เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ราชันเทพถังผู้ปราดเปรื่อง

บทที่ 26 ราชันเทพถังผู้ปราดเปรื่อง

บทที่ 26 ราชันเทพถังผู้ปราดเปรื่อง


บทที่ 26 ราชันเทพถังผู้ปราดเปรื่อง

สมาคมหุ่นรบเมืองตงไห่คือองค์กรขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักออกแบบ ผู้ผลิต และช่างซ่อมแซม หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าสมาคมปรมาจารย์วิญญาณ ว่ากันว่าเมื่อหลายพันปีก่อน ทั้งสามวิชาชีพนี้ล้วนสังกัดอยู่ในกลุ่มปรมาจารย์วิญญาณ จนกระทั่งมีการพัฒนาหุ่นรบสื่อวิญญาณและชุดเกราะยุทธ์ขึ้นมา จึงได้มีการแบ่งแยกสายงานของนักออกแบบ ผู้ผลิต และช่างซ่อมแซมออกจากกันอย่างชัดเจน

สมาคมหุ่นรบเมืองตงไห่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนตงไห่มาก ประกอบด้วยอาคารสามหลังที่สูงประมาณสามสิบชั้น เนื่องจากชั้นที่หนึ่งถึงเจ็ดของอาคารทั้งสามเชื่อมต่อกัน และเริ่มแยกตัวออกจากกันตั้งแต่ชั้นที่แปดขึ้นไป ทำให้อาคารทั้งสามเมื่อมองจากมุมสูงจะมีลักษณะคล้ายกับปลั๊กไฟ ด้วยเหตุนี้ ชาวเมืองตงไห่จึงมักเรียกที่นี่ขำๆ ว่า "ปลั๊กยักษ์"

แน่นอนว่าผู้คนในสมาคมหุ่นรบย่อมไม่ยอมรับชื่อนี้ พวกเขาเรียกอาคารของตนว่า "ตรีศูล"

จิ่งเส้าอวี่ผู้คุ้นเคยกับเส้นทางเดินเข้าไปในล็อบบี้ชั้นหนึ่งของ "ปลั๊กยักษ์" หรือ "ตรีศูล" แห่งนี้ เขาแสดงตราสัญลักษณ์นักออกแบบให้พนักงานต้อนรับสาวดู จากนั้นจึงเดินตรงเข้าลิฟต์ไปท่ามกลางสายตาเพ้อฝันของพนักงานสาวผู้นั้น

ในขณะเดียวกัน เมื่อจิ่งเส้าอวี่ก้าวเข้าสู่สมาคมหุ่นรบ ณ สถานที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักในสวนสาธารณะตงไห่ การต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะระเบิดขึ้น

การปรากฏตัวที่ไม่ได้คาดคิดของจิ่งเส้าอวี่ไม่ได้ทำให้การปะทะกันที่ถูกจัดเตรียมไว้ระหว่างถังอู่หลินและเซี่ยเซี่ยเปลี่ยนแปลงไป ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่นั้น กลับมีกลุ่มคนประหลาดกลุ่มหนึ่งเฝ้าดูทุกอย่างด้วยตาของตนเอง เพียงแต่พวกเขาดูจะไม่สนใจการทะเลาะเบาะแว้งของเด็กๆ นัก จนกระทั่ง...

"ฝ่าบาท ท่านจะไม่ทรงทบทวนอีกครั้งจริงๆ หรือ" ชายหนุ่มรูปงามผมดำที่มีประกายสีทองตรงหน้าม้าสวมชุดสีดำเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม

และผู้ที่เขาเรียกว่าฝ่าบาทนั้น แท้จริงแล้วคือเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง เด็กสาวคนนี้ดูจะมีอายุไล่เลี่ยกับถังอู่หลินและเซี่ยเซี่ย นางสวมชุดขาวทั้งเสื้อและกางเกง มีเส้นผมสีดำยาวสลวยและดวงตาสีดำสนิท รูปร่างของนางสมส่วนและมีหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เป็นประเภทที่มองแวบแรกดูธรรมดาแต่ยิ่งมองกลับยิ่งมีเสน่ห์ นางมีท่วงท่าสง่างามดั่งกล้วยไม้ในหุบเขาที่เงียบสงบ ใครได้พบเห็นย่อมยากจะลืมเลือน

