- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่9 สอบเข้าโรงเรียนU.A (2)
ตอนที่9 สอบเข้าโรงเรียนU.A (2)
ตอนที่9 สอบเข้าโรงเรียนU.A (2)
ทันทีที่เปิดใช้สปีดฟอร์ซ หลี่เทียนก็พุ่งเข้าสู่สนามสอบด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง
ด้วยความเร็วของเขาหากปล่อยพลังเต็มที่ก็ใช้เวลาไม่ถึงวินาทีก็สามารถทำคะแนนพอในพื้นที่ช่วงต้นได้ แต่หลี่เทียนกลับใช้เวลาหลายวินาทีวิ่งไปยังครึ่งหลังของสนามสอบก่อนแล้วค่อยเริ่มล่าหุ่นยนต์
“ช้าเกินไป ช้าเกินไปแล้ว” หลี่เทียนมองหุ่นยนต์ที่แทบจะหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาอุทานอย่างตื่นเต้น
จากนั้นก็พุ่งเข้าไปกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศเท้าที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วและแรงเฉื่อยมหาศาลเตะหุ่นยนต์ที่กำลังยืนนิ่งให้กระเด็นลอยออกไปก่อนจะชนเข้ากับหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่ง
“อ่อนแอจริงๆ” หลี่เทียนหยุดยืนมองหุ่นยนต์สองตัวที่แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วบ่น
หลังจากได้ลองด้วยตัวเองหลี่เทียนก็พบว่าพลังต่อสู้ของหุ่นยนต์ที่เรียกกันนี้ไม่สอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกเลย
ข้อต่อของเกราะที่ดูหลวมๆเหมือนแค่ติดกาวเอาไว้ส่วนเปลือกเหล็กที่ดูเหมือนหนาหลายเซนติเมตรความจริงแล้วแข็งกว่าแค่ตัวถังรถที่วิ่งอยู่บนถนนนิดหน่อยเท่านั้น
“ของแบบนี้ ขอแค่ไม่ถูกหลอกด้วยรูปลักษณ์แล้วเล็งโจมตีจุดอ่อนให้ถูกก็จัดการได้ง่ายเกินไป”
หลี่เทียนส่ายหัวโดยไม่รู้ตัวเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฮากาคุเระ โทรุถึงสามารถผ่านการสอบนี้ได้ในเรื่องต้นฉบับ
นอกจากคะแนนโบนัสจากอัตลักษณ์และคะแนนช่วยเหลือแล้วต่อให้เป็นหุ่นยนต์แบบนี้แค่โทรุหยิบเศษซากหุ่นยนต์ชิ้นหนึ่งมาใช้เป็นอาวุธในการโจมตีแบบลอบโจมตีภายในสิบนาทีก็สามารถทำลายได้เป็นสิบหรือยี่สิบตัวแล้ว
“ช่างเถอะการสอบน่าเบื่อแบบนี้ รีบเก็บให้จบๆไปดีกว่า”
หลี่เทียนส่ายหัวจากนั้นพลังสปีดฟอร์ซก็ระเบิดออกมาอีกครั้งความเร็วอันน่าหวาดหวั่นแผ่กระจายออกไปพุ่งเข้าหาหุ่นยนต์รอบ ๆ
“หนึ่งคะแนน…สองคะแนน…ห้าคะแนน…” หลี่เทียนถือชิ้นส่วนคล้ายท่อนไม้ที่เก็บมาจากซากหุ่นยนต์ในมือ
เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวทุกครั้งที่ปรากฏตัวหุ่นยนต์หนึ่งตัวก็ถูกทำลายและเขาก็นับคะแนนของตัวเองไปเรื่อย ๆ
“เก้าสิบเก้าคะแนน”
“หนึ่งร้อยคะแนน!”
“เสร็จเรียบร้อย!”
หลี่เทียนหยุดฝีเท้าเก็บสปีดฟอร์ซและหันหลับมองหุ่นยนต์ที่พังยับเยินอยู่ด้านหลังหลายสิบตัวก่อนจะโยนชิ้นส่วนที่ถืออยู่ลงกับพื้นมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“หนึ่งร้อยคะแนน แบบนี้ก็เรียบร้อยแล้ว อันดับหนึ่งแน่นอน!” จากนั้นเขาคิดในใจ
“งั้นลองเดินดูหน่อยว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือไหมแล้วก็รอให้หุ่นยนต์หมายเลขศูนย์โผล่มา”
คิดเสร็จหลี่เทียนก็หันตัววิ่งไปยังผู้เข้าสอบคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลัง
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ระเบิดความเร็วเต็มกำลังตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้สปีดฟอร์ซหลี่เทียนก็ค้นพบแล้วว่าเมื่อปลดปล่อยพลังเต็มที่
แม้ความเร็วของเขาจะสูงขึ้นมากแต่กลับไม่เหมาะกับการใช้งานปกติในชีวิตประจำวันหรือการลาดตระเวน
เหตุผลก็คือในโหมดความเร็วสูงของสปีดฟอร์ซ โลกทั้งใบในสายตาของหลี่เทียนแทบจะหยุดนิ่ง
ดังนั้นหากเขาวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังทุกคนบนถนนจะเหมือนถูกหยุดเวลาแม้เขาจะมองเห็นวิลเลินหรืออาชญากรแต่ถ้ามีความต่างของเวลาเพียงหนึ่งวินาทีหลี่เทียนก็อาจวิ่งผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น
ตัวอย่างเช่นตอนนี้หลี่เทียนอยากดูว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือหรือไม่แต่ถ้าเขาใช้ความเร็วเต็มที่ทุกอย่างก็จะหยุดนิ่ง
จากนั้นก็อาจเกิดสถานการณ์แบบนี้ได้เช่นเขาเห็นการต่อสู้ที่ดูเหมือนปกติแต่เพียงหนึ่งวินาทีต่อมาหมัดของหุ่นยนต์ก็อาจพุ่งชนหน้าใครบางคนเข้าแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากหลี่เทียนเริ่มวิ่งเต็มความเร็วเวลาสอบที่เดิมมีแค่10นาที อาจกลายเป็นหลาย100นาทีในความรู้สึกของเขา
ต่อให้กำจัดหุ่นยนต์ทั้งสนามได้หมด หลี่เทียนก็คงเบื่อตายก่อน
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ ช่วยผู้เข้าสอบ! ช่วยผู้เข้าสอบ! ช่วยผู้เข้าสอบ!
เรื่องสำคัญต้องพูดสามครั้ง…แค๊กๆ
ในขณะที่หลี่เทียนดูเหมือนกำลังเดินเล่นอย่างสบายๆ ทางด้านห้องควบคุมของโรงเรียนU.A.เหล่าอาจารย์และผู้คุมสอบทุกคนกลับตกตะลึงกับความเร็วที่เขาระเบิดออกมาเมื่อครู่
“ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีเลยเขาก็ได้หนึ่งร้อยคะแนนแล้ว”
“ผลลัพธ์แบบนี้ผ่านแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่สิแม้แต่อันดับหนึ่งก็มีโอกาสสูงมาก”
“แถมยังตั้งใจเลือกโจมตีหุ่นยนต์ในครึ่งหลังของสนามเพื่อไม่ให้กระทบคะแนนของผู้เข้าสอบคนอื่นถ้าเขาใช้ความเร็วระดับนั้นจริงๆต่อให้กวาดทั้งสนามในสิบนาทีก็ไม่ใช่ปัญหา”
แม้แต่อาจารย์ที่เป็นโปรฮีโร่และผ่านประสบการณ์มามากก็ยังอดอุทานไม่ได้
แม้ว่าความเร็วที่หลี่เทียนระเบิดออกมาก่อนหน้านี้จะเร็วเกินกว่าที่ตาเปล่าจะมองเห็นแต่หลายคนก็ได้ดูผ่านจอมอนิเตอร์
แม้จะไม่ได้ใช้ภาพสโลว์แต่เมื่อมองจากมุมสูงและซูมภาพออกทุกคนก็สามารถเห็นเงาร่างสายฟ้าสีทองของหลี่เทียนที่พุ่งผ่านเมืองจำลองได้อย่างชัดเจน
ด้วยสายตาและประสบการณ์ของพวกเขาการวิเคราะห์ความเร็วที่หลี่เทียนระเบิดออกมาเมื่อครู่จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
“ความเร็วเฉลี่ยเกือบ300เมตรต่อวินาทีอย่างนั้นเหรอ…เด็กคนนี้หลี่เทียน”
ในขณะนี้ออลไมท์ไม่ได้กำลังดูจอมอนิเตอร์ของผู้สืบทอดของเขามิโดริยะ อิซึคุเลยแต่กลับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพของหลี่เทียนดวงตาสีฟ้าครามของเขาเปล่งประกายขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเคยเห็นหลี่เทียนวิ่งมาแล้วแต่ครั้งนั้นเขาอยู่ในสภาพผอมแห้งและไร้เรี่ยวแรง จึงมองเห็นเพียงเงารางๆของหลี่เทียนที่กำลังวิ่งและไม่ได้ประเมินความเร็วของเขาอย่างจริงจัง
“ออลไมท์ ความเร็วระดับนี้แทบจะไม่ช้ากว่าของนายเลยนะ” ข้างๆออลไมท์ผู้อำนวยการเนซุกล่าวเสียงเบา
ผู้อำนวยการที่มีรูปร่างคล้ายหนูคนนี้ว่ากันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงตัวเดียวในโลกที่เป็นสัตว์แต่ปลุกอัตลักษณ์ได้แถมยังเป็นอัตลักษณ์ประเภทเสริมสติปัญญา
ด้วยสติปัญญาของเขาเพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าอัตลักษณ์ของหลี่เทียนไม่ใช่แค่เพิ่มความเร็วธรรมดาแต่เป็นความเร็วเหนือมนุษย์ที่ควบคุมได้และยังเสริมประสิทธิภาพด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น รวมถึงการตอบสนองของระบบประสาทอีกด้วย
“ไม่ ความเร็วของเขาน่าจะเร็วกว่าฉันตอนพีคเสียอีก” ออลไมท์ส่ายหน้าแล้วพูดเสียงเบา
“ตอนที่หลี่เทียนกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด ฉันสังเกตเห็นว่าเขาก้มมองรองเท้าที่เท้าแล้วหลังจากนั้นความเร็วก็ลดลงน่าจะเป็นเพราะรองเท้าจำกัดความเร็วสูงสุดของเขา”
“พื้นรองเท้าคงทนต่อความร้อนจากแรงเสียดทานของการวิ่งความเร็วสูงไม่ได้สินะ…” ผู้อำนวยการเนซุพูดพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
“เป็นอัตลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่…ออลไมท์ดูเหมือนนายจะรู้จักนักเรียนคนนี้นะ?” ผู้อำนวยการเนซุหันมามองออลไมท์อย่างสงสัย
“อืม ฉันเคยเจอเขาครั้งหนึ่งในตัวเมือง…” ออลไมท์จึงเล่าเหตุการณ์ที่เขาได้พบกับหลี่เทียนให้ผู้อำนวยการเนซุฟังทั้งหมด
“สติปัญญาดี พลังแข็งแกร่ง และดูเหมือนจะมีหัวใจของฮีโร่ด้วย เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีจริง ๆ…”
ผู้อำนวยการเนซุส่ายหัวพร้อมถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปมองนักเรียนคนอื่นๆบนจอมอนิเตอร์
แต่ในใจของผู้อำนวยการเนซุแล้วเขาแทบจะตัดสินได้แล้วว่าหลี่เทียนจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลาย U.A.
ออลไมท์ก็พยักหน้าเช่นกันเพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้บอกผู้อำนวยการเนซุนั่นก็คือผลการสืบสวนเกี่ยวกับหลี่เทียนของเขา
การปลุก อัตลักษณ์ ตอนอายุสิบห้า สำหรับออลไมท์แล้วโอกาสที่จะเป็น“ปาฏิหาริย์”นั้นน้อยกว่าความเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของศัตรูเก่าของเขาAll For Oneเสียอีก
ดังนั้นเขาจึงลงมือสืบสวนด้วยตัวเองแต่ออลไมท์นึกถึงผลการสืบสวนเกี่ยวกับหลี่เทียน
พ่อแม่ทั้งสองเป็นโปรฮีโร่และเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้คนญาติคนเดียวที่เหลืออยู่คือทาเคยามะ ยูซึ่งก็เป็นโปรฮีโร่หน้าใหม่เช่นกัน
เมื่อเห็นภูมิหลังแบบนี้ ออลไมท์ก็อดรู้สึกละอายใจกับความระแวงของตัวเองไม่ได้
หลี่เทียน ไม่รู้เลยว่าผู้คุมสอบและอาจารย์ในห้องควบคุมกำลังพูดถึงอะไรอยู่หรือแม้แต่ความรู้สึกละอายของออลไมท์
เขายังคงเดินวนไปมาอยู่ในสนามสอบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ยากจะถูกผู้เข้าสอบคนอื่นสังเกตเห็นระหว่างทางก็ช่วยผู้เข้าสอบไปหลายคนพร้อมกับทิ้งตำนานเมืองเล็กๆของตัวเองเอาไว้ในสนามสอบF “ฮีโร่ผู้ช่วยเหลือปริศนา”
หลี่เทียนวางนักเรียนหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนลงข้างทางทิ้งให้เธอยืนทำหน้ามึนงงก่อนที่เขาจะหายไปด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทันจากนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้
“สมกับเป็นการสอบของโรงเรียนมัธยมปลาย U.A. จริงๆอัตลักษณ์น่าสนใจเยอะชะมัด!”
อย่างเช่นนักเรียนหญิงที่เขาเพิ่งช่วยเมื่อครู่อัตลักษณ์ของเธอก็น่าสนใจมากเห็ดงอกขึ้นเต็มไปหมดทุกที่จนแม้แต่หลี่เทียนยังรู้สึกว่าถ้าเขาไม่รีบจากมาเห็ดคงจะงอกบนตัวเขาด้วย
ระหว่างทางหลี่เทียนยังเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ทั้งตัวสามารถหมุนได้เหมือนสว่านและในอีกพื้นที่หนึ่งก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบจนมองอะไรแทบไม่เห็นทำให้หลี่เทียนไม่ได้เข้าไปในบริเวณนั้นเลย
“ใกล้เวลาแล้วสินะ…” เมื่อได้ยินเสียงประกาศของพรีเซนต์ไมค์ว่าเหลือเวลาอีกสองนาทีหลี่เทียนก็พึมพำในใจ
การสอบสิบนาทีผ่านไปแล้วแปดนาทีสำหรับผู้เข้าสอบที่มีศักยภาพจะผ่านการสอบเวลานี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเก็บคะแนนแล้ว
เวลาที่เหลือน่าจะถึงคิวของศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์ออกมาแล้วไม่รู้ว่าเป็นเพราะถึงเวลาพอดีหรือเพราะศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์รอไม่ไหว
ทันทีที่หลี่เทียนนึกถึงมันเสียงคำรามรุนแรงก็ดังมาจากถนนไกลๆจากนั้นหุ่นยนต์ยักษ์ขนาดมหึมาที่สูงกว่าตึกในสนามสอบก็ปรากฏต่อสายตาของผู้เข้าสอบทุกคน
ยกเว้นหลี่เทียนที่เตรียมใจไว้แล้วผู้เข้าสอบคนอื่นๆต่างตกใจเมื่อเห็นหุ่นยนต์ยักษ์โผล่ออกมาอย่างกะทันหันและทันทีที่สังเกตเห็นหมายเลขรุ่นของมันพวกเขาก็หันหลังวิ่งหนีกันทันที
หุ่นยนต์ยักษ์สูงเกินหนึ่งร้อยเมตรขนาดมหึมาแบบนี้ทำให้แทบไม่มีผู้เข้าสอบคนไหนยังมีใจจะสู้
ยิ่งไปกว่านั้นในอธิบายกติกาตอนต้นพรีเซนต์ไมค์ยังบอกไว้อีกว่าการกำจัดศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์จะได้คะแนนเป็นศูนย์
แม้แต่ผู้เข้าสอบบางคนที่ไม่ได้ตกใจกับขนาดของมันก็ยังเลือกหลบเลี่ยงหุ่นยนต์ยักษ์ตัวนั้น
“ในที่สุดก็โผล่มา…” หลี่เทียนมองหุ่นยนต์ยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
หลังจากทดลองใช้สปีดฟอร์ซแล้วหลี่เทียนก็รู้ว่าสปีดฟอร์ซเพียงแค่เพิ่มความเร็วของเขาเท่านั้น
ส่วนพละกำลังไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียววิธีเดียวที่จะสร้างพลังทำลายมหาศาลได้ก็คืออาศัยแรงเฉื่อยจากความเร็วระดับสูงมาก
แต่..การโจมตีแบบนั้นถือว่าเป็นการแลกแบบเจ็บทั้งสองฝ่ายถ้าเป็นหุ่นยนต์ศัตรูจำลองขนาดธรรมดาก็ยังพอใช้ได้
แต่เมื่อเทียบกับความหนาของเกราะของศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์แล้วหากหลี่เทียนพุ่งเข้าไปตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
“ไม่รู้ว่าทริคพวกนั้นจะใช้ได้ผลกับเจ้าตัวยักษ์นี่ไหม…” หลี่เทียนพึมพำขณะมองไปยังศัตรูจำลองหมายเลขศูนย์ที่อยู่ไกลออกไป
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันเร่าร้อน
แกร๊ก!