- หน้าแรก
- ขอโทษที พอดีผู้เล่นคนนี้มีแท็กเยอะเป็นบ้า
- บทที่ 80 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] สระว่ายน้ำ
บทที่ 80 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] สระว่ายน้ำ
บทที่ 80 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] สระว่ายน้ำ
บทที่ 80 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] สระว่ายน้ำ
ตั้งแต่ตอนที่เดินเข้ามา เกาอี้ก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่ใหญ่ที่สุดของสระว่ายน้ำแห่งนี้แล้ว
เมื่อมองลงไปในสระว่ายน้ำสี่เหลี่ยมที่ยุบตัวลงไปตรงกลาง แทนที่จะเป็นกระเบื้องสีฟ้าสดใสและน้ำใสสะอาดอย่างที่ควรจะเป็น สระนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำที่ขุ่นคลั่กและดำมืด
ภายใต้การปกคลุมของหมอกสีแดงอมดำ ทำให้แทบจะมองไม่เห็นอะไรภายใต้น้ำเลย
แต่โชคดีที่ [นักสืบเก้าอี้โยก] ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสังเกต ทำให้เกาอี้ยังพอมองเห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของจางถูใต้น้ำได้
ทั้งรอยบุ๋มของตะไคร่น้ำ คลื่นน้ำที่กระเพื่อม มันเปิดเผยการเคลื่อนไหวของศัตรูให้เห็นจนหมดจด
แต่ทว่า... เร็วมาก!
สระว่ายน้ำยาว 50 เมตรไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย ร่างที่อยู่ใต้น้ำพุ่งแหวกน้ำเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์
เพียงแค่ไม่กี่วินาที ศัตรูก็ข้ามผ่านสระว่ายน้ำมาได้โดยไม่ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจหรือพักเหนื่อยเลย พุ่งตรงดิ่งเข้ามาหาเกาอี้อย่างรวดเร็ว
นี่เป็นความสามารถพิเศษ หรือแค่เป็นผลจากการเพิ่มสมรรถภาพร่างกายด้วยอัตราวิวัฒนาการกันแน่?
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เกาอี้ก็มีเวลาคิดไม่มากแล้ว
วิธีการโจมตีหลักของจางถูคือการฟันระยะประชิด แถมยังมี "พิษ" อะไรสักอย่างด้วย
ก่อนจะเริ่มลงมือตามแผนที่วางไว้ เขาต้องพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงและการบาดเจ็บให้ได้มากที่สุด
เกาอี้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขายังคงรักษาระยะห่างและระวังตัว ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะใช้ลูกไม้ไหน การยืนรออยู่ที่ขอบสระก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ๆ
แต่พอเขาก้าวถอยหลังไปได้แค่ครึ่งก้าว แรงต้านมหาศาลก็โผล่ขึ้นมา ห่อหุ้มแผ่นหลังของเขาไว้จนมิด
ดูเหมือนว่าข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้จะถูกต้อง หมอกสีแดงอมดำพวกนี้มีไว้เพื่อขัดขวางไม่ให้คนถอยหลังหรือวิ่งหนีจริงๆ ด้วย
เหมือนเป็นลานประลองที่บีบบังคับให้คนที่อยู่ในนี้ต้องสู้กันให้ตายไปข้าง
แต่โชคดีที่แรงต้านนี้แค่ทำให้ขยับตัวลำบากขึ้น ไม่ถึงกับห้ามถอยหลังไปเลยซะทีเดียว
