- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกตนด้วยระบบจำลอง เปลี่ยนอนาคตความตาย ให้เป็นอมตะ
- บทที่ 15 อัปเกรดระดับการจำลอง
บทที่ 15 อัปเกรดระดับการจำลอง
บทที่ 15 อัปเกรดระดับการจำลอง
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ ท่านพี่?"
กระทั่งหลิวอ้าวซวงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง จึงได้ดึงสติลู่ชวนให้หลุดออกจากภวังค์
เขากลับมามีสติอีกครั้ง
ลู่ชวนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเสียอาการไปเมื่อครู่ จึงรีบกระแอมไอสองครั้งแล้วเอ่ยขึ้น
"ซวงเอ๋อร์ เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าเหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าว่าท่านพี่?"
ลู่ชวนถามถึงความสงสัยในใจของเขา
ท้ายที่สุดแล้ว
ก่อนหน้านี้ เขากับหลิวอ้าวซวงไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกันเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยกันสักคำ
จู่ๆ นางก็กลายมาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเขาเสียอย่างนั้น
ระบบต้องแอบทำอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
เขาอยากรู้ว่าระบบเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไปบ้าง
หลิวอ้าวซวงพยักหน้าและเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ ก็มีความทรงจำหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของนาง
แทนที่จะเรียกว่าเป็นความทรงจำ มันกลับเป็นประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งกว่า ราวกับว่านางได้ไปสัมผัสมาด้วยตนเองจริงๆ
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในความทรงจำนั้น ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความเกลียดชัง หรือความขุ่นเคือง ล้วนสลักลึกจนสามารถประทับลงในก้นบึ้งของหัวใจนางได้
ในความทรงจำนั้น นางตกหลุมรักลู่ชวนและได้กลายเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเขา
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่เหตุการณ์ที่ไปเข้าร่วมกับสำนักกระบี่เทวะและต่อสู้กับกลุ่มคนชุดดำลึกลับในภายหลัง ก็ยังฉายชัดอยู่ในหัว
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ลู่ชวนถูกกลุ่มคนชุดดำลึกลับลักพาตัวไป ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดกรีดแทง ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวัง ได้กลืนกินส่วนลึกในจิตใจของนางอย่างหนักหน่วงจนยากจะลืมเลือน!
เมื่อเล่าจบ
หลิวอ้าวซวงก็โผเข้ากอดลู่ชวนไว้แน่น
อ้อมกอดนั้นรัดแน่นเสียจนลู่ชวนแทบจะหายใจไม่ออก
ราวกับว่านางหวาดกลัวเหลือเกินว่าลู่ชวนจะทอดทิ้งนางไปอีกครั้ง ปล่อยให้นางต้องอยู่เพียงลำพัง
เมื่อถูกหลิวอ้าวซวงโอบกอดไว้แน่น พร้อมกับกลิ่นหอมที่โชยมาจากกายของนาง ลู่ชวนก็ถึงกับผงะไปเล็กน้อย
ดังนั้น การกลายเป็นคู่บำเพ็ญเพียรก็หมายถึงการส่งผ่านเรื่องราวจากการจำลองเข้าไปในตัวหลิวอ้าวซวงโดยตรง เปลี่ยนให้มันกลายเป็นประสบการณ์จริงของนาง
ด้วยวิธีนี้ ความรู้สึกที่นางมีต่อเขาในการจำลอง จึงถูกถ่ายทอดมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้
เมื่อเผชิญหน้ากับหลิวอ้าวซวงที่กำลังสวมกอดเขาแน่น ลู่ชวนก็สวมกอดนางตอบเช่นกัน
ปากของเขาก็ยังคงพร่ำปลอบโยนนาง
"ไม่ต้องกังวลไปซวงเอ๋อร์ ครานี้ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า"
"อืม!" หลิวอ้าวซวงซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของลู่ชวน พึมพำเบาๆ
หลังจากกอดกันอยู่ราวๆ หนึ่งก้านธูป ทั้งสองก็ผละออกจากกันอย่างช้าๆ
เมื่อได้จ้องมองหลิวอ้าวซวงผู้เลอโฉมในระยะประชิดเช่นนี้ ลู่ชวนก็มิอาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ประทับริมฝีปากจุมพิตนางในทันที
หลิวอ้าวซวงหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เขาตักตวงความหอมหวานตามใจชอบ
เมื่อความรู้สึกหยั่งรากลึก มันย่อมทวีความรุนแรงขึ้นเป็นธรรมดา
ค่ำคืนนี้ แสงจันทร์ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน
...
.........
(ละไว้สามพันตัวอักษร)
วันรุ่งขึ้น
ลู่ชวนตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ภายในถ้ำบำเพ็ญเพียรของหลิวอ้าวซวง รู้สึกได้ถึงความกระปรี้กระเปร่าอย่างเต็มเปี่ยม!
ด้วยความช่วยเหลือจากกายาหยินหยางลี้ลับสูงสุด ระดับของเขาจึงทะลวงผ่านไปถึงระดับสร้างรากฐานขั้นปลายรวดเดียว!
