” หลี่เทียนขี้เกียจจะเช็ดเท้าต่อจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ชุดต่อสู้ที่เหมาะกับฉันเหรอ?” ฮากาคุเระ โทรุตกใจเล็กน้อย
“ใช่” หลี่เทียนพยักหน้า
“ปัญหาของชุดต่อสู้ของเธอก็คือไม่มีวัสดุโปร่งใสเหมือนร่างกายของเธอถ้าอย่างนั้นแทนที่จะใช้วัสดุธรรมดาลองใช้เส้นใยจากเส้นผมของเธอมาทำชุดต่อสู้ล่ะแบบนั้นก็แก้ปัญหาได้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
แนวคิดเรื่องใช้เส้นผมทำชุดต่อสู้หลี่เทียนได้มาจากมิริโอะะ โทกาตะหนึ่งในบิ๊กทรี
หลังจากมิริโอะปรากฏตัวเขาสนใจฉากการต่อสู้ของมิริโอะมากจึงไปอ่านมังงะต่อและพบว่าพวกเขาใช้วิธีนี้เพื่อแก้ปัญหาชุดต่อสู้
พอมาคิดดูตอนนี้ฮากาคุเระ โทรุต้องต่อสู้แบบนั้นมาตลอดทั้งปี เมื่อเทียบกับมิริโอะแล้วเธอเหมือนลูกที่ถูกแม่เลี้ยงเลี้ยงดูจริงๆในขณะที่มิริโอะเหมือนลูกแท้ๆ
“ใช้เส้นใยผมทำชุดต่อสู้… จริงด้วย! ทำไมฉันไม่คิดมาก่อนว่าฉันสามารถใช้ผมที่โปร่งใสเหมือนร่างกายมาทำชุดต่อสู้ได้!” ฮากาคุเระ โทรุพึมพำคิดตามยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ
“ขอบคุณมากนะ หลี่เทียน!” ฮากาคุเระ โทรุกระโดดอย่างตื่นเต้นเข้าใส่หลี่เทียนแล้วกระโดดขึ้นไปเกาะหลังเขา
ขณะที่หลี่เทียนกำลังใช้ความเร็วสูงถูฝ่าเท้ากับเปลือกไม้เพื่อทำความสะอาด
“ลงมาก่อนสิ ให้ฉันล้างเท้าก่อน!” ฮากาคุเระ โทรุเกาะคอหลี่เทียนไว้ทำให้เขาคุมสมดุลร่างกายไม่ได้จึงรีบตะโกนออกมา
“ฮ่าๆ! ไม่ปล่อยหรอก ฉันชอบนายที่สุดเลยหลี่เทียน” ฮากาคุเระ โทรุที่กำลังตื่นเต้นมากพูดสิ่งที่เก็บอยู่ในใจมาหลายปีออกมาโดยไม่ทันคิด
แล้วก็...บรรยากาศรอบๆ เงียบสนิทป่าที่แทบไม่มีคนอยู่แล้ว ยิ่งเงียบงันลงในทันที (แอด:ของดีย์55)
หลี่เทียนมีสีหน้าประหลาดใจ แต่ก็เหมือนกับว่าเขาคาดเอาไว้อยู่แล้ว
สำหรับฮากาคุเระ โทรุหลังจากเขาได้รับความทรงจำจากร่างก่อนและได้ใช้เวลาร่วมกับกันในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา หลี่เทียนก็พอจะเดาความคิดของเด็กสาวได้
มีเพียงเด็กหนุ่มไร้เดียงสาแบบในร่างเก่าของเขาเท่านั้นที่อาจจะมองไม่ออก
แต่หลี่เทียนยังไม่ได้หิวจนถึงขั้นจะไปจีบเด็กผู้หญิงระดับมัธยมต้นเขาเลยไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ
“อ๊า!” ฮากาคุเระ โทรุเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่ตกใจรีบกระโดดลงจากหลังหลี่เทียนทันที
เธอไม่พูดอะไรเลยเอามือปิดหน้าแล้วเดินเร็วๆ ไปข้างหน้า
“น่าอายจัง น่าอายจัง น่าอายจัง ทำไมฉันถึงพูดออกไปตรงๆ แบบนั้นนะ!”