ดวงตากลมโตของนางสดใสมีชีวิตชีวา ทว่าน้ำเสียงกลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นางกล่าวว่า "ไม่จำเป็น นี่คือเดิมพันระหว่าง ‘นาง’ กับข้า พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล"

"แต่ว่า..." หญิงสาวผู้งดงามในชุดสีเขียวและมีเส้นผมสีเขียวต้องการจะเอ่ยบางอย่าง แต่ชายหนุ่มชุดดำกลับยื่นมือออกไปขัดไว้ เขาพ่ายหน้าช้าๆ ดวงตาสีทองเต็มไปด้วยความจนใจและการตำหนิตนเอง เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงได้แต่ปิดปากเงียบไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

ทางด้านถังอู่หลินและเซี่ยเซี่ยที่อยู่ไกลออกไปกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด กริชพยัคฆ์แสงของเซี่ยเซี่ยทิ่มแทงเข้าที่แขนของถังอู่หลิน ทันใดนั้น เสียงคำรามของมังกรที่บาดลึกถึงโสตประสาทก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงสีทองอันเจิดจ้าที่ระเบิดออกมา ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้เซี่ยเซี่ยตะลึงงัน และยังทำให้เด็กสาวชุดขาวรวมถึงผู้ติดตามของนางตกใจเป็นอย่างมาก

"..." ร่างบางของเด็กสาวสั่นสะท้าน ใบหน้าของนางฉายแววตื่นเต้นในคราแรก ตามมาด้วยความไม่เชื่อ ความเศร้าโศก และสุดท้ายคือความเฉยเมย น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยขณะเอ่ยว่า "...เป็นกลิ่นอายของพระองค์! ในที่สุด พระองค์ก็ทรงดับสูญไปแล้วจริงๆ!"

"ฝ่าบาท!" ชายหนุ่มชุดดำทั้งตกใจและโกรธแค้น เขาตะโกนเรียกเด็กสาว

เด็กสาวเข้าใจความคิดของชายหนุ่มชุดดำเป็นอย่างดี ดวงตาอันเย็นชาของนางไหววูบด้วยความครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แล้วกล่าวว่า "สยงต้า ไปทดสอบเขาดู!"

"รับบัญชา ฝ่าบาท!" ชายร่างกำยำหัวล้านตอบรับด้วยความตื่นเต้นทันที ใบหน้าของเขาฉายแววโหดเหี้ยมและกระหายเลือด ก่อนจะหายวับไปจากจุดนั้นในพริบตา

ถังอู่หลินที่อยู่ห่างออกไป เนื่องจากแก่นแท้ของราชามังกรทองในร่างถูกกระตุ้นโดยกริชพยัคฆ์แสงของเซี่ยเซี่ย เขาจึงเหวี่ยงหมัดซัดเซี่ยเซี่ยกระเด็นไปอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ทรุดเข่าลงกับพื้น สมองปั่นป่วนวุ่นวาย ทันใดนั้นชายร่างยักษ์ที่น่าเกรงขามก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ตามด้วยกรงเล็บขนาดมหึมาที่ฉีกกระชากพื้นที่อากาศและฟาดลงมาที่เขา

ในจังหวะที่ถังอู่หลินกำลังจะสิ้นใจภายใต้กรงเล็บยักษ์นั้น รอยประทับรูปตรีศูลสีฟ้าทองก็พลันสว่างขึ้นบนหน้าผากของเขา ทันใดนั้น เสียงอันสง่างามและเย็นเยียบก็ถ่ายทอดออกมาว่า "เหอะ!"

เพียงเสียงแค่นสบถแผ่วเบา กลับสะเทือนร่างของชายกำยำจนถอยร่นไปหลายสิบก้าว ชายผู้นั้นยังไม่ทันหายตกใจก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กวาดเข้าหาตัว เขาครางออกมาในลำคอ ก่อนจะคำรามกึกก้อง ร่างกายขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหมีโกลเด้นยักษ์สูงสามสิบเมตร

เมื่อมองกลับมาที่ถังอู่หลิน ในยามนี้เขาดูราวกับกลายเป็นคนละคน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน รอยตรีศูลบนหน้าผากกะพริบวูบวาบ ดวงตาเรียบเฉยและลุ่มลึกดั่งระลอกคลื่นในมหาสมุทร ร่างกายเล็กๆ ของเขาทำให้หมีโกลเด้นยักษ์รู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับขุมนรก

"เจ้า... เจ้าเป็นใคร!" หมีโกลเด้นยักษ์เอ่ยภาษามนุษย์ ถามด้วยความหวาดกลัว

"ถอยไปซะ มิฉะนั้น... ตาย!" ถังอู่หลินเอ่ย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นเย็นเฉียบอย่างไร้ความรู้สึก แสงสีฟ้าเอ่อล้นออกมาจากหางตาเป็นระยะ คำพูดของเขาเป็นทั้งคำขู่และคำเตือน

สิ้นเสียงของเขา ร่างอีกหลายร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าถังอู่หลิน นำโดยชายหนุ่มชุดดำ

ชายหนุ่มชุดดำจ้องมองถังอู่หลินอย่างระแวดระวัง สายตาของเขาสังเกตเห็นรอยตรีศูลบนหน้าผากของถังอู่หลิน รูม่านตาของเขาหดเกร็งทันทีพร้อมกับอุทานว่า "เป็นท่านอย่างนั้นหรือ!"

"จากไปเสียเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะรักษาเชื้อไขสุดท้ายของเผ่าพันธุ์สัตว์วิญญาณเอาไว้ มิเช่นนั้น พวกเจ้าก็คือผู้ที่รนหาที่ตายเอง!" ดวงตาของถังอู่หลินลุ่มลึก น้ำเสียงเรียบเฉยขณะกล่าว

"สามหาว!" ชายหนุ่มชุดดำเอ่ยด้วยความโกรธ "สิ่งที่เคยเป็นของเผ่าพันธุ์สัตว์วิญญาณเรา เราจะทวงคืนด้วยมือของเราเองในที่สุด! และเจ้าก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตเทพเท่านั้น จะเป็นไรไปหากข้าจะทำลายเจ้าเสียที่นี่!"

พูดจบ ชายหนุ่มชุดดำก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่ถังอู่หลินทันที ฝ่ามือที่ดูธรรมดานั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมังกรสีดำสนิท แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งความตายและพุ่งเข้าหาถังอู่หลิน!

"บังอาจนัก!" ถังอู่หลินคำรามด้วยความโกรธ ทันใดนั้น รอยตรีศูลบนหน้าผากก็ทอแสงเจิดจ้า ตรีศูลสีทองปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าและพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บมังกรที่กำลังถึงตัวถังอู่หลิน

"เพล้ง—!" เสียงกังวานใสระเบิดออกมา ทว่ากลับถูกกลืนหายไปด้วยวงรัศมีสีฟ้าทองที่ปรากฏขึ้นในรัศมีสามเมตร ด้วยวงรัศมีสีฟ้าทองนี้เอง ทำให้เหตุการณ์ระทึกขวัญในสวนสาธารณะตงไห่ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากภายนอก ในความเป็นจริง มีเพียงกลุ่มคนที่อยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่อยู่ไกลออกไปเท่านั้นที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ใต้ต้นไม้โบราณต้นนั้น เด็กสาวและหญิงสาวชุดเขียวเฝ้ามองทุกอย่าง ใบหน้าของเด็กสาวไร้ความรู้สึกและดวงตาเรียบเฉย ทว่าหมัดที่กำแน่นเล็กน้อยกลับเปิดเผยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน

นางยืนยันได้แล้ว พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วจริงๆ และหยดโลหิตรวมถึงแก่นแท้จิตเทพของพระองค์ถูกผนึกไว้ในร่างของเด็กคนนั้น! เหอะ ช่างเป็นแผนการที่ชาญฉลาดเสียจริง!

ความเย้ยหยันที่เย็นเยียบวาบผ่านในใจของเด็กสาว นางหันหลังเดินจากไป

หญิงสาวชุดเขียวรีบเดินตามไปติดๆ

ทางด้านของตรีศูลสีทองหลังจากเข้าปะทะกับกรงเล็บมังกรดำ กลุ่มคนที่นำโดยชายหนุ่มชุดดำก็หายวับไปจากที่นั่น ทิ้งไว้เพียงเซี่ยเซี่ยที่นอนสลบอยู่บนพื้น และถังอู่หลินที่ยืนอยู่ด้วยกลิ่นอายที่สั่นคลอน

"น่าแค้นใจนัก!" แววตาแห่งความหม่นหมองพาดผ่านดวงตาอันลุ่มลึกของถังอู่หลิน เขาเอ่ยอย่างเย็นชา "หากเพียงแต่ข้าไม่ได้มีโอกาสลงมือแค่สามครั้ง หากเพียงแต่ไม่ใช่เพราะมหามรณวิถีที่ข้าเตรียมการมานับหมื่นปี หากเพียงแต่ร่างจริงของข้าสามารถจุติลงมาได้!"

"ช่างน่าแค้นใจยิ่งนัก! ตอนนี้โอกาสสามครั้งเหลือเพียงครั้งเดียวแล้ว ข้าไม่อาจลงมือได้อีก!"

พูดจบ ถังอู่หลิน—หรือจะพูดให้ถูกคือจิตเทพที่ควบคุมร่างของถังอู่หลินอยู่—ก็หลับตาลงและเริ่มติดต่อกับบิดาของเขาผู้กลายเป็นเจ้าแห่งดาวเคราะห์โต้วหลัว และมารดาผู้เป็นแก่นแท้ของดวงดาว เพื่อขอให้พวกเขาช่วยดูแลหลานชายที่น่าสงสารคนนี้

ทว่า...

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเป็นแบบนี้?"

เขาส่งเสียงตะโกนด้วยความหงุดหงิด เพราะเขาพบความจริงอันน่าหวาดหวั่นว่าเขาไม่สามารถติดต่อกับบิดามารดาได้เลย เป็นไปได้อย่างไร? หากเป็นเพียงบิดาถังเฮ่าที่ติดต่อไม่ได้ก็ยังพอเข้าใจได้ เพราะถังเฮ่านั้นไม่ค่อยน่าเชื่อถืออยู่แล้ว และการขาดการติดต่อเป็นครั้งคราวก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมเขาถึงติดต่อมารดาไม่ได้ด้วยเล่า? หรือว่ามารดาจะยอมเสียสละตนเองเพื่อบิดาอีกแล้ว?

มหาราชันเทพถังในยามนี้เริ่มจะสติแตกเสียแล้ว

แน่นอนว่าเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า นับตั้งแต่ตอนที่เขาส่งถังอู่หลินลงมาจากแดนเทพสู่ทวีปโต้วหลัว บิดามารดาที่ดวงกุดของเขาก็ได้รับผลกระทบสะท้อนกลับและกำลังอยู่ในช่วงปิดด่านรักษาตัว จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลลูกหลานของเขาได้!

จะว่าไป ตัวเขาเองนั่นแหละที่มีส่วนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

จิ่งเส้าอวี่ไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะตงไห่เลย ในยามนี้เขายังไม่ตระหนักว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่เพียงใดต่ออนาคต

ทว่าในขณะนี้ เขาที่อยู่ในห้องบนชั้นสิบแปดของอาคารนักออกแบบ กำลังปรับปรุงแบบแปลนการออกแบบของตนให้สมบูรณ์ หน้าต่างของห้องนี้ประจวบเหมาะมองเห็นสวนสาธารณะตงไห่พอดี ความรู้สึกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นในใจ เขาจึงมองลอดหน้าต่างไปยังทิศทางของสวนสาธารณะตงไห่โดยสัญชาตญาณ แต่นอกจากพงไพรที่เขียวขจีและหนาทึบแล้ว เขาก็ไม่เห็นสิ่งใดเลย

"หึ!" เขาขำตัวเองกับการกระทำที่ไม่มีเหตุผลนั้น เขาส่ายหน้าแล้วหันกลับมามีสมาธิกับแบบแปลนในมือต่อ

บนพื้นดินในจุดที่จิ่งเส้าอวี่มองไม่เห็น ถังอู่หลินคลานขึ้นมาจากพื้น เขามองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมที่ยุ่งเหยิงด้วยสีหน้ามึนงง จากนั้นจึงมองไปที่เซี่ยเซี่ยซึ่งนอนอยู่ไม่ไกลด้วยความสับสนอย่างถึงที่สุด

จบบทที่ บทที่ 26 ราชันเทพถังผู้ปราดเปรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว