- หน้าแรก
- ให้ไปเป็นตัวประกอบ แต่ตันตอบกลับด้วยการสร้างหุ่นยนต์ระดับเทพเนี่ยนะ
- บทที่ 21 เทพเจ้าประทานพร
บทที่ 21 เทพเจ้าประทานพร
บทที่ 21 เทพเจ้าประทานพร
ณ ศูนย์สังเกตการณ์เขตต้องห้าม ประเทศมังกร
ทุกคนต่างจ้องมองสัญญาณไฟสีแดงที่กะพริบถี่ตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา แม้แต่ลมหายใจก็ยังไม่กล้าผ่อนออกมาแรงๆ
นั่นคือ “เทพเจ้า”
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นเทพเจ้าตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง อย่างมากก็ได้ยินเพียงข่าวลือที่แว่วมาตามสายลมเท่านั้น
"ผู้อำนวยการเสิ่นคะ คุณว่า... เป็นไปได้ไหมที่เจียงเช่อจะได้รับพลังเทพประทานจากท่าน?" อู๋เมิ่งเมิ่งเอ่ยถามด้วยความประหม่า
เสิ่นซินอวีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ความรู้เรื่องเทพเจ้าของฉันก็พอๆ กับพวกเธอนั่นแหละ"
"ฉันเชื่อว่าต้องได้แน่ๆ ค่ะ" อู๋เมิ่งเมิ่งกำหมัดแน่น ดวงตาคู่โตเป็นประกาย "เจียงเช่อสร้างเซอร์ไพรส์ให้เราเสมอ ครั้งนี้เขาก็ต้องทำได้"
"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" เสิ่นซินอวี่กล่าว
"พวกเจ้าดีใจกันเร็วเกินไปแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำที่บ่งบอกถึงอายุขัยอันยาวนานดังขึ้นจากหน้าประตู
ทุกคนหันไปมอง เห็นชายชราในชุดจงซาน มือค้ำไม้เท้า อายุราวๆ เจ็ดสิบปี ยืนอยู่ที่นั่น
พริบตาเดียว สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นความเคารพนับถือ พร้อมใจกันขานเรียก "ฉินเหล่า" (ท่านผู้เฒ่าฉิน)
บุคคลผู้นี้คือ ฉินซัน ปรมาจารย์อาวุโสแห่งวงการวิจัยเขตต้องห้ามของประเทศมังกร
ฉินเหล่าไม่เสียเวลาทักทาย เขาค้ำไม้เท้าค่อยๆ ก้าวเดินไปที่หน้าจอ เมื่อมีคนจะเข้าไปประคอง เขากลับปัดมือออก "ตาแก่อย่างข้ายังไม่ถึงขั้นเดินเองไม่ได้"
พูดจบเขาก็เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าจอ จ้องเขม็งไปยังความมืดมิดบนหน้าจอที่ดับสนิท
"ซากอารยธรรมเทพโบราณ... ปฏิกิริยาของเทพเจ้า..." ดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาหดวูบ น้ำเสียงเคร่งเครียด "มันคือ บททดสอบแห่งเทพ"
"บททดสอบแห่งเทพ?" เสิ่นซินอวี่ถามย้ำ "มันคืออะไรคะ?"
ฉินเหล่าตอบโดยไม่ละสายตา "คือเหตุการณ์ระดับสูงสุดในเขตต้องห้าม ชนิดที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้ เมื่อผู้สำรวจแตะต้องแกนกลางของข้อต้องห้ามโบราณ จะดึงดูดสายตาของเทพเจ้าผู้อยู่เบื้องหลัง และท่านจะประทานบททดสอบลงมา
ทั่วโลกมีการบันทึกเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เพียงไม่กี่ครั้ง และปกติเราจะตรวจจับไม่ได้ด้วยซ้ำ เราต้องรู้ผ่านช่องทางอื่นเอา
ดังนั้นทุกครั้งมันจึงถูกเก็บเป็นความลับ พวกเจ้าไม่รู้ก็ไม่แปลก
แต่ที่ข้าสงสัยคือ ทำไมครั้งนี้เราถึงตรวจจับได้ง่ายดายนัก... ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ"
อู๋เมิ่งเมิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถามว่า "ฉินเหล่าคะ เป็นไปได้ไหมคะว่าเป็นเพราะพรสวรรค์ของเจียงเช่อที่โดดเด่นเกินไป?"
"ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้" ฉินเหล่าพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนโทนเสียง "แต่ข้าเอนเอียงไปทางที่ว่า เหตุผลที่เราตรวจจับได้ เป็นเพราะเทพเจ้าที่เจียงเช่อเผชิญหน้านั้นอันตรายกว่ามาก เพราะท่านไม่แยแสที่จะปิดบังตัวตนเลยต่างหาก"
"อันตราย?" ทุกคนเบิกตากว้าง
"พวกเจ้าคิดว่า บททดสอบแห่งเทพเป็นเรื่องดีงั้นรึ?" ฉินเหล่าส่ายหัว "คนที่ถูกเทพเจ้าเลือกจะต้องผ่านบททดสอบ ผู้ที่ผ่านได้จะได้รับพลังเทพประทาน"
"แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าอันตรายล่ะคะ?" อู๋เมิ่งเมิ่งอดถามไม่ได้
"เพราะว่า... คนที่ถูกเลือกก่อนหน้านี้ มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่เหลือที่ทำไม่สำเร็จ จะถูกลบตัวตนทิ้งในทุกๆ ด้านอย่างสมบูรณ์"
ได้ยินดังนั้น เสิ่นซินอวี่และอู๋เมิ่งเมิ่งถึงกับสมองว่างเปล่า
99 เปอร์เซ็นต์!
อัตราการตายขนาดนี้ มันต่างอะไรกับคำว่า 'ตายสถานเดียว' กันเล่า?
ในเวลาเดียวกัน ณ ศูนย์บัญชาการสูงสุดของประเทศมหาอำนาจ
สัญญาณเตือนภัยแบบเดียวกันดังสนั่นขึ้นที่นี่
"ชาวมังกรดวงเฮงสุดขีด หรือกำลังหาที่ตายกันแน่?"
"ตามข้อมูลของเรา 'ซากอารยธรรมเทพโบราณ' นี้น่าจะตรงกับตัวตนในระบบเทพปกรณัมตะวันออก นี่คือโอกาสทองเพียงครั้งเดียวในรอบพันปี เราจะสามารถใช้ระบบ 'เซนต์จัดจ์เมนท์' เข้าแทรกแซงเพื่อชิงโอกาสแห่งเทพครั้งนี้มาได้หรือไม่?" ชายหนุ่มผมทองถามขึ้น
ทว่า นายพลห้าดาว 'อาเธอร์' กลับส่ายหัวช้าๆ "เทพแห่งชัยชนะเคยประทานโองการไว้ ห้ามแทรกแซง ห้ามสอดส่อง นั่นคือเขตอำนาจของเทพอีกฝ่าย
เฝ้าดูอยู่เฉยๆ ให้พวกชาวมังกรรับโทสะของเทพเจ้าไปเถอะ เราแค่เตรียมงานเลี้ยงฉลองให้ธอร์ก็พอ"
การที่ไลฟ์สดของเจียงเช่อจอดับ ได้จุดชนวนไปทั่วโลกออนไลน์
[เจียงเช่อ ผู้สำรวจเขตต้องห้ามเผชิญหน้าปฏิกิริยาพลังงานระดับ SSS คาดเป็นเทพเจ้าปรากฏกาย ทำสัญญาณไลฟ์ตัดขาด]
หัวข้อนี้ครองอันดับ 1 ในการค้นหายอดนิยมทุกแพลตฟอร์ม
ในสถานีโทรทัศน์มหาอำนาจ ผู้เชี่ยวชาญผมทองถูกเชิญมาออกรายการอีกครั้ง
"ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผมบอกแล้วไงว่าดวงน่ะมีวันหมด" เขากางมือหน้ากล้องพร้อมรอยยิ้มเยาะ "อย่าคิดว่าเทพเจ้าปรากฏตัวจะเป็นเรื่องดี มันคือเรื่องร้ายแรงสุดๆ เขาตายแน่ๆ คนเก็บขยะที่แตะต้องขอบเขตที่ตัวเองไม่มีวันเข้าใจ สำหรับเขามันคือการพิพากษาต่างหาก
เขาตายสนิทแน่ ความรื่นเริงชั่วคราวของประเทศมังกร จบลงแค่นี้แหละ!"
เกือบทุกหนแห่งต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน กระแสโลกแทบจะตัดสินโทษประหารให้เจียงเช่อไปเรียบร้อยแล้ว ในห้องไลฟ์สดของประเทศมังกรตกอยู่ในความเงียบงัน ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เขตต้องห้าม ทางเดินโครงกระดูก
โลกตรงหน้าเจียงเช่อกำลังบิดเบี้ยว
ผนังรอบด้าน โครงกระดูก พื้นดิน ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเส้นสายหลากสีที่แปลกประหลาด และสุดท้ายก็กลายเป็นความว่างเปล่า
เขาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางจักรวาล
ใต้เท้าคือพื้นผลึกโปร่งแสง สะท้อนภาพหมู่ดาวนับล้านที่หมุนวนอยู่เหนือหัว
และที่ปลายสุดของจักรวาลนั้น มีตัวตนอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจบรรยายด้วยคำพูดใดๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
มองไม่เห็นใบหน้า มองไม่เห็นรูปร่าง เพียงแค่ "ดำรงอยู่" ตรงนั้น แรงกดดันอันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาก็เพียงพอจะบดขยี้ดวงดาวได้แล้ว
แรงกดดันวิญญาณที่มหาศาลราวกับคลื่นสึนามิถาโถมเข้าใส่!
เจียงเช่อรู้สึกว่าสติของเขากำลังจะแตกสลาย
สมองพลันเกิดความเจ็บปวดแปลบจนเขาต้องครางออกมาในลำคอ
【ติ๊ง!】
【คุณได้เปิดใช้งานบททดสอบแห่งเทพ】
【เนื้อหาบททดสอบ: รักษาเจตจำนงไม่ให้ดับสูญภายใต้อำนาจแห่งเทพ】
เสียงผู้หญิงจากระบบทำให้เจียงเช่อได้สติขึ้นมาวูบหนึ่ง
บททดสอบแห่งเทพ?
แล้วยังจะให้รักษาเจตจำนงไม่ให้ดับสูญ?
นี่มันล้อกันเล่นหรือไง?
แรงกดดันระดับนี้ แค่สัมผัสแรกก็เกือบจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่ามันจะลากยาวไปแค่ไหน?
แต่ยังไม่ทันที่เจียงเช่อจะได้คิดอะไรต่อ
พริบตาถัดมา แรงกดดันก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน
ครั้งนี้มันไม่ได้ทำให้สติของเขาแตกสลายต่อ แต่มันสร้างภาพนิมิตขึ้นในหัวของเขา
ในภาพนั้น...
เขาถูกหมีทลายปฐมฉีกกระชากซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายกลายเป็นเศษเนื้อแต่กลับยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว
ภาพเปลี่ยนไป...
เขาไปอยู่ในลมดำกัดกระดูก มองดูเนื้อหนังของตัวเองสลายไป กระดูกค่อยๆ ถูกบดขยี้ทีละนิด
ภาพเปลี่ยนไปอีก...
แมวเงานับไม่ถ้วนล้อมรอบเขาไว้ แต่พวกมันไม่กินเขา กลับชูเล็บขึ้นมากรีดรอยแผลบนตัวเขาไปเรื่อยๆ
ฉากการตายที่สยดสยองที่สุดวนเวียนถาโถมเข้าใส่จิตใจของเขาซ้ำๆ
"ยอมจำนนซะ... ยอมจำนนซะ..."
"คุกเข่าลง... คุกเข่าลง..."
มีเสียงดังขึ้นข้างหูเจียงเช่อไม่หยุดหย่อน
เสียงเหล่านั้นแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง แยกไม่ออกว่ามีกี่เสียง
เหมือนมีคนนับล้านพูดอยู่ข้างหู แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนไม่มีใครอยู่เลย
สติของเขาเกือบจะถูกเสียงเหล่านั้นฉีกทึ้งจนขาดสะบั้น
ทว่าในตอนนั้นเอง
ท่ามกลางภาพหลอน กลับมีใบหน้าสามใบหน้าผุดขึ้นมา
พวกเขามองเจียงเช่อด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเป็นห่วง
"ลูกรัก แม่ไม่ได้หวังให้ลูกสร้างชื่อเสียงให้ชาติ แม่แค่ขอให้ลูกมีชีวิตรอดกลับมา"
"อาเช่อ ไม่ว่าลูกจะสำเร็จหรือไม่ ลูกคือความภูมิใจของพ่อเสมอ"
"พี่จ๋า วันนี้ชิงชิงสอบได้คะแนนเต็มอีกแล้วนะ"
ทั้งสามคนนี้คือ พ่อ แม่ และน้องสาวของเจียงเช่อนั่นเอง
สติของเจียงเช่อค่อยๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ตายเหรอ? ได้สิ
แต่จะให้ฉันคุกเข่า? จะให้ฉันยอมสยบงั้นหรอ?
ฝันไปเถอะ!
ร่างกายของเจียงเช่อไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย แต่เจตจำนงทางจิตวิญญาณของเขาในวินาทีนี้กลับหลอมรวมกันอีกครั้ง และจ้องมองไปยังร่างอันยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าตรงๆ
ฉันปีนขึ้นมาจากกองซากศพตลอดทาง ไม่ใช่เพื่อมาเป็นหมารนหาที่ตายให้แกที่นี่เว้ย!
"หืม?"
ส่วนลึกของจักรวาล ตัวตนอันยิ่งใหญ่นั้นส่งเสียงประหลาดใจออกมาเบาๆ
วินาทีต่อมา แรงกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งก็อันตรธานหายไปทันที
เจียงเช่อตาพร่าไปวูบหนึ่ง พอได้สติกลับมาเขาก็พบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ที่ทางเดินโครงกระดูกเดิม ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เหงื่อเย็นๆ ที่เปียกโชกแผ่นหลังคือหลักฐานว่า เทพเจ้าปรากฏตัวขึ้นจริงๆ
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ปราศจากอารมณ์ใดๆ ดังขึ้นในหัวของเขาโดยตรง
"บททดสอบผ่านเกณฑ์"
"ความไม่สยบยอมของเจ้า สมควรได้รับรางวัล"
สิ้นเสียงนั้น ดวงแสงขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงเช่อ
เจียงเช่อไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย คว้าดวงแสงนั้นแล้วยัดเข้าปากทันที
ดวงแสงไร้รสชาติ มันหายวับไปทันทีที่เข้าสู่ปาก
และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอข้อมูลของเขาก็สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
【ขีดจำกัดพลังชีวิต: +5%... +5%...】
【ความว่องไวของเซลล์: +5%... +5%...】
【อัตราการเผาผลาญ: +5%... +5%...】
【พลังจิต: +5... +5...】
【พละกำลัง: +5... +5...】
เพียงชั่วครู่ ค่าสถานะต่างๆ ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นกว่า 50 หน่วยในทุกด้าน!
【คุณได้รับพรแห่งเทพ: พลังเทพสงคราม】
เจียงเช่อค่อยๆ กำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
ความรู้สึกนี้มัน...
โคตรสะใจ!
เขาขยับความคิด พลังงานสีทองสายหนึ่งพุ่งออกจากฝ่ามือและควบแน่นเป็นรูปร่าง
จากนั้น กระบองยาวประมาณสองเมตรที่มีหัวท้ายเป็นสีทอง ตรงกลางสีดำสนิท ก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
บนตัวกระบองมีลวดลายสลักและอักขระมังกรหงส์เรียงรายอย่างหนาแน่น
"กระบองทองคำ?" เจียงเช่ออึ้งไปครู่หนึ่ง
(จบตอน)