- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่6 ออลไมท์(2)
ตอนที่6 ออลไมท์(2)
ตอนที่6 ออลไมท์(2)
อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นแบบนั้นในตอนนี้สมองของหลี่เทียนก็กำลังหมุนอย่างรุนแรงราวกับพายุในความคิดมีประกายสายฟ้าความเร็วแลบวาบอยู่เป็นระยะ
“ทำไมออลไมท์ถึงมาคุยกับฉัน?” หลี่เทียนเริ่มคิดอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้แม้เขาจะดูเหมือนต้องการความช่วยเหลืออยู่บนถนนแต่ก็มีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่มากมายและในย่านตัวเมืองก็มีโปรฮีโร่ออกลาดตระเวนอยู่ไม่น้อย
เขาไม่เชื่อว่าต่อให้เป็นออลไมท์เวอร์ชันผอมแห้งแบบตอนนี้ จะมายืนคุยเล่นกับคนข้างถนนเฉยๆ
ออลไมท์ไม่เคยลังเลที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ขอความช่วยเหลือแต่สำหรับหลี่เทียนที่ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการความช่วยเหลือทำไมออลไมท์ถึงเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเขาก่อน
หรือว่าเพราะช่วงนี้มีวิลเลินน้อยเกินไปหรือพวกวิลเลินไม่โหดพอ?
“เจ้าหนูสายลม?” หลี่เทียนนึกถึงคำที่ออลไมท์เรียกเขาเมื่อครู่
“หรือว่าเขาเห็นฉันใช้ สปีดฟอร์ซ?” หลี่เทียนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
คนเดินถนนธรรมดาคงไม่เข้ามาทักเขาแต่ถ้าเป็นวัยรุ่นที่มีอัตลักษณ์ทรงพลังก็พอมีเหตุผลให้ออลไมท์เข้ามาคุยด้วย
“แต่แค่นั้นมันยังไม่พอ…” สมองของหลี่เทียนกำลังทำงานอย่างบ้าคลั่งประกายสายฟ้าสีทองวาบผ่านในความคิดของเขา
พลังสมองของเขาถูกขยายขึ้นหลายสิบเท่าในทันทีการระดมความคิดทำงานเต็มกำลัง
“ฉันเพิ่งออกมาจากร้านอาหารหลังจากกินเสร็จหมายความว่าหลังจากกินไปแล้วอย่างน้อยสองชั่วโมงฉันก็ยังไม่ได้ใช้สปีดฟอร์ซอีกออลไมท์จะเห็นฉันใช้สปีดฟอร์ซได้ก็มีแค่ตอนก่อนหน้านั้น…”
“แล้วมันยังขาดอะไรอีก?” หลี่เทียนพึมพำในใจ
แม้หลี่เทียนจะเคยเห็นออลไมท์นับครั้งไม่ถ้วนในอนิเมะของชาติก่อน แต่เขาไม่เคยดูถูกความสำคัญของออลไมท์ในโลกนี้เลย
แค่เด็กคนหนึ่งที่มีอัตลักษณ์ธรรมดาไม่มีทางทำให้ออลไมท์เป็นฝ่ายเข้ามาคุยก่อน
หรือพูดอีกอย่างก็คือความเร็วเหนือมนุษย์ของหลี่เทียนก่อนหน้านั้น…ยังไม่มากพอ
“ถ้าไม่ใช่… เว้นแต่ฉันจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ออลไมท์สนใจเหมือนกับตอนที่มิโดริยะ อิซึคุที่ไร้อัตลักษณ์วิ่งพุ่งเข้าไปช่วย บาคุโก”
ดวงตาของหลี่เทียนเป็นประกาย เขานึกออกแล้ว
เหตุการณ์ที่ป้ายรถเมล์ถ้าเขาได้รับสปีดฟอร์ซมานานแล้วหลี่เทียนอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นเพราะอะไร
แต่ในเมื่อเขาเพิ่งได้สปีดฟอร์ซมาในวันนี้สิ่งเดียวที่อาจทำให้ออลไมท์สนใจได้ก็คือเหตุการณ์ที่ป้ายรถเมล์
กล่าวอีกอย่างก็คือ ออลไมท์เห็นสิ่งที่เขาทำที่ป้ายรถเมล์ดังนั้นเมื่อออลไมท์เห็นเขาอีกครั้งบนถนนจึงแวะเข้ามาคุยกับเขา
นี่น่าจะเป็นเหตุผลเดียวที่หลี่เทียนคิดออกในตอนนี้
―――――――――――――――――――――――――――
บนถนนที่คึกคักหลี่เทียนกับออลไมท์เวอร์ชันผอมแห้งยืนเผชิญหน้ากัน
“หนุ่มน้อยเมื่อกี้ฉันเห็นท่าทางของเธอเหมือนกำลังต้องการความช่วยเหลือ”
“ทำไมถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากโปรฮีโร่ล่ะ?”
ออลไมท์ยิ้มพลางชี้ไปยังโปรฮีโร่สองคนที่เพิ่งลาดตระเวนผ่านไปได้แก่“สปริงระเบิด” และ “หมาป่าคลั่ง”
“ลุงซอมบี้ ลุงแข็งแกร่งมากนะ!” หลี่เทียนไม่ได้ตอบคำถามของออลไมท์แต่พูดออกมาพร้อมความหมายแฝงแทน
“แข็งแกร่งงั้นเหรอ?” ออลไมท์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบกลบเกลื่อน
“ฮ่าๆเจ้าหนูดูสภาพฉันสิมันตรงไหนที่ดูแข็งแกร่งกัน!”
ก็จริงใครๆก็ดูออกว่าออลไมท์ในสภาพผอมแห้งนั้นอ่อนแอโดยเฉพาะอาการอาเจียนเป็นเลือดอยู่บ่อยๆมันดูไม่เหมือนคนแข็งแกร่งเลย
“ตอนที่ลุงเรียกฉันเมื่อกี้ลุงเรียกฉันว่า‘เจ้าหนูสายลม’ก่อนใช่ไหม?” หลี่เทียนมองออลไมท์ด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ใช่… ใช่แล้ว!” ออลไมท์เหงื่อเย็นไหลออกมาในฐานะโปรฮีโร่ระดับตำนานเขาคงเดาได้แล้วว่าหลี่เทียนกำลังจะพูดอะไร
“ถึงจะพูดแล้วดูน่าอายไปหน่อยแต่ความเร็วที่ฉันวิ่งนั้นคนธรรมดามองไม่เห็นหรอก”
“เพราะงั้นลุงต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน ส่วนเรื่องรูปลักษณ์ของลุง…” หลี่เทียนยิ้มเล็กน้อย
“นี่คือยุคของอัตลักษณ์ความแข็งแกร่งไม่เคยวัดจากรูปลักษณ์ภายนอก”
“เป็นอย่างนั้นจริงๆ…” ออลไมท์มองสีหน้ามั่นใจของหลี่เทียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย
เขาพลาดตรงนี้จริงๆ!
เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะเผลอทำผิดพลาดแบบนี้ เพียงเพราะเรียกคนอื่นด้วยชื่อที่มาจากความประทับใจแรกโดยไม่รู้ตัว
“ฮ่าๆ เจ้าหนูเธอเดาผิดแล้วล่ะฉันแค่เห็นเธอโผล่มาอย่างกะทันหันแล้วก็วิ่งหายไปทันทีเท่านั้นเอง” ออลไมท์ยิ้มพลางโบกมือ
“จู่ๆ ก็โผล่มาแล้วก็วิ่งหายไป…” หลี่เทียนพึมพำดูเหมือนที่เขาคิดไว้จะไม่ผิดเลย
เรื่องที่ป้ายรถเมล์ออลไมท์อยู่ที่นั่นจริงๆ
หลี่เทียนที่เพิ่งได้รับสปีดฟอร์ซมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงตอนที่ใช้สปีดฟอร์ซเขาไม่ได้หยุดพักเลยแต่ในช่วงเวลาอื่นๆหลี่เทียนมักจะหยุดอยู่ตามตรอกที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเสมอ
หลี่เทียนไม่ได้ตั้งใจจะเปิดโปงออลไมท์ แต่พูดต่อไปว่า “ตอนที่จับหัวขโมย ลุงก็อยู่ที่ป้ายรถเมล์เหมือนกัน…”
“เอ๊ะ…” ออลไมท์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหลี่เทียนอย่างสงสัย “หนุ่มน้อยเธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น?”
“ไปคุยกันข้างในเถอะ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคุยเรื่องพวกนี้…” หลี่เทียนยักไหล่
ก่อนจะเดินไปด้านข้างเขาไม่อยากพูดถึงความสามารถของตัวเองกลางที่สาธารณะแม้ว่าเขาจะไม่ได้กังวลมากนักว่าคนอื่นจะรู้เรื่องพลังของเขา
ออลไมท์หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะอยู่ดีอีกทั้งเวลาที่เขาจะรักษารูปร่างกล้ามเนื้อแบบออลไมท์ในวันนี้ก็ใกล้หมดแล้วและไม่สามารถทำกิจกรรมโปรฮีโร่ได้อีกเขาจึงเดินตามไป
ในสวนเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลนักหลี่เทียนกับออลไมท์นั่งลงบนม้านั่ง
“หนุ่มน้อย บอกฉันได้ไหม?” ออลไมท์ถามพร้อมรอยยิ้ม
“จริงๆแล้วมันง่ายมาก” หลี่เทียนพยักหน้าจากนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะพูดอย่างมีเลศนัย
“ลุงซอมบี้อาจจะยังไม่รู้อัตลักษณ์ของฉันเพิ่งตื่นขึ้นวันนี้เองหมายความว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันออกวิ่ง”
“เพราะงั้น… ที่ป้ายรถเมล์นั่นเป็นครั้งเดียวที่ลุงอาจเห็นฉันโผล่มาแล้วก็หายไป”
“อย่างนี้นี่เอง…” ออลไมท์อดหัวเราะออกมาไม่ได้พร้อมกับส่ายหัว
เขาไม่คิดเลยว่าการโกหกแบบส่งๆของตัวเองจะกลับเปิดเผยอะไรออกมามากกว่าเดิม
เดี๋ยวก่อนอัตลักษณ์เพิ่งตื่นขึ้นวันนี้ออลไมท์กระพริบตาจากนั้นก็หันไปมองหลี่เทียนอย่างแข็งทื่อก่อนจะถามอย่างแห้งๆ
“หนุ่มน้อย…ขอถามหน่อย ปีนี้เธออายุเท่าไหร่?”
“ผมเหรอ? ผมอายุสิบห้าปี” หลี่เทียนตอบอย่างสบายๆโดยไม่ได้ปิดบังอะไร
“อัตลักษณ์เพิ่งตื่นขึ้น?” ออลไมท์ถามอีกครั้ง
“อืม” หลี่เทียนพยักหน้า
“สิบห้า… เพิ่งตื่นอัตลักษณ์” แววตาของออลไมท์ฉายความตกตะลึงขึ้นมา
โดยทั่วไปแล้วอัตลักษณ์จะตื่นก่อนอายุ4ขวบและหลังจากอายุ4ปีไปแล้วโอกาสที่อัตลักษณ์จะตื่นขึ้นใหม่ก็ยิ่งยากขึ้น
แต่ออลไมท์ไม่ใช่คนธรรมดา เขามีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลวิจัยลับบางอย่าง
“ตามข้อมูลแล้วมีประมาณสามพันคนที่อัตลักษณ์ตื่นตอนอายุ5ปีประมาณห้าร้อยคนที่ตื่นตอนอายุ6ปีและเมื่อปีที่แล้วมีเพียง3คนที่อัตลักษณ์ตื่นตอนอายุ7 ปีเท่านั้น…หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีบันทึกการตื่นขึ้นอีกเลย”
“อีกอย่างอัตลักษณ์ของเด็กที่ตื่นขึ้นหลังอายุ4ขวบส่วนใหญ่มักจะอ่อนแอมากและยังควบคุมได้ยากด้วยแต่ถ้าอัตลักษณ์ตื่นขึ้นตอนอายุ15 ปีแถมยังทรงพลังมากและดูเหมือนจะควบคุมได้ไม่ยากแบบนี้ถือเป็นกรณีพิเศษหรือว่าเป็น……”
หลี่เทียนมองไปที่ออลไมท์ที่ก้มหน้าพึมพำไม่หยุดกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้และในใจของเขาก็กำลังบ่นอย่างบ้าคลั่ง
ตัวละครตัวนี้มันผิดแล้วนะ!
นี่จะเป็นออลไมท์ได้ยังไง นี่มันเจ้าเด็กมิโดริยะชัด ๆ!
“หรือว่าจะเป็นไปได้…” พายุความคิดในหัวของหลี่เทียนหมุนอย่างรุนแรงทันใดนั้นเขาก็ดูเหมือนจะค้นพบเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมออลไมท์ถึงถ่ายทอดOne For All ให้กับมิโดริยะ อิซึคุ
นี่มันการสืบทอดตามโชคชะตาชัดๆ!
“โอ๊ะ…” ผ่านไปสักพักออลไมท์ก็ได้สติขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเพื่อหยุดความคิด
“อยู่กับหนุ่มน้อยมิโดริยะมากเกินไป จนเผลอได้รับอิทธิพลโดยไม่รู้ตัวหรือไงนะ…” ออลไมท์หัวเราะแห้งๆพลางมองหลี่เทียนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความเขินเล็กน้อย
โชคดีที่ออลไมท์ไม่รู้ว่า หลี่เทียนจริง ๆ แล้วรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาอาจจะต้องยืดอกเกร็งท้อง แล้วกระโดดหนีไปทันที
“แค่ก ๆ…” ออลไมท์ไอเบาๆสองครั้งก่อนจะทำหน้าจริงจังอีกครั้ง
“หนุ่มน้อย เมื่อกี้ดูเหมือนเธอต้องการความช่วยเหลือเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
“ก็ไม่เชิง…” หลี่เทียนไอสองครั้งเช่นกันจะให้เขาพูดเรื่องน่าอายอย่างหลงทางหาบ้านไม่เจอได้ยังไงกัน
“คือว่าลุงครับผมอยากถามหน่อยใกล้ป้ายรถเมล์ตอนบ่ายมีชุมชนโปรฮีโร่อยู่ไหม?”
“ใกล้ป้ายรถเมล์… ชุมชนโปรฮีโร่งั้นเหรอ?”ออลไมท์คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เหมือนจะมีนะ! ฉันจำได้ว่าโซนDของชุมชนโปรฮีโร่น่าจะอยู่แถวนั้น”
“โอเค…” มุมปากของหลี่เทียนกระตุกเล็กน้อย โซนDของชุมชนโปรฮีโร่แค่รู้ตำแหน่งก็หาง่ายขึ้นมากแล้ว
“ว่าแต่เจ้าหนูเธอจะไปโซนDของชุมชนโปรฮีโร่เหรอ?” ออลไมท์ถามด้วยความสงสัย
“ใช่ครับ” หลี่เทียนพยักหน้า กลอกตาเล็กน้อยก่อนจะพูดตรง ๆ
“ผมกำลังจะไปหาป้าของผม แต่ผมรู้แค่ว่าเธออยู่ในชุมชนโปรฮีโร่แถวๆนี้ไม่รู้ว่าอยู่โซนไห แล้วผมก็เดินไปเดินมาจนมาถึงที่นี่”
“ที่แท้ก็หลงทางนี่เอง หนุ่มน้อย!” ออลไมท์ตีฝ่ามือซ้ายลงบนมือขวา ทำหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ
มุมปากของหลี่เทียนกระตุกอย่างแรงเขาอธิบายไปขนาดนั้น ทำไมอีกฝ่ายยังดูออกว่าเขาหลงทางล่ะ! (แอด:ดูไม่ออกก็ตาบอดแล้วโว้ยยย!!!)
“เดินไปตามถนนสายนี้ประมาณเจ็ดหรือแปดแยกจะถึงป้ายรถเมล์ก่อนหน้านี้จากนั้นเลี้ยวซ้ายสี่แยก”
“เลี้ยวขวาสามแยกแล้วเดินต่อไปอีกห้าแยกบนถนนด้านซ้ายของสามแยกก็จะเห็นชุมชนโปรฮีโร่ แล้ว” ออลไมท์ชี้ทางให้หลี่เทียน
“เอ่อ… ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ” หลี่เทียนหัวเราะแห้งๆสองครั้ง
ไม่แปลกเลยที่ออลไมท์จะรู้ว่าเขาหลงทางถ้าไม่หลงจะเดินอ้อมมาถึงที่นี่ได้ยังไงกัน
หลี่เทียนรู้สึกอายขึ้นมาดูเหมือนตอนที่เขาหิวจนหน้ามืดเขาจะวิ่งไปไกลพอสมควรเลยทีเดียว