- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 18 - ความเงียบงันคือสะพานเคมบริดจ์ในเช้าวันนี้
บทที่ 18 - ความเงียบงันคือสะพานเคมบริดจ์ในเช้าวันนี้
บทที่ 18 - ความเงียบงันคือสะพานเคมบริดจ์ในเช้าวันนี้
เวลาเจ็ดโมงเช้านิดๆ เจียงฝานก็ลงมาข้างล่างเพื่อมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัย
เมืองซีหลิงตั้งอยู่ติดทะเล จึงมีความชื้นสูงตลอดทั้งปี ต้นไม้ใบหญ้าตามสองข้างทางเดินเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างใสแจ๋ว ให้ความรู้สึกเหมือนสายฝนที่ชุ่มฉ่ำเงียบๆ
ตอนที่เดินผ่านร้านอาหารเช้าร้านหนึ่ง มีหมาดำตัวหนึ่งเอาแต่แยกเขี้ยวใส่เจียงฝานไม่หยุด
เจียงฝานไม่ใช่คนชอบยอมเสียเปรียบ ดังนั้น เขาจึงแยกเขี้ยวกลับไป
เดิมทีเขาก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่แล้ว พอเห็นหมั่นโถวสองลูกครึ่งในชามข้าวหมา เขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
อาหารเช้ามื้อนี้ เขาเตรียมตัวจะกินหมั่นโถวแค่ลูกเดียว แต่หมาดันกินตั้งสองลูกครึ่ง
เป็นการใช้ชีวิตที่แย่ยิ่งกว่าหมาเสียอีก!
พอมาถึงมหาวิทยาลัย จุดหมายปลายทางแรกก็คือโรงอาหาร
"คุณป้าครับ ขอหมั่นโถวสามลูกครับ"
เมื่อเห็นว่าเจียงฝานสั่งแค่หมั่นโถว คุณป้าที่ตักอาหารก็รู้สึกประหลาดใจมาก "พ่อหนุ่ม ไม่เอาพวกกับข้าวหน่อยเหรอ กับข้าวพวกนี้เพิ่งผัดเสร็จใหม่ๆ ยังมีควันฉุยอยู่เลยนะ รับไปสักหน่อยสิ กินแค่หมั่นโถวมันไม่มีสารอาหารนะ พวกนักศึกษาใช้สมองกันเยอะ ขาดสารอาหารไปไม่ได้หรอกนะ"
"ขอบคุณครับคุณป้า พอดีผมมีกับข้าวมาเองแล้วครับ"
จ่ายเงินเสร็จ เจียงฝานก็ขอถุงพลาสติกใบหนึ่ง หิ้วหมั่นโถวสามลูกกลับไปที่หอพัก พอผลักประตูเข้าไป เห็นถงหมิงกับจ้าวไห่หนานยังคงหลับอยู่ เขาจึงเดินลงน้ำหนักเท้าให้เบาลงโดยอัตโนมัติ
พอมาถึงเตียงของตัวเอง เขาก็หยิบยำสาหร่ายเส้นรสเปรี้ยวเผ็ดที่ซื้อมาจากร้านค้าใต้ตึกเมื่อเช้าออกมา หักหมั่นโถวออกเป็นสองซีก แล้วคีบสาหร่ายใส่ตรงกลาง กินอย่างเอร็ดอร่อย
หมั่นโถวลูกละหนึ่งหยวน ยำสาหร่ายเส้นเปรี้ยวเผ็ดซองละหนึ่งหยวน ค่าอาหารมื้อหนึ่งใช้เงินไปแค่สองหยวนเท่านั้น
วันละสามมื้อ หกหยวนก็เพียงพอแล้ว
ทนไปจนถึงวันที่แปดเดือนหน้าตอนที่เงินค่าต้นฉบับออก มันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
ลำบากงั้นเหรอ
มัธยมต้นสามปี มัธยมปลายสามปี เขาก็ใช้ชีวิตผ่านมาแบบนี้ทั้งนั้นแหละ
ตอนที่เพิ่งขึ้นมัธยมต้นปีหนึ่ง หรือก็คือปีที่สองหลังจากพ่อของเจียงฝานเสียชีวิต หลิวเหมยลี่ก็ไม่ให้ค่าใช้จ่ายใดๆ แก่เขาอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่ากินอยู่ประจำวัน ทั้งหมดล้วนพึ่งพาเงินค่าต้นฉบับอันน้อยนิดจากการเขียนหนังสือของเจียงฝานทั้งสิ้น
ช่วงที่ยากลำบากที่สุดก็คือช่วงมัธยมต้นปีหนึ่ง ในช่วงเริ่มต้นของการเขียนนิยายออนไลน์มันหาเงินยากมาก แน่นอนว่าก็มีข้อยกเว้น มีบางคนที่หนังสือโด่งดังเปรี้ยงปร้างจนถึงขั้นมีอิสรภาพทางการเงิน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นนักเขียนแบบเจียงฝาน ที่แม้แต่จะประคองชีวิตให้อยู่รอดยังยากลำบากเลย
ความลำบากแค่นี้ในตอนนี้ สำหรับเจียงฝานแล้วมันไม่นับว่าเป็นอะไรเลย เขาไม่รู้สึกถึงความลำบากด้วยซ้ำ
เพราะว่า ...
เขาชินกับมันไปแล้ว
หมั่นโถวลูกหนึ่งเพิ่งจะลงท้อง บังเอิญพอดีที่เสียงกรนของถงหมิงก็หยุดลงตามไปด้วย เจ้าตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยทรงผมรังนกตามแบบฉบับมาตรฐาน
วินาทีที่เห็นเจียงฝาน ความง่วงเหงาหาวนอนที่หลงเหลืออยู่ในหัวของถงหมิงก็ปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว พออ้าปากปุ๊บก็สบถคำโตออกมา
วินาทีต่อมา เขาก็ขึ้นเสียงดัง "ไห่หนาน ตื่นเร็วเข้า เจียงฝานมาแล้ว"
จ้าวไห่หนานลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย "เช้าตรู่มาขัดจังหวะคนกำลังฝันหวานนี่มันแย่มากนะ ... "
พูดได้แค่ครึ่งเดียว เสียงเขาก็ขาดหายไป ปฏิกิริยาหลังจากที่เขาเห็นเจียงฝานก็เหมือนกับถงหมิงเมื่อครู่นี้ไม่มีผิด "เชี่ย เจียงฝาน"
เจียงฝาน " ... "
กินยาผิดขวดมาหรือไง
เขาไม่ใช่สาวสวยระดับเทพธิดาสักหน่อย สองคนนี้จะตกใจอะไรกันนักหนาตอนที่เห็นเขา
ถงหมิงแอบส่งสายตาให้จ้าวไห่หนาน จ้าวไห่หนานก็เข้าใจในทันที "เจียงฝาน เป็นไงบ้าง"
เจียงฝานแอบงุนงง "อะไรเป็นไงบ้าง"
ถงหมิงเลยพูดโพล่งออกมาตรงๆ "แกล้งโง่ไปมันจะมีประโยชน์อะไร พวกเราจะถามอะไรได้อีกล่ะ ก็ต้องถามว่าเมื่อคืนที่นายไปเดตกับรุ่นพี่เซี่ยฉานมันเป็นยังไงบ้างน่ะสิ"
คำว่าเดต ทำให้เจียงฝานรู้สึกพูดไม่ออกสุดๆ มุมปากของเขากระตุกยิกๆ "ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะ ผมกับรุ่นพี่เซี่ยฉานไม่ได้สนิทกัน เมื่อคืนพวกเราก็ไม่ได้ไปเดตกัน แค่ไปกินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งก็เท่านั้นเอง"
ถงหมิงไม่เชื่อจากใจจริง "โอเค งั้นฉันเปลี่ยนคำถามใหม่ นายกับรุ่นพี่เซี่ยฉานไปกินข้าวกันที่ไหน"
"ตรงข้ามมหาวิทยาลัย ร้านซาเซี่ยน"
"สุดยอด!" ถงหมิงชูนิ้วโป้งให้เจียงฝาน แล้วถามต่อ "แล้วตอนกินข้าวพวกนายคุยอะไรกันบ้าง"
"ไม่ได้คุยอะไรกันเลย"
เมื่อเห็นว่าถงหมิงถามอะไรไม่ออก จ้าวไห่หนานก็ถามต่อ "พอนายกับรุ่นพี่เซี่ยฉานกินข้าวเสร็จแล้วทำอะไรต่อ"
การซักไซ้ไล่เลียงอย่างไม่ลดละของทั้งสองคน ทำให้เจียงฝานรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
ใครๆ ก็บอกว่าความขี้เผือกเป็นสัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิง หารู้ไม่ว่าเวลาผู้ชายเผือกขึ้นมาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้หญิงเลยสักนิด
เจียงฝานรับมือกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของทั้งสองคน เขานึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก่อนจะตอบกลับไปสองคำอย่างจำใจ "เดินเล่น"
เมื่อคืน ... ก็น่าจะนับว่าเป็นการเดินเล่นได้มั้ง
ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้วิ่งเลยสักก้าว แค่เดินเร็วไปหน่อยเท่านั้น นับว่าใช่แหละ!
พอได้ยินคำว่า 'เดินเล่น' ดวงตาของจ้าวไห่หนานกับถงหมิงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
"เจียงฝาน นายนี่ใช้ได้เลยนะ เดินเล่นน่ะดี การเดินเล่นน่ะดีมากๆ ความรักทุกคู่ล้วนเริ่มต้นมาจากการเดินเตะฝุ่นด้วยกันทั้งนั้น สู้ๆ นะ ฉันเอาใจช่วยนาย!"
"นี่ถึงขั้นไปเดินเล่นด้วยกันแล้วเหรอ ทำได้สวยมาก!"
"ความรักอะไรกัน ทำได้สวยอะไรกัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย" เจียงฝานโบกมือปฏิเสธ เขานึกย้อนไปถึงความฉลาดหลักแหลมของตัวเองเมื่อคืน แล้วส่ายหน้าไปมา "พวกนายไม่รู้อะไร เมื่อคืนผมก็แค่เดินจ้ำอ้าวจนทิ้งห่างรุ่นพี่เซี่ยฉานไปไกลลิบเลย ความเร็วระดับนั้น ... จิ๊ๆ ต่อให้เป็นนักกีฬาเดินเร็วทีมชาติมาเห็นก็ยังต้องหลั่งน้ำตา"
"?"
"?"
ถงหมิงกับจ้าวไห่หนานต่างก็ทำหน้างุนงง
เรื่องบ้าอะไรเนี่ย เดินจ้ำอ้าวหนีเลยเนี่ยนะ นี่มัน ... ถูกต้องแล้วเหรอ
จ้าวไห่หนานตั้งสติได้ก่อน "เจียงฝาน นายจะเดินเร็วขนาดนั้นไปทำไม รุ่นพี่เซี่ยฉานจะตามนายทันเหรอ"
เจียงฝานโบกมืออีกครั้ง "ถามอะไรแปลกๆ ผมจะยอมให้เขาตามทันได้ยังไงล่ะ ฝีมือยังอ่อนหัดนัก ต่อให้เขาวิ่งก็ยังตามผมไม่ทันเลย สุดท้ายก็ล้มคะมำเพราะไม่มองทางจนเข่าถลอกปอกเปิกไปหมด"
พูดจบ เขาก็เลิกคิ้วใส่ทั้งสองคนที่กำลังยืนอ้าปากค้าง "เป็นไง ผมเก่งไหมล่ะ"
มุมปากของถงหมิงกระตุกอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนจ้าวไห่หนานก็ยกมือขึ้นมากุมขมับ
ถงหมิงถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโกรธที่เหล็กไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้า "แล้วไงต่อ นายคงไม่ได้ทิ้งรุ่นพี่เซี่ยฉานไว้ข้างถนนคนเดียวหรอกนะ"
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก" เจียงฝานส่ายหน้า "ยังไงรุ่นพี่เซี่ยฉานก็เป็นผู้หญิง มืดค่ำป่านนั้นผมจะทิ้งเขาไว้ริมถนนคนเดียวได้ยังไง พอผมเห็นเขาล้ม ผมก็โบกรถแท็กซี่ริมถนน แล้วให้คนขับรถไปส่งเขาที่มหาวิทยาลัยน่ะสิ"
จ้าวไห่หนานตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ โมโหที่อีกฝ่ายไม่รู้จักคว้าโอกาสเอาไว้ "โอกาสดีขนาดนี้ นายดันให้คนขับรถไปส่งรุ่นพี่เซี่ยฉานกลับมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ ไม่สิ เขาล้มจนได้รับบาดเจ็บขนาดนั้น นายไม่ไปส่งเขากลับมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองเนี่ยนะ"
"ทำไมผมต้องไปส่งเขาด้วย" เจียงฝานพูดด้วยท่าทางมั่นใจสุดๆ "ตอนนั้นฟ้าก็มืดแล้ว ถ้าผมไปส่งเขากลับมหาวิทยาลัย แล้วผมจะกลับยังไงล่ะ การเดินตอนกลางคืนคนเดียวมันอันตรายมากนะ เกิดเป็นผู้ชายเวลาออกไปข้างนอกต้องรู้จักระวังความปลอดภัยให้มากสิ"
" ... "
" ... "
ความเงียบงันคือสะพานเคมบริดจ์ในเช้าวันนี้
จ้าวไห่หนานแทบจะกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกติดต่อกันหลายครั้งถึงจะควบคุมอารมณ์ได้ "นายก็แค่ไปส่งรุ่นพี่เซี่ยฉานที่มหาวิทยาลัยก่อน แล้วค่อยนั่งแท็กซี่กลับไปที่ห้องเช่าของนาย แบบนี้มันยากตรงไหน"
เจียงฝานขมวดคิ้ว "นั่งแท็กซี่มันไม่ต้องเสียเงินหรือไง"
จ้าวไห่หนานหลับตาลง
เขาอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว ...
คำพูดของเจียงฝาน ทำให้ถงหมิงนึกเชื่อมโยงไปถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง "นายคงไม่ได้แม้แต่จะจ่ายค่าแท็กซี่ให้รุ่นพี่เซี่ยฉานหรอกนะ"
"ทำไมผมต้องจ่ายด้วย" เจียงฝานผายมือทั้งสองข้างออก สีหน้าดูใสซื่อบริสุทธิ์แบบสุดๆ "ผมก็เลี้ยงข้าวเขาไปแล้ว ทำไมต้องช่วยเขาจ่ายค่าแท็กซี่ด้วยล่ะ อีกอย่าง เขานั่งรถกลับมหาวิทยาลัย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ค่าแท็กซี่เขาก็ต้องเป็นคนจ่ายเองสิ ผมไม่มีเหตุผลที่ต้องไปจ่ายเงินก้อนนี้เลยนะ"
ปากของถงหมิงอ้าแล้วก็หุบ ทำซ้ำแบบนั้นอยู่หลายรอบ ก่อนจะมีคำคำหนึ่งหลุดออกมาจากปาก "เชี่ยเอ๊ย!"
เขาหันไปมองจ้าวไห่หนาน จ้าวไห่หนานเองก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน หลังจากสบตากัน ทั้งสองคนก็ยิ้มแหยออกมา
เจียงฝาน ...
โสดด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ!
[จบแล้ว]