- หน้าแรก
- ฉันนี่แหละคือผู้ก่อตั้งสภาจัดการวัตถุต้องห้าม
- บทที่ 5 3-002 เข็มโลหิตลิลิธ
บทที่ 5 3-002 เข็มโลหิตลิลิธ
บทที่ 5 3-002 เข็มโลหิตลิลิธ
บทที่ 5 3-002 เข็มโลหิตลิลิธ
เวลาทุ่มสิบห้านาที
หางโจว
นี่คือบ้านหลังเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นที่เพียงเก้าสิบตารางเมตร ไม่ได้ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ทุกรายละเอียดบ่งบอกถึงความปรารถนาของเจ้าของบ้านที่อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้มันดูอบอุ่นมาก
โคมไฟรูปเมฆเปิดสว่างไสว บนหน้าต่างและประตูห้องนอนยังมีตัวอักษร 'ฝู' จากช่วงปีใหม่แปะเอาไว้
ปัง!
เสียงกระแทกดังสนั่น!
ในห้องครัว ชายหนุ่มผู้มีดวงตาแดงก่ำใช้มือขวาที่ราวกับคีมเหล็กทรงพลัง บีบรัดคอของหญิงสาวไว้แน่น พลางดันร่างเธอไปด้านหลังด้วยพละกำลังมหาศาล หญิงสาวผู้บอบบางใช้สองมือคว้าจับมือขวาของสามีตามสัญชาตญาณ ขณะที่ร่างของเธอซวนเซถอยหลังไป แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับเตาแก๊สที่ยังคงทำอาหารอยู่จนกระทะคว่ำลง น้ำมันร้อนฉ่าจากการผัดอาหารหกเลอะเคาน์เตอร์และเปลวไฟสีน้ำเงินเข้ม ส่งเสียงดังฉ่า
อาหารและน้ำมันเดือดพล่านบางส่วนกระเด็นโดนแผ่นหลังของหลี่เหวินเหวิน ความร้อนลวกทำให้เธออยากจะกรีดร้อง... แต่ลำคอของเธอกลับถูกบีบเอาไว้แน่น!
ความรู้สึกขาดอากาศหายใจ!
ความหวาดกลัว!
เริ่มเกาะกุมหัวใจของเธอ! ท่ามกลางการดิ้นรน สายตาของเธอประสานเข้ากับแววตาของสามีที่ดูราวกับสัตว์ร้ายไร้สติ วินาทีนั้น เธอตระหนักได้ว่าหวงเหวินปินต้องการจะฆ่าเธอจริงๆ!
"ทะ...ทำไม...?"
เล็บมือของหลี่เหวินเหวินจิกลงบนแขนของหวงเหวินปินแน่น สองขาพยายามเตะสามีให้ออกห่าง ทว่าความแตกต่างทางสรีระระหว่างชายหญิงนั้นมีมากเกินไป
ริมฝีปากของเธอเผยอออก เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
"ทำไม?"
"เหอะ!"
"เธอยังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอว่าทำไม?!"
หวงเหวินปินคำราม
"ทำไมตอนที่เธอหลอกให้ฉันออกไปข้างนอกถึงไม่ถามล่ะว่าทำไม?"
"ตอนที่ฉันทำงานล่วงเวลา นังแพศยาอย่างเธอทำระยำอะไรอยู่?!"
"เป็นเพราะเธอ!"
"เธอเป็นคนทำลายทุกอย่าง!"
หวงเหวินปินแผดเสียง มือซ้ายที่เหลืออยู่ของเขาก็เอื้อมออกไปเช่นกัน การดิ้นรนของหญิงสาวตรงหน้าทวีความรุนแรงขึ้นในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ อ่อนแรงลง ในวาระสุดท้าย หลี่เหวินเหวินเลิกขัดขืน แต่สายตาที่เธอมองสามีนั้นช่างซับซ้อนเหลือเกิน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความเสียใจ และ...
ความเวทนา
ประกายแสงในดวงตาของเธอดับวูบลงอย่างสมบูรณ์
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้
หวงเหวินปินคลายมือออก ร่างของหญิงสาวผู้อ่อนโยนในชุดผ้ากันเปื้อนและเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เส้นผมของเธอหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง
"แฮ่ก!"
"แฮ่ก!"
"แฮ่ก!"
เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังก้องอยู่ในห้องครัวที่เงียบสงัด
หวงเหวินปินยืนนิ่งขึงอยู่กับที่
เขายกมือขึ้นกุมศีรษะ สอดนิ้วเข้าไปในเส้นผม เขามองดูภรรยาที่นอนอยู่บนพื้น วินาทีนั้น ความทรงจำอันแสนสุขในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์
เขาทรุดเข่าลงตรงหน้าร่างไร้วิญญาณของภรรยาอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาเอ่อล้นและร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจควบคุม
หลายสิบนาทีต่อมา
แกร๊ก!
หวงเหวินปินลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สที่ยังคงลุกไหม้ ดูเหมือนเขาจะดึงสติกลับมาได้แล้ว เขาปรายตามองศพภรรยา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องครัวไป
"ฮัลโหล"
"พ่อครับ"
"แม่ครับ"
"ผมขอโทษครับ ตั้งแต่นี้ไป ถือซะว่าพ่อกับแม่ไม่มีลูกชายคนนี้ก็แล้วกัน อ้อ เดี๋ยวผมจะหาทางส่งเงินก้อนหนึ่งไปให้ไว้ใช้ตอนแก่นะครับ อย่าบอกเรื่องเงินนี้กับใคร แล้วก็อย่าเอาไปให้ใครเด็ดขาด"
หวงเหวินปินโทรศัพท์หาพ่อแม่ที่บ้านเกิดเป็นอันดับแรก เขาพูดเพียงแค่นั้น แล้วก็วางสายไปท่ามกลางคำถามด้วยความตื่นตระหนกของพวกท่าน
หลังจากเดินสำรวจรอบบ้าน หวงเหวินปินก็ถือกระเป๋าใบหนึ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
หายลับเข้าไปในความมืดมิดของยามราตรี
...
【แต้มความปรารถนา + 100】
【แต้มความปรารถนา + 100】
...
ในเวลาเดียวกันนั้น ลูหยวนซึ่งกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าร้านแผงลอยในตลาดของมือสองปั้นซานแห่งหางโจว ก็ถูกดึงดูดด้วยข้อความที่เด้งขึ้นมา ผ่านการเชื่อมต่อกับแพนดอร่า เขาเห็นบ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น เห็นห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหาร... และจากนั้น เขาก็ได้เป็นพยานการเสียชีวิตของหญิงสาวด้วยตาตัวเอง
"เถ้าแก่ ถูกใจตุ๊กตาตัวนี้เหรอครับ?"
"ตาแหลมมากเลยนะเนี่ย"
"ตัวนี้ผมรับซื้อมาจากบ้านคนรวยเลยนะ!"
พ่อค้าหน้าร้านแผงลอยเห็นสายตาของลูหยวนจับจ้องอยู่ที่ตุ๊กตาสไตล์ตะวันตกมาพักใหญ่ เมื่อคิดว่าเจอผูกค้ารายใหญ่ เขาก็ถูมือไปมาและพูดจาอย่างกระตือรือร้น
"ห้าพันหยวน เอาไปเลยครับ!"
"ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ"
"ขอบคุณครับ"
ลูหยวนดึงสติกลับมา ปิดหน้าต่างระบบ ดันแว่นตากรอบดำขึ้นเล็กน้อย แล้วตอบรับสายตากระตือรือร้นของพ่อค้าอย่างนุ่มนวล
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังร้านถัดไป เบื้องหลังของเขา เสียงตะโกนของพ่อค้ายังคงดังแว่วมาให้ได้ยิน:
"สองพันห้า!"
"สองพัน!"
"ห้าร้อย!"
"เถ้าแก่ อย่าเพิ่งไปสิ! ถ้าชอบจริงๆ ถือซะว่าซื้อขายกันแบบเพื่อน ห้าสิบหยวนเอาไปเลย! สามสิบ เอ้า สามสิบต่ำสุดแล้ว!"
"คุณเสนอราคามาเลย ถ้าจ่ายสดผมขายให้เลย!"
ในช่วงเวลานี้ ตลาดของมือสองปั้นซานคึกคักเป็นอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงลอยเป็นแนวยาวไปตามทางเดินตรงกลาง ส่วนทั้งสองข้างทางเป็นร้านค้าแบบตั้งเดี่ยว
ลูหยวนเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาภาชนะที่สามารถรองรับเมล็ดพันธุ์ได้
จากการสำรวจของเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งของที่สามารถรองรับเมล็ดพันธุ์ได้มักจะมีอดีตที่ไม่ธรรมดา เช่น แปดเปื้อนไปด้วยอารมณ์ ความปรารถนา หรือความหมกมุ่นอันแรงกล้าของเจ้าของ... หรือไม่ก็การมีอยู่ของพวกมันเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ ซึ่งได้รับการสักการะบูชามาอย่างยาวนานจนซึมซับเอาแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณเข้าไป
"หืม?"
ลูหยวนเดินเข้าไปในร้านขายของเก่าร้านหนึ่ง มันไม่ใช่ร้านขายของเก่าเสียทีเดียว แต่เป็นร้านขายของมือสองระดับพรีเมียมที่มีสินค้าราคาสูงกว่าแผงลอยริมถนนด้านนอก
แสงสีแดงจางๆ สว่างวาบขึ้นมาจากตู้กระจกทางขวามือด้านใน
ลูหยวนไม่ได้เดินตรงเข้าไปหามันในทันที แต่กวาดสายตามองจากหน้าร้านอย่างเป็นธรรมชาติ จนกระทั่งเดินมาถึงตู้กระจกและเห็นสิ่งของที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีแดงนั้น
"ภาชนะระดับสาม"
ลูหยวนสังเกตเห็น
มันคือปิ่นปักผมเงินสไตล์โรมันโบราณตะวันตกที่วิจิตรงดงามมาก ความยาวเก้านิ้ว ที่ปลายด้านบนของปิ่นมีลวดลายแกะสลักที่ดูน่าขนลุกอยู่เล็กน้อย
"เลือดเหรอ?"
ลูหยวนเห็นคราบสีแดงคล้ำที่ปลายปิ่น
"เถ้าแก่ ปิ่นอันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?"
"อันไหนล่ะ?"
"รอเดี๋ยวนะ ขอฉันใส่แว่นก่อน"
ชายชราผมบางที่เคาน์เตอร์ก้มหน้าลงมองหาแว่นสายตายาว เขาเดินเข้ามาใกล้และมองตามนิ้วของลูหยวน "อันนี้เหรอ สองพันหยวนเอาไปเลย"
"ตกลงครับ รบกวนห่อให้ผมด้วย"
ลูหยวนตกลงทันที
การตกลงอย่างรวดเร็วของเขาทำเอาชายชราที่เตรียมคำพูดโน้มน้าวใจไว้แล้วถึงกับประหลาดใจ ใบหน้าของเขาฉายแววดีใจในตอนแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเสียดายเล็กน้อยที่เสนอราคาต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พูดอะไรอีก รีบเปิดตู้กระจก หยิบปิ่นปักผมออกมาใส่ในกล่องไม้แดง แล้วยื่นให้ลูหยวน
...
เมื่อได้ภาชนะมาแล้ว ลูหยวนก็รีบเดินดูร้านค้าที่เหลือในตลาดของมือสองอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่พบอะไรน่าประหลาดใจอีก เขาก็เรียกแท็กซี่กลับบ้าน
"เหมียว!"
ทันทีที่เปิดประตู แมวดำที่รออยู่ตรงประตูและมีขนเรียบกริบไร้ที่ติก็ส่งเสียงร้องทักทาย
"เหล่าไป๋ วันนี้อยู่บ้านเป็นเด็กดีหรือเปล่า?"
ลูหยวนเอื้อมมือไปลูบหัวมัน
หลังจากเติมอาหารและน้ำให้เหล่าไป๋แล้ว ลูหยวนก็ถือปิ่นปักผมที่เพิ่งซื้อมาเข้าไปในห้องหนังสือ เบื้องหลังของเขา แมวดำเหล่าไป๋เบิกตากลมโตสีเข้มจ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินตามเข้าไปข้างใน
"ตามเข้ามาทำไมเนี่ย?"
"เอาล่ะๆ เรามาเป็นพยานร่วมกันเถอะ"
ทันทีที่ลูหยวนนั่งลง แมวดำก็กระโจนเข้าสู่อ้อมแขนของเขา รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าอันอ่อนโยนขณะที่เขาพึมพำ
เขาสัมผัสกับระบบด้วยจิตนึกคิด
วินาทีต่อมา
ภายในห้องหนังสือ เมล็ดพันธุ์ที่ดูลึกลับ สว่างเจิดจ้า และเปล่งประกายอย่างน่าขนลุกก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันลอยอยู่ตรงหน้าลูหยวนและเหล่าไป๋
เมื่อเห็นเมล็ดพันธุ์นี้ แมวดำในอ้อมแขนของลูหยวนก็เริ่มมีท่าทีกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด หางยาวๆ ของมันแกว่งไปมา แถมยังพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของลูหยวนเพื่อกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ
"เหล่าไป๋"
"อย่าใจร้อนสิ"
ลูหยวนปลอบเหล่าไป๋ เขาหยิบปิ่นปักผมออกมาและนำไปจ่อใกล้ๆ เมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ลึกลับที่ปลายนิ้วของเขาซึมซาบเข้าไปในปิ่นปักผมราวกับหยดน้ำ
【ติ๊ง!】
【คุณได้รับแพนดอร่าหมายเลข 3-002!】
【โปรดตั้งชื่อให้กับแพนดอร่าหมายเลข 3-002!】
【3-002】
【เจ้าของคนก่อนเคยใช้มันแทงทะลุหัวใจของหญิงสาวคนแล้วคนเล่า และเลือดสดๆ ก็ไหลทะลักออกมาตามร่องกลวงภายในปิ่น...】
【ผู้ใช้แทง 3-002 เข้าที่หัวใจของเป้าหมาย มันสามารถสูบเลือดทุกหยดออกจากร่างเป้าหมาย เพื่อสกัดหยาดน้ำหยดหนึ่งแห่งแก่นแท้ชีวิต การใช้แก่นแท้ชีวิตสามารถทำให้โฮสต์กลับสู่วัยเยาว์และคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ตลอดกาล】
ลูหยวนอ่านข้อความอย่างละเอียด
ในใจของเขารู้สึกทึ่งกับความสามารถของแพนดอร่าชิ้นนี้
ครู่ต่อมา เขาก็รำพึงขึ้นว่า "เข็มโลหิตลิลิธ ให้ชื่อว่าเข็มโลหิตลิลิธก็แล้วกัน"
【ติ๊ง!】
【ตั้งชื่อสำเร็จ!】
【แพนดอร่าหมายเลข 3-002: เข็มโลหิตลิลิธ】
...
ความสงบสุขกลับคืนสู่ห้องหนังสืออีกครั้ง สายตาของลูหยวนจับจ้องอยู่ที่ปิ่นปักผมเงินซึ่งแปรสภาพไปอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่มือของเขายังคงลูบไล้แมวดำที่สงบลงแล้วอย่างแผ่วเบา
เขาก้มหน้าลง
มองไปที่เหล่าไป๋ของเขา
ในสายตาของเขา เหล่าไป๋ก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดงเช่นกัน และความเข้มข้นที่สว่างเจิดจ้าอย่างน่าขนลุกของมันนั้นเหนือกว่าแสงที่เขาเห็นตอนเจอเปิ่นปักผมมากนัก ราวกับดวงจันทร์สีเลือด
และแสงนี้ก็แสดงให้เห็นว่า—แมวดำของเขามีศักยภาพที่จะรองรับเมล็ดพันธุ์ระดับศูนย์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดได้!