“เด็กคนนี้นี่...” หลี่เทียนอดหัวเราะไม่ได้เขามองฮากาคุเระ โทรุที่กำลังวิ่งเหยาะๆไปข้างหน้า
จากนั้นเขาก็หันกลับไป ใช้ความเร็วสูงถูเถ้าดำหนาๆออกจากฝ่าเท้ากับเปลือกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วจึงหันกลับมาเดินตามฮากาคุเระ โทรุไป
พูดตามตรงสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย การเริ่มคบหากันก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรใช่ไหม?
―――――――――――――――――――――――――
“ผมกลับมาแล้ว!” หลี่เทียนผลักประตูบ้านเข้าไป
“กลับมาแล้วเหรอ สอบเป็นยังไงบ้าง?” ทาเคยามะ ยูถามอย่างสบายๆ
เธอนอนเอนครึ่งตัวอยู่บนโซฟาอย่างขี้เกียจ ในมือถือถุงมันฝรั่งทอดพลางดูละครน้ำเน่าทางทีวี
“ที่หนึ่ง!” หลี่เทียนชินกับท่าทางขี้เกียจของป้าเขามานานแล้วป้าของเขายึดหลักว่าถ้านอนก็จะไม่นั่งถ้านั่งก็จะไม่ยืน
ยกเว้นตอนทำกิจกรรมของโปรฮีโร่ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์เวลาอื่นเธอแทบไม่เคยสนใจภาพลักษณ์เลยแม้แต่น้อย
“ที่หนึ่งเหรอดูเหมือนอัตลักษณ์ถังข้าวใบใหญ่ของเธอจะไม่ได้ไร้ประโยชน์นี่นา!” ทาเคยามะ ยูที่นอนอยู่บนโซฟาอดแซวไม่ได้
“สปีดฟอร์ซมันเรียกว่าสปีดฟอร์ซต่างหาก...” ใบหน้าของหลี่เทียนดำทมิฬทันที
ไม่เพียงแต่เขาถูกเรียกว่าถังข้าวใบใหญ่แต่แม้แต่สปีดฟอร์ซก็ยังถูกทาเคยามะ ยูเรียกล้อว่าเป็นอัตลักษณ์ถังข้าวใบใหญ่
สิ่งที่ทำให้หลี่เทียนหงุดหงิดที่สุดก็คือนานาริ ฮวาอีกลับเชื่อคำพูดเหลวไหลของทาเคยามะ ยูจริงๆคิดว่าอัตลักษณ์ของเขาเป็นอัตลักษณ์กินจุอะไรสักอย่าง
“ตอนนี้อาหารทุกอย่างของเธอก็ต้องใช้พลังอัตลักษณ์ช่วยจัดการ ยังจะกล้าบอกว่าไม่ใช่อัตลักษณ์กินจุอีกเหรอ”
ทาเคยามะ ยูหันมามองหลี่เทียนที่กำลังหงุดหงิดแล้วหัวเราะแซวต่อ
หลี่เทียนอ้าปาก แต่ก็พูดอะไรไม่ออก ก็ใครใช้ให้ความอยากอาหารของเขามันเกินมนุษย์ขนาดนั้นล่ะ!
พูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องพูดถึงอัตลักษณ์ของนานาริ ฮวาอีคู่หูของทาเคยามะ ยูด้วย
ต่างจากทาเคยามะ ยูที่สามารถขยายร่างกายตัวเองให้กลายเป็นร่างยักษ์ได้อัตลักษณ์ของนานาริ ฮวาอีตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงนั่นคือการทำให้วัตถุหดเล็กลง
เมื่อใช้เต็มกำลังนานาริ ฮวาอีสามารถทำให้วัตถุที่เธอสัมผัสด้วยมือทั้งสองหดเล็กลงได้ถึงหนึ่งร้อยเท่าและมวลก็ลดลงหนึ่งร้อยเท่าเช่นกัน
ขีดจำกัดของสิ่งที่เธอทำให้หดได้นั้นใหญ่พอๆ กับตึกสูงสามสิบชั้น ประมาณ 100×100×100 ลูกบาศก์เมตร
ข้อเสียเดียวหรืออาจจะเรียกว่าข้อเสียร้ายแรงก็คือเวลาคูลดาวน์นานเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นการย่อหรือการทำให้กลับสู่ขนาดเดิมนานาริ ฮวาอีต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวินาทีเต็มเพื่อเปิดใช้อัตลักษณ์
ซึ่งไม่เหมาะกับการต่อสู้ที่ต้องใช้ความเร็วสูงเลยนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอเลือกเป็นโปรฮีโร่สายสนับสนุนด้านโลจิสติกส์
ดังนั้นตอนนี้มื้ออาหารของหลี่เทียนที่บ้านจึงมักเป็นหม้อใหญ่
