เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: สื่อไหลเค่อเกิดความโกลาหล และความคิดฟุ้งซ่านของหวังตง

บทที่ 10: สื่อไหลเค่อเกิดความโกลาหล และความคิดฟุ้งซ่านของหวังตง

บทที่ 10: สื่อไหลเค่อเกิดความโกลาหล และความคิดฟุ้งซ่านของหวังตง


หลังจากที่โจวอี้เดินจากไปด้วยความอัปยศ เรื่องราวกลับไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น

ณ สำนักงานกิจการนักเรียน โรงเรียนส่วนนอก โรงเรียนสื่อไหลเค่อ ภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการ

"อะไรนะ! เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง? อธิบายลำดับเหตุการณ์มาให้ชัดเจนซิ" ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงสง่า ไร้หนวดเครา อายุประมาณห้าสิบปีที่มีผิวสีเข้ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน

อาจารย์ผู้รายงานรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของโจวอี้ให้ฟังทันที

หลังจากฟังจบ ใบหน้าของ ตู้เหวยหลุน ก็มืดครึ้มราวกับก้นหม้อไหม้

"ยัยโจวอี้อีกแล้วเหรอ! มีคนร้องเรียนเรื่องยัยนี่ทุกเทอมเลย ถ้าไม่ใช่เพราะสามีของนางคือ ฟานอวี่ ข้าคงไล่นางออกไปนานแล้ว!"

"นี่ขนาดถูกย้ายลงมาสอนชั้นปีที่ต่ำลงแล้วยังไม่เจียมตัวอีก ไม่ได้การ เราต้องรีบหาทางแก้ไขเดี๋ยวนี้"

ตู้เหวยหลุนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการ "เจ้าไปปลอบขวัญนักเรียนในห้องนั้นก่อน อย่าให้พวกเขากระจายข่าวออกไปนอกโรงเรียนเด็ดขาด"

พูดจบเขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของคณบดีทันที เขามจัดการโจวอี้ไม่ได้ แต่มีคนที่จัดการได้

หากเป็นนักเรียนจากโรงเรียนทั่วไป ตู้เหวยหลุนย่อมเลือกใช้วิธีการที่เด็ดขาดเพื่อกดเรื่องนี้ไว้ เพราะนักเรียนธรรมดาจะไปต่อกรกับอาจารย์ได้อย่างไร?

แต่นักเรียนของสื่อไหลเค่อไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนใหญ่มาจากสำนักและตระกูลใหญ่ทั่วทวีปโต้วหลัว แม้ขุมกำลังเบื้องหลังของพวกเขาจะแทรกแซงสื่อไหลเค่อไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรถูกดูแคลน

ที่สำคัญที่สุดคือ ครั้งนี้ฝ่ายโรงเรียนเป็นฝ่ายผิดอย่างเต็มประตู เพราะเรื่องทั้งหมดเกิดจากการกระทำของโจวอี้เอง

ยัยโจวอี้เอ๊ย หาเรื่องแท้ ๆ ตู้เหวยหลุนสบถในใจพลางรีบสาวเท้า

ไม่นานนัก ข่าวเรื่องนักเรียนห้อง 1 ชั้นปีที่หนึ่งร่วมกันขับไล่อาจารย์ที่ไร้เหตุผลก็แพร่กระจายไปทั่วสื่อไหลเค่อ เรื่องราวประเภทที่นักเรียนตัวเล็ก ๆ รวมพลังกันต่อต้านอำนาจมืดมักจะเป็นที่นิยมเสมอ ในเวลาไม่นานมันก็ถูกเล่าปากต่อปากไปจนถึงโรงเรียนส่วนใน

หลังเกิดเหตุ นักเรียนห้อง 1 ไม่ต้องเข้าเรียนแม้แต่คาบเดียวในวันแรก หลังจากได้รับคำปลอบขวัญจากอาจารย์ที่มาคุมสถานการณ์ ทุกคนก็ถูกส่งตัวกลับหอพัก

ระหว่างทางกลับหอ หวังตงเดินตามหลังฮั่วอวี่ห่าวพลางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อกลับถึงห้อง หวังตงมีท่าทีเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยังลังเล เธออยากคุยกับฮั่วอวี่ห่าว แต่ก็รู้สึกว่าไม่ควรเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียหน้าเกินไป

ส่วนฮั่วอวี่ห่าวตั้งใจจะเริ่มฝึกฝนทันที เรื่องเล็กน้อยแค่นี้กวนใจเขาไม่ได้หรอก

เมื่อเห็นว่าฮั่วอวี่ห่าวทำท่าจะเริ่มบำเพ็ญ หวังตงก็ไม่สนเรื่องเสียหน้าอีกต่อไป

"เจ้าน่ะ ชื่ออะไร?" หวังตงรีบถามออกไป ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ

ฮั่วอวี่ห่าวไม่คิดว่าหวังตงจะชวนคุยกะทันหันแบบนี้ เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้

ท่าทางอ้ำอึ้งไปแวบหนึ่งของเขาทำให้หวังตงยิ่งรู้สึกเขินอาย และเริ่มนึกเสียใจที่ดันเป็นฝ่ายพูดก่อน

ทว่า ฮั่วอวี่ห่าวก็รีบส่งยิ้มสดใสให้แล้วตอบว่า "ฉันชื่อฮั่วอวี่ห่าว แล้วนายล่ะ? ชื่ออะไร?"

"ข้าชื่อหวังตง 'ตง' ที่แปลว่าฤดูหนาวน่ะ" หวังตงรีบบอกชื่อตัวเองออกมา ราวกับได้รับการปลดปล่อยจากความอึดอัด

"ชื่อเพราะดีนะ แต่ฟังดูเหมือนชื่อผู้หญิงเลย" ฮั่วอวี่ห่าวหัวเราะหึ ๆ

"เจ้านั่นแหละที่หน้าเหมือนผู้หญิง!" หวังตงเถียงกลับทันควัน ใบหน้าแดงก่ำ

"ฉันหมายถึง 'ชื่อ' ของนายที่เหมือนผู้หญิง ไม่ได้ว่านายสักหน่อย"

หวังตงชะงักไป เออ... มันก็จริงของเขา

ทว่า หลังจากพูดจบ ฮั่วอวี่ห่าวกลับจ้องมองสำรวจรูปลักษณ์ของหวังตงอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วพูดต่อว่า "จะว่าไป นายก็หน้าเหมือนผู้หญิงจริง ๆ นั่นแหละ แถมยังหน้าแดงง่ายอีกด้วย"

เขาสมทบคำพูดด้วยการค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้หวังตง โน้มตัวลงไปจ้องหน้าเธอในระยะประชิด

"นายคงไม่ได้ปลอมตัวเป็นผู้ชายมาหรอกนะ?"

หวังตงมองฮั่วอวี่ห่าวที่อยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ เธอรีบถอยกรูดแล้วสวนกลับ "เจ้านั่นแหละที่ปลอมตัวเป็นผู้หญิง! ข้าเป็นผู้ชาย อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะ!"

แม้จะตะโกนเสียงดัง แต่ในใจของหวังตงกลับรู้สึกผิดบาปอย่างยิ่ง เธอเริ่มกังวลว่าตัวเองเผลอทำพิรุธตรงไหนให้เขาจับได้หรือเปล่า

"หึหึ ไม่ใช่ก็ดีแล้ว" ฮั่วอวี่ห่าวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกลับไปที่เตียงเพื่อเตรียมตัวฝึกฝน

"เดี๋ยว! รอเดี๋ยวก่อน ข้ามีคำถามจะถามเจ้า" หวังตงรีบขวางเขาไว้

"หืม? คำถามอะไรล่ะ? ว่ามาสิ" ฮั่วอวี่ห่าวนั่งขัดสมาธิบนเตียงพลางเอ่ยถาม

"ฝีมือเจ้าใช่ไหม? เสียงที่ดังขึ้นในห้องเรียนเมื่อกี้ คือเสียงของเจ้าใช่ไหม?" หวังตงโพล่งคำถามที่ค้างคาใจออกมา

"ใช่ ฉันเองแหละ" ฮั่วอวี่ห่าวตอบอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

"แล้วทำไมเจ้าถึงหัวเราะ..."

หวังตงเผลอสวนกลับไปตามสัญชาตญาณ แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็ทำหน้าเหวอ

"อ้าว... เจ้ายอมรับตรง ๆ เลยเหรอ?" หวังตงเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ "เจ้าไม่กลัวข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกใครหรือไง?"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันเชื่อใจนาย ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนประเภทที่จะเอาความลับคนอื่นไปโพนทะนา" ฮั่วอวี่ห่าวพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหวังตง

"เชื่อใจข้า? ทำไมล่ะ?" หวังตงงุนงงเป็นอย่างมาก

พวกเขามีเรื่องชกต่อยกันตั้งแต่วันแรก เพิ่งจะรู้จักชื่อกันเมื่อกี้ แต่เขากลับเชื่อใจเธอขนาดนี้เชียวเหรอ?

"เพราะฉันเข้าใจนายดีมาก นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันเชื่อใจ" ฮั่วอวี่ห่าวจ้องมองหวังตงด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง

ภายใต้ดวงตาสีครามของฮั่วอวี่ห่าว หวังตงรู้สึกราวกับว่าความลับทุกอย่างของเธอถูกมองทะลุปรุโปร่ง

เข้าใจข้าดีงั้นเหรอ? หรือว่าเขาจะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของข้าแล้วจริง ๆ? หวังตงอดไม่ได้ที่จะคิดฟุ้งซ่านไปไกล

ฮั่วอวี่ห่าวลอบขำในใจเมื่อเห็นท่าทางลนลานของหวังตง

"เอาล่ะ อย่ากวนฉันเลย ฉันจะเริ่มฝึกแล้ว" พูดจบเขาก็หลับตาลง

เดิมทีหวังตงอยากจะซักไซ้ต่ออีกหลายเรื่อง แต่เมื่อเห็นเขาเข้าสู่สภาวะบำเพ็ญ เธอก็ได้แต่ล้มเลิกความคิดนั้นไปก่อน

จากนั้นเธอก็ขึ้นไปบนเตียงของตัวเอง ตั้งใจจะทำสมาธิฝึกฝนบ้าง แต่ในหัวกลับสลัดคำพูดของฮั่วอวี่ห่าวออกไปไม่ได้เลย

หมอนี่มันน่าโมโหจริง ๆ! หวังตงก่นด่าในใจ

แต่พอพอนึกถึงตอนที่เขาบอกว่าเชื่อใจเธอ และแววตาที่เหมือนจะมองทะลุทุกอย่างคู่นั้น หัวใจของหวังตงกลับเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมาอย่างคุมไม่ได้

...

ณ ห้องทำงานคณบดี โรงเรียนสื่อไหลเค่อ

"ท่านคณบดี เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" ตู้เหวยหลุนพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตู

เมื่อเห็นตู้เหวยหลุนลนลานขนาดนี้ ชายวัยกลางคนในชุดขาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายคนนี้มีผมสีขาวประบ่า ใบหน้าหล่อเหลาและดูภูมิฐาน สง่างาม

เขาคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ เหยียนเส้าเจ๋อ คณบดีแผนกวิญญาณยุทธ์แห่งโรงเรียนสื่อไหลเค่อ

"เหวยหลุน มีเรื่องอะไรทำให้เจ้าลนลานได้ขนาดนี้?" เหยียนเส้าเจ๋อถาม

ตู้เหวยหลุนเล่าเหตุการณ์ของโจวอี้ให้ฟังอย่างละเอียด เมื่อฟังจบเหยียนเส้าเจ๋อก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกัน

"ท่านคณบดี ข้าคิดว่าโจวอี้ควรได้รับโทษที่รุนแรงกว่านี้ เราจะปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจแบบนี้ต่อไปไม่ได้" ตู้เหวยหลุนกล่าวอย่างขุ่นเคือง

เหยียนเส้าเจ๋อหลับตาลงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วกล่าวว่า "เหวยหลุน ไปตามตัวโจวอี้กับฟานอวี่มาพบข้าที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้"

"ครับ ท่านคณบดี" ตู้เหวยหลุนรับคำแล้วรีบผลักประตูออกไปทันที

จบบทที่ บทที่ 10: สื่อไหลเค่อเกิดความโกลาหล และความคิดฟุ้งซ่านของหวังตง

คัดลอกลิงก์แล้ว