แน่นอนว่า
นั่นเป็นเพราะกายาหยินหยางลี้ลับสูงสุดของหลิวอ้าวซวงไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน และพลังหยินบริสุทธิ์ก็อัดแน่นอย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นยาบำรุงขนานเอกสำหรับบุรุษ ประกอบกับการที่นางได้ก้าวเข้าสู่ระดับแก่นทองคำแล้ว ระดับพลังของนางจึงเหนือกว่าลู่ชวนมากนัก ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกมายอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
หลังจากนี้ ผลลัพธ์ก็จะลดทอนลงไปอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การบำเพ็ญเพียรร่วมกันทุกวัน สั่งสมไปเรื่อยๆ ก็ยังคงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกฝน
เพราะเหตุนี้
ลู่ชวนจึงตัดสินใจว่านับแต่นี้ไป เขาจะอาศัยอยู่ในถ้ำบำเพ็ญเพียรของหลิวอ้าวซวง
ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับการฝึกฝนได้เท่านั้น แต่ยังได้เสพสุขอีกด้วย จะไปหาเรื่องดีๆ เช่นนี้ได้จากที่ใดอีก?
ส่วนหลิวอ้าวซวงน่ะหรือ?
แน่นอนว่านางไม่มีข้อโต้แย้งอันใด
นางเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของลู่ชวนแล้ว ทั้งหัวใจและร่างกายของนางถูกลู่ชวนครอบครองไว้จนหมดสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น
ตามความทรงจำ อีกแปดปีข้างหน้า กลุ่มคนชุดดำลึกลับจะบุกมาโจมตี
ดังนั้น การอยู่ร่วมกับลู่ชวนเพื่อยกระดับการฝึกฝนจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เอง
ลู่ชวนและหลิวอ้าวซวงจึงอาศัยอยู่ร่วมกันในถ้ำบำเพ็ญเพียรเดียวกันโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
"ซวงเอ๋อร์ เจ้ายังมีหินวิญญาณติดตัวอยู่อีกเท่าไหร่?"
บนเตียง ลู่ชวนโอบกอดหลิวอ้าวซวงพลางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ข้ามีหินวิญญาณอยู่ทั้งหมดแปดพันก้อนเจ้าค่ะ เกิดอะไรขึ้นหรือท่านพี่ ท่านขัดสนหินวิญญาณหรือ?"
หลิวอ้าวซวงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
หินวิญญาณมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตน
ไม่เพียงแต่การฝึกฝนที่ต้องพึ่งพาหินวิญญาณ
การซื้อโอสถ สมุนไพร ของวิเศษ และอื่นๆ ล้วนต้องใช้หินวิญญาณทั้งสิ้น
ในสายตาของผู้ฝึกตน หินวิญญาณก็เปรียบเสมือนเงินตราในโลกมนุษย์
หินวิญญาณอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่หากปราศจากหินวิญญาณ ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย
"หินวิญญาณแปดพันก้อนรึ?" ลู่ชวนพึมพำเบาๆ
หินวิญญาณแปดพันก้อนนับว่าเป็นจำนวนที่มากโขทีเดียว
ต้องรู้ก่อนว่าตอนที่เขายังเป็นเพียงศิษย์สายนอก เขาต้องใช้เวลาเต็มๆ หนึ่งเดือนเพื่อหาหินวิญญาณระดับต่ำให้ได้หนึ่งร้อยก้อน
แม้แต่หลังจากที่ได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์สายตรงของนักหลอมโอสถระดับสาม และมีศิษย์ ผู้อาวุโส ตลอดจนเจ้าสำนักนับไม่ถ้วนมามอบของขวัญให้ เขาก็ได้รับหินวิญญาณระดับต่ำมาเพียงสามพันห้าร้อยก้อนเท่านั้น
และหินวิญญาณทั้งสามพันห้าร้อยก้อนนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนพลังงานไปหมดแล้ว
แต่หลิวอ้าวซวงกลับมีหินวิญญาณอยู่ถึงแปดพันก้อน ต้องยอมรับเลยว่าในสำนักเขาเขียว นางถือเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยๆ เลยทีเดียว!
แม่ยอดยาหยีที่รัก~
น่าเสียดาย
อำนาจของสำนักเขาเขียวยังอ่อนแอเกินไป แหล่งทรัพยากรหินวิญญาณขนาดใหญ่ล้วนถูกสำนักใหญ่ๆ ยึดครองไปหมด พวกเขาจึงทำได้เพียงเก็บเกี่ยวจากแหล่งทรัพยากรหินวิญญาณขนาดเล็กเพื่อนำมาบำรุงรักษาสำนักเท่านั้น
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมความเร็วในการหาหินวิญญาณถึงได้เชื่องช้านัก
"ท่านพี่ หากท่านต้องการหินวิญญาณ ข้ายกให้ท่านได้นะเจ้าคะ รอจนถึงเดือนหน้า สำนักก็จะแจกจ่ายทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนให้ข้าอีกครั้ง"
เมื่อเห็นท่าทางครุ่นคิดของลู่ชวน หลิวอ้าวซวงก็เอ่ยขึ้น สวมบทบาทภรรยาผู้แสนดีและมารดาผู้เปี่ยมรักอย่างเต็มตัว ในสายตาของนางมีเพียงลู่ชวนเท่านั้น
นางช่างแสนดีจนน่าใจหาย
ในยามนี้
ภายในใจของลู่ชวนกำลังสับสนว้าวุ่นอย่างหนัก
ตอนนี้เขามีคะแนนพลังงานอยู่สองพันห้าร้อยคะแนน ซึ่งเพียงพอสำหรับการจำลองสองครั้ง
ตามหลักการแล้ว เขาไม่ควรต้องมากังวลเรื่องหินวิญญาณในตอนนี้
ทว่า ลู่ชวนต้องการอัปเกรดระบบจำลอง!
อัปเกรดเป็นระดับ 3!
ระดับ 2 มีโอกาสสุ่มได้พรสวรรค์สีเขียว
แต่ระดับ 3 จะสุ่มได้พรสวรรค์สีเขียวอย่างแน่นอน และยังมีโอกาสสุ่มได้พรสวรรค์สีน้ำเงินอีกด้วย!
ไม่ต้องพูดถึงพรสวรรค์สีน้ำเงินเลย มันย่อมทรงพลังกว่าพรสวรรค์สีเขียวอย่างแน่นอน
หากมีพรสวรรค์สีน้ำเงิน เขาอาจกลายเป็นอัจฉริยะได้ ไม่ใช่คนไร้ค่าที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย!
เขาไม่สามารถแม้แต่จะตามความเร็วในการฝึกฝนของหลิวอ้าวซวงได้ทัน นับประสาอะไรกับการทะลวงเข้าสู่ระดับแปลงวิญญาณ นั่นมันก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ
ท้ายที่สุดแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ของเขามีไม่มากนัก เพียงแค่แปดปีเท่านั้น!
เมื่อคิดได้เช่นนี้
ลู่ชวนก็กัดฟันแน่น แววตาเผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่น แล้วเอ่ยขึ้น "ตกลงซวงเอ๋อร์ เอาหินวิญญาณของเจ้ามาให้ข้าเถอะ สามีของเจ้ามีเรื่องสำคัญต้องใช้มัน!"
สิ้นเสียงคำกล่าว
หลิวอ้าวซวงก็ไม่ลังเลใจ นางหยิบถุงมิติออกมาและนำหินวิญญาณทั้งหมดที่มีอยู่ออกมามอบให้
เมื่อนับดูให้ดีแล้ว
มันไม่ใช่แค่แปดพัน แต่เป็นแปดพันห้าร้อยก้อน!
เมื่อรวมกับคะแนนพลังงานสองพันห้าร้อยคะแนนของเขา มันก็กลายเป็นคะแนนพลังงานหนึ่งหมื่นหนึ่งพันคะแนนพอดี!
ไม่เพียงแต่จะสามารถอัปเกรดระดับการจำลองได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำการจำลองได้อีกหนึ่งครั้งด้วย!
ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้!
มันช่างบังเอิญเกินไปแล้วจริงๆ!
ลู่ชวนไม่รอช้า รีบสังเวยหินวิญญาณทั้งแปดพันห้าร้อยก้อนที่มีอยู่เพียงหยิบมือเดียวให้กับระบบทันที
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
【โฮสต์: ลู่ชวน】
【ระดับการบำเพ็ญเพียร: สร้างรากฐานขั้นปลาย】
【รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุไฟระดับกลาง】
【จำนวนครั้งการจำลอง: 0】
【ระดับการจำลอง: ระดับ 2 (สามารถอัปเกรดได้)】
【คะแนนพลังงาน: 11000】
【พรสวรรค์: ปรมาจารย์หลอมโอสถ (สีเขียว)】
【คู่บำเพ็ญเพียร: หลิวอ้าวซวง】
เมื่อมองดูหน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ลู่ชวนก็ไม่ลังเลที่จะอัปเกรดระดับการจำลองทันที
ในชั่วพริบตา
คะแนนพลังงานที่มีอยู่สูงถึง 11,000 ก็ลดฮวบลงไปถึง 10,000 ในพริบตา
ลู่ชวนอดไม่ได้ที่จะโอดครวญ ระบบจำลองการฝึกฝนนี่มันผลาญเงินเก่งเกินไปแล้ว ไม่ใช่หรือไง?
ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดระดับการจำลองหรือการทำการจำลอง ล้วนต้องใช้หินวิญญาณจำนวนมหาศาลทั้งสิ้น
ดูเหมือนว่า
การหาหินวิญญาณคงต้องกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกนับแต่นี้เป็นต้นไป
"ระบบ เริ่มการจำลอง!"
เมื่ออัปเกรดสำเร็จ ลู่ชวนก็เริ่มทำการจำลองทันที เขาอยากรู้เหลือเกินว่าการจำลองในระดับ 3 กับระดับ 2 นั้นแตกต่างกันอย่างไร