นั่นคือให้นานาริ ฮวาอีทำให้วัตถุดิบหดเล็กลงหนึ่งร้อยเท่าก่อนจากนั้นค่อยปรุงทีเดียวทั้งหมดแล้วค่อยๆ ทำให้ขนาดกลับคืน
วิธีนี้ทำให้เขากินอิ่มได้ในครั้งเดียว
“ฮึ่ม” หลี่เทียนพ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจเขาไม่สนใจป้าสายกวนของตัวเองอีกแล้วเดินตรงไปทางห้องครัว
ที่บ้านมีวัตถุดิบที่ถูกย่อขนาดลงหนึ่งร้อยเท่ากองไว้เหมือนภูเขาอยู่แล้วเขาเพียงแค่ต้องรอให้นานาริ ฮวาอีฟื้นพลังแล้วค่อยทำให้วัตถุดิบกลับสู่ขนาดเดิมหลังจากทำอาหารเสร็จจากนั้นก็เริ่มกินได้เลย
ส่วนทาเคยามะ ยูก็ไม่ได้แกล้งหลี่เทียนต่อเพราะในบ้านคนเดียวที่ทำอาหารได้ก็คือหลี่เทียนเขาจึงเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของทั้งบ้าน
ถ้าเธอแหย่เขามากเกินไป แล้วเขาทำอาหารที่เธอไม่ชอบขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ
ในห้องครัวหลี่เทียนหยิบข้าวออกมาจากตู้แล้วนำไปนึ่ง ถึงแม้ดูเหมือนจะมีไม่มากเหมือนปริมาณเท่ากับข้าวที่ครอบครัวทั่วไปนึ่งกัน แต่จริงๆแล้วมันถูกบีบอัดไว้หนึ่งร้อยเท่า
ส่วนผัก เนื้อและเครื่องปรุงต่างๆหลังจากซื้อมาแล้วหลี่เทียนจะหั่นเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงส่งให้นานาริ ฮวาอีจัดการด้วยอัตลักษณ์
ดังนั้นวัตถุดิบที่ดูเหมือนจะเล็กกว่าเมล็ดงาเสียอีก ก็ยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้ตามปกติ
แม้ว่าหลังจากทำให้ขนาดกลับคืนแล้วรสชาติจะออกแปลกๆ ไปบ้างแต่สำหรับหลี่เทียนตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือกินให้อิ่ม
“สอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย U.A. ผ่านแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งเดือนก่อนจะเปิดเรียนช่วงเวลานี้ต้องเริ่มฝึกจริงจังแล้วล่ะ”
หลี่เทียนเปิดใช้ สปีดฟอร์ซพลางทำอาหารไปด้วยพลางคิดไปด้วย
ก่อนหน้านี้เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อการสอบเข้าแม้ว่าเขาจะได้รับพลังสปีดฟอร์ซแล้วแต่หลี่เทียนก็ไม่ได้ฝึกอะไรหนักเกินไปหรือพัฒนาท่าใหม่ๆ มากนัก
หลายไอเดียก็ยังไม่ได้ทดลองเลยไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้มีแค่ท่าพื้นฐานไม่กี่อย่างแบบนี้
ตอนนี้การสอบจบแล้ว และหลี่เทียนก็มั่นใจว่าเขามีความสามารถในการฟื้นตัวระดับเดียวกับเดอะแฟลช
ดังนั้นเขาจึงสามารถเริ่มพัฒนาทักษะของสปีดฟอร์ซได้แล้ว ใช้สปีดฟอร์ซเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และการฝึกฝนให้สูงกว่าคนธรรมดาหลายสิบเท่า
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาความรู้เชิงลึก การฝึกการต่อสู้ หรือการฝึกร่างกาย ล้วนถูกวางแผนไว้แล้ว
“จริงสิยังมีแผนหาเงินที่ต้องเริ่มดำเนินการให้เร็วที่สุดด้วย”
“คิดแบบนี้แล้วอีกไม่กี่วันข้างหน้าฉันคงยุ่งสุดๆ เลย” หลี่เทียนถอนหายใจ
แต่เมื่อเทียบกับชีวิตชาติก่อนที่เขาใช้ชีวิตไปวันๆตามกระแส
หลี่เทียนกลับชอบความรู้สึกของการมีงานยุ่งและมีแผนชัดเจนแบบตอนนี้มากกว่า