เกาอี้ยกมือขึ้น ล้วงเอาแท่งไฟฉุกเฉิน 2 แท่งออกมาจากเอว โยนแท่งหนึ่งลงน้ำ อีกแท่งหนึ่งโยนไปด้านข้างเบาๆ
ในขณะเดียวกัน ร่างกายก็พุ่งถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ถอยไปจนถึงขอบอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยเก้าอี้พลาสติกพังๆ
"ถ้าฉันไม่ได้ตั้งใจจะวิ่งหนี แค่เคลื่อนที่หลบหลีก แรงต้านมันก็ดูจะลดลงนิดนึงแฮะ"
เกาอี้วิเคราะห์ความรู้สึกเมื่อกี้ สมองแล่นปรี๊ด ประเมินสถานการณ์ได้ในพริบตา
แท่งไฟฉุกเฉินพวกนี้ หวังอู่โจวก็เป็นคนไปหามาให้ แค่ดึงเชือกจุดชนวน มันก็จะให้แสงสว่างในที่มืดได้
และในจังหวะที่เกาอี้ทำทุกอย่างเสร็จสรรพ ร่างของจางถูก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมาพอดี
มันโผล่หัวขึ้นมานิดนึง น้ำที่สกปรกทำเอาผมสั้นๆ ของมันลู่ติดหน้าผาก สายตาดูระแวดระวัง ราวกับกำลังตามล่าเหยื่อ
แต่แปลกตรงที่ สายตาของมันไม่ได้จับจ้องมาที่เกาอี้ แต่กลับกวาดมองไปตามขอบสระอย่างช้าๆ
มันกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
เกาอี้ชักปืนพกออกมา สีหน้าเคร่งเครียด สิ่งที่เขากังวลมากกว่าการโจมตีที่รุนแรง ก็คือความสามารถที่ยังไม่รู้ของอีกฝ่ายนี่แหละ
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง จางถูก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
มันพุ่งตัวขึ้นจากน้ำ พุ่งเข้าไปที่ขอบสระ... ซึ่งเป็นจุดที่เกาอี้ยืนอยู่เมื่อกี้
ทำไมล่ะ ตรงนั้นไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา... ไม่สิ ไม่ถูก ตรงนั้นมีอะไรบางอย่างอยู่จริงๆ ด้วย
และตอนนั้นเอง เกาอี้ถึงได้เห็นว่า เป้าหมายของอีกฝ่ายคือร่างเงาโปร่งแสง... ร่างเงาที่หน้าตาเหมือนเขาทุกระเบียดนิ้ว
ไม่สิ มันไม่ใช่แค่หน้าตาเหมือน แต่มันเหมือนเป็นร่างเงาของเขาเมื่อ 10 กว่าวินาทีก่อน ที่ถูกแช่แข็งทิ้งไว้ตรงนั้นมากกว่า
จางถูถือมีดทำครัว พุ่งเข้าไปเสียบทะลุคอของร่างเงานั้นเต็มแรง
ร่างเงาที่ดูเหมือน "เกาอี้" โปร่งแสง ดิ้นรนก่อนจะล้มลง เลือดโปร่งแสงไหลทะลักออกจากบาดแผลที่ถูกเอามือกุมไว้ ค่อยๆ ซึมลงไปในสระผ่านร่องกระเบื้อง
"คิลที่ 1"
จางถูแสยะยิ้มอำมหิต พึมพำอะไรบางอย่าง แล้วแลบลิ้นเลียใบมีดจนรอบ ก่อนจะหันมามองเกาอี้
สระว่ายน้ำที่สว่างไสวด้วยแท่งไฟฉุกเฉิน ยิ่งดูวังเวงและรกร้างมากขึ้นไปอีก
หยาดฝนตกลงมาจากหลังคาที่เป็นรูโหว่และโครงเหล็กขึ้นสนิม ตกกระทบพื้นตะไคร่น้ำ ยิ่งทำให้บรรยากาศการต่อสู้ครั้งนี้ดูหลอนจับจิต
ในขณะเดียวกัน เกาอี้ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายหนักอึ้งขึ้นมาทันที เหมือนมีมีดแหลมคมทิ่มแทงทะลุหัวใจ เลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด
นี่ก็เป็นความสามารถของจางถูด้วยเหรอเนี่ย การโจมตีใส่ร่างเงาในอดีตของเขา เพื่อสร้างความเสียหายให้ร่างต้นงั้นเหรอ?
ยุ่งยากชะมัด
"ทำไมต้องเป็นคิลที่ 1 ล่ะ อย่าบอกนะว่ามีคิลที่ 2 คิลที่ 3 อีกน่ะ?"
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เกาอี้ก็เริ่มเปิดบทสนทนาอีกครั้ง
สำหรับศัตรูที่ชอบโชว์พาวแบบจางถู บางทีการถามตรงๆ ก็ได้ผลดีกว่ามานั่งเดาเอง
"เดาเก่งนี่ แค่แกวิ่งหนี ฉันก็จะตามไปฆ่าแกทีละครั้ง ฆ่าได้ตั้ง 7 ครั้งเลยนะ... แต่ส่วนใหญ่ก็ทนได้แค่ 4-5 ครั้งก็ตายห่ากันหมดแล้วล่ะ..."
จางถูยิ้มเยาะ ไม่ได้รีบร้อนจะเข้ามาโจมตีต่อเลยสักนิด
ดูเหมือนว่ามันจะโรคจิตชอบทรมานเหยื่อซะแล้วสิ เลยไม่ได้รีบปิดเกมเร็วๆ
"ให้ฉันเดานะ หัวหน้าหวงที่โดนพิษจนใกล้จะตายคนนั้น ก็โดนแกฆ่าไปหลายคิลเหมือนกันใช่มั้ย?"
เกาอี้ยังคงยกปืนเล็งไปที่มัน เอียงคอมองแล้วลองเดาดู
ดูจากสายตาที่เปลี่ยนไป รอยยิ้มที่แข็งค้าง และท่าทีที่ดูงุนงงของมัน... เดาถูกเผงเลย
ความจริงแล้ว ตอนที่เกาอี้ฟังถานจือเล่าเรื่องการต่อสู้เมื่อกี้ เขาก็มีคำถามผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด
อย่างแรกเลยก็คือ "พิษ" ที่หัวหน้าหวงโดนเข้าไป มันคืออะไรกันแน่
ต้องโดนโจมตีถึงจะติดพิษ แถมอาการยังจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และหมอก็ตรวจไม่เจอ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ยาถอนพิษก็ช่วยไม่ได้
สำหรับผู้เล่นระดับ D อย่างจางถู การมี "พิษ" ที่แม้แต่ [ยาถอนพิษระดับ D] ยังรักษาไม่ได้ มันเป็นไปได้สูงมากว่า...
"นั่นไม่ใช่พิษอะไรหรอก แต่มันคือการโจมตีใส่ร่างเงาแบบเมื่อกี้นี้ต่างหาก... ส่วนเรื่องที่ทำไมถานจือถึงคิดว่ามันเป็นพิษ ก็คงเป็นเพราะแกจงใจพูดหลอกให้เธอไขว้เขวล่ะสิ"
น้ำเสียงของเกาอี้ราบเรียบ เหมือนกำลังเล่าเรื่องที่เป็นความจริงทั่วๆ ไป:
"แถมแกยังบอกเธอด้วยว่า ถ้าแกตาย พิษในตัวหัวหน้าหวงก็จะหายไปเอง... จุดประสงค์ก็เพื่อหลอกล่อให้เธอกลับมาหาแกอีกรอบล่ะสิ"
ข้อสันนิษฐานของเกาอี้ถูกต้องเผง การที่ถานจือสามารถพาร่างที่บาดเจ็บสาหัสของหัวหน้าหวงหนีรอดออกมาจากหมอกที่ขัดขวางการหลบหนีได้ มันก็ดูผิดปกติสุดๆ อยู่แล้ว
มาคิดดูตอนนี้ ทุกอย่างก็คือกับดักที่มันวางไว้ทั้งนั้น
แต่ทางฝั่งจางถู กลับไม่ได้นิ่งแบบเกาอี้แล้ว
หน้าของมันตึงเครียดขึ้นมาทันที รอยยิ้มเยาะเมื่อกี้หายวับไปแล้ว [มีดเชือดคน] ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง ปลายมีดชี้ตรงมาที่เกาอี้
เห็นได้ชัดว่า การที่ "เหยื่อ" มองแผนการของมันออกทะลุปรุโปร่งแบบนี้ มันยอมรับไม่ได้จริงๆ:
"ฉันยังไม่ได้ถามชื่อแกเลย แกชื่ออะไรวะ?"
ดูเหมือนว่าตอนนี้จางถูจะมองเกาอี้เป็นคู่ปรับตัวจริงแล้ว อย่างน้อยๆ ก็เป็นเหยื่อที่ต้องระวังตัว
แต่อีกฝั่ง เกาอี้กลับเอียงคอนิดๆ งัดสกิลยั่วโมโหที่ถนัดที่สุดออกมาใช้ทันที:
"ไม่รู้สิ พอดีตอนที่แกเล่าเรื่องวัยเด็กเมื่อกี้ ฉันไม่เห็นได้ยินแกพูดถึงพ่อเลยสักคำ ดูทรงแล้วแกคงจะขาดความอบอุ่นล่ะสิ เอาเงี้ย เรียกฉันว่าพ่อสิ เผื่อจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกขาดหายในใจแกได้บ้าง?"
ความนิ่งของจิตใจและอารมณ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้
ทันทีที่สติหลุด การกระทำก็จะอ่านง่ายขึ้น จุดได้เปรียบที่มีอยู่ก็จะหายไป
และเกาอี้ที่คลุกคลีอยู่กับความขัดแย้งและเรื่องวุ่นวายมาตลอด ก็คือปรมาจารย์ด้านการปั่นหัวคนให้สติแตกนี่แหละ
การ "ด่าให้เจ็บ" ก็ต้องเจาะไปที่จุดอ่อนและปมด้อยของศัตรูนี่แหละ
จากเรื่องเล่าของจางถูเมื่อกี้ ตอนเด็กมันกับแม่โดนผู้ใหญ่บ้านรังแก ฮุบเงินค่าเวนคืนที่ดินไป
ในสถานการณ์แบบนี้ "พ่อ" ที่ควรจะโผล่มา กลับไม่มีบทบาทในเรื่องเล่าของมันเลย ไม่แม้แต่จะพูดถึงด้วยซ้ำ
ไม่ว่าพ่อของมันจะหายไปไหนหรือเพราะอะไรก็ตาม นี่คือประเด็นที่จางถูไม่อยากจะเอ่ยถึงแน่นอน
และนี่แหละ คือจุดบอดที่เกาอี้จะใช้เล่นงานมัน
และจากปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าการโจมตีที่อารมณ์และความรู้สึกครั้งนี้ จะได้ผลชะงัดเลย
"ไอ้เวรเอ๊ย..."
จางถูเค้นคำด่าออกมาจากไรฟัน ชูมีดทำครัวขึ้นสูง พร้อมกับพลิกมือซ้ายที่ใส่ถุงมือ
ในชั่วพริบตา ความเร็วของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว!
ระยะห่างที่เดิมทีก็ไม่ได้ไกลมาก ถูกร่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว การโจมตีจวนตัวเข้ามาทุกที
แต่ถ้าจางถูยอมใช้สมองคิดวิเคราะห์สถานการณ์สักนิด มันก็น่าจะเอะใจอะไรบ้างแล้ว
ตอนที่สระว่ายน้ำยังมืดสนิท เกาอี้ก็สามารถเคลื่อนไหวและมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
ซึ่งนั่นหมายความว่า คนที่มาใหม่คนนี้มีทักษะการสังเกตที่ยอดเยี่ยมมาก และน่าจะมีสายตาที่มองเห็นในที่มืดได้ด้วย
ในสถานการณ์แบบนั้น แล้วทำไมเขาถึงยังต้องเสียเวลาจุดแท่งไฟฉุกเฉินตอนที่กำลังหนีหน้าตั้งด้วยล่ะ?
แน่นอนว่า อีก 2 วินาทีให้หลัง จางถูก็ไม่ต้องมานั่งสงสัยเรื่องนี้อีกแล้ว
เพราะที่ด้านข้าง ขวานยักษ์ที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบตรงด้ามจับ ได้พุ่งแหวกอากาศมาจากมุมอับสายตา ตรงดิ